จากลูกคนงานเหมือง กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรีไซเคิลมูลค่าธุรกิจปีละกว่า 1,500 ล้านเหรียญไต้หวัน
หลี่อี้ฟา (李義發) ประธานบริษัท CHANT OIL (承德油脂) ได้เปลี่ยนน้ำมันเสียให้กลายเป็นทองคำสีเขียว(อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) เป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ที่สุดในไต้หวัน และยังขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2024 เขาได้รับรางวัลดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (NTNU) หรือซือต้าที่เขาจบการศึกษาโดยได้รับทุน เขาได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) ผู้บุกเบิกเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพลังงานและการพัฒนาที่ยั่งยืนของไต้หวัน
ปี 2023 บริษัท CHANT OIL ส่งออกไบโอดีเซลไปยังยุโรปเกินกว่า 60,000 ตัน
หลี่อี้ฟา ประธานบริษัทน้ำมันรีไซเคิล เกิดในปี 1937 ที่เขตซู่หลิน นิวไทเป เขาสำเร็จการศึกษาสาขาฟิสิกส์และเคมีจากมหาวิทยาลัยซือต้าในปี 1961 จากนั้นได้ก่อตั้งบริษัท CHANT OIL (承德油脂) เพื่อรีไซเคิลน้ำมันปรุงอาหารจากทั่วไต้หวัน และผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในโลก เป็นโมเดลการผลิตตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การวิจัยและพัฒนาพลังงานชีวมวลเป็นเป้าหมายหลักที่เขาร่วมมือกับบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลก เช่น British Petroleum, Shell Oil, Repsol (บริษัทน้ำมันของสเปน) และในปีนี้ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านพลังงานชีวมวลกับ China Petroleum Corporation (中油) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวในไต้หวัน
แผนผังกระบวนการผลิตไบโอดีเซล
บริษัท CHANT OIL (承德油脂) มีบทบาทสำคัญในการรีไซเคิลน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วทั่วไต้หวันเกือบ 90% หรือประมาณ 70,000 ตันต่อปี โดยนำน้ำมันเหล่านี้มาแปลงเป็นไบโอดีเซลคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการเร่งปฏิกิริยาเคมีและเทคโนโลยีการกลั่น โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในเขตซานเสีย นิวไทเป และโต่วลิ่ว เมืองหยุนหลิน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันที่ครบวงจร ทำให้ไบโอดีเซลที่ผลิตมีคุณภาพดีกว่าเกาหลีใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ แม้แต่ผู้ซื้อในยุโรปและอเมริกาก็หันมาซื้อจากบริษัท CHANT OIL ในปี 2023 เฉพาะการส่งออกไบโอดีเซลไปยังยุโรปเกินกว่า 60,000 ตัน สร้างมูลค่าธุรกิจปีละกว่า 1,500 ล้านเหรียญไต้หวัน
น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจาก McDonald's, KFC, Mos Burger และผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ล้วนเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตไบโอดีเซล หลี่อี้ฟา ผู้ก่อตั้งบริษัท CHANT OIL อธิบายว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันเริ่มจากการขจัดความชื้นและสิ่งสกปรกออก จากนั้นเติมเมทานอลและใช้เบสเข้มเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทริฟิเคชัน (transesterification) ของเมทานอลและน้ำมัน เปลี่ยนน้ำมันให้เป็นกรดไขมันเมทิลเอสเทอร์ (ไบโอดีเซล) และกลีเซอรีน สุดท้ายจะนำมาผ่านกระบวนการกลั่นภายใต้สภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสูง เพื่อให้ได้ไบโอดีเซลคุณภาพสูงที่ใสและปราศจากสิ่งเจือปน
ไบโอดีเซลคุณภาพสูงใช้กับรถยนต์ทั่วไปได้
ทางกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้ทำการทดสอบพบว่า การใช้ไบโอดีเซลสามารถลดอนุภาคแขวนลอยในก๊าซไอเสียได้ถึง 47% ลดคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ 48% และลดสารก่อมะเร็ง เช่น โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ได้ถึง 80% นอกจากนี้ยังลดสารประกอบซัลไฟล์ที่เป็นมลพิษทางอากาศได้ 100% คุณหลี่อี้ฟา ยังเน้นย้ำว่า การอนุรักษ์พลังงานและลดคาร์บอนเป็นสิ่งจำเป็น โดยการใช้ไบโอดีเซล 50,000 ถึง 60,000 ตันต่อปี สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 150,000 ถึง 160,000 ตัน และช่วยปรับปรุงปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กำหนดแผนที่จะยุติการใช้พลังงานจากปิโตรเคมีภายในปี 2050 และแทนที่ด้วยพลังงานทดแทนทั้งหมดเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้านรัฐบาลไต้หวันได้กำหนดเป้าหมายในการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 20% ภายในปี 2025 และกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างน้อย 10% ในปีเดียวกัน นอกจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ไบโอดีเซลยังเป็นอีกหนึ่งพลังงานที่มีศักยภาพในการช่วยให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงพลังงานตามนโยบายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรงงานบริษัท CHANT OIL ที่ตั้งอยู่ในเขตซานเสีย นิวไทเป
หลี่อี้ฟา ประธานบริษัทน้ำมันรีไซเคิล ระบุว่าเทคโนโลยีการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากต้องพึ่งพาสภาพอากาศเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้พลังงานที่ได้ไม่เสถียร อย่างไรก็ตาม ไบโอดีเซลไม่ประสบปัญหาเช่นนี้ นอกจากการใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วในการผลิตไบโอดีเซล ยังสามารถนำน้ำมันพืชที่ไม่สามารถบริโภคได้เข้ามาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า หรือใช้โดยผู้ประกอบการในการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้เองได้
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ซึ่งสามารถใช้ไบโอดีเซล 100% ในการผลิตไฟฟ้าโดยตรง ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้า FRI-EL ACERRA ในอิตาลี และโรงไฟฟ้า Sankei Fukuchiyama ในญี่ปุ่น ต่างก็ใช้ไบโอดีเซล 100% ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
นอกจากนี้ เขายังได้สนับสนุนการวิจัยทางวิชาการมาอย่างยาวนาน โดยมีส่วนร่วมในความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัยเก่าของเขา เขาได้ลงทุนในการวิจัยพันธุวิศวกรรมของเอนไซม์ พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพใหม่ และสร้างกระบวนการสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอน ผลงานจากความร่วมมือนี้ได้รับการจดสิทธิบัตรในหลายประเทศ
ห้องทดลองที่ บริษัท CHANT OIL ก่อตั้งขึ้น
ในอนาคต มีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการหมักและพลังงานสีเขียวที่วิทยาเขตหลินโข่ว พร้อมทั้งจะเชื่อมโยงระหว่างองค์กรและนักศึกษา เพื่อปลูกฝังบุคลากรรุ่นใหม่และบูรณาการกับเทคโนโลยีล้ำสมัย สำหรับทัศนคติที่นำไปสู่ความสำเร็จ คุณหลี่อี้ฟา ได้ให้กำลังใจนักศึกษาว่า "จงเปิดใจเรียนรู้ พยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้า เรียนรู้จากความล้มเหลว และก้าวไปข้างหน้าเสมอ หากไม่พยายามอย่างเต็มที่ ก็จะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ"