ชาวประมงในไต้หวันจับหอยโบราณ งดงาม หายากอย่างยิ่ง มีผู้เสนอซื้อ 160,000 เหรียญไต้หวัน แต่ขายให้ผู้ใจบุญในราคา 120,000 เหรียญไต้หวันเพื่อปล่อยคืนสู่ท้องทะเล
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2024 ชาวประมงเมืองอี๋หลานชื่อ หลินเทียนหมิง (林天明) จับหอยทะเลหายากได้ 1 ตัว มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่าหอยหลงกงวงเจี้ย(龍宮翁戎螺) หรือขาวบ้านเรียกกันว่า “หอยหลงกง (龍宮貝) แปลว่า หอยวังมังกร” ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “เอนเทมโนโทรคัส รัมฟิไอ(Entemnotrochus rumphii) และอยู่ในวงศ์ Pleurotomariidae ซึ่งหอยที่ชาวประมงแซ่หลินจับได้ เป็นหอยโบราณที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยลักษณะเฉพาะของหอยชนิดนี้ คือเหงือกและฝาปิดมีรูพรุน อีกทั้งยังเป็นหอยขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์นี้ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าหอยวังมังกรนี้มีอยู่บนโลกมานานกว่า 570 ล้านปี ก่อนยุคของไดโนเสาร์เสียอีก
เปลือกของหอยวังมังกรมีรูปร่างเป็นกรวยกว้าง ฐานโค้งงอ และมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 23 เซนติเมตร ลวดลายบนเปลือกประกอบด้วยเปลวไฟสีเหลืองและสีแดงที่สวยงามอย่างโดดเด่น ความงดงามนี้ทำให้เปลือกของมันเปรียบเสมือนพระราชวังขนาดเล็กในท้องทะเล ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อเรียกว่า “หอยวังมังกร”
สำหรับหอยวังมังกรที่ชาวประมงแซ่หลินจับได้นั้น มีผู้สนใจเสนอราคาถึง 6 กลุ่ม โดยราคาที่เสนอเริ่มต้นจาก 60,000 เหรียญไต้หวัน, 80,000 เหรียญไต้หวัน, 100,000 เหรียญไต้หวัน, 116,000 เหรียญไต้หวัน และ 120,000 เหรียญไต้หวัน ต่อมา มีผู้ซื้อรายหนึ่งเสนอราคาเพิ่มเป็น 160,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ชาวประมงแซ่หลินได้ตัดสินใจขายให้กับผู้ที่เสนอราคา 120,000 เหรียญไต้หวัน เนื่องจากผู้ซื้อมีความตั้งใจที่จะปล่อยหอยวังมังกรตัวนี้กลับคืนสู่มหาสมุทรเพื่ออนุรักษ์มัน
ชาวประมง หลินเทียนหมิง กล่าวว่า หอยวังมังกรที่จับได้มีขนาดกว้างประมาณ 20 เซนติเมตร และสูง 15 เซนติเมตร หลังจากที่มีข่าวการจับหอยเผยแพร่ออกไป ทาง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่าสัตว์ทุกสายพันธุ์มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นของตัวเอง พร้อมแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเก็บสัตว์หายากไว้เป็นสมบัติส่วนตัว
ทางพิพิธภัณฑ์ยังได้แนะนำ หลักการปฏิบัติ ได้แก่ การไม่จับสัตว์เหล่านี้มาฆ่า ไม่รบกวน และไม่ทำลายสภาพแวดล้อมของมัน รวมถึงการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อให้คนรุ่นหลังสามารถชื่นชมกับความงดงามและทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ต่อไป
หมายเหตุ: หอย Entemnotrochus rumphii เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในวงศ์ Pleurotomariidae ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลลึกของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เปลือกของ Entemnotrochus rumphii(เอนเทมโนโทรคัส รัมฟิไอ) ถือว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิต เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคโบราณ เปลือกของมันมีลักษณะเฉพาะ โดยมีรอยแตกร้าวที่ยาวถึงครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงฐานเปลือก ฝาปิดมีขนาดใหญ่กว่ารูเปิด ช่วยป้องกันตัวหอยจากสภาพแวดล้อมภายนอก เปลือกมีสีเหลืองกระจายเป็นลวดลายคล้ายเปลวไฟ ดูโดดเด่นและสวยงาม เส้นผ่านศูนย์กลางของเปลือกอยู่ที่ประมาณ 10-23 เซนติเมตร ทำให้หอยชนิดนี้เป็นหนึ่งในหอยทากทะเลขนาดใหญ่
