Sign up to save your podcastsEmail addressPasswordRegisterOrContinue with GoogleAlready have an account? Log in here.
เรื่องราวเทคโนโลยี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ทันสมัยในไต้หวัน ติดตามได้ในรายการ ไต้หวัน Hi-Tech มีอะไรทันสมัยยิ่งกว่าแนะนำมาเลย ... more
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.
September 03, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 ก.ย.2567ม.ตั้นเจียง ทดสอบยิงจรวด Polaris ขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ การทดสอบจรวด Polaris ของมหาวิทยาลัยตั้นเจียง(Tamkang University) ประสบความสำเร็จในการยิงที่ฐานยิงจรวดซวี่ไห่ เมืองผิงตง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2024 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์ระยะสั้นของกระทรวงวิทยาศาสตร์ นับเป็นการทดสอบจรวดครั้งที่ 3 ที่ดำเนินการโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย แม้ว่าจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน ทำให้ไม่สามารถติดตามข้อมูลเที่ยวบินได้ทั้งหมด แต่จรวดก็ยังถูกยิงขึ้นไปสูงถึงประมาณ 4 กิโลเมตร จรวด Polaris รุ่นใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากรุ่น Jessie โดยปรับปรุงการออกแบบและการผลิต ตัวจรวดใช้วัสดุคอมโพสิตและเพิ่มระบบร่มชูชีพเพื่อกู้คืนจรวดหลังการบิน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ร่มชูชีพแยกตัวก่อนเวลา ทำให้วงโคจรของจรวดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ยังสามารถทดสอบข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาจรวดในอนาคต ศูนย์อวกาศแห่งชาติ (TASA) ซึ่งรับผิดชอบการตรวจสอบการใช้งานและการบริหารสถานที่ยิงจรวด ได้แถลงว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดของไต้หวัน โดยหวังว่าจะเพิ่มความเชี่ยวชาญในด้านนี้และเสริมสร้างความสามารถในการปล่อยจรวดเข้าสู่วงโคจร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการดาวเทียมของประเทศ ไต้หวันมีข้อได้เปรียบในด้านอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เซมิคอนดักเตอร์ และเครื่องจักรแม่นยำสูง ซึ่งช่วยสนับสนุนความสำเร็จในอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหลายแห่งในไต้หวันเข้าร่วมโครงการวิจัยและปล่อยจรวด โดยใช้สถานที่ยิงจรวดที่จัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่เมืองผิงตง นอกจากมหาวิทยาลัยตั้นเจียงแล้ว มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง, มหาวิทยาลัยเฉิงกง, มหาวิทยาลัยเฝิงเจี่ย และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็มีการปล่อยจรวดที่พัฒนาขึ้นเองเช่นกัน ซึ่งแสดงถึงการเติบโตและความก้าวหน้าในด้านการวิจัยอวกาศของไต้หวัน...more15minPlay
August 27, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 ส.ค.2567 กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันได้อนุมัติ "แผนการก่อสร้างโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลไถหนาน" ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2024 โรงงานนี้ตั้งอยู่ในเขตเจียงจวิน นครไถหนาน บนพื้นที่ 16.9 เฮกตาร์ และมีกำลังการผลิตน้ำจืดสูงสุดถึง 200,000 ตันต่อวัน โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2027 ในระยะแรกของโครงการวางแผนการผลิตน้ำวันละ 100,000 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงการก่อสร้างท่อรับน้ำเข้าและระบายน้ำ โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และระบบจัดส่งน้ำจืด ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทน้ำประปาไต้หวัน