บ้านจิตสบาย

บ้านจิตสบาย

By www.jitsabuy.com/Religion & SpiritualityBuddhism
Download on the App Store

บ้านจิตสบาย episodes

  • (คลิปสั้น) เรามาภาวนาเพื่ออะไร...? | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ท่านให้ดูว่า “เรามาภาวนา เรามีจุดมุ่งหมายอะไรนะ”
    จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะภาวนานะ คือเป้าหมายในชีวิตเลยด้วยซ้ำไป
    ท่านถามว่า “ต้องการความสุข หรือ ต้องการพ้นทุกข์”
    ถ้าต้องการสุข วิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มันจะเป็นอีกแบบหนึ่ง
    เวลาให้ ‘ทาน’ เพื่อความสุข ก็มุ่งหวังว่าจะได้อานิสงส์ให้รวย
    เวลารักษา ‘ศีล’ ก็อยากให้มีอานิสงส์จากการรักษาศีลให้สวย ให้หล่อ
    เวลาจะมี ‘ปัญญา’ ภาวนาเพื่อให้ฉลาดหรือจะให้เก่ง
    ฉลาดหรือเก่งก็คืออยากมีความสุข อยากเก่งกว่าคนอื่น ดีกว่าคนอื่น
    จริงๆ ก็สนองความเป็นตัวเป็นตน สนองมานะความถือตัว
    อยากเหาะได้ ฝึกภาวนาเพื่อเหาะนี่ มันเหาะได้คนเดียว
    สู้คนที่สร้างเครื่องบินไม่ได้ เหาะได้หลายคน
    ฝึกดำดิน สู้คนสร้างรถไฟฟ้าไม่ได้ ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาได้ด้วย
    ว่าถึงประโยชน์แล้วมันน้อย

    แต่ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่า ‘ให้พ้นทุกข์’ จุดมุ่งหมายก็จะดูทุกข์ตัวเอง
    มองว่า ‘ชีวิตประกอบด้วยขันธ์ 5’ มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ ทำอย่างไรจะพ้นจากสภาวะตรงนี้
    พอตั้งเป้าหมายขึ้นมาว่า อยากพ้นทุกข์ หรือว่าต้องการพ้นทุกข์ มุมมองจะเปลี่ยน
    ‘อยากสุข’ บางทีในแง่หนึ่ง เอาไว้ล่อคนมาภาวนาได้ หรือให้คนมาทำบุญได้
    แต่พอในระดับที่จะหวังผลจริงๆ ถ้าต้องการความสุข บางทีมันทำด้วยความโลภ
    หรือแม้แต่ตอน ‘เจริญเมตตา’ ขึ้นต้นด้วย ‘อะหัง สุขิโต โหมิ’ ก็ให้มีความสุขก่อน
    แล้วท่านก็พูดอีกคำหนึ่งทันทีเลย ‘นิททุกโข โหมิ’ ต้องไม่ทุกข์ด้วยนะ ให้พ้นทุกข์ด้วย
    ‘นิททุกโข’ คือ ปราศจากทุกข์ ถ้ามาคำเดียวนี่พลาด พลาดง่าย
    บอกตัวเองว่า ให้มีความสุข คนเราก็จะนึกถึงแล้วว่า
    ทำอย่างไรจะให้รวย ทำอย่างไรจึงให้มีตำแหน่งดีๆ
    ทำอย่างไรให้สวย ให้หล่อ ให้สมหวังให้อยู่กับคนรัก
    รวมแล้วมันคือเรื่องกาม นึกออกไหม
    ก็อยากได้กามมากๆ เพื่อสนองความต้องการในแง่ว่ามีความสุข

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    16 min
  • (คลิปสั้น) วิธีไม่จองเวรใคร | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ‘อะเวโร’ มันต้องเป็นตัวเราเองที่เป็นอะเวโร
    คือ ‘เป็นผู้ไม่มีเวรกับใคร’ อะเวโรตัวนี้นะ
    คนที่อยากมีสุขก็อะเวโรคือเราเป็นผู้ปลอดจากการจองเวรโดยคนอื่น
    มุมมองไม่เหมือนกันนะ แล้วคนส่วนใหญ่เวลาเจริญเมตตา
    อะเวโรคือเราปลอดจากการเบียดเบียน ยุงไม่กัดด้วย...ประมาณนี้นะ

    อะเวโรคือเราเองไม่จองเวรใคร วิธีไม่จองเวรใครก็คือ ‘รู้ทันความโกรธ’
    ต้นเหตุของการจองเวรคือโกรธ สังเกตคำว่าไม่ได้เป็นผู้ไม่โกรธ
    ‘แต่เป็นผู้ไม่จองเวร’ เพราะห้ามความโกรธไม่ได้
    โกรธเกิดขึ้นแล้วก็รู้ทัน ไม่ขัดแย้งกับแนวทางปฏิบัติเลยนะ
    เวลาเจริญเมตตาถ้าทำได้ถูก ไม่ขัดแย้งกัน เป็นการเสริมให้เกิดสติเร็วขึ้น

