เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2024 กระทรวงดิจิทัลได้จัดกิจกรรม "การจัดแสดงและทดสอบแพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้า" ที่บริเวณที่ราบสูงลู่เหย่ (Luye Highland) เมืองไถตง แสดงถึงศักยภาพในการฟื้นฟูการสื่อสารอย่างรวดเร็วหลังเกิดภัยพิบัติ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการสื่อสารของไต้หวัน
หวงเยี่ยนหนาน(黃彥男) รมว.กระทรวงดิจิทัลได้กล่าวในงานว่า “เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดีจึงไม่เห็นภาพขณะที่บอลลูนลอยขึ้น ไต้หวันมีภัยพิบัติธรรมชาติมากมาย เพื่อรักษาความมั่นคงในการสื่อสาร แพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้าที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโซลูชันที่มีอยู่น้อยในระดับโลก และเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยไต้หวัน กล่าวได้ว่าเป็น "ดาวจรัสของไต้หวัน" โดยสถานีฐานที่ติดตั้งบนบอลลูนสามารถให้บริการได้นานถึง 80 ชั่วโมง และในอนาคตสามารถนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและระบบกำกับดูแล
หลินฮุยถัง(林輝堂) กรรมการผู้จัดการศูนย์เทคโนโลยีโทรคมนาคมกล่าวว่า การพัฒนาบอลลูนลอยฟ้านี้เป็นความร่วมมือกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, ม. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน, ม. เทคโนโลยีไทเป ลอยสูงได้ถึง 800 เมตร ครอบคลุมเครือข่ายในรัศมี 11 กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่ครอบคลุมสูงสุดถึง 380 ตารางกิโลเมตร เสริมเครือข่ายในไต้หวันมีความมั่นคงและมีศักยภาพมากขึ้น
กระทรวงดิจิทัลระบุว่า แพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้าที่จัดแสดงในครั้งนี้มีการติดตั้งอุปกรณ์จ่ายพลังงานที่เป็นอิสระ ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานหลัก เพื่อให้สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลานาน โดยยังคงสามารถให้การจ่ายพลังงานที่มีเสถียรภาพ เชื่อถือได้ และมีมลพิษต่ำ แพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้ามีน้ำหนักถึง 50 กิโลกรัม สามารถติดตั้งสถานีฐานไฟฟ้าและการสื่อสารเคลื่อนที่อื่น ๆ ได้ เพื่อรองรับสถานการณ์การใช้งานที่หลากหลาย สามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานกว่า 14 วัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการให้บริการการสื่อสารที่มีเสถียรภาพในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูการสื่อสารในช่วงภัยพิบัติ และยกระดับความสามารถในการสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ห่างไกลอย่างมีนัยสำคัญ
ศูนย์เทคโนโลยีโทรคมนาคมได้อธิบายว่า ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้า 3 ประเภท ได้แก่ โดรน บอลลูนฮีเลียมแบบยึดติดไว้ และเรือบินลอยฟ้า ซึ่งบอลลูนฮีเลียมแบบยึดติดไว้นั้นมีน้ำหนักบรรทุกมากและสามารถให้บริการการสื่อสารได้เป็นเวลานาน เทคโนโลยีนี้ถือว่ามีความพัฒนาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสุกงอม ประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เช็ก สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรต่างมีโครงการที่คล้ายกัน แต่สถานการณ์ในแต่ละประเทศแตกต่างกัน
ศูนย์เทคโนโลยีโทรคมนาคมยังกล่าวด้วยว่า แพลตฟอร์มนี้ในอนาคตจะให้บริการหลัก 2 ประการ
ประการที่ 1 คือสามารถขยายพื้นที่การให้บริการของเครือข่าย แม้ว่าอาจจะใช้รถสื่อสารเคลื่อนในการรับ-ส่งสัญญาณได้ แต่เนื่องจากเสาอากาศอยู่บนพื้นดิน พื้นที่การให้บริการจึงจำกัดอยู่ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่แพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้าที่มีความสูง 800 เมตรสามารถครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างกว่า โดยมีรัศมีการให้บริการถึง 11 กิโลเมตร
ประการที่ 2 คือ ในยามเกิดภัยพิบัติรุนแรงถนนและการสื่อสารตัดขาด จะเสริมการติดต่อสื่อสารในพื้นที่แนวหน้าติดต่อกับภายนอกได้ แพลตฟอร์มการสื่อสารลอยฟ้าสามารถทำงานร่วมกับรถสื่อสารเคลื่อนที่ เพื่อร่วมมือกับทีมช่วยเหลือในแนวหน้า โดยให้บริการการสื่อสารแก่ทีมค้นหาและช่วยเหลือหรือประชาชนที่ติดอยู่ รวมถึงการให้การสื่อสารพื้นฐาน การส่งข้อความ หรือการดูวิดีโอก็ไม่มีปัญหา