Sign up to save your podcastsEmail addressPasswordRegisterOrContinue with GoogleAlready have an account? Log in here.
เรื่องราวเทคโนโลยี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ทันสมัยในไต้หวัน ติดตามได้ในรายการ ไต้หวัน Hi-Tech มีอะไรทันสมัยยิ่งกว่าแนะนำมาเลย ... more
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.
June 25, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 มิ.ย.2567Supercomputer เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบัน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดในไต้หวัน คือ Taipei-1 ที่สร้างโดย NVIDIA ซึ่งมีพลังการประมวลผล 22.3 petaFLOPS และอยู่ในอันดับที่ 38 ในบรรดาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 500 อันดับแรกของโลก โดย Taipei-1 เปิดให้บริการฟรีสำหรับการวิจัยพัฒนาในไต้หวันด้วย ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Taiwania 2 มีพลังการประมวลผล 9 petaFLOPS จางเฉาเลี่ยง (張朝亮) ผู้อำนวยการศูนย์ประมวลผลและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแห่งชาติของไต้หวัน กล่าวว่าเมื่อสร้างขึ้นในปี 2018 Taiwanina 2 อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยการพัฒนาที่เฟื่องฟูของ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลและผู้ผลิตทั่วโลก ได้ลงทุนสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Taiwania 2 ดูเหมือนจะอ่อนแอในระดับสากล อย่างไรก็ตาม จางเฉาเลี่ยงชี้ให้เห็นว่าในปี 2023 เพื่อการฝึกอบรม "กลไกการสนทนาปัญญาประดิษฐ์ที่เชื่อถือได้" "Trusted Artificial Intelligence Dialogue Engine(TAIDE) " ในภาษาจีนตัวเต็ม ทางศูนย์ประมวลผลและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแห่งชาติได้จัดซื้อ GPU H100 ที่ล้ำหน้าของ NVIDA จำนวน 72 ชิ้นในปีนี้ ดำเนินโครงการอัพเกรดพลังการประมวลผล โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ GPU หน่วยประมวลผลหลักจะมีพลังการประมวลผล 16 petaFLOPS ภายในสิ้นปีนี้ และมีแผนจะเพิ่มเป็น 100 ถึง 120 petaFLOPS ในปีหน้า และขนาดสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับเงินทุนที่ได้รับอนุมัติ สำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ CPU เป็นหน่วยประมวลผลหลักนั้น จางเฉาเลี่ยงชี้ว่า TAIWANIA 3 เริ่มให้บริการในปี 2021 มีพลังการประมวลผล 2.3 petaFLOPS และ Forerunner-1 มีพลังการประมวลผลอยู่ที่ 3.53 petaFLOPS ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของไต้หวันที่ติดอยู่ใน 500 อันดับแรกของโลก มี 6 ระบบ ได้แก่ Taipei-1, Taiwania-2, Taiwania-3 และ Forerunner และมีอีก 2 ระบบที่สร้างโดยสำนักพยากรณ์อากาศกลาง กระทรวงคมนาคมที่ร่วมมือกับฟูจิตสึ...more15minPlay
June 18, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 มิ.ย.2567ม.แห่งชาติจงเจิ้ง พัฒนาโดรนปีกยึดสำเร็จแล้ว มหาวิทยาลัยแห่งชาติจงเจิ้ง (National Chung Cheng University :CCU) ได้ออกมาแถลงข่าวในวันที่ 21 พฤษภาคม 2024ว่า แม้ทางมหาวิทยาลัยไม่มีคณะวิศวะการบินและอวกาศ แต่ก็ได้รวบรวมทีมโดรน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องกลและนักวิชาการเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโดรน สร้างโดรนปีกยึดได้ 2 ลำภายในปีเดียว ขณะนี้เสร็จสิ้นการบินทดสอบแล้ว รศ.