
Sign up to save your podcasts
Or


กิจของจิต หรือหน้าที่ของจิตมากกว่า ตามหลักพระธรรมคำสอนของ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จิตทุกขณะที่เกิดขึ้นมีหน้าที่ คือ กิจจิตทั้งหมดมีกิจ รวม ๑๔ กิจ เช่น จิตขณะแรกของทุกภพชาติ กระทำกิจสืบต่อ (ปฏิสนธิกิจ) จิตต่อมากระทำกิจคือดำรงภพชาติ ดำรงความเป็นบุคคลนั้น (ภวังคกิจ) จิตที่กระทำกิจแล่นไปเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล (ชวนกิจ) เป็นต้น
ปัญญา คือ ความรู้ หรือ ความเข้าใจ ทั้งรู้ในตน รู้ในงาน รู้ในตำรา และรู้ในคน อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน
ปัญญา 3 ประการ
ผู้ที่ฉลาดย่อมมีความเลื่อมใสเป็นพิเศษในคุณพระรัตนตรัย เชื่อในเหตุแห่งการทำกรรม และผลของกรรมเชื่อว่าตายแล้วจะต้องเกิดอีก ถ้ากิเลสของผู้นั้นยังหลงเหลืออยู่ ปัญญานี้ได้เข้าถึง สัมมัตตนิยตะ ให้ผลที่แน่นอนจึงชื่อว่าเป็นพระโสดาบัน ปัญญาจึงนำความสุขและพ้นทุกข์ได้ในที่สุด
ส่วนมัจฉัตตนิตยธรรม ความเห็นที่วิปริตผิดจากความจริง เมื่อมีความเจริญขึ้นโดยได้รับอุปการะจาก มิจฉาสังกัปะ มิจฉาวายะมะ มิจฉาสมาธิ ย่อมยึดในความเห็นผิดของตนไว้อย่างเหนียวแน่น จนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดไม่ได้ มีสภาพเป็นความชั่ว และให้ผลแน่นอน
ปัญญาที่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง นั้นเกิดจากการฟัง การพิจารณา การระลึกรู้ ลักษณะของสภาพธรรม ซึ่งเป็นการปฏิบัติอบรมเจริญปัญญาให้เกิดขึ้นเป็นลำดับไม่ใช่เราทำ
ผู้ที่ไม่ศึกษาพระอภิธรรมนั้น อาจจะเพราะคิดว่า พระอภิธรรมละเอียดมากเกินไป แต่ถ้าเข้าใจว่าอภิธรรมคือเดี๋ยวนี้ ขณะนี้กำลังเห็น กำลังได้ยิน กำลังได้กลิ่น กำลังได้ลิ้มรส กำลังคิดนึก กำลังได้ลาภ กำลังเสื่อมลาภกำลังได้ยศ เสื่อมยศ การเจ็บ การตาย ไม่พ้นไปจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจโลกทั้งหมดจะกี่โลกก็ตาม โลกพระจันทร์ หรือพรหมโลกก็ไม่พ้นไปจาก ตาหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เกิดเป็นสัตว์ เป็นเทพ ก็มี ตา หู ฯลฯไม่พ้นไปจาก ๖ โลกนี้เลย
"ปาติโมกข์สังวรศีล" คือ การสำรวมระวังในศีลปาฏิโมข์ คือ ท่านกล่าวถึงศีลของพระภิกษุซึ่งเป็นศีลที่เป็นหลักเป็นประธาน โดยความหมายถึงการไม่ล่วงศีล การรักษาศีลที่มาในพระปาฏิโมกข์ ๒๒๗ ข้อ และความหมายปาฏิโมกข์มีหลายความหมาย
ปาริสุทธิศีล ๔ ทรงแสดงโดยตรงกับพระภิกษุ แต่ก็ไม่ห้ามบุคคลทั่วไปว่าห้ามปฏิบัติ ปาริสุทธศีล ๔ คือ
ปาฏิโมกขสังวรศีล ๑
อินทริย์สังวรศีล ๑
ปัจจยสันนิสิตศีล ๑
อาชีวสันนิสิตศีล ๑
บารมี 10 หรือ ทศบารมี (ปฏิปทาอันยวดยิ่ง, คุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด คือ ความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูง เช่น ความเป็นพระพุทธเจ้า และความเป็นมหาสาวก เป็นต้น — perfections)
เบญจศีลและเบญจธรรม เป็นธรรมคู่กัน คนที่มีเบญจธรรมจึงจะเป็นผู้มีเบญจศีล ซึ่งหากคนมีศีลและธรรมดังกล่าวแล้ว จะเว้นจากการทำความชั่ว รู้จักควบคุมตนให้ตั้งอยู่ในความดี ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น และประพฤติชอบทางกาย วาจา และใจ จะทำให้อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
เมื่อก่อนพระพุทธเจ้าจะเสด็จนิพพานนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงตั้งสาวกองค์ใดให้รับตำแหน่ง
ศรัทธาและปัญญา เป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกันขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เมื่อมีศรัทธาแล้วจะต้องมีปัญญาเป็นตัวคอยกำกับเพื่อไม่ให้ศรัทธาเกินเลยหรือไปสู่จุดหมายที่ไม่ควรมีควรเป็น พุทธปรัชญาเห็นว่าปัญญาคือ หลักยึดที่จะทำให้ศรัทธาที่มียึดมีที่กั้นไม่ล่วงเลยความเป็นธรรมไปได้ เมื่อมีปัญญาเป็นหลักยึดศรัทธาก็เป็นมัชฌิมาปฏิปทาได้ นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธากับปัญญาในทัศนะของพุทธปรัชญาเถรวาท
From the publisher's feed

58 Listeners