คาดว่าเมื่อโครงการระยะแรกเสร็จสิ้นจะสามารถผลิตน้ำจืดได้สูงสุดวันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตร โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 16,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และคาดว่าจะเริ่มทดลองใช้งานในปี 2028 น้ำจืดที่ผลิตได้จะถูกบูรณาการเข้ากับระบบน้ำประปาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำจืดในพื้นที่และเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการแหล่งน้ำ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในภูมิภาค โรงงานนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความหลากหลายและความมั่นคงในการจัดการแหล่งน้ำในภาคใต้ของไต้หวัน ซึ่งมักประสบปัญหาภัยแล้ง นอกจากนี้ โรงงานยังได้รับการออกแบบให้หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเลือกพื้นที่ที่ไม่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศ มีการจัดตั้งแนวกันชนสีเขียว และบังคับใช้มาตรการป้องกันและควบคุมมลพิษอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของไต้หวันระยะที่ 1 ซึ่งรวมถึงการสร้างโรงงานในเมืองซินจู๋ ทั้งสองโรงงานคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำจืดรวมกว่า 30 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำในไต้หวันอย่างมาก ในปัจจุบัน แหล่งน้ำส่วนใหญ่ในไต้หวันมาจากน้ำฝน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรง ทำให้ปริมาณน้ำฝนในฤดูฝนและฤดูแล้งมีความแตกต่างกันอย่างมาก การพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ เช่น โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล จึงเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยเสถียรภาพแหล่งน้ำในไต้หวัน โดยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำฝน...more14minPlay
August 20, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 ส.ค.2567 ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพลศึกษาและการกีฬาแห่งชาติไต้หวัน(National Taiwan University of Sport)ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบตรวจวิเคราะห์สไตรค์โซนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ท่าทางการเล่นเบสบอลของนักกีฬาในรูปแบบ 3 มิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้เป็นระบบแรกของโลกที่สามารถรวมต้นเหตุและผลลัพธ์ของการขว้างลูกเบสบอลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและครอบคลุมสำหรับการวิเคราะห์ทักษะและปรับปรุงการเล่นของนักกีฬา ระบบนี้ใช้กล้องความเร็วสูงจำนวน 6 ตัวในการตรวจจับและวิเคราะห์หลายปัจจัยที่สำคัญ เช่น ความเร็วของลูกเบสบอล ตำแหน่งที่ลูกผ่านเข้าฐาน ความเร็วเริ่มต้นของลูก มุมการขว้าง และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บในระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยข้อมูลภาพที่ชัดเจนและครบถ้วน ทำให้นักวิจัยและผู้ฝึกสอนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเทคนิคการเล่นของนักกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อัลกอริธึมของระบบใช้เทคโนโลยีการติดตามเพื่อนำข้อมูลมาสร้างภาพข้อต่อของมนุษย์ในรูปแบบ 3 มิติ รวมถึงวิเคราะห์การก้าวเดิน องศามุมข้อต่อ แรงที่ใช้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการฝึกซ้อมเพิ่มความแม่นยำ และการฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เทคโนโลยีนี้ใช้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึกในการจับภาพข้อต่อของมนุษย์ และเทคโนโลยีการมองเห็นแบบ 3 มิติในการสร้างภาพและติดตามการเคลื่อนไหวของร่างกายในรูปแบบ 3 มิติ ระบบสามารถสร้างภาพ 3D แบบอะซิงโครนัสโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม โดยใช้การตรวจจับภาพจาก 3 มุมมอง การประมวลผลภาพด้วย OpenCV และการประมวลผลสัญญาณอย่างมีประสิทธิภาพ...more15minPlay
