การประกวดภาพถ่าย One-Forty ปีนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ! เปิดรับสมัครผลงานภาพถ่ายจากแรงงานต่างชาติส่งภาพเข้าร่วมการประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม ศกนี้ โดยไม่จำกัดหัวข้อ ขอเพียงส่งภาพความประทับใจหรือเรื่องราวชีวิตในไต้หวันที่อยากจะแชร์ พร้อมเขียนหัวข้อและบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาแม่ของตน โดยจะเป็นภาพที่ถ่ายด้วยมือถือหรือกล้องถ่ายรูปก็ได้ หากถูกใจคณะกรรมการ ก็จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลต่างๆมากมายที่มีมูลค่ารวมกว่า 165,000 เหรียญไต้หวัน โดยในปีนี้ มีหลากหลายรางวัลให้ได้ลุ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: วันดีดี One-Forty ลิงก์ส่งภาพเข้าร่วมการประกวด 👉 https://bit.ly/4bj6pOy
One-Forty องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอุทิศด้านการศึกษาแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ได้จัดการประกวดภาพถ่ายแรงงานต่างชาติเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 ส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติได้นำเสนอเรื่องราวในไต้หวันและเสียงในใจของพวกเขาผ่านภาพถ่าย และเพื่อให้ชาวไต้หวันได้รู้จักแรงงานต่างชาติในมิติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา One-Forty ได้รับภาพถ่ายและเรื่องราวที่ส่งเข้ามามากกว่า 3,000 ภาพ มีผู้ที่ได้รับรางวัลมากถึง 70 รายแล้ว
ส่งภาพชิงเงินรางวัลการประกวดภาพถ่ายแรงงานต่างชาติ 1-31 ก.ค. ศกนี้ (ภาพจาก One-Forty)
หลังจากการประกวดภาพถ่ายแรงงานต่างชาติในทุกปี ทาง One-Forty จะจัดนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อให้ชาวไต้หวันและผู้คนมากขึ้นได้มีมองเห็นเรื่องราวของแรงงานต่างชาติ ให้ชาวไต้หวันได้สัมผัสและรับรู้ว่าแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันคิดอะไร เป็นสื่อกลางที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างแรงงานต่างชาติและชาวไต้หวัน กิจกรรมนี้ยังเป็นเหมือนการเปิดพื้นที่ให้แรงงานต่างชาติมีโอกาสถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเขา ผ่านการถ่ายรูปที่พวกเขามักจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว และยังเป็นการบรรลุพันธกิจที่ One-Forty ตั้งไว้คือ “Make Every Migrant’s Journey Worthy and Inspiring. ” ทำให้การเดินทางของผู้อพยพทุกคนคุ้มค่าและสร้างแรงบันดาลใจ
ทาง One-Forty ยังได้รวบรวมผลงานภาพถ่ายของปีที่ผ่านๆมา จัดเป็นนิทรรศการภาพถ่ายออนไลน์ บนเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า https://voice-of-migrants.one-forty.org/photo-exhibition ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ละภาพมีเรื่องราวชีวิตในไต้หวันที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล มีทั้งภาพโรงงาน สะท้อนให้เห็นชีวิตคนขายแรงในไต้หวัน ภาพโรงพยาบาล การดูแลผู้ป่วย ของผู้ที่ทำงานอนุบาล บางภาพเป็นเพียงภาพธรรมดา เช่น พระอาทิตย์ขึ้นจากคันนา แต่เนื้อหาบรรยายว่า ภาพนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสงบสุข ผ่อนคลาย และรู้สึกถึงอิสระเป็นครั้งแรก หลังจากมาทำงานไต้หวันแล้วพบว่า ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เขาเคยเจอเอเย่นต์และเจ้านายใจร้าย จนปัจจุบันได้มาเจอเจ้านายใจดี ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น บางภาพเป็นภาพธรรมดาที่แรงงานต่างชาติกำลังวิดีโอคอลกับคนที่บ้าน ภาพธรรมดาเหล่านี้ กลายเป็นภาพไม่ธรรมดาและพิเศษ จากเนื้อหาที่บรรยาย ในความธรรมดานั้น ซ่อนความคิดถึง และความหวังที่อยากให้คนที่บ้านได้อยู่สุขสบาย
ภาพถ่ายเป็นดั่งเครื่องบันทึกความทรงจำของชีวิตในช่วงเวลาหนึ่ง เราไม่สามารถย้อนอดีตได้ แต่เคยเป็นไหม ทุกครั้งที่มองดูภาพถ่าย มันเหมือนมีเวทมนต์ที่ทำให้เราได้หลุดเข้าไปในสถานการณ์นั้นๆ ย้อนเวลากลับไปในห้วงแห่งความทรงจำนั้นๆ แล้วคุณละ อยากแชร์ภาพถ่ายที่บันทึกเรื่องราวแบบไหนไว้ หากตรงตามคุณสมบัติ ก็สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้เลย
เปิดโรงเรียนแรงงานต่างชาติ สอนภาษาและทักษะต่างๆให้แรงงานต่างชาติ (ภาพจาก One-Forty)
One-Forty เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่อุทิศด้านการศึกษาแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบัน ไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบ 7 แสนคน โดยเฉลี่ยแล้วจะมีแรงงานต่างชาติ 1 คนต่อชาวไต้หวันทุกๆ 40 คน นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ One-Forty
“Make Every Migrant’s Journey Worthy and Inspiring. ”
ทำให้การเดินทางของผู้อพยพทุกคนคุ้มค่าและสร้างแรงบันดาลใจ
One- Forty เผยว่า การไปทำงานต่างประเทศของแรงงานต่างชาติหลายๆคน เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของพวกเขา บางคนพอมาทำงานที่ไต้หวันแล้ว ก็ทำงานเป็นเวลายาวนานหกถึงแปดปี แรงงานต่างชาติที่เพิ่งมาถึงไต้หวัน มักต้องเผชิญกับอุปสรรคทางภาษา วัฒนธรรม และยังต้องเผชิญกับทัศนคติแบบเหมารวมของสังคมที่มีต่อแรงงานต่างชาติ การทำงานในต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
One-Forty หวังว่าเส้นทางชีวิตการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติจะคุ้มค่าและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น ซึ่งการที่แรงงานต่างชาติได้เรียนรู้ภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมของไต้หวันมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่นี่ได้เร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวไต้หวัน และหากแรงงานต่างชาติได้ใช้เวลาว่างจากการทำงาน เรียนรู้ทักษะอื่นๆเพิ่มเติม ก็จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้ด้วย โดย One-Forty เผยว่า มีแรงงานต่างชาติกลับประเทศจากการทำงานในไต้หวันมากถึง 3 หมื่นคนต่อปี หากสามารถทำให้แรงงานต่างชาติรู้สึกว่า การทำงานในไต้หวันเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆของพวกเขาได้ เมื่อพวกเขากลับไปประเทศบ้านเกิดแล้ว ก็จะนำไปบอกต่อ และไต้หวันก็จะกลายเป็นสถานที่ที่งดงามในจิตใจของใครหลายๆคน
นอกจากนี้ One-Forty เผยว่า ความก้าวหน้าของสังคม มาจากวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้คนที่มีภาษา วัฒนธรรม และเชื้อชาติที่แตกต่างกัน One-Forty จึงเชื่อว่า แรงงานต่างชาติ จะนำแรงบันดาลใจมาสู่สังคมไต้หวัน กลายเป็นหน้าต่างให้ชาวไต้หวันได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น และทำให้ไต้หวันกลายเป็นสังคมที่มีความหลากหลายและเปิดกว้างอย่างแท้จริง
โครงการเดินเข้าสู่รั้วโรงเรียน ให้นักเรียนไต้หวันได้รู้จักแรงงานต่างชาติในไต้หวัน (ภาพจาก One-Forty)
สองส่วนใหญ่ๆที่เป็นภารกิจของ One-Forty ส่วนแรกคืองานด้านการศึกษาของแรงงานต่างชาติ One-Forty มุ่งเน้นส่งเสริมการยกระดับศักยภาพของแรงงานต่างชาติ โปรเจกต์หลักในส่วนนี้ คือการเปิดโรงเรียนแรงงานต่างชาติ (migrant-school) โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การก่อตั้ง One-Forty ได้เปิดสอนหลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆ ให้แรงงานต่างชาติได้เรียนในช่วงวันหยุด เช่น หลักสูตรภาษาจีน หลักสูตรคอมพิวเตอร์ หลักสูตรการวางแผนการเงิน หลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ หลักสูตรการถ่ายภาพ หลักสูตรการพูด ตลอดจนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเป็นต้น นอกจากเพื่อให้แรงงานต่างชาติสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมไต้หวันได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้ว ยังหวังว่าทักษะความรู้เหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ให้แรงงานต่างชาติสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตหลังกลับประเทศ เพื่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวต่อไป
ปัจจุบัน เปิดคอร์สเรียนไปแล้วมากกว่า 200 คอร์ส โดย One-Forty ได้มีการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อออกแบบหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของพวกเขามากที่สุด และปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาวันหยุดที่จำกัด นอกเหนือจากการสอนโดยครูในห้องเรียนแล้ว ยังออกแบบการเรียนการสอนให้นักเรียนมีโอกาสขึ้นไปแสดงความคิดเห็นบนชั้นเรียนด้วย ไม่เพียงช่วยให้แรงงานต่างชาติได้ความรู้และพัฒนาตนเองแล้ว ยังทำให้พวกเขาได้พบปะพูดคุยภาษาเดียวกันกับเพื่อนๆจากชาติเดียวกัน ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นใจมากยิ่งขึ้นด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา One-Forty ยังได้ทำโปรเจกต์ใหม่ที่มีชื่อว่า ก้าวสู่รั้วโรงเรียน โดยการร่วมมือกับโรงเรียนระดับประถมไปจนถึงมัธยมศึกษา นำประเด็นแรงงานต่างชาติเข้าสู่ห้องเรียน ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่ทาง One-Forty จัดทำขึ้น เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่มีต่อแรงงานต่างชาติ และให้นักเรียนไต้หวันได้มีโอกาสรู้จักแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันมากยิ่งขึ้น ปลูกฝังความเข้าใจและความเคารพต่อเชื้อชาติ วัฒนธรรมที่หลากหลายในสังคมตั้งแต่เด็ก โดยในโปรเจกต์นี้ ยังมีกิจกรรม Best Regards, เพื่อนแรงงานทางจดหมายของฉัน ที่คัดเลือกแรงงานต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาประเทศละ 2 คน รวมตัวแทนแรงงานต่างชาติ 8 คน แล้วนำเรื่องราวชีวิตการทำงานในไต้หวันของพวกเขาที่ถูกแปลเป็นภาษาจีนไปให้เด็กนักเรียนไต้หวันได้อ่าน และให้น้องๆได้เขียนจดหมายหาเพื่อนๆแรงงานเหล่านี้ เพื่อพูดคุยถามไถ่ในสิ่งที่น้องๆสนใจ เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆที่น่าสนใจมากๆ