หยางฮั่นซวิน(楊翰勳) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งรับผิดชอบในการออกแบบโดรนลำนี้ กล่าวว่าโดรนรุ่นนี้มีปีกกว้าง 3 เมตร ความยาวรวม 2.5 เมตร มีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าโดรนปีกยึดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ข้อดีของโดรนปีกยึด เมื่อเปรียบเทียบกับโดรนแบบ quadrotor ทั่วไป โดรนปีกยึดใช้แรงขับน้อยกว่า บินได้นานขึ้น ระยะทางบินไกลขึ้น บินได้เร็วขึ้น น้ำหนักบรรทุกมากกว่า เหมาะในการใช้งานด้านการเกษตร งานสำรวจ งานกู้ภัย และอื่นๆ อู๋อี้จวง(吳亦莊) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งรับผิดชอบโครงสร้างวัสดุ กล่าวว่า วัสดุที่ใช้ในโดรนจะต้องมีความแข็งแรงพอและมีน้ำหนักเบา ในอนาคตจะพัฒนาออกแบบโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้น ลดการใช้วัสดุที่เป็นโลหะจะเป็นการลดน้ำหนักได้อีกด้วย เฉินซื่อเล่อ(陳世樂) ศ.ที่รับผิดชอบทีมพัฒนาโดรน เนื่องจากข้อจำกัดในการบินขึ้นของโดรนปีกยึด จึงไม่สะดวกสำหรับการใช้งานในป่า เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะนี้กำลังพัฒนารันเวย์สำหรับยิงโดรน ขณะนี้ได้พัฒนาโดรนขนาดเล็ก น้ำหนัก 2 กก. บินขึ้นโดยใช้วิธีดีดยิงขึ้นไปได้แล้ว ในอนาคตจะพัฒนาโดรนขนาดเล็กและขนาดกลาง น้ำหนัก 20 กิโลกรัมที่สามารถดีดตัวออกไปได้ด้วย...more15minPlay
June 11, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 มิ.ย.2567 หุ่นยนต์สุนัข AI ที่พัฒนาขึ้นเองชุดแรกในไต้หวันได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 29 พฤษภาคม 2024 ได้แก่ หุ่นยนต์รูปแบบสัตว์เลี้ยง Oliver และหุ่นยนต์ทำงาน Dustin โดยใช้ Intel CPU ขนาดจิ๋ว และควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยชิป Arm ซึ่งการพัฒนาหุ่นยนต์สุนัข AI นี้อยู่ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ไต้หวัน ศ.กัวจ้งเสี่ยน(郭重顯)ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้นำทีมวิจัยเพื่อสร้างหุ่นยนต์สุนัข AI ชุดแรกที่ไต้หวันพัฒนาเอง (NTU DogBot) ผสานสาขาการออกแบบและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หลากหลาย ครอบคลุมการออกแบบเครื่องกล วิศวกรรมระบบควบคุม การพัฒนาการเดิน การนำทางอัตโนมัติ อัลกอริธึม AI ฯลฯ มีการจัดแสดงหุ่นยนต์สุนัข 2 ตัวในงานแถลงข่าวผลสำเร็จวิชาการของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่จัดขึ้นด้วย ศ.กัวจ้งเสี่ยน กล่าวว่าการพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขได้รับความนิยมในระดับสากล เช่น ในสหรัฐอเมริกาใช้ในการตรวจสอบโครงข่ายไฟฟ้า เกาหลีใต้ใช้ในธุรกิจโลจิสติกส์ และสเปนยังมีหุ่นยนต์สุนัขที่ทำหน้าที่เป็น "ตำรวจเทคโนโลยี" ขณะที่ไต้หวันมีการประยุกต์ใช้งานช้า สาเหตุอาจเป็นเพราะค่าใช้จ่ายสูง และขาดการสนับสนุนทางเทคนิคและการพัฒนาโปรแกรม AI ทั้งนี้ ทีมงานรู้สึกว่ายังไม่มีสุนัขหุ่นยนต์ที่ผลิตในไต้หวัน ทั้งที่กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ทั้งในอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมและอุตสาหกรรมบริการ การใช้ระบบอัตโนมัติไม่ควรจำกัดเฉพาะในอุตสาหกรรมไอทีเท่านั้น เพื่อช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมก้าวทันระบบอัจฉริยะ ทีมงานจึงเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์สุนัข AI เริ่มเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยการลงทุนและความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และบริษัทพันธมิตร บ. เลี่ยงจื่อเฮยเค่อ (量子黑客公司) จนถึงขณะนี้ ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์สุนัข Oliver ขนาด 54 ซม. น้ำหนัก 16 กก. และหุ่นยนต์สุนัข Dustin ขนาด 93 ซม.น้ำหนัก 40 กก. ซึ่ง ศ.