August 13, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 ส.ค.2567 ปิงปอง (เทเบิลเทนนิส) หนึ่งในกีฬายอดนิยมของไต้หวัน มีนักกีฬารุ่นเยาว์จำนวนมากที่อุทิศตนให้กับการฝึกซ้อมเพื่อความสำเร็จในระดับโลก ในความเป็นจริง ไต้หวันมีความโดดเด่นในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิส การผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของไต้หวันและความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ นำไปสู่การพัฒนาไม้ตีปิงปองอัจฉริยะและระบบฝึกซ้อมปิงปองที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ ทำให้ในอนาคตการฝึกเทคนิคการตีปิงปองระดับโลกจะเป็นเรื่องง่าย แม้แต่การฝึกที่บ้านก็สามารถทำได้ ปัจจุบันไม้ตีปิงปองอัจฉริยะได้ถูกพัฒนาขึ้นแล้ว โดยกลุ่ม "3T Magic" ซึ่ง "3T" ย่อมาจาก Talent (ความสามารถ), Technology (เทคโนโลยี), และ Tactics (ยุทธวิธี) โครงการนี้ริเริ่มโดยการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ความแม่นยำในการกีฬา โดยไม้ปิงปองอัจฉริยะนี้มีเซ็นเซอร์ 9 แกนฝังอยู่ในด้ามจับ และมีแผ่นตรวจจับแรงกระทบ FSR (Force Sensitive Resistor) บางๆ ติดอยู่ระหว่างกระดานไม้กับยาง ช่วยให้นักกีฬาสามารถรับรู้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแรงสวิงในการตีแต่ละครั้ง ความเร็ว การเร่งความเร็ว วิถีสวิง จุดตี และพารามิเตอร์อื่นๆ ข้อมูลเหล่านี้ถูกคำนวณและวิเคราะห์ ทำให้นักกีฬารู้ถึงประสิทธิภาพของวงสวิงและภาวะความอ่อนล้าของตัวเอง การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมและปรับปรุงเทคนิคการตี ในระหว่างขั้นตอนการตีลูก สัญญาณทั้งหมดที่ตรวจจับได้จะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ โดยรวมกับวิดีโอของการตี ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างลึกซึ้งและเก็บข้อมูลระยะยาวของนักกีฬาแต่ละคน ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับโค้ชและนักกีฬาในการปรับปรุงเทคนิคและความสามารถ ที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากการฝึกซ้อม นักกีฬาจะสามารถรับทราบข้อมูลความเปลี่ยนแปลงหลังการฝึกได้ผ่านรายงานการทดสอบที่มีมาตรฐาน ซึ่งไม่ได้พึ่งพาการประเมินจากความรู้สึกของมนุษย์เท่านั้น แม้ว่าไม้ปิงปองอัจฉริยะที่ผลิตโดยนักวิจัยชาวไต้หวันนี้ยังไม่สามารถใช้งานในขณะลงแข่งขันจริงได้ แต่สามารถนำมาใช้ในการจำลองการแข่งขันและฝึกซ้อมรายวันได้ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคนิคการตีปิงปองระดับโลก...more14minPlay
August 06, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 6 ส.ค.2567การวิจัยพัฒนาพื้นรองเท้าตรวจจับแรงกดอัจฉริยะ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ของไต้หวัน พัฒนาวัสดุมาโครโพลิเมอร์ที่ไวต่อแรงกดใช้ร่วมกับอิเล็กโทรดแบบ interdigitated สำหรับการตรวจจับแรงกดและผสานรวมกับวงจรการคำนวณเพื่อบันทึกการกระจายแรงกดบนเท้าซ้ายและขวาของผู้สวมใส่ อัตราส่วนน้ำหนักของร่างกายต่อเท้าซ้ายและขวา การเดิน และความถี่ในการก้าว รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงกดของเท้าระหว่างการเคลื่อนไหว เช่น จุดศูนย์กลางแรงกด (COP) เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหว ข้อมูลจะถูกส่งแบบไร้สายและสามารถแสดงผลแบบเรียลไทม์ผ่านแอพ ทำให้สามารถมองเห็นข้อมูลข้างต้นได้ ปัจจุบันมีเซ็นเซอร์วัดแรงกดเท้าในท้องตลาดวัดได้เพียงไม่กี่จุด (น้อยกว่า 10 จุด) ส่วนใหญ่การจำลองอัลกอริทึม ยังไม่สามารถบันทึกข้อมูลจริงของผู้เข้ารับการตรวจวัดได้ครบถ้วน ในขณะที่การมีข้อมูลจริงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้ประโยชน์ทางการกีฬาหรือการแพทย์ ดังนั้น ITRI จึงรวมเซ็นเซอร์แรงกดแบบหลายจุดด้วยรอยพิมพ์เครือข่าย ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลจริงและละเอียด ต้นทุนต่ำ ความไวในการตรวจจับแรงกดสูง และมีความเร็วในการเก็บข้อมูล สามารถปรับแต่งจำนวนเซ็นเซอร์แรงกดตามความต้องการได้ เป็นการขยายขอบเขตประโยชน์การใช้งาน การกระจายแรงกดของเท้ามีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ รูปร่างของเท้า ท่าเดิน (วิ่ง) ส่งผลต่อสภาพร่างกายและการเปลี่ยนแปลงของกระดูก รวมถึงประสิทธิภาพและขีดจำกัดของนักกีฬา เทคโนโลยีการตรวจจับแรงกดฝ่าเท้าอัจฉริยะที่พัฒนาโดย ITRI ทำลายข้อจำกัดเดิมที่ว่ามีเพียงนักกีฬาชั้นนำเท่านั้นจึงจะได้รับการวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากต้นทุนต่ำลงทำให้กีฬาทั่วไปสามารถได้รับการตรวจวิเคราะห์การเคลื่อนไหว มีการเปิดแพลตฟอร์มข้อมูล ช่วยให้นักกีฬาต่างๆ สามารถวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวและประสิทธิภาพการออกแรงกดเท้า เป็นการพัฒนาอัลกอริธึมและ APP ต่างๆ ไขปริศนาการเคลื่อนไหวและท่าทางของมนุษย์ ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์เดินสองเท้าด้วย...more15minPlay
July 30, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ก.ค.2567ไต้หวันวิจัยเทคโนโลยีการกีฬาช่วยนักกีฬาคว้าเหรียญรางวัล อู๋เฉิงเหวิน (吳誠文) รมว. กระทรวงวิทยาศาสตร์ อดีตนักเบสบอลระดับชาติ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกในวันที่ 17 กรกฎาคม 2024 ได้มีการรายงานผลการส่งเสริมวิจัยเทคโนโลยีการกีฬา ช่วยเหลือนักกีฬาระดับชาติคว้าเหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในอนาคตจะช่วยเสริมสมรรถนะการแบกเกี้ยวในพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ศาลเจ้าไป๋ซาถุน (白沙屯) จะพิจารณาว่ามีเทคโนโลยีอะไรช่วยเพิ่มพลังในการเดินแบกเกี้ยวระยะทางไกลได้ กระทรวงวิทยาศาสตร์แห่งชาติจัดการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 11 มีการรายงาน "ผลการส่งเสริมการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา" รายงานผลการดำเนินงานในปัจจุบันและแผนงานสำหรับกีฬาในสังคมอย่างครบวงจร อู๋เฉิงเหวิน แถลงข่าวหลังการประชุมว่ากีฬาถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมและวัฒนธรรมของชาติ ในอนาคต "แผนโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์ความแม่นยำด้านการกีฬา” จะอาศัยพื้นฐานของกีฬาและเทคโนโลยี ส่งเสริมสุขภาพประชาชน วัฒนธรรมที่ดีต่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ "ชาวไต้หวันมีสุขภาพดี" ซูซั่วปิน (蘇碩斌) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ชี้ว่า เพื่อสนับสนุนนักกีฬาโอลิมปิก รัฐบาลได้ผลักดัน "แผนโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์ความแม่นยำด้านการกีฬา" ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2018 โดยระยะแรกของแผนโครงการเริ่ม 2018 – 2022 ได้อุดหนุนทีมวิจัยทั้งหมด 8 ทีม โดยมุ่งเน้น 5 กีฬาที่ไต้หวันได้เปรียบและมีศักยภาพ ได้แก่ เบสบอล แบดมินตัน ปิงปอง ยกน้ำหนัก และปั่นจักรยาน ประสบความสำเร็จในการพัฒนา พื้นรองเท้าวัดแรงกดเท้าแบบเซนเซ่อร์ไร้สาย, KarmaZone สไตร์คโซนเบสบอล, ระบบอัจฉริยะวิเคราะห์การเทคนิคตีลูกปิงปอง ซู่ซั่วปินกล่าวว่าาแผนโครงการระยะที่ 2 ปี 2023 - 2026 