
Sign up to save your podcasts
Or


ปมจิต
คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร
วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี
9 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
©มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามแนวคำสอน “มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
1. บริการของบ้านจิตสบาย
- ในบ้านแห่งนี้ มีการจัดเตรียมหนังสือธรรมะ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการภาวนา ที่ญาติธรรมสามารถขอรับได้ และมีบริการวิทยุ วีดีทัศน์สื่อธรรม ที่ทุกท่านสามารถขอยืม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึง “ห้องนิทรรศการของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสถานที่แห่งนี้
- เจ้าหน้าที่บ้านจิตสบาย พร้อมยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้สถานที่และบริการต่างๆ ของบ้านจิตสบาย สถานที่เรียนรู้สู่ความรู้เเจ้งอริยสัจ
2. บ้านจิตสบาย เปิดให้บริการวันไหนบ้าง
- บ้านจิตสบายหยุดทุกวันจันทร์
- เวลาทำการ:
วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
หมายเหตุ: วันและเวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของบ้านจิตสบาย
3. ติดต่อบ้านจิตสบาย
- ที่อยู่: เลขที่ 101 ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
- เบอร์โทรศัพท์: 02-448-3392, 080-018-3555
- อีเมล: [email protected], Line: @Baanjitsabuy
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
คือการที่เราอยู่วัดมันจะเหมือนเป็นช่วงที่สะสมกำลัง
อย่างไปอยู่วัดเราภาวนาได้เยอะหน่อย
มันจะทำให้จิตเรามีกำลังได้เยอะ
แต่ว่าสนามเราจริงๆ คือข้างนอกนะคะ
เราจะไปอยู่แต่ในวัดอย่างเดียวนั่นมันไม่ใช่ที่อยู่หลักของเรา
เรามาฝึกฝน มาสะสมกำลังแล้วออกไปสู้กับโลกดู
ไปกระทบผัสสะแล้วเห็นใจที่หวั่นไหวไป
การพ้นทุกข์มันไม่ได้อยู่กับความสงบแล้วจิตมันจะพ้นไปได้
‘จะพ้นทุกข์มีอย่างเดียว คือ เห็นกายเห็นใจที่เปลี่ยนแปลง
เห็นกายเห็นใจตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ไปเรื่อยๆ
เห็นจนกระทั่งมันวาง มันเบื่อหน่ายแล้วมันวาง’ ต้องเห็นตรงนี้
อย่ามัวไปติดตรงความสุขความสงบจากการภาวนาอย่างเดียว
ตรงนั้นเนี่ยมันเป็นที่พักชั่วคราวนะคะ
แต่เราจะพ้นได้จริงๆ มันต้องวางกายวางใจเลย
ก็ต้องเอาไปสู้ ผัสสะกระทบมาปุ๊บ แล้วใจเราหวั่นไหว
ใจเรากระเทือนนะ ใจเราทุกข์อะไรอย่างนี้ก็จะเห็นนะ
ใจมันทำงานของมันเองนะ มันทุกข์มันก็ทุกข์ของมันเอง
มันกระทบตัวนี้มันชอบ กระทบตัวนี้มันไม่ชอบ
มันก็ชอบเอง ไม่ชอบเอง ให้รู้ไปอย่างนี้
คือเราจะต้องเรียนรู้ตัวเราเอง
เราจะได้เห็น ‘เหตุแห่งทุกข์’ ได้
คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร
วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี
9 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
©มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ที่มาคลิปเต็ม: https://youtu.be/QqwgaqqL3VY
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/orn/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
เราไม่ต้องนึกถึงคำว่า ‘ไตรลักษณ์’
เอาเป็นว่า ‘จิต’ มันไปเห็นการทำงานอะไรมันจะเก็บข้อมูล
คำว่าไตรลักษณ์จิตเขาจะเป็นคนสรุปเอง
แม่ถึงบอกบางครั้งหลวงพ่อใช้คำว่า...