กัวจ้งเสี่ยน กล่าวว่าทั้ง Oliver และ Dustin มีฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งและการนำทางที่เป็นอิสระ แต่มีความแตกต่างบางประการในการออกแบบและรูปแบบการใช้งาน โดย Oliver มีฟังก์ชันต่างๆ เช่น เรียนรู้การเคลื่อนไหว การมองเห็นของ AI สามารถทำการตรวจจับเสียงและอารมณ์ และมีปฏิกริยาตอบสนองได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน ส่วน Dustin สามารถใช้งานลาดตระเวนและการขนส่งสิ่งของ มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ทางอุตสาหกรรมต่างๆ (สัญญาณรบกวน , การมองเห็น, รับรู้อุณหภูมิ, ก๊าซ ฯลฯ ) สามารถรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผ่าน Line Bot ในส่วนของการประยุกต์ใช้งาน ศ.กัวจ้งเสี่ยน กล่าวว่าในระยะสั้นจะใช้งานในอาคารเป็นหลัก ในระยะกลาง คาดว่าจะมีการใช้งานภาคสนาม การป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่น ตั้งแต่ ปี 2025 ถึง 2027 ในระยะยาว และก่อนปี 2029 คาดว่าจะบรรลุผลในการใช้งานภาคสนามที่ป้องกันการระเบิด และการกู้ภัย...more15minPlay
June 04, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 มิ.ย.2567หอสังเกตคลื่นวิทยุสุริยะของไต้หวันของไต้หวัน ตรวจจับสัญญาณคลื่นได้สำเร็จ มหาวิทยาลัยแห่งชาติจงยัง(National Central University:NCU) แถลงเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2024 ว่าระหว่างวันที่ 8 ถึง 9 พฤษภาคมปีนี้ พื้นที่จุดมืดหมายเลข 3664ที่มีความปั่นป่วนสูงของดวงอาทิตย์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางด้านหน้าดวงอาทิตย์ ได้ปะทุขึ้นของเปลวสุริยะเป็นชุดและมีการปล่อยมวลโคโรนา ทำให้ตั้งแต่ 10 – 11 พฤษภาคม 2024 เกิดความปั่นป่วนรุนแรงต่อสนามแม่เหล็กโลก ปรากฎการณ์นี้ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ในการชมแสงออโรรา แม้แต่ในเม็กซิโกและฮาวายก็ดูได้ อย่างไรก็ตาม แม้ไต้หวันจะอยู่ในละติจูดทางภูมิศาสตร์คล้ายคลึงกับเม็กซิโก แต่ละติจูดสนามแม่เหล็กต่ำกว่า จึงมองไม่เห็นแสงออโรรา ศ. หยางหย่าหุ้ย (楊雅惠) ภาควิชาวิทยาศาสตร์อวกาศและวิศวกรรมศาสตร์ ม.จงยัง กล่าวว่า "หอสังเกตคลื่นวิทยุสุริยะของไต้หวัน" ที่สถานีเรดาร์ความถี่สูงพิเศษ เขตจงลี่ นครเถาหยวน ของมหาวิทยาลัยจงยัง เป็นสถานที่แรกและแห่งเดียวในไต้หวันที่ประสบความสำเร็จในการสังเกตคลื่นวิทยุสุริยะที่เกิดจากการปะทุของดวงอาทิตย์ เนื่องจากคลื่นวิทยุสุริยะมาถึงโลกเร็วกว่าลมสุริยะ จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการเตือนภัย ป้องกันสภาพอากาศที่แปรปรวนในอวกาศได้ ในช่วงที่ผ่านมาที่เปลวสุริยะปะทุเกิด ศ. หยางหย่าหุ้ยให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดในการวิเคราะห์แผนภูมิไดนามิกสเปกตรัมคลื่นวิทยุตั้งแต่เดือนเมษายน ก่อนที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจะรายงานการเกิดพายุแม่เหล็กโลกในวันที่ 10 พฤษภาคม ทีมงานได้ตรวจพบอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง 8 – 9 พฤษภาคม พบสัญญาณเปลวสุริยะ และ การปล่อยมวลโคโรนาเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการปฏิบัติงานด้านสภาพอากาศในอวกาศของสำนักอุตุนิยมวิทยา ต่อมา วันที่ 10 และ 11 พฤษภาคม ในช่วงสนามแม่เหล็กโลกปั่นป่วน ได้บันทึกคลื่นวิทยุที่เกี่ยวข้องกับเปลวเพลิงสุริยะ ศ. หยางหย่าหุ้ยกล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งสถานีเรดาร์ในปี 2022 ได้มีการปรับปรุงส่วนประกอบของเครื่องมือและขั้นตอนการลบฉากหลังอย่างต่อเนื่อง มีการปรับช่วงความถี่ในการสังเกต แม้ว่าการประมวลผลสัญญาณและเสียงจะดีขึ้น ยืนยันได้ว่าสามารถตรวจวิเคราะห์คลื่นวิทยุสุริยะได้สำเร็จ ในอนาคตจะเสริมความสามารถอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ บันทึกสัญญาณช่วงความถี่มากขึ้นของการปะทุคลื่นวิทยุสุรยะ เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบของการปะทุของพระอาทิตย์ที่ส่งผลต่อการสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุ...more15minPlay