หวังที่จะขยายขอบเขตตามความต้องการของประชาชน อุดหนุนทีมวิจัย 12 ทีม ครอบคลุมฟุตบอล ยิมนาสติก เบสบอล มวย ว่ายน้ำ แบดมินตัน วอลเลย์บอล เทเบิลเทนนิส ไตรกีฬา และยกน้ำหนัก รวม 10 รายการ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ แอปพลิเคชันใหม่ และรูปแบบธุรกิจใหม่ หวังส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการกีฬาและสุขภาพของประชาชน ซูชั่วปิน ยกตัวอย่างผลการวิจัยโครงการ "วิธีการและอุปกรณ์ตรวจจับตำแหน่งสไตร์คโซนกีฬาเบสบอล" ที่พัฒนาโดยทีมงานของ ศ. หม่าสีปิน (馬席彬) ม. ชิงหัว ได้วิจัยพัฒนาอุปกรณ์และวิธีการตรวจหาตำแหน่งไม้ตีและจุดตีลูกที่ดีที่สุด ได้จดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาและไต้หวันแล้ว รวมทั้งเครื่องจ่ายบอลอัจฉริยะที่สามารถควบคุมความเร็วของลูก จุดลงของลูก และประเภทของลูกได้โดยอัตโนมัติและแม่นยำ ซูซั่วปินชี้ว่า ผลการวิจัยโครงการที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือนักกีฬาระดับชาติ เช่น กัวซิ่งฉุน (郭婞淳), ไต้จืออิ่ง (戴資穎), หลินหยุนหรู (林昀儒), เจิ้งอี๋จิ้ง (鄭怡靜), เฉินป๋อเอี้ยน (陳柏諺), หวังก้วนหง (王冠閎), เฉินเนี่ยนฉิน(陳念琴) และถังเจียหง (唐嘉鴻) บรรลุผลที่ดีในการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์อันเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวไต้หวัน เมื่อมองไปข้างหน้าในอนาคต ซูซั่วปิน กล่าวว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์มีเป้าหมายที่จะพัฒนาการกีฬาในเชิงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไต้หวัน เช่น การแห่เจ้าแม่มาจู่ของศาลเจ้าไป๋ซาถุน จะพิจารณาว่ามีเทคโนโลยีการกีฬาใดบ้างที่สามารถช่วยเหลือ ผู้แบกเกี้ยวเจ้าแม่มาจู่เดินทางระยะไกล...more15minPlay
July 23, 2024ไต้หวันไฮเทค - 2024-07-23ไต้หวันจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ฟีโนไทป์พืชแห่งชาติสำหรับเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่ที่ทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปกระทรวงเกษตรได้ลงทุน 139 ล้านดอลลาร์ไต้หวันเพื่อสร้าง "ระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์ของพืชแห่งชาติ" บริหารจัดการโดยสถาบันวิจัยการเกษตรไต้หวัน ประกอบด้วยโรงเรือนควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาดและระบบการเพาะปลูกกลางแจ้ง ถือเป็นระบบแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เก็บรวบรวมข้อมูลพืชและพารามิเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องและโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืช นำไปสู่การวิเคราะห์บิ๊กดาต้าเพื่อเร่งการวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชชนิดใหม่ที่ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการออกแบบพันธุ์พืชใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด"ฟีโนไทป์ของพืช" คือลักษณะที่ปรากฏของพืช ซึ่งถูกกำหนดโดยยีนและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กัน สถาบันวิจัยการเกษตรไต้หวันระบุว่ามีเป้าหมายสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลการผสมพันธุ์พืชภายใน 5 ปี ด้วยการผสานความรู้การคัดเลือกจีโนม กลยุทธ์การผสมพันธุ์ และเทคโนโลยีอื่นๆ การวางแผนจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ฟีโนไทป์พืชแห่งไต้หวันเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2021 และเริ่มดำเนินการในปี 2022 โดยสร้างเสร็จและเริ่มทดลองใช้งานในเดือนพฤษภาคม ปี 2024 หลินเสวียซือ (林學詩) ผู้อำนวยการสถาบันการทดลองทางการเกษตรกล่าวว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีระบบฟีโนไทป์ขนาดเล็กขององค์กรต่างๆ เช่น Academia Sinica, มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน และศูนย์พืชผักแห่งเอเชีย สำหรับระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์ระดับชาติที่จัดตั้งโดยสถาบันวิจัยการเกษตรนี้ มีความพิเศษเนื่องจากใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก นับเป็นชุดแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอนาคตนอกจากใช้งานโดยสถาบันวิจัยการเกษตรแล้ว ยังจะเปิดให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยอื่นๆ และผู้ประกอบการใช้งานได้ด้วยการผสมพันธุ์พืชแบบดั้งเดิมต้องมีการสำรวจตรวจดูรูปลักษณ์ของพืชเพื่อทำความเข้าใจลักษณะต่างๆ เช่น ความทนทานต่อความร้อนและความแห้งแล้ง ซึ่งเรียกว่าการวิจัยฟีโนมิกส์ แม้ว่าการวิจัยในไต้หวันเกี่ยวกับจีโนมมีความก้าวหน้ามาก แต่การวิจัยฟีโนมิกส์ยังล่าช้า การจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ฟีโนไทป์พืชแห่งชาติถือเป็นหลักไมล์ใหม่ของการเพาะพันธุ์พืชที่แม่นยำการตรวจสอบฟีโนไทป์เพื่อการผสมพันธุ์พืชแบบดั้งเดิมต้องอาศัยแรงงานคนและการทำลายพืชเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสรีรวิทยา เช่น อัตราการสังเคราะห์แสงและอัตราการแปลงซูโครส ซึ่งทำให้การเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่ใช้เวลา 8-10 ปี ระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์ระดับชาติที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้สามารถรวบรวมข้อมูลหลายมิติได้อย่างต่อเนื่องและไม่ทำลายพืช ทำการวิเคราะห์ทางกายภาพและส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ช่วยเร่งการวิจัยฟีโนไทป์และลดเวลาการเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่ได้อุปกรณ์ของศูนย์วิเคราะห์ฟีโนไทป์ประกอบด้วยระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์สายพานลำเลียงอัตโนมัตินำเข้าจากเยอรมนี ซึ่งสามารถทำการเพาะปลูกและวิเคราะห์ภาพด้วยแสงและเลเซอร์ในเรือนเพาะชำควบคุมสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์แบบรถเครนสนามที่นำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีเครื่องสแกนเลเซอร์หลายสเปกตรัมแบบเลนส์คู่ สามารถปลูกพืชได้ 5,000 ต้นในเวลาเดียวกันและรวบรวมลักษณะเฉพาะ 19 อย่าง เช่น ชีวมวลของพืช พื้นที่ใบ และพารามิเตอร์สเปกตรัมกระทรวงเกษตรอุดหนุนสถาบันวิจัยการเกษตรสร้าง "ระบบวิเคราะห์ฟีโนไทป์ของพืชแห่งชาติ" สร้างเรือนเพาะชำที่สามารถวิเคราะห์พืชพรรณได้ 200 ต้นด้วยระบบ LemnaTec PhenoAIxpert HT นำเข้าจากเยอรมันนี Photo:CNA,Taiwan ...more15minPlay
July 16, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ก.ค.2567ม.เฉิงกงพัฒนาวัสดุนำไฟฟ้า ทนทานต่อการสึกหรอ และมีเอนโทรปีสูง ม.แห่งชาติเฉิงกง(National Cheng Kung University) ได้แถลงในวันที่ 4 กรกฏาคม ว่า ศ.ซือเฉวียนฟง(施權峰) ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าของ ม.เฉิงกงได้จัดตั้งทีมวิจัยเอนโทรปีสูง ซึ่งประกอบด้วย ศ.หลิวฮ่าวจื้อ,ศ.สวี่เหวินตง ภาควิชาวัสดุ และ ศ.หยางเฉิงซาน สถาบันออปโตอิเล็กทรอนิกส์ ม.แห่งชาติไต้หวัน และนักศึกษาระดับปริญญาเอก เยี่ยเจิ้งเสียน ม. เฉิงกง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุเอนโทรปีสูงที่เป็นสื่อกระแสไฟฟ้าและทนทานต่อการสึกหรอ ผลความสำเร็จนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ซึ่งเป็นวารสารทรงอิทธิพลของอังกฤษ ม.