    แต่ถ้าอะเวโรในแง่ที่ว่า ขอให้คนอื่นอย่าจองเวรกับเรา...ขัดแย้งใช่ไหม
    ขัดแย้งแล้วนะ เราทำเขาได้ แต่เขาอย่าทำเรา มันจะไปดียังไง...ใช่ไหม
    ขอให้ใครอย่ามาทำอะไรเรา โดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย...ไม่ได้
    ทำอย่างนั้นไม่ได้มีแต่ว่าเราเองต้องพัฒนาตัวเอง ไม่จองเวรใคร
    โกรธเกิดขึ้นมาแล้วให้รู้ทัน ก็กลายเป็นผู้ ‘มีสติไว’
    อะเวโรกลายเป็นตัวหนุนให้เราเกิดสติไว

    แล้วก็ไม่ได้ห้ามว่าอย่าโกรธ แต่โกรธแล้วด้วยความตั้งใจว่าจะไม่จองเวร
    มันก็เลยจะรู้ทันความโกรธ ไม่โกรธต่อ แล้วมีสติขึ้นมาแทรก ทำให้โกรธดับไป

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://youtube.com/live/pkq4Cmz3bRY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • (คลิปสั้น) สมถะสามวิ | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    เคยลองจับเวลาไหมว่า เวลาเราทำสมถะเราทำได้กี่วินาที
    เคยมีคนทดลองนะ เขาว่าโดยเฉลี่ยนะ ตอนทำสมถะจิตรวมอยู่กับอารมณ์
    สำหรับพวกประมาณพวกเรานะ เป็นพวกคนไม่ชำนาญการทำฌาน
    ไม่ใช่พวกสมถยานิก ตอนจิตรวมอยู่กับอารมณ์นี่นะ 3 วิ แล้วไป
    รวมกับอารมณ์ 3 วิ แล้วไป แล้วไปนี่นะอย่าบอกแต่วินะ
    กี่นาที...มันจะเป็นกี่นาที...กี่ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแบตหมด
    ชาร์จได้ 3 วิ แล้วก็ไปใช้เลย ใช้หมด
    พอรู้ปุ๊บ เลยต้องชาร์จแบต นึกออกไหม

    เพราะฉะนั้นทำให้เป็นนิสัยไว้เลยว่า รู้ปุ๊บ ชาร์จแบต
    แล้วมันก็ 3 วินะ แล้วก็ไป...ยาว แล้วก็รู้ ตอนรู้แว๊บเดียว
    ตอนรู้แว๊บเดียว เพราะฉะนั้นตอนรู้เนี่ย ถามว่ากินแบตไหม
    กิน แต่กินน้อยมาก เพราะมันแว๊บเดียว
    ตอนที่เสียกำลังกินแบตเยอะสุด คือตอนที่มันหลงไปนั่นเอง
    โดยเฉพาะลักษณะฟุ้งซ่าน ฟุ้งซ่านนี่นะมันสนุก มันไม่อยากเลิกคิด มันก็ยาว
    ที่เปลืองแบตที่สุดเลยก็คือพวกหดหู่ หดหู่เนี่ยมันจะหมดแรง
    โดยเฉพาะในความคิดของเขานี่นะ คิดถึงเรื่องที่แบบว่า...
    คิดแล้วหมดแรง แบตเสื่อมเร็วมากเลย

    เพราะฉะนั้นรู้ปุ๊บต้องทำสมถะประมาณอย่างนี้
    มันขึ้นอยู่กับว่ามันไปฟุ้งนานไหม ฟุ้งนานมากแค่ไหน
    ฟุ้งแบบทั่วๆ ไป ก็ไม่ค่อยกินแบต ฟุ้งแบบมีโทสะจะกินแบต
    หดหูนี่มันอยู่ในกลุ่มโทสะจะกินแบต

    เพราะฉะนั้นถ้าช่วงที่จะเกิดมรรคผล มันจะไม่ฟุ้งนาน
    แต่มันจะเป็นทักษะของเราเอง อย่างที่บอกว่าทุกครั้งที่ ‘รู้’ มันจะจำสภาวะ
    พอฟุ้งปุ๊บ ที่เคยฟุ้งครึ่งชั่วโมง (30 นาที) แล้วนะ ก็จะประมาณสัก 29 นาที
    แล้วค่อยรู้ มันเริ่มดีขึ้นๆ เรื่อยๆ แล้วก็มันก็จะสั้นยาวไปเรื่อยๆ แล้วนะ
    โดยเฉลี่ยมันจะสั้นลง...จะสั้นลง