May 28, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 พ.ค.2567 เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมนครเถาหยวนได้พัฒนา "ระบบตรวจจับไอเสียจักรยานยนต์อัจฉริยะ" แห่งแรกในไต้หวัน โดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดทางไกลแบบออปติคัล สามารถตรวจวัดความเข้มข้นของไอเสียในรถจักรยานยนต์ได้ภายใน 10 วินาทีต่อคัน และใช้ระบบจดจำป้ายทะเบียน AI ผสานกับข้อมูลในคลาวด์ เพื่อระบุรถจักรยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูงได้อย่างรวดเร็ว ระบบนี้มีประสิทธิภาพสูง ขณะที่การใช้คนตรวจวัดแบบดั้งเดิมใช้เวลาคันละ 3-5 นาที ระบบใหม่เร็วกว่าเกือบ 60 เท่า การทำงานวันละ 8 ชั่วโมงสามารถตรวจวัดไอเสียได้ 500 คัน ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 10 เท่า เทียบกับแบบดั้งเดิมที่คัดกรองได้ 50 คันต่อวันเท่านั้น การใช้ระบบอัจฉริยะนี้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ 694 กิโลกรัมต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ 12.7 ตัน และการปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอนได้ 4.1 ตันต่อปี ทั้งนี้ จำนวนรถจักรยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงในเมืองเถาหยวนมีมากถึง 1.26 ล้านคัน เพื่อดำเนินการตามนโยบาย "เถาหยวนเมืองอัจฉริยะ" สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมนครเถาหยวนจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute :ITRI) พัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา และมีการนำมาใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมปีนี้ ณ สิ้นเดือนเมษายนได้ตรวจวัดไอเสียของรถจักรยานยนต์เกือบ 2,000 คันแล้ว สำนักคุ้มครองสิ่งแวดล้อมยังกล่าวด้วยว่าอุปกรณ์ของระบบตรวจจับไอเสียใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้ 250 ลิตรต่อปี และระบบดังกล่าวยังได้รับรางวัลนวัตกรรมของรัฐบาลเมืองเถาหยวนในปีนี้อีกด้วย สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าเพื่อการควบคุมมลพิษไอเสียรถจักรยานยนต์ นอกจากส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และผลักดันการใช้ยานยนต์ที่มีมลพิษต่ำแล้ว ยังเพิ่มการตรวจวัดไอเสียของรถจักรยานยนต์เป็นประจำ และเรียกร้องให้ประชาชนตรวจวัดไอเสียและบำรุงรักษายานพาหนะเป็นประจำ เพื่อยกระดับคุณภาพการขับขี่ ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง และยังลดการปล่อยมลพิษได้ด้วย...more4minPlay
May 21, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 พ.ค.2567กังหันลมนอกชายฝั่ง ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ไต้หวันมีการติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่งแล้ว 297 ตัว คาดว่าจะทะลุ 300 ตัวในปี 2024 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำในเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังติดอันดับแนวหน้ากังหันลมที่ดีที่สุดของโลกอีกด้วย ขณะนี้ไต้หวันมีฟาร์มกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีห่วงโซ่อุปทานพลังงานลมนอกชายฝั่งเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานสำหรับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและสังคมของไต้หวันในยุคการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ "แผนผลิตไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Greater Changhua" ของ Orsted ผู้พัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งรายใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมการพัฒนาฟาร์มกังหันลม 4 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้ เฟสแรกของฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ได้เสร็จสมบูรณ์และเชื่อมโยงกันแล้วในเดือนเมษายน 