เฉิงกง ชี้ว่าวัสดุเอนโทรปีสูงประกอบด้วยองค์ประกอบหลักหลายอย่างรวมกันในสภาวะที่ใกล้เคียงกัน เป็นวิทยาการสาขาวัสดุศาสตร์ที่ได้รับความสนใจมากในช่วงไม่กี่ปีนี้ การผสมผสานที่หลากหลายขององค์ประกอบได้ทำลายข้อจำกัดแบบดั้งเดิม ทำให้ตารางธาตุมีการเปลี่ยนแปลง และเป็นนวัตกรรมเพิ่มทางเลือกในการใช้วัสดุ ทีมวิจัยเริ่มต้นจากหลักวิชาการด้านOptics กลศาสตร์ ไฟฟ้า และวัสดุศาสตร์เชิงคำนวณ นำเสนอว่าวัสดุเอนโทรปีสูงสามารถออกแบบการนำไฟฟ้าผ่านการผสมผสานองค์ประกอบเชิงเส้น และพิสูจน์ว่าการส่งผ่านอิเล็กตรอนมีความสัมพันธ์กับมวลของอิเล็กตรอน และความถี่พลาสมาเกี่ยวข้องกับการล่าช้าของเวลา นี่คือการค้นพบที่สำคัญในด้านวัสดุเอนโทรปีสูง นับจากนี้การออกแบบวัสดุเอนโทรปีสูงจะมีขอบเขตกว้างขึ้นในอนาคต ศ.ซือเฉวียนฟง ชี้ว่าการวิจัยนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือข้ามสาขาและมีส่วนสนับสนุนที่สำคัญต่อทฤษฎีกลไกการนำไฟฟ้าของโลหะผสมที่มีเอนโทรปีสูง โดยจะขยายการใช้งานไปยังเซมิคอนดักเตอร์ ตัวเชื่อมต่อ การสื่อสาร และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการยกระดับขีดจำกัดของการใช้งานให้สูงขึ้น ศ.หยางเฉิงซาน ชี้ให้เห็นว่าการวิจัยในอดีตเกี่ยวกับโลหะผสมเอนโทรปีสูงมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติทางกลศาสตร์ แต่การวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าสามารถขยายไปยังสาขาเซมิคอนดักเตอร์ได้ ด้วยการคำนวณจำลอง พัฒนารูปแบบจำลองคุณสมบัติแสงและคุณสมบัติไฟฟ้าของวัสดุเอนโทรปีสูง จะช่วยเร่งการพัฒนาโลหะผสมเอนโทรปีสูงประยุกต์ใช้งานเซมิคอนดักเตอร์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ให้ก้าวหน้าขึ้นได้...more15minPlay
July 09, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ก.ค.2567การประยุกต์ใช้ AR ในสมาร์ทโฟน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 5 ปี การสำรวจล่าสุดของ Ericsson ชี้ให้เห็นว่าการส่งข้อมูล (data) ทางสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ระบบ 5G ทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการส่งข้อมูลโดยเฉลี่ยของผู้ใช้ 5G อยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของ 4G นอกจากนี้ การสำรวจผู้ใช้งานเทคโนโลยี AR บ่งชี้ว่าจำนวนผู้ใช้อุปกรณ์ AR (เช่น แว่นตา AR ฯลฯ) ร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไป คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 5 ปีข้างหน้า จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคโดยหน่วยงานวิจัยของ Ericsson ในกลุ่มผู้ใช้ 5G ทั่วโลก สัดส่วนของผู้ใช้ที่ใช้แอปพลิเคชัน AR ทุกวันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2021 เป็น 38% ในปี 2023 ในขณะที่ระดับการใช้งาน AR ในหมู่ผู้ใช้ 5G ของไต้หวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เวลาเฉลี่ยต่อวันที่ใช้แอปพลิเคชัน AR ในปี 2023 เพิ่มขึ้น 45 นาที เมื่อเทียบกับปี 2021 จะเห็นได้ว่าแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับ AR ได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้ใช้ 5G ทั่วโลก โจวต้าชี่ (周大企) ผู้จัดการทั่วไปของ Ericsson Taiwan กล่าวว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมหากมีเครือข่ายมือถือที่พิเศษกว่าจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เนื่องจากการใช้งาน AR จะมีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต และยังพบว่าความต้องการของผู้บริโภคไต้หวันในการรับชมวิดีโอคมชัดสูงและเสียงขั้นสูงมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาผู้ใช้ชาวไต้หวันใช้เวลารับชมวิดีโอ 360 องศา เพิ่มขึ้น 35 นาทีต่อวัน เวลาในการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งเปอร์สเปคทีฟเพิ่มขึ้น 15 นาที