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • (คลิปสั้น) วิธีจะให้เกิดแต้มรู้ | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ถ้าอยากมาพ้นทุกข์ คือจะรู้ไปตามที่มันเป็น
    สุขก็ได้ ไม่สุขก็ได้ สุขก็รู้ ไม่สุขก็รู้ ประมาณนี้นะ
    สุขก็รู้คือตอนทำสมถะไม่ฟุ้งซ่านไปไหนเลย
    มันเหมือนมีความสุขก็รู้ มันฟุ้งซ่านไปก็รู้ ‘ฝึกรู้’
    จะกลายเป็นว่าได้เตรียมจิตให้พร้อมที่เจริญปัญญา
    ตัวที่จะบ่งชี้ว่า พร้อมมากพร้อมน้อยแค่ไหน
    มันอยู่ที่เราฝึกรู้ได้มากน้อยแค่ไหน

    มันเป็นรู้ด้วยใจเป็นกลาง หรือรู้แบบหงุดหงิด
    ถ้ารู้แบบหงุดหงิดไม่ได้แต้ม เสียแต้ม
    แต่ถ้ารู้ด้วยใจเป็นกลาง ได้แต้มและแต้มสูง
    ก็เริ่มต้นทำสมถะ หลงแล้วรู้ แล้วเริ่มต้นใหม่ มันเหมือนเกมรู้กิเลส

    เกมรู้กิเลส เริ่มต้นทำสมถะ หลงไป ตอนหลงมีกิเลสละ
    ถ้ารู้ทัน รู้ด้วยใจเป็นกลาง มันจะรู้จริงๆ ได้แต้ม
    ได้แต้มแล้วไม่บรรลุมรรคผล เล่นใหม่
    แสดงว่าแต้มนี้ยังไม่พอ แต้มสูงก็จริง แต่ยังไม่พอ
    เห็นไหม สะสมแต้มใหม่ วิธีสะสมแต้มใหม่
    เริ่มต้นใหม่...เริ่มต้นเกมใหม่
    เกมเนี่ยมันไม่ใช่ว่าเล่นและสะสมแต้มไปเรื่อยๆ
    โดยการที่ว่ารู้...รู้ๆ ไปเรื่อยๆ ถ้ารู้...รู้ๆ ไปเรื่อยๆ นี่นะ
    รู้หลังๆ ไม่ได้คะแนนแล้ว เพราะมันชักจะรู้ไม่จริงแล้ว

    วิธีจะให้เกิดแต้มรู้ขึ้นมาใหม่ รู้นี่เกิดตอนไหน
    เกิดตอนที่มีหลง หลงเกิดได้ยังไง เพราะทำสมถะ
    เริ่มทำสมถะใหม่ เข้าใจไหม
    ก็หลงแล้วรู้ แล้วก็เริ่มต้นใหม่
    แล้วหลงอีก แล้วก็รู้ เริ่มต้นใหม่
    หลงอีก แล้วก็รู้ เริ่มต้นใหม่
    กลายเป็นมี 3 จังหวะเท่านั้นเอง
    คล้ายๆ 3 ช่า หนึ่ง สอง สาม เท่านั้นเอง ไม่ต้องนับมาก

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • (คลิปสั้น) สัมมาสติ | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    สมมุติว่าเราเป็นคนขี้โกรธ ก็จะปรุงอะไรที่มันเป็นมาสนองความโกรธ
    เวลา ‘มีสติรู้’ มันจะมีทักษะในการ ‘รู้’
    ความโกรธเกิดขึ้นมา พอรู้ทันมันก็จำ...รู้จัก
    ตอนแรกมันจะรู้จัก โกรธเป็นอย่างนี้ก็รู้ทัน
    แต่ตอนไม่รู้จักมันจะมองว่าไอ้นั่นเลว ไอ้นี่ไม่ดี ประมาณนี้

    การจราจรบางทีมันไม่ใช่คนนะ มันไม่ชอบใจ
    สภาพบ้านเมือง สภาพการจราจรอะไรอย่างนี้นะ
    ก็มองไปข้างนอกใช่ไหม ไม่ได้มองว่าจิตมันโกรธ
    แต่พอมีสติรู้ทัน อ้อ...นี่คือโกรธ มันรู้จักสภาวะ
    แล้วเราเป็นคนขี้โกรธ มันก็จะมีโกรธเกิดบ่อย
    ก็รู้ทันว่าโกรธ ก็รู้จัก รู้จักซ้ำแล้วซ้ำอีก
    มันก็กลายเป็นสนิทสนมกลมเกลียวกับมันนะ
    กลมเกลียวในลักษณะไม่ตามใจมัน
    เป็นเพื่อนที่ดีคือเห็นมันบ่อยๆ ก็จำได้
    มันแอบมานิดนึงก็รู้เลยว่า นี่คือโกรธอีกแล้ว
    จิตขยับนิดนึงก็รู้เลยนี่คือโกรธละ ประมาณนี้นะ
    ก็เรียกว่าทักษะ มันมาจากที่ว่ามีให้ดูบ่อยๆ

    ฉะนั้นอย่าไปกลัว มีก็ดูไป ก็เกิดทักษะ
    แล้วทักษะจะสะสมจนกลายