
Sign up to save your podcasts
Or


การผลิตไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพของนครนิวไทเป
เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานที่ยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ผู้ว่านครนิวไทเป โหวโหย่วอี๋ (侯友宜) ได้ไปตรวจดูการผลิตพลังงานความร้อนใต้พิภพที่โรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพจินซานซื่อข้วงจื่อผิง (金山四磺子坪) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพภูเขาไฟแห่งแรกในไต้หวัน โดยคาดหวังว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพของนิวไทเปจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของไต้หวัน
บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวันเปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยวงการแพทย์ นำเสนอแนวคิดแห่งอนาคต ในงาน CES 2025
เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า คุณเพียงยืนหน้ากระจก และในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที คุณก็สามารถรู้ข้อมูลสุขภาพของตัวเอง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ค่าออกซิเจนในเลือด สุขภาพหัวใจและปอด รวมถึงอัตราการหายใจ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ เพียงแค่ดูในกระจกก็สามารถเข้าใจสุขภาพของคุณได้อย่างง่ายดาย นี่คือผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพไต้หวัน Face Heart (鉅怡智慧)ได้นำเสนอเทคโนโลยี "ไร้การสัมผัส" นี้ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค (CES) ที่สหรัฐฯ โดยการประยุกต์ใช้ในการแพทย์ทางไกลและการดูแลสุขภาพระยะไกล และในอนาคต คุณอาจใช้งานได้เองที่บ้าน เทคโนโลยีนี้ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 2
ible Technology Incพัฒนาสร้อยคอที่ทั้งทันสมัยและใช้งานได้จริง เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5
Dot Space พัฒนาแคปซูลดิจิทัล ขนาดเท่าเม็ดน้ำมันปลา เพียงแค่กลืนก็ตรวจจับความเครียดและอุณหภูมิภายในร่างกายที่มองไม่เห็นได้ในทันที
ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้าน IT เป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวในไต้หวัน
ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (TASA) แถลงว่า ได้คัดเลือกอุปกรณ์และเครื่องมือที่ผลิตในไต้หวันจำนวน 4 รายการ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการบรรทุกสัมภาระร่วม (rideshare payload) บนดาวเทียม Faraday Dragon ของบริษัท In-Space Missions (ISM) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BAE Systems จากสหราชอาณาจักร คาดว่าดาวเทียมดังกล่าวจะถูกปล่อยสู่อวกาศ อย่างเร็วในปี 2027 เพื่อทดสอบการทำงานในอวกาศและได้รับบันทึกประวัติการใช้งาน flight heritage
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยซื่อซิน(Shih Hsin University) จัดประชุมสัมมนานานาชาติเรื่องแนวโน้มและความท้าทายด้านการบริหารจัดการธุรกิจในยุค AI
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2024 ม.ซื่อซิน จัดสัมมนานานาชาติเรื่องแนวโน้มและความท้าทายด้านการบริหารจัดการธุรกิจในยุค AI โดยเน้นการสำรวจผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อรูปแบบการจัดการธุรกิจ ลักษณะการทำงาน และความต้องการทักษะในอนาคต อดีต นรม.เฉินชง(陳冲)ได้กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ AI สามารถทำให้บริการทางการแพทย์แม่นยำยิ่งขึ้น และอาจทำให้แนวคิด "ป้องกันก่อนป่วย" เป็นจริงได้
ในหัวข้อ “AI allows more outside-the-box thinking” (AI ช่วยเปิดกรอบความคิดสู่ความสร้างสรรค์) เฉินชงได้ชี้ให้เห็นว่า AI สามารถปลดล็อกกรอบความคิดแบบเดิม ๆ และเติมเต็มนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับการบริหารจัดการธุรกิจ นอกจากนี้ เขายังเปรียบเทียบ AI ในการแพทย์กับหลักการ "มอง ฟัง สอบถาม และจับชีพจร" (望聞問切) ในการวินิจฉัยโรคแบบแผนจีน พร้อมเน้นย้ำว่า AI สามารถขยายการใช้งานข้อมูลทางการแพทย์และบรรลุแนวคิดป้องกันโรคได้ก่อนที่จะเกิดโรคขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาเตือนถึงปัญหาข้อขัดแย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญาและจริยธรรมที่เกิดจากการใช้ AI พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายให้เหมาะสมกับความก้าวหน้าของ AI
นายแพทย์หวงอี้ซิว(黃奕修) หัวหน้าแผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาลฉางเกิง สาขาหลินโข่ว และผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจอตาในไต้หวัน ได้แบ่งปันประสบการณ์ในหัวข้อ "การแพทย์อัจฉริยะ – บทเรียนจากการพัฒนาด้านจักษุวิทยา" โดยเขาอธิบายว่า AI เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการวินิจฉัยโรคด้านจักษุ เพราะมีพื้นฐานจากภาพถ่ายทางการแพทย์ที่ช่วยให้การวิเคราะห์แม่นยำยิ่งขึ้น ตั้งแต่การช่วยผ่าตัดต้อกระจกไปจนถึงการพยากรณ์ความเสี่ยงจากภาพจอตา เช่น โรคเบาหวาน หัวใจขาดเลือด และแม้กระทั่งความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต นพ.หวงกล่าวว่า AI มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงตรรกะการวินิจฉัยโรคและสนับสนุนการรักษาที่แม่นยำเฉพาะบุคคล พร้อมเรียกร้องให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์สำหรับ AI อย่างเหมาะสม
ด้าน ดร.โทโมฮิโระ โมริคาวะ(Tomohiro Morikawa) รองศ.จากมหาวิทยาลัยเฮียวโงะ(University of Hyogo) ประเทศญี่ปุ่น ได้วิเคราะห์การประยุกต์ใช้ AI ในด้านความปลอดภัยของการดำเนินงานองค์กร โดยนำเสนอกรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยี Deep Learning และ Natural Language Processing (NLP) เพื่อคาดการณ์และรับมือต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยดิจิทัลขององค์กร
ในพิธีเปิดงาน หลี่กงฉิน(李功勤) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยซื่อซิน กล่าวว่านวัตกรรม AI กำลังเร่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างสังคมทั่วโลก โดยสถาบันการศึกษาควรมีบทบาทเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ การประชุมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการยุคใหม่ที่มีทักษะด้านข้อมูลและการสื่อสารครบถ้วน
อดีต นรม.เฉินชง ชี้ว่า การประยุกต์ใช้ AI สามารถทำให้บริการทางการแพทย์แม่นยำยิ่งขึ้น
ป้ายทะเบียนรถยนต์อัฉริยะ แยกแยะของจริงของปลอมได้ในพริบตา
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ปัญหาป้ายทะเบียนปลอมในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในสังคม กระทรวงคมนาคมกำลังแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษ ยังมีผู้ประกอบการที่เปิดตัว “ ป้ายทะเบียน AI ต่อต้านการปลอมแปลง” เทคโนโลยีล่าสุดนี้สามารถแยกแยะป้ายจริงป้ายปลอมได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
เทคโนโลยีใหม่ของ ม.หยางหมิงเจียวทง ปรับปรุงสีของฉลากต่อต้านการปลอมแปลง และเพิ่มความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน
มหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทงแถลงในวันที่ 17 ตุลาคม 2024 ระบุว่า ป้ายป้องกันการปลอมแปลงแบบดั้งเดิม เช่น ลวดลายบนบัตรเครดิตและเทคโนโลยีโฮโลแกรมบนธนบัตรญี่ปุ่นแบบใหม่ อาศัยโครงสร้างกริดในการกระจายแสง แต่การแสดงสีมีข้อจำกัด หากสามารถเอาชนะข้อจำกัดในการแสดงผลสีและแสงได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการป้องกันการปลอมแปลงได้อย่างมาก
ทีมวิจัยของ ม.หยางหมิงเจียวทง พัฒนาเทคโนโลยี Metasurfaces แถบคลื่นแคบที่สามารถยกระดับสีของป้ายป้องกันการปลอมแปลงได้
ไต้หวันจะเดินหน้าส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในประเทศ และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
รมช. กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เหลียนจิ่นจาง (連錦漳) กล่าวว่า ไต้หวันกำลังเดินหน้าพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ โดยตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าถึง 60-70% ภายในปี 2050 สำหรับการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพ กระทรวงเศรษฐกิจได้มอบหมายให้บริษัท CPC (China Petroleum Corporation) และ Taiwan Power Company (Taipower) วางแผนโครงการขุดเจาะสำรวจระดับลึก ซึ่งคาดว่าจะมีทีมงานประมาณ 20 ทีมเริ่มดำเนินการในปีหน้า และตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ 1GW ภายในปี 2027-2028
บริษัท GOLDSUN BUILDING MATERIALS แถลงว่าได้ร่วมกับสถาบันวิจัยการก่อสร้างแห่งไต้หวัน(Taiwan Construction Research Institute หรือ TCRI) ดำเนินโครงการ “ระบบช่วยจัดการการผลิตด้วย AI ขนาดใหญ่ - โมดูลการผลิตอัจฉริยะคอนกรีตผสมเสร็จ 4.0” โดยเลือกใช้โรงงานในเมืองไทจงของบริษัทเป็นโรงงานต้นแบบในการติดตั้งระบบช่วยการผลิต AI 4.0 แห่งแรกของไต้หวัน และคาดว่าจะทดสอบระบบเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ก่อนขยายไปยังโรงงานอื่นๆ
เทคโนโลยีการใช้การรู้จำภาพด้วย AI ช่วยให้โรงงานรีไซเคิลมีแรงงานเสมือนเพิ่มขึ้น
ที่โรงงาน AIRECO ในเช้าตรู่ ขยะจากหลากหลายแหล่งถูกนำมาส่งยังพื้นที่ขนาดใหญ่ของโรงงานรีไซเคิล ขวดพลาสติก กล่องโฟม แผ่นอะคริลิก กล่องกระดาษ, กล่อง Tetra Pak และอลูมิเนียมฟอยล์ถูกคัดแยกโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องแยกมากถึง 30 ประเภท ก่อนที่จะส่งไปยังสายพานลำเลียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง โดยปริมาณขยะที่โรงงานรีไซเคิลต้องจัดการเฉลี่ยเกินกว่า 100 ตันต่อวัน
โรงงานรีไซเคิลส่วนใหญ่ต้องพึ่งแรงงานจำนวนมากในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิล
From the publisher's feed
เรื่องราวเทคโนโลยี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ทันสมัยในไต้หวัน ติดตามได้ในรายการ ไต้หวัน Hi-Tech