ให้ไป ‘รู้ทันความเปลี่ยนแปลงในกาย ในใจ’
เห็นไหม หลวงพ่อก็พยายามไม่กำหนดลงไปคำว่าไตรลักษณ์
พอพูดคำว่าไตรลักษณ์ปุ๊บ
ทุกคนต้องรู้สึกว่า เอ้ย...ฉันต้องเห็นเกิดดับ
ต้องเห็นอนัตตา เห็นความบังคับไม่ได้
มันไม่ออกมาเป็นอะไรอย่างนั้นชัดเจนหรอก
เอาเป็นว่าจิตหลงแล้วเรารู้ทัน...จิตหลงแล้วรู้ทัน
มันจะเป็นการเก็บข้อมูล พอเก็บเรื่อยๆ จิตมันจะสรุปเอง
อ๋อ...จิตมันหลงตลอดเวลาเลยนะ แล้วมันหลงเองนะ
เราไม่ได้สั่ง ‘จิตเดี๋ยวรู้ เดี๋ยวก็หลง’ เขาจะสรุปเอง
หน้าที่ของเราคือพาเขาดู...พาเขาดูอย่างเดียวเลยนะ
ส่วน ‘จิต’ เขาจะเติบโตหรือเปล่า มันเรื่องของเขา
เราทำกรรมฐานไปเพื่อจะให้จิตได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
ถ้าเราไม่ทำกรรมฐานเราก็หลงยาวไม่ได้ดูอะไรเท่านั้นเอง
คือไม่ต้องออกมาเป็น ‘รูปธรรม’
เช่น มันเป็นอนิจจัง มันเป็นอนัตตานะ ไม่ต้องคิดเรื่องนี้
ไม่ต้องคิดเลย แค่ ‘ตามเห็นกายใจตามความเป็นจริง’
เอาแค่นี้พอ แค่นี้มันจะเป็นอะไรก็ช่าง ก็ตามรู้
มันลืมไปแล้วก็เอาใหม่...ลืมแล้วก็เอาใหม่เรื่อยๆ
ซึ่งยังไงมันก็ลืมอยู่แล้วล่ะ
คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร
วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี
9 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
© มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ที่มาคลิปเต็ม: https://youtu.be/QqwgaqqL3VY
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/orn/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ที่จริงแล้วอะไรมันก็วางได้ทั้งนั้นน่ะ ถ้าถึงเวลาที่จะตาย
ถ้าอย่างนี้ก็ต้องลองนึกว่า...
ถ้าเราตายไปสิ่งนี้เราวางได้จริงๆ หรือเปล่า
คือทุกคนมันจะมีปมตรงนี้ มันจะมีสิ่งที่ยังติดยังข้องอยู่
ให้ไป ‘รู้ทัน’ นะ เพราะปลายทางของเราคือ ‘การวาง’
ถึงวันหนึ่งเราต้องวางทุกสิ่งทุกอย่างเลย
รวมกระทั่งกายใจของเราด้วย
เพราะจริงๆ ที่มันยังยึดถืออยู่อย่างนี้
ส่วนใหญ่แล้วมันก็รักกายรักใจของตัวเองนั่นล่ะ
ทีนี้พออะไรที่มันเนื่องกับกายใจของเรา
มันก็รักไปด้วย มันก็ยึดถือไปด้วย
ความทุกข์มันก็มาจากสิ่งเหล่านี้
พอสิ่งที่ยึดถือเอาไว้แปรปรวนเมื่อไหร่
จิตใจก็เป็นทุกข์ขึ้นมา ซึ่งเราห้ามไม่ได้
โดยเฉพาะโลกในยุคหลังๆ นี่นะ มันยิ่งร้อนขึ้น มลภาวะเยอะขึ้น
สิ่งที่พวกเราต้องสู้ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบนี่เยอะมาก
โดยเฉพาะอย่างเรื่องธุรกิจ ฟังแล้ว อืม...มันยุ่งจริงๆ
แต่แม่ไม่ได้รู้เรื่องธุรกิจอย่างนี้เท่าไร
ก็รู้สึกตัวเองสบายมาก ไม่ได้มีภาระ
คือแต่ละคนภาระก็จะแตกต่างกันไป
อยู่กับโลก ทุกข์เพราะโลก เรายังยึดถือสิ่งไหน
อย่างเช่น เราคาดหวังว่าเรื่องนี้มันต้องเป็นอย่างนี้
แล้วมันไม่เป็น ให้ ‘ดูใจ’ ของเราไป
เพราะที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เราอยาก
มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย อันนี้คือหลวงพ่อสรุปมาบ่อยๆ
แต่ว่าถามจริงๆ พวกเราดูกันหรือเปล่า เรายอมรับได้ไหม
เช่น สิ่งที่มันเกิดขึ้น ถ้าเรายอมรับได้ ใจเราก็ไม่ทุกข์
มันคือการ ‘เข้าใจ’ ความจริง แล้วมัน ‘ยอมรับ’ ได้
ไม่ใช่การยอมรับแบบ...เหมือนทำใจยอมรับนะ
ใจมันจะยอมรับจริงๆ
อันนี้จะแตกต่างกันว่ายอมรับเพราะเหตุผล
กับ ‘ใจ’ ที่มันเข้าใจแล้วมันยอมวาง ในทางศาสนาพุทธนี่
มันจะต้อง ‘วางด้วยความเข้าใจของจิตเอง แล้วจิตเขาวางของเขาเอง’
ถ้าวางด้วยเหตุด้วยผล เดี๋ยวมันก็จับอีก
เพราะว่าใจจริงๆ มันยังไม่ยอม
เพราะฉะนั้นเวลาเรามีความทุกข์นะ ไปสังเกตดูนะ
ทุกเรื่องนั่นแหละ....เรายังยึดถือไว้หรือเปล่า
ลองสังเกตใจเราดู สิ่งนี้เราจับไว้ไม่ปล่อย
เรานึกว่า...ถ้าเราจะตายเราจะปล่อยมันไหม
ลองนึกถึงความตายบ่อยๆ อะไรก็ปล่อยได้หมด
เพราะกระทั่งร่างกายจิตใจมันก็ไม่อยู่แล้ว มันก็ไม่มีใครแล้ว
คนที่รักเรา คนที่เกลียดเราก็ไม่สำคัญแล้ว
ทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศในโลกก็ไม่สำคัญแล้ว
ถึงวันหนึ่งก็ต้องจากกันไปหมด
คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร
วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี
9 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
©มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ที่มาคลิปเต็ม: https://youtu.be/QqwgaqqL3VY
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/orn/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ปมจิตนี่จริงๆ มันก็ไม่ได้มีทุกคนหรอก
แต่ว่าถ้าจะพูดถึงก็คือสิ่งที่พวกเรายังติดยังข้องอยู่
คือการที่เราภาวนาเนี่ย เราปรารถนาความพ้นทุกข์นะ
เราปรารถนาความพ้นทุกข์...
ปลายทางของเรามันคือการปล่อยวาง
ปล่อยวางกาย ปล่อยวางใจ ปล่อยวางโลก
ที่จริงๆ แล้วนั่นก็คือปลายทางของเรานั่นเอง
ท่านให้เราภาวนาเห็นความจริง จนกระทั่งวางกายวางใจ
มันก็คือคลายความยึดถือในกายในใจ
ถ้าเราไม่ยึดถือในกายในใจ ในโลกนี้เราก็ไม่ยึดถืออะไรแล้ว
จิตเนี่ยมันก็ไม่มีที่จะไปเกิด...มันถึงได้พ้นทุกข์ไปได้นะคะ
ฉะนั้นจริงๆ เวลาเราภาวนา เป้าหมายใหญ่คือวางกายวางใจ
แต่ว่าเราสามารถดูได้ว่าสิ่งที่ยังติดยังข้องอยู่ในใจของเราทุกคน
เราไม่ได้ติดข้องแค่เรื่องเดียวด้วย
สังเกตสิ...ใจเรามันจะมีอะไรที่มันยังค้างใจ
ยังข้องใจอยู่เป็นระยะๆ หรือบางคนก็อาจจะมีตลอดเวลาเลย
คือภาระทางใจของเราที่เรายึดถือเอาไว้เนี่ยมันมีตลอดเวลา
อย่างเช่น มีอะไรที่เป็นข้องใจเป็นภาระ...มีลูก มีสามี มีบริษัท
แล้วก็ยังมีบรรดาญาติธรรมของเราเองใช่ไหม
มีธรรมะของเราที่จะต้องพยายามพัฒนา
ทุกสิ่งทุกอย่างนี่เป็นสิ่งที่เรายังยึดถือเป็นเรื่องจริงจัง
เป็นเรื่องที่จะต้องผ่าน...ใช่ไหม ฉะนั้นเราไปสังเกตดู
เวลาที่เรายังติดยังข้องอะไรอยู่
ใจมันจะมีแรงยึดเอาไว้ มันมีการจับนะ
อันนี้แม่เคยเปรียบเทียบว่า จิตของเรานี้มันเหมือนแมงมุม