ในขณะที่เวลาในการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งความละเอียดปกติลดลง 60 นาที นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการสตรีมเสียงและวิดีโอทั่วไป การใช้ข้อมูลของรูปแบบเสียงและวิดีโอที่ปรับปรุงดีขึ้น เช่น ฟังก์ชันการโต้ตอบ เพิ่มขึ้นมากถึง 5 เท่า ซึ่งหมายความผู้บริโภคต้องประสิทธิภาพเครือข่าย 5G เพิ่มขึ้นเช่นกัน หน่วยวิจัย Ericsson ConsumerLab รายงาน "Augmented Tomorrow" ชี้ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ AR ที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และยินดีจ่ายเพิ่มอีก 20% สำหรับการพกพาได้ Jasmeet Singh Sethi หัวหน้าหน่วยวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค Ericsson ConsumerLab ของ Ericsson กล่าวว่า Ericsson คาดว่าแว่นตา AR ที่ใช้เทคโนโลยี AI ที่ผสานกับสมาร์ทโฟน 5G จะกลายเป็นกุญแจสำคัญผลักดันเทคโนโลยีสู่การใช้งานที่ก้าวหน้าขึ้น วางรากฐานสำหรับ AR อย่างสมบูรณ์...more15minPlay
July 02, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ก.ค.2567อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 100,000 ปี ผู้คนชอบอยู่ในห้องปรับอากาศหรือสวมเสื้อผ้าที่เย็นสบาย ทีมวิจัยที่นำโดย ศ. ว่านเต๋อฮุย (萬德輝) จากสถาบันวิศวกรรมการแพทย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหัว ได้เรียนรู้จาก มดสีเงินในทะเลทรายซาฮารา พัฒนาวัสดุเลียนแบบสิ่งมีชีวิต "นาโนไฟเบอร์เย็นพิเศษ" โดยวางแผ่นไฟเบอร์บางยืดหยุ่น ไม่แตกหัก ทนทานต่อรังสียูวี และทนฝนกรดไว้บนหลังคา เปรียบเสมือนการสวมเสื้อผ้าคลุมรักษาความเย็นให้อาคาร ซึ่งสามารถทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นลงได้มากกว่า 12 องศาเซลเซียส ประหยัดเงินค่าไฟฟ้า ประหยัดพลังงาน ลดคาร์บอน และช่วยโลกอีกด้วย ว่านเต๋อฮุยชี้ว่ามดเงินซาฮาราสามารถอยู่รอดได้ในทะเลทรายที่อุณหภูมิสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส สาเหตุหลักมาจากมดมีขนตามลำตัวรูปสามเหลี่ยมคล้ายกับขนบนตัว ซึ่งสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ส่วนใหญ่และปล่อยแสงอินฟราเรดออกมาเพื่อให้เกิดความเย็นทีมวิจัย ม.ชิงหัว พัฒนาวัสดุคลุมเก็บความเย็นในอาคาร ทีมงานได้รับแรงบันดาลใจจากขนบนตัวของมดเงินซาฮารา ทำการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับวัสดุ รูปร่าง ขนาด และสีต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมเชิงแสงขั้นสูง พวกเขาใช้วัสดุเซรามิกเพื่อสร้างเส้นใยสีขาวที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายร้อยนาโนเมตร สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ 97% จึงเก็บรักษาความเย็นได้ที่ดีที่สุด ว่านเต๋อฮุย กล่าวว่าเขานำทีมนักศึกษาทดลองบนหลังคาของอาคารใน ม. ชิงหัว ภายใต้แสงแดดที่แรงกล้า เขาวางฟิล์มนาโนไฟเบอร์เย็นพิเศษบนหลังคาบ้านจำลอง จากนั้นวัดอุณหภูมิด้วย กล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดเขาพบว่าอุณหภูมิลดลงจาก 50 องศาเซลเซียสลดลงเหลือ 29 องศาเปรียบเทียบอุณหภูมิ หลังวางฟิล์มนาโนไฟเบอร์บนหลังคาบ้านจำลอง นอกจากนี้ ในฤดูร้อนอุณหภูมิภายในรถมักจะสูงถึง 60 องศาเซลเซียส หากเคลือบด้วยฟิล์มนาโนเย็นพิเศษ อุณหภูมิจะลดลง 17 องศา ถือว่าน่าทึ่งมากจริงๆ แผ่นนาโนไฟเบอร์เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอาคารสีเขียว สามารถนำไปใช้ในรถยนต์ โรงเรือนเกษตร ห้องเย็น ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ โดยสามารถระบายความร้อนและทำให้เย็นลงได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า...more15minPlay
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.