2024 เป็นฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ดำเนินงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รัฐบาลไต้หวันกำหนดนโยบายปกขาว "การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน"เมื่อ 8 ปีก่อน โดยตั้งแต่ปี 2016 ถึงปัจจุบันแผนดังกล่าวบรรลุผลสู่ความเป็นจริง การติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่ง 297 ตัวมีกำลังการผลิตติดตั้งสะสม 2.37GW ไฟฟ้าสีเขียวที่เกิดจากฟาร์มกังหันลมเหล่านี้จะวางรากฐานความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของไต้หวัน กังหันลมบนชายฝั่งของไต้หวันเป็นทรัพย์สินที่คนรุ่นนี้ทิ้งไว้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของคนรุ่นต่อไป ไต้หวันจะต้องยืนหยัดในการก้าวไปสู่อนาคตที่สะอาดยิ่งขึ้น บนเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น...more15minPlay
May 14, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 พ.ค.2567Triton: ดาวเทียมพยากรณ์อากาศดวงแรกที่ไต้หวันออกแบบและประกอบติดตั้งเอง วันที่ 29 เมษายน 2024 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (National Science and Technology Council : NSTC) จัดนิทรรศการและกิจกรรม “เทคโนโลยีซาหลุน (沙崙), ไถหนาน 400 ปี, โลกแห่งไต้หวัน” ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน(Taiwan Space Agency:TASA)มีการจัดประชุมในหัวข้อ “ความคืบหน้าของดาวเทียม Triton และการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมของไต้หวัน” มีการจัดแสดงระบบนำทางดาวเทียมโลกและเครื่องรับสัญญาณสะท้อน (GNSS-R), หน่วยควบคุมไฟฟ้ากำลัง, เครื่องรับสัญญานนำทาง GPS, คอมพิวเตอร์ดาวเทียม FORMOSAT-5, ส่วนประกอบขับเคลื่อนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ FORMOSAT-8 เป็นต้น รวมทั้งหมด 10 รายการที่เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตในไต้หวัน TASA ชี้ว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เข้าร่วมโครการพัฒนาดาวเทียมได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานด้วย เช่น PYRAS TECHNOLOGY INC. (芳興科技), Epotech Composite Corporation (莘茂複材), LiveStrong Optoelectronics(立創光電), Transcom, Inc.( 全訊科技) และ Orient Semiconductor Electronics (華泰電子) เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยหวังว่าจะสร้างโอกาสความร่วมมือด้วยกัน อู๋จงซิ่น(吳宗信) ผู้อำนวยการ TASA ชี้ว่า ดาวเทียม Triton โคจรในอวกาศได้อย่างราบรื่น ชิ้นส่วนประกอบหลัก 11 รายการและเทคโนโลยีที่ไต้หวันพัฒนามีประวัติการใช้งานในอวกาศ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตไต้หวันได้รับการยอมรับและเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอวกาศของโลกได้ ดาวเทียม Triton จะทำการเก็บข้อมูล สถิติและปรับพารามิเตอร์ต่อไป คาดว่าในเดือนมิถุนายน จะให้บริการข้อมูลความเร็วลมผิวน้ำทะเลได้อย่างเป็นทางการ จะกลายเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันด้วย และส่วนประกอบระบบขับเคลื่อนทั้งหมดของดาวเทียมฟอร์โมแซท 8 (FORMOSAT-8) ล้วนเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตภายในไต้หวัน มีการออกแบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และมีโซลูชันที่ครอบคลุมมากขึ้นตามความต้องการในภารกิจอวกาศ เมื่อเทียบกับระบบขับเคลื่อนแบบเดิมถือว่าดีกว่า ความปลอดภัยกว่า และต้นทุนต่ำกว่า ในช่วงที่ผ่านมานี้ อุตสาหกรรมอวกาศกำลังเฟื่องฟู ส่งผลต่อความต้องการการทดสอบรังสีเพิ่มขึ้น ในปี 2019 ภายใต้การผลักดันของ หลินจวิ้นเหลียง (林俊良) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อวกาศ TASA ในขณะนั้น ผลักดันความร่วมมือ TASA กับ ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ปรมาณู ม. Tsinghua, สถาบันวิจัยพลังงานนิวเคลียร์ของคณะกรรมการพลังงานปรมาณู (ปัจจุบันปรับโครงสร้างเป็นสถาบันวิจัยปรมาณูแห่งชาติ National Research Atomic Institute), โรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial, INTEGRATED SERVICE TECHNOLOGY INC, สถาบันเวชศาสตร์รังสี ของ Chang Gung Memorial University และ สถาบันฟิสิกส์แห่งสภาวิจัยแห่งชาติ ก่อตั้ง "พันธมิตรการทดสอบรังสีสิ่งแวดล้อมอวกาศแห่งไต้หวัน" เพื่อให้บริการแบบครบวงจรสำหรับหน่วยที่ต้องการทดสอบรังสี เมื่อปีที่แล้ว TASA ได้เชิญศูนย์สาขามะเร็งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป และ SGS ให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรTASA ชี้ให้เห็นว่าในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการแผ่รังสีและความต้านทานการแผ่รังสีของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน, ศูนย์โปรตอน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป และมูลนิธิการแพทย์ Kaohsiung Chang Gung Memorial Hospital ได้เข้าร่วม ทำให้มีสมาชิกพันธมิตรทั้งหมด ถึง 13 องค์กร ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พันธมิตรให้บริการแก่บริษัทต่างๆ มากกว่า 12 แห่ง และหน่วยวิจัยทางวิชาการ 10 แห่ง ทำการทดสอบการแผ่รังสีชิ้นส่วนดาวเทียมแล้วทั้งหมด 254 ครั้ง...more4minPlay
May 07, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 พ.ค.2567เทคโนโลยีทางเลือกแทนการใช้สัตว์ทดลอง วันที่ 24 เมษายนของทุกปี เป็นวันสัตว์ทดลองโลก อู๋เจิ้งจง(吳政忠) รมว.ประจำสภาบริหาร ควบ รมว. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าการพัฒนายา ยาฆ่าแมลง และเครื่องสำอางหลายชนิด จะต้องผ่านการทดสอบกับสัตว์ก่อนที่จะนำสินค้าไปขายสู่ท้องตลาด ซึ่งมีการทารุณต่อสัตว์มากเกินไป แต่ถ้าไม่ทำการทดลองกับสัตว์ ก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ ดังนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2022 ได้จัดตั้งแพลตฟอร์มระหว่างกระทรวง เพื่อมุ่งหวังให้บรรลุหลัก 3Rs ของการทดลองในสัตว์ กล่าวคือ แทนที่(Replace), ลด(Reduce) และปรับปรุงให้ดีขึ้น (Refine) อู๋เจิ้งจง ชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มนี้ได้รับการส่งเสริมร่วมกันโดยหน่วยงานภาครัฐ 7 แห่ง ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์แห่งชาติฯ กระทรวงเกษตร กระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเศรษฐการ และสภาวิจัยแห่งชาติ โดยเริ่มจากวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การปรับปรุงกฎระเบียบ และการยกระดับความสามารถของบุคลากร ซึ่งในส่วนของการแทนที่ด้วยเทคโนโลยี สามารถใช้ประโยชน์จากชิปเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับ Generative AI และผนวกเข้ากับความรู้เฉพาะทางด้านชีวการแพทย์ เกษตรกรรม และสัตว์ ถือเป็นการสร้างอุตสาหกรรมสำคัญแขนงใหม่ของไต้หวันด้วย เฉินอี๋จวง(陳儀莊) รองประธานสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า "โครงการเทคโนโลยีทางเลือกทดแทนการทดลองสัตว์ในไต้หวัน" นำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เริ่มตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2027 มีการวางแผนใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านเหรียญไต้หวัน และมีการทำงานข้ามกระทรวงฉินเสียนจิ้ง(秦咸靜) ผู้อำนวยการศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ ชี้ว่า แพลตฟอร์มระหว่างกระทรวงของไต้หวันสำหรับเทคโนโลยีทางเลือกทดแทนการทดลองกับสัตว์ เป็นกลไกการส่งเสริมระหว่างกระทรวงเพียงแห่งเดียวในโลกที่ครอบคลุม 3Rs ในการประยุกต์ใช้วิธีการทางเลือก ทางกระทรวงเกษตร กระทรวงสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนายาฆ่าแมลง สารเคมี และเครื่องสำอาง ขณะนี้มีการนำวิธีการทดสอบทางเลือก 102 วิธีมาใช้ในกฎระเบียบ ซึ่งสามารถลดการทดลองในสัตว์ได้โดยเฉลี่ย 60% - 80% ยกตัวอย่าง การใช้ชั้นผิวหนังเทียมเลียนแบบผิวมนุษย์แทนที่กระต่ายทดลอง เพื่อทำการทดสอบความระคายเคืองต่อผิวหนังและการอักเสบ กระทรวงเกษตรได้จัดตั้ง "แพลตฟอร์มการประเมินอาการแพ้ทางผิวหนังแบบใหม่" ที่ใช้การจำลองคอมพิวเตอร์ AI ร่วมกับเซลล์ของมนุษย์ ทำการทดสอบโดยไม่ต้องสังเวยสัตว์แม้เพียงตัวเดียว ก็สามารถประเมินความเป็นพิษและความเสี่ยงของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ภายใน 4 วัน เมื่อเทียบกับวิธีการดั้งเดิม สามารถลดสัตว์สังเวยได้ถึง 100% และระยะเวลาการทดสอบสั้นลงกว่า 80 % หวังอิ้งหรัน(王應然) ศ.พิเศษประจำสถาบันเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ชี้ว่า เมื่อมีการใช้สารเคมีบางชนิดถึงระดับที่กำหนด/ปี มีระเบียบกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องทำการทดสอบการระคายเคือง การอักเสบ ภูมิแพ้ และสารก่อมะเร็งที่มีต่อผิวหนัง ที่ผ่านมามักใช้การทดลองกับสัตว์ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเฉิงกงได้ร่วมมือกับบริษัท 25 แห่ง จัดตั้งโครงการซิลิคอนคาร์ไบด์ (วัตถุดิบหลักของเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์) เป็นการสร้างพันธมิตรแชร์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทดลองซ้ำอันจะทำให้บรรลุเป้าหมายลดการทดลองด้วย...more15minPlay
April 30, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 เม.ย.2567ไต้หวันพัฒนาเทคนิครักษาคุณภาพสับปะรด หลังจากจีนระงับการนำเข้าสับปะรดของไต้หวัน กระทรวงเกษตรได้ขยายการส่งออกไปยังญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ แต่ประสบปัญหาสับปะรดสุกงอมกลายเป็นสีน้ำตาล กรมการเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food Agency)ได้แถลงข่าวในวันที่ 17 เมษายน ว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า สามารรักษาความสดของสับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ได้มีการป้อนสินค้าให้กับบริษัทโดมิโนส์ นำไปผลิตเป็นพิซซา ซึ่งผลสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ คาดว่าในปีนี้จะส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศทะลุ 20,000 ตัน หากเทียบกับปีที่แล้วมีการส่งออกอยู่ที่ 16,000-17,000 ตัน ซูเติงจ้าว(蘇登照) ผู้อำนวยการกอง ภายใต้กรมการเกษตรและอาหาร กล่าวว่า ผลผลิตสับปะรดพันธุ์จินจ้วนในปีนี้อยู่ที่ 366,000 ตัน หักลบการส่งออก 20,000 ตัน จะเหลืออีก 340,000 ตัน ที่จำหน่ายในไต้หวัน โดย 10- 20% ถูกนำไปแปรรูป การใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการแปรรูปส่งออกผลไม้แช่แข็งหั่นเต๋า Benjamin Oborne ซีอีโอบริษัทโดมิโน พิซซ่า บอกว่า สับปะรดจินจ้วนของไต้หวันมีรสชาติอร่อย ทางบริษัทไม่เพียงแต่ใช้สับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง ยังใช้เห็ดออรินจิ ผักโปยเล้ง มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ที่ปลูกในไต้หวัน ตอนที่เขาเคยทำงานในญี่ปุ่นได้ให้เชฟท้องถิ่นชิมสับปะรดหั่นเต๋าของไต้หวันก็บอกว่าอร่อย เป็นวัตถุดิบคุณภาพดี เซี่ยชางเว่ย(謝昌衛) ศ.พิเศษประจำภาควิชาอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์แห่งมหาวิทยาลัยจงซิง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ กล่าวว่า การแช่แข็งผลผลิตทางการเกษตรไม่ใช่ปัญหา กุญแจสำคัญคือจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการรักษาคุณภาพกล่าวคือต้องแน่ใจว่าเนื้อเยื่อผลไม้จะไม่ถูกทำลาย และรสชาติเหมือนเดิมหลังนำมาคลายฟรีซ การพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีคุณสมบัติทางกายภาพ ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีนี้เช่นกัน หลักการของไต้หวันคือการทำให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็กลง 40% และจัดเรียงให้เป็นระเบียบมากขึ้น ปัจจุบันผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อหมู และเป็ดในไต้หวันใช้เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ประหยัดไฟ จึงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% สามารถนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ในเรือประมงน่านน้ำสากลได้ เทคโนโลยีการเก็บรักษาความสดด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า...more14minPlay
April 23, 2024ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 เม.ย.2567ม.จงยัง ใช้รีโมทเซนซิง(Remote Sensing) ผ่านดาวเทียม สำรวจช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยเมืองฮัวเหลียนหลังเกิดแผ่นดินไหวที่ฮัวเหลียน ม.จงยัง (National Central University) ได้เปิดกลไกการรับและประมวลผลภาพดาวเทียมฉุกเฉินทันที เพื่อใช้ภาพที่มีความละเอียดสูงตรวจสอบ วิเคราะห์ความเสียหาย และวางแผนการบรรเทาภัย ฯลฯ ม.จงยัง แถลงข่าวในวันที่ 11 เมษายน ชี้ว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหว 7.2 ในเมืองฮัวเหลียนเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2024 ศูนย์วิจัยอวกาศและการสำรวจระยะไกล (Center for Space and Remote Sensing Research) ได้ระดมกำลังอย่างเร่งด่วน เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 3 ดาวเทียม Pleiades-1A ที่มีความละเอียดสูงได้บินเหนือไต้หวันและถ่ายภาพพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกหลายภาพ ทีมวิจัยได้ประมวลผลสัญญาณภาพจากดาวเทียมทันที และส่งมอบให้กับศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ(National Science and Technology Center for Disaster Reduction:NCDR)ไช่ฟู่อัน(蔡富安) ผอ.สถานีรับสัญญาณดาวเทียมของศูนย์วิจัยอวกาศและการสำรวจระยะไกล กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ภาพพบว่า นอกจากบ้านเรือนในเขตเมืองเสียหายและทรุดเอียง ยังมีหลายพื้นที่เกิดดินหินถล่มจำนวนมาก พื้นที่ภูเขารอบอุทยานแห่งชาติทาโรโกะมีหินถล่มปิดกั้นแม่น้ำบางสายและก่อตัวเป็นแอ่ง ภาพเหล่านี้ถ่ายหลังเกิดภัยพิบัติเพียง 2.5 ชั่วโมง และยังเห็นฝุ่นจำนวนมากที่เกิดจากดินถล่มอย่างชัดเจนด้วยม. จงยังได้ประสานงานกับหน่วยงานและผู้ให้บริการดาวเทียมของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ยังคงถ่ายภาพออปติคอลและภาพถ่ายเรดาร์ในพื้นที่ภัยพิบัติต่อไป ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่ามีการยกตัวและการเสียรูปของพื้นผิวอย่างชัดเจนตามแนวชายฝั่งฮัวเหลียน เช่น ทางด้านตะวันออกของรอยเลื่อนหมี่หลุน(米崙斷層) เกิดการเปลี่ยนแปลง 30 ซม. และทางด้านตะวันออกของรอยเลื่อนหลิ่งติ่ง(嶺頂斷層) เปลี่ยนแปลงขนาดประมาณ 15 ซม. ข้อมูลเหล่านี้ล้วนนำมาใช้สำหรับการวิเคราะห์และวิจัยต่อไปได้ม. จงยัง แถลงด้วยว่าระบบประมวลผลภาพดาวเทียมหลายมิติที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยอวกาศฯ สามารถปรับรูปทรงเรขาคณิตได้ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากได้รับภาพจากดาวเทียม และยังสามารถสร้างภาพออร์โธ (Orthophoto) ที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์แม่นยำสูง รวมทั้งผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอื่นๆ ได้...more15minPlay
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.