แล้วมันจะยื่นใยออกไปยึดถือสิ่งต่างๆ
เวลาเราไปเจอสิ่งที่ชอบ เราก็ยึด ยึดดี ยึดสิ่งที่ชอบ
พอเราไปเจอสิ่งที่เราไม่ชอบเราก็ยึดเหมือนกัน (แต่)ยึดในสิ่งที่ตรงข้าม
คืออันหนึ่งชอบนะก็รัก อีกอันหนึ่งไม่ชอบก็เกลียด
แต่ว่ามันมีน้ำหนักอยู่ในใจเรา มันไม่ได้ปล่อยวางไง มันมีการจับเอาไว้
สังเกตสิว่าเราจับไว้ตลอดเวลา เอาแค่นึกถึงคนที่อยู่รอบข้างเรา
คนที่อยู่รอบข้างเรา เราสังเกต...นึกถึงคนนี้ ใจมีน้ำหนักแค่นี้
นึกถึงบางคนน้ำหนักนิดเดียว เราให้ค่าเขานิดเดียว
บางคนเนี่ยน้ำหนักยิ่งรักมากก็น้ำหนักเยอะ เกลียดมากก็น้ำหนักเยอะ
ไปสังเกตนะพวกนี้เป็นภาระทางใจของเราทั้งสิ้นเลย
คืออย่างเวลาเราภาวนาทุกวันใช่ไหม เดินจงกรม นั่งสมาธิ
คอยรู้ทันจิตที่หลงไปอะไรพวกนี้เป็นเบื้องต้น
ในการฝึกให้จิตเรามีสติใช่ไหม
จิตนี่...ให้เรามีตัวสัมมาสมาธิเพื่อที่จะดูกายใจได้
อันนี้คือรูปแบบปกติมาตรฐานที่พวกเราทำ
นี่ทุกวันเราก็เรียนรู้ตัวเองไปเห็นกิเลสต่างๆ ตามรู้ทันไป
หลวงพ่อสอนแล้วว่า “เวลากิเลสเกิดขึ้นไม่คล้อยตาม ไม่ต่อต้าน”
อันนี้ก็เป็นหลักที่พวกเราก็ได้ยินกันอยู่แล้ว
คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร
วัดสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี
9 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
©️มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ที่มาคลิปเต็ม: https://youtu.be/QqwgaqqL3VY
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/orn/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
มีสติรู้กายรู้ใจ
สนทนาหลักการปฏิบัติธรรมและตอบข้อสงสัย
อาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
8 มีนาคม 2568
ณ บ้านจิตสบาย
บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามแนวคำสอน “มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
1. บริการของบ้านจิตสบาย
- ในบ้านแห่งนี้ มีการจัดเตรียมหนังสือธรรมะ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการภาวนา ที่ญาติธรรมสามารถขอรับได้ และมีบริการวิทยุ วีดีทัศน์สื่อธรรม ที่ทุกท่านสามารถขอยืม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึง “ห้องนิทรรศการของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสถานที่แห่งนี้
- เจ้าหน้าที่บ้านจิตสบาย พร้อมยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้สถานที่และบริการต่างๆ ของบ้านจิตสบาย สถานที่เรียนรู้สู่ความรู้เเจ้งอริยสัจ
2. บ้านจิตสบาย เปิดให้บริการวันไหนบ้าง
- บ้านจิตสบายหยุดทุกวันจันทร์
- เวลาทำการ:
วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
หมายเหตุ: วันและเวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของบ้านจิตสบาย
3. ติดต่อบ้านจิตสบาย
- ที่อยู่: เลขที่ 101 ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