จากการบันทึกในไต้หวันพบว่าหอยชนิดนี้มักพบในบริเวณทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ ลักษณะพิเศษของหอย Entemnotrochus rumphii คือปากเปลือกที่มีรอยแตกเรียวยาวถึงครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงเปลือก ซึ่งเป็นลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่เก่าแก่มาก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของหอย ทั้งวงศ์นี้สามารถสืบย้อนไปถึงยุคแคมเบรียน ซึ่งเป็นยุคที่หอยเหล่านี้ปรากฏขึ้นบนโลกแล้ว
อย่างไรก็ตาม การจับหอยชนิดนี้ในสภาพที่ยังมีชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย จากการวิจัยพบว่า หากเรือประมงจับหอยชนิดนี้ได้ ชาวประมงต้องพักอวนทุก ๆ 10 เมตร เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้หอยทนต่อแรงดันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตทันที ซึ่งจากการคำนวณ อวนที่อยู่ลึก 120 เมตรใต้ทะเล จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมงในการลากขึ้นมาบนเรือ ดังนั้น การจับหอยชนิดนี้จึงต้องอาศัยความอดทนและความระมัดระวังเป็นอย่างมากจากชาวประมง
★ เนื่องจากมันอาศัยอยู่ในทะเลลึก ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศของหอยชนิดนี้จึงมีจำกัด มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ หอย Entemnotrochus rumphii ที่ยังต้องค้นคว้า ใครที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับหอย Entemnotrochus rumphii สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ของพิพิธภัณฑ์ หรือจะชมนิทรรศการออนไลน์ VR720 ของพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง
หอยวังมังกรที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน Photo: National Taiwan Museum
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวันเก็บรักษาสมบัติใต้ท้องทะเลลึกให้คงอยู่ 🌊✨
เมื่อไม่นานมานี้ มีชาวประมงในเมืองอี๋หลานจับหอย rumphii entemnotrochus ที่ยังมีชีวิตได้บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะกุยซาน ซึ่งดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง แต่คุณรู้อะไรไหม? หอย rumphii entemnotrochus ตัวเป็นๆ เคยจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไต้หวันและได้งดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 500,000 คน
ในปี 1968 ชาวประมงไต้หวันสามารถจับหอย Entemnotrochus rumphii ได้เป็นครั้งแรกใกล้กับหมู่เกาะตงซา และในปี 1969 เรือประมงลำหนึ่งจากเมืองจีหลงสามารถจับหอยชนิดนี้ได้อีก หอยมีชีวิต 2 ตัวถูกส่งไปที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน หลังจากที่ศาสตราจารย์หลินเฉาฉี่ (林朝棨) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันได้ตรวจสอบแล้ว ได้มีการนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่หอยชนิดนี้ถูกจัดแสดงต่อสาธารณชนในไต้หวัน ทำให้เกิดความสนใจอย่างมาก และจุดประกายให้เกิดกระแสการวิจัยเกี่ยวกับหอยในไต้หวัน แต่น่าเสียดายหอยตายลงในเวลาไม่กี่วัน
หอย Entemnotrochus rumphii เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในวงศ์ Pleurotomariidae ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลลึกของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก จากการบันทึกในไต้หวันพบว่าหอยชนิดนี้มักพบในบริเวณทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ เนื่องจากลักษณะเปลือกที่งดงามและคล้ายกับพระราชวัง หอยชนิดนี้จึงได้รับฉายาว่า “หลงกงเป้ย” หรือ "หอยวังมังกร"
วิดีโอ ชาวประมง หลินเทียนหมิง ปล่อยหอยวังมังกรกลับลงสูทะเลในวันที่ 21 กันยายน 2024