ส่วนที่สองคืองานด้านการรณรงค์ ในการผลักดันให้ไต้หวันกลายเป็นสังคมที่มีความหลากหลายและเป็นมิตรมากขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน หรือนิทรรศการต่างๆ อย่างเช่น นิทรรศการภาพถ่ายแรงงานต่างชาติ ห้องครัวอาเซียน กิจกรรมที่ให้ชาวไต้หวันมาเรียนทำอาหารอาเซียนจากแรงงานต่างชาติ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันละกัน กิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนอาเซียน ที่พาชาวไต้หวันไปรู้จักกับชุมชน ร้านค้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พูดคุยกับผู้คนในละแวกนั้นๆ เพื่อให้ชาวไต้หวันได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตของแรงงานต่างชาติในไต้หวันได้ใกล้ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ One-Forty ยังมุ่งมั่นทำงานทางความคิด เขียนบทความต่างๆ ที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติ ตลอดจนบทสัมภาษณ์ชีวิตจริงของแรงงานต่างชาติแต่ละคน ที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ชาวไต้หวันได้รู้จักตัวตนและมิติของแรงงานต่างชาติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เกิดการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน ความเห็นอกเห็นใจและมองเห็นคุณค่าของกันและกัน จนบรรลุเป้าหมายการสร้างสังคมไต้หวันให้เป็นมิตรและหลากหลายขึ้นนั่นเอง
ความในใจของผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดภาพถ่ายแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก One-Forty)
รายละเอียดการประกวดภาพถ่าย One-Forty
- แรงงานต่างชาติจากประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่ปัจจุบัน ทำงานอยู่ในไต้หวัน
- คำนิยามแรงงานต่างชาติ ให้ยึดโยงตามที่ระบุบนบัตร ARC ว่าเป็น “แรงงานต่างชาติ” “แรงงานข้ามชาติ” หรือ “แรงงานกึ่งฝีมือ”
- ผู้ที่ใช้วีซ่า “นักเรียน” “การจ้างงานทั่วไป” “ติดตามญาติ” ไม่ตรงตามคุณสมบัติกำหนด ไม่มีสิทธิ์สมัคร
- หลังจากได้รับรางวัลแล้ว ต้องแสดงบัตร ARC เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับรางวัล หากพบว่าผู้ชนะมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดข้างต้น จะถูกตัดสิทธิ์การรับรางวัล
ระเบียบการส่งภาพเข้าประกวด
- ภาพแต่ละภาพต้องมีชื่อภาพและคำบรรยายประกอบ
- ต้องเป็นภาพที่ถูกถ่ายและเขียนโดยเจ้าของภาพในตอนที่อยู่ไต้หวัน หากพบว่าเจ้าของภาพไม่ใช่ผู้ถ่ายหรือผู้เขียน จะถูกตัดสิทธิ์การรับรางวัล
- ผู้สมัคร 1 ท่าน สามารถส่งภาพถ่ายเข้าประกวดไม่จำกัดจำนวนครั้ง สามารถถ่ายภาพที่แตกต่างกัน ส่งเข้าประกวดได้หลายครั้ง
- สามารถใช้ “กล้องถ่ายรูป” “โทรศัพท์มือถือ” หรืออุปกรณ์อื่นๆถ่ายภาพ
- 🥇 อันดับที่ 1 : เงินรางวัล NT 30,000
- 🥈 อันดับที่ 2 : เงินรางวัล NT 20,000
- 🥉อันดับที่ 3 : เงินรางวัล NT 10,000
- 🇹🇭 ภาพถ่ายดีเด่นโดยคนไทย : NTD$ 5,000 (รวม 3 คน)
- 🏅ผลงานยอดเยี่ยม: NTD$ 3,000 (ทั้งหมด 15 คน)
หมายเหตุ: รางวัลชนะเลิศ 3 อันดับแรก นอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังจะได้รับประกาศนียบัตรและของรางวัล และจะได้รับการสัมภาษณ์พิเศษด้วย
ระยะเวลาการส่งผลงาน : 1 - 31 กรกฎาคม 2567
ประกาศผลรางวัล 26 สิงหาคม 2567 ผ่านแฟนเพจ Facebook วันดีดี One-Forty
ลิงก์ส่งภาพเข้าร่วมการประกวด 👉 https://bit.ly/4bj6pOy