- เบอร์โทรศัพท์: 02-448-3392, 080-018-3555
- อีเมล: [email protected], Line: @Baanjitsabuy
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
เรื่องเริ่มต้นให้ถูก คือ ต้องรู้สึกตัวให้เป็น
‘รู้สึกตัว’ ก็คือรู้กายก็ได้ รู้ใจก็ได้ ส่วนใหญ่ก็เริ่มที่รู้กายก่อน
ถ้ามีกิเลสอะไรขึ้นมารู้ทันกิเลสนะ ได้รู้ตัวเหมือนกันคือรู้ใจ
รู้ใจแล้วก็รู้กายต่อ คอยรู้สึกตัวอยู่บ่อยๆ
ไม่ต้องถึงกับตลอดเวลา ตลอดเวลาทำไม่ไหว...คงเครียด
รู้สึกตัวแล้วหลงบ้างก็ได้ หลงแล้วรู้ว่าหลง
ก็ได้รู้ใจ ก็เป็นรู้สึกตัวอีกแบบหนึ่ง
เพราะความรู้สึกว่าเป็นตัวมันมีทั้งกายและใจ
แต่เวลารู้อย่ารู้ว่าเป็นเรา
รู้กายเนี่ย...รู้กายอย่ารู้ถึงขั้นเป็นรวมว่าเป็นเรานั่งอย่างนี้นะ
ถ้าเรานั่งเนี่ยไม่ได้ฝึก เรากำลังนั่งอยู่เหมือนสติทั่วๆ ไป
ถ้ารู้สึกตัวในระดับนักภาวนา
ต้องรู้ประมาณว่ากายกำลังทำอะไรอยู่...กายกำลังนั่ง
กายกำลังเคลื่อนไหว กายกำลังเดินประมาณนี้นะ
ถ้ารู้ใจก็รู้เป็นกิเลส เป็นราคะ โทสะ โมหะ
ไม่ใช่เรารัก เราโกรธ เราโกรธเขาแล้ว
เหมือนจะรู้แต่ว่าเป็นรู้แบบคนไม่ภาวนา เป็นสติทั่วๆ ไป
คนทั่วๆ ไปก็ขับรถก็รู้ว่าฉันจะไปไหน...ขับรถอยู่
โกรธแล้วก็บางทีก็จะรู้ว่าฉันโกรธแล้วนะ
แต่ไอ้ฉันโกรธแล้วเนี่ยไม่ใช่ภาวนา
ยังอยู่ในระดับที่ว่าเป็นคนมีสติแบบทั่วๆ ไป
ก็จะเป็นคนดีได้ โกรธแล้วอาจจะไม่อยากจะโกรธต่อ
ก็พยายามจะแก้ไขอะไรต่างๆ แต่มันไม่เห็นสภาวะ
มันต้องเห็นเป็นสภาวะ รู้สึกตัวเนี่ยที่ว่าจิตตื่นขึ้นมา
ต้องเห็นเป็นสภาวะ...เห็นกายหรือเห็นใจ
ใจนี่ก็อาจจะเป็นสุขเป็นทุกข์ก็ได้ คือ เป็นนามธรรม
เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเฉยๆ หรือความปรุงแต่งเป็นดี เป็นชั่ว
เป็นดี เป็นชั่ว หรือเป็นกุศล เป็นอกุศล
หรือเห็นง่ายๆ เลยกิเลส...กิเลสที่เกิดขึ้น
ตรงนี้ในพระสูตรพระพุทธเจ้าเคยเปรียบเทียบ
เปรียบเทียบว่าความเป็นเราเหมือนเสาล่ามหมา
เปรียบอย่างนี้นะ...เหมือนเสาล่ามหมา
ใช้อีกคำก็ได้เสาล่ามสุนัขเหมือนกันแหละ
โดยมีเชือกล่ามหรือมีโซ่ล่ามอยู่
แต่มีเสาหลัก เสาที่เป็นหลักปักแน่นเลย เสาแทนความเป็นเรา
ภาษาบาลีใช้ว่า ‘สักกายะ’ สักกายะคือความเป็นเรา
มีทิฐิด้วยก็คือมีความเห็นว่าเป็นเรา
ถ้าสักกายะมาคำเดียวก็คือเป็นขันธ์ 5 นี่แหละ
ขันธ์ 5 นี่ แต่เราไม่เห็นเป็นขันธ์ 5 เห็นว่าเป็นเรา...นึกออกไหม
เลยใช้คำว่าสักกายะ ของเรา เป็นเรา
ความรู้สึกของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน
จะมีรู้สึกผูกพันอยู่กับความเป็นเราตัว
ตัวผูกพันแสดงออกเป็นตัณหา ตัณหาในแง่มุมต่างๆ
แล้วก็มีทิฐิที่เห็นว่าเป็นเรา มีตัณหา มีทิฐิ แล้วก็มีมานะมีความถือ
ถือตัวถือว่าเป็นเรานี่แหละ...เป็นเราอย่างนี้แหละ
สามอย่างนี้ถ้าเป็นโซ่ก็คือเป็นคล้องกันไปเรื่อยๆ
ถ้าเป็นเชือกก็เป็นเกลียวพันกันเหนียวแน่น ผูกไว้กับหลัก
หมานี่จะนั่งก็นั่งติดหลัก เคยล่ามหมาไหม...
ล่ามหมาไว้กับเสานี่นะ จะนั่งก็นั่งอยู่ใกล้ๆ หลัก
จะนอนก็นอนใกล้ๆ หลัก จะยืนก็ยืนตรงใกล้ๆ หลักนั่นแหละ
แล้ววิ่งก็วิ่งวนอยู่ตรงรอบๆ หลักนี่แหละ
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
23 กุมภาพันธ์ 2568
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/N7TNrhGJ1Ug
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ประเมินตัวเองเนี่ยบางทีก็พลาด แล้วทำอย่างไร
ทำอย่างนี้แหละ…ทำในรูปแบบ แล้วทำในชีวิตประจำวันไป
ถ้ามันจะดีขึ้นมาเนี่ยนะ…เราก็สังเกตยากอยู่นะ
ตรงนี้พระพุทธเจ้าก็เคยตรัสเปรียบเทียบ
ท่านเปรียบเหมือนด้ามมีดด้ามพร้า มีดพร้าสมัยก่อน
สมัยนี้ก็น่าจะมีใช้อยู่นะ แต่เราไม่ค่อยได้ใช้แล้วมั้ง
เคยรู้จักพร้าไหม พร้าคือมีดใหญ่ๆ หน่อย
ด้ามก็จะทำด้วยไม้ มีทั้งพร้าใหญ่ พร้าเล็ก
พวกช่างไม้ต้องมีติดตัวเวลาไปป่า ไปตัดแต่งไม้ในป่า
หาไม้มาใช้ โค่นไม้ได้ก็ต้องเอาพร้ามาเลาะกิ่ง
เป็นเครื่องมือที่ติดตัวจับบ่อยๆ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า…ทุกครั้งที่จับด้ามสึกนะ
ด้ามไม้นี่สึกไปเรื่อยๆ แต่คนใช้ไม่รู้หรอก
ในแต่ละวันสึกไปเรื่อยๆ มาดูอีกทีคือมันลึกแล้ว
สึกจนลึกแล้ว ไอ้เหล็กที่รัดเอาไว้เนี่ยสึกน้อยกว่า
ไอ้ไม้ที่จับบ่อยๆ สึกเยอะกว่า
มันจะเห็นเลยว่าไอ้เหล็กอยู่ตรงนี้ไม้นี่ลึกลงไปแล้ว
เคยใช้จนเก่าไหม ด้ามมันจะโชว์เลยว่ามันลึก มันสึกไป
กว่าจะรู้คือ อ้อ…สังเกตได้ว่ามันสึกไป หลายปีอย่างนี้นะ
ของเราต้องวางใจประมาณนั้นน่ะ…ทำไป
อย่าคิดว่าเดี๋ยวเดือนหน้าหลวงพ่อต้องชมเราแน่ๆ เร็วไป
นึกออกไหม เดือนหนึ่งยังเร็วไปเลย
ของเราต้องทำแบบสม่ำเสมอ ทำทุกวันสม่ำเสมอ
อย่าหวังผลทำสม่ำเสมอไป
ถ้าจะเร่งนะก็เหมือนกับว่าจะเข้าวัดแล้วเร่งน่ะ
ประมาณว่าเดี๋ยวจะเจอหลวงพ่อแล้ว
ภาวนาสักหน่อยประมาณนี้ หลวงพ่อก็มองออก
เหมือนเราไปตรวจเลือดโรงพยาบาลนะ
สัปดาห์หน้าจะตรวจเลือดงดน้ำตาลสักหน่อย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
23 กุมภาพันธ์ 2568
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/N7TNrhGJ1Ug
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ไม่เบียดเบียน คือรู้ทันกิเลสทุกตัว
เพราะเราสามารถเบียดเบียนกันได้ด้วยกิเลสทุกตัว
โลภก็เบียดเบียนกันได้ อยากได้ก็หยิบเลย
ประมาณนี้…เบียดเบียน
โกรธก็ชัดเจนอยู่แล้ว เบียดเบียนกันได้
หลงก็เบียดเบียน คือเบียดเบียนโดยที่ไม่รู้
ก็ทำอยู่นั่นแหละ คนข้างๆ ก็รำคาญจะตายอยู่แล้ว
เราก็ยังไม่รู้สึกว่าเราไปเบียดเบียนเขา
อาตมาเคยนะ นั่งอยู่กับน้า ตอนนั้นอยู่กรุงเทพฯ
พักที่บ้านน้า เรียนที่กรุงเทพฯ น้าอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
อาตมานั่งอยู่ใกล้ๆ ก็เอาขาเขี่ยกะละมัง
เขี่ยด้วยความสนุกสบาย…เพลิน เบียดเบียนน้าอยู่นั่น
(น้า)อ่านหนังสือพิมพ์ เราทำเสียงก๊อกแก๊กๆ อยู่นั่น
น้าบอก "กฤชนี่อยู่ไม่สุขเลย" เรากำลังมีสุขอยู่
เพลินๆ ไม่ได้คิดเบียดเบียนเขานะ แต่มันเบียดเบียน…หลง
