
Sign up to save your podcasts
Or


ปัญหาที่ 10 ถามเรื่องที่อยู่ของพระพุทธเจ้าที่ปรินิพพาน
พระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ก็ไม่มีใครอาจชี้ได้ว่าไปอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียง พระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
คำว่า “สติตก” ตลอดเวลา ไม่อยู่ที่ลมหายใจที่ต้องการ แล้วพอรู้สึกตัวว่าสติตกก็ยกสติเข้าสู่ลมหายใจอีก แล้วท่านก็ถามว่า ขณะนั้นเป็นฌานหรือเปล่า คำตอบก็คือว่า ไม่ใช่ฌาน ไม่ใช่ฌานจิต เพราะการเจริญสมาธิต้องอาศัยปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาที่รู้และเข้าใจวิธีการเจริญสมาธิให้ถึงขั้นอุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ อุปจารสมาธิก็ไม่เกิด อัปปนาสมาธิก็ไม่เกิด
ผู้ที่เจริญสติปัฏฐานไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของสติ เพราะเหตุว่าต้องการที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นพระอริยบุคคล แต่ท่านไม่เข้าใจว่า อะไรที่รู้แจ้งอริยสัจ โดยมากท่านอยากจะรู้แจ้งอริยสัจด้วยความไม่รู้อะไร แม้ยังไม่รู้อะไรเลย แต่ก็อยากจะรู้แจ้งอริยสัจ อยากจะบรรลุมรรคผล ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าขณะนี้ไม่รู้ลักษณะของนามและรูปที่กำลังปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ยังเคลือบแคลงสงสัย ยังเป็นตัวท่าน ยังไม่ประจักษ์ลักษณะที่ต่างกันของนามและรูป ยังไม่มีปัญญาที่สมบูรณ์ขึ้นเป็นขั้นๆ แล้วท่านหวังแต่เพียงว่า เจริญสตินิดเดียว รู้ลักษณะของเสียงบ้าง ของได้ยินบ้าง ของเย็นบ้าง ของอ่อนบ้าง ของคิดนึกบ้าง เพียงแค่มีสติเล็กน้อย ก็อยากรู้แจ้งอริยสัจเสียแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจอีกมาก
มหาบพิตร อุบาสกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญา เป็นเหตุให้ถึง ให้เห็นความเกิด ความดับ เป็นอริยะ เป็นไปเพื่อชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อุบาสกจึงชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา เดี๋ยวนี้เป็นอุบาสกประเภทไหน ควรให้ถึงพร้อมหรือสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้น ผู้ต้องการละอาคารบ้านเรือน ก็ควรจะทราบว่า การมีชีวิตที่ขัดเกลายิ่งขึ้นนั้นจะต้องขัดเกลาทั้งในเรื่องของศีล และก็ในเรื่องของธรรมด้วย
ปัญหาที่ ๔ ถามเหตุต่าง ๆ กันแห่งกรรม
ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละคือมนุษย์ทั้งหลายไม่เสมอกันหมด เพราะกรรมต่างกัน ข้อนี้สมด้วยพระพุทธฎีกาของสมเด็จพระบรมศาสดาตรัสไว้ว่า
" สัตว์ทั้งหลายมีกรรมต่างกัน เป็นผู้รับผลของกรรม มีกรรมทำให้เกิด มีกรรมเป็นพวกพ้อง มีกรรมเป็นที่อาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ทั้งหลายให้เลวดีต่างกัน "
ปัญหาที่ 9 ถามเรื่องการได้นิพพาน
ผู้ใดปฏิบัติดี รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ รอบรู้ธรรมที่ควรรอบรู้ละธรรมที่ควรละ อบรมธรรมที่ควรอบรมกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ผู้นั้นก็ได้นิพพาน
" บุคคลรู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์แก่ตนควรรีบทำสิ่งนั้น ผู้มีความคิด มีความรู้ มีความบากบั่น ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างพ่อค้าเกวียน คือพ่อค้าเกวียนทิ้งทางเก่า อันเป็นทางเสมอ กว้างใหญ่ดี แล้วขับเกวียนไปในทางใหม่ ที่เป็นทางไม่เสมอดี เวลาเพลาเกวียนหักแล้วก็ซบเซาฉันใด บุคคลผู้โง่เขลาหลีกออกจากธรรมะไม่ประพฤติตามธรรม จวนจะใกล้ตายก็จะต้องซบเซา เหมือนพ่อค้าเกวียนที่มีเพลาเกวียนหักไปแล้วฉะนั้น "
ปัญหาที่ 3 ถามการเกิดแห่งอายตนะ 5
"พืชต่าง ๆ 5 ชนิดที่บุคคลหว่านลงไปในนาแห่งเดียวกัน ผลแห่งพืช 5 ชนิดนั้น ก็เกิดต่าง ๆ กันฉันใด อายตนะ 5 เหล่านี้ ก็เกิดด้วยกรรมต่างกันฉันนั้น ที่เกิดด้วยกรรมอย่างเดียวกันไม่มี "
ปัญหาที่ 1 ถามลักษณะมนสิการ
มนสิการ มีลักษณะ นึก ในข้อนี้ท่านไม่ได้ยกอุปมา เพราะได้เคยอุปมาให้พระเจ้ามิลินท์ได้ทราบไว้แล้ว
ปัญหาที่ 13 ถามลักษณะวิตก
วิตก มีลักษณะอย่างไร ?
อุปมาด้วย " ช่างไม่ย่อมเข้าไม้ในที่ต่อ แล้วโบกด้วยปูนหรือทาด้วยสีให้สนิทฉันใด วิตก ก็มีการประกบแน่น มีการแนบแน่นเป็นลักษณะฉันนั้น"
From the publisher's feed

58 Listeners