หรือว่าพวกที่เผาป่า เผาหญ้า พวกนี่ไม่ได้โกรธเราเลย
แล้วไม่ได้โลภอยากได้อะไรเราเลย นึกออกไหม
เผาไป เผาด้วยความไม่รู้ หรือว่าด้วยความหลงนะ
คิดว่าอย่างนี้กำจัดวัชพืช ไม้ขีดก้านเดียว ฟึบ…อย่างนี้นะ
แต่เบียดเบียนแล้ว เบียดเบียนคนเยอะด้วยนะ เยอะมากอย่างนี้
ของเราก็ตั้งใจของเราว่าเราจะไม่เบียดเบียน
กิเลสอะไรเกิดขึ้นรู้ทัน แล้วจะมีมุมมองอย่างหนึ่งว่า
กิเลสเหล่านั้นนะเบียดเบียนใจเราเองนะ
ใจนี่จริงๆ ปกติจะ ‘ผ่องใส ประภัสสร'
แต่ที่มันเศร้าหมองเพราะว่ามันมีกิเลสเข้ามาปนนะ
พอรู้ทันกิเลส…กิเลสดับ ที่รู้นี่ก็ผ่องใสใหม่
สังเกตได้เลยว่า โอ้..เมื่อกี้ถูกกิเลสเบียดเบียน
จิตนี่ จิตเมื่อกี้นี่ถูกกิเลสเบียดเบียน
จิตที่รู้นี่เป็นพยานว่าตอนนี้ไม่มีกิเลสแล้ว ผ่องใสขึ้นมา
กลายเป็นว่าเจตนาจะไม่เบียดเบียนคนอื่น
แต่เราเองได้รับผลเลย
ได้รับผล คือใจเราปลอดจากการเบียดเบียนโดยกิเลส
เวลาเบียดเบียนเกิดขึ้นมา คิดจะเบียดเบียนเขา
กิเลสที่คิดจะเบียดเบียนเขานั่นแหละ…เบียดเบียนจิตนี้ก่อนเลย
กลายเป็นว่าการเห็นอย่างนี้ทำให้เมตตาตัวเอง นึกออกไหม
มีความสุขทุกทีที่มีสติรู้ทันกิเลส
จะได้ไม่ไปทำร้ายคนอื่น ไม่ทำร้ายตัวเองด้วย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
23 กุมภาพันธ์ 2568
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/N7TNrhGJ1Ug
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
หลักล่ามสุนัข
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข ชลบุรี
23 กุมภาพันธ์ 2568
ณ บ้านจิตสบาย
บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามแนวคำสอน “มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
1. บริการของบ้านจิตสบาย
- ในบ้านแห่งนี้ มีการจัดเตรียมหนังสือธรรมะ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการภาวนา ที่ญาติธรรมสามารถขอรับได้ และมีบริการวิทยุ วีดีทัศน์สื่อธรรม ที่ทุกท่านสามารถขอยืม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึง “ห้องนิทรรศการของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสถานที่แห่งนี้
- เจ้าหน้าที่บ้านจิตสบาย พร้อมยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้สถานที่และบริการต่างๆ ของบ้านจิตสบาย สถานที่เรียนรู้สู่ความรู้เเจ้งอริยสัจ
2. บ้านจิตสบาย เปิดให้บริการวันไหนบ้าง
- บ้านจิตสบายหยุดทุกวันจันทร์
- เวลาทำการ:
วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
หมายเหตุ: วันและเวลาเปิด-ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของบ้านจิตสบาย
3. ติดต่อบ้านจิตสบาย
- ที่อยู่: เลขที่ 101 ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
- เบอร์โทรศัพท์: 02-448-3392, 080-018-3555
- อีเมล: [email protected], Line: @Baanjitsabuy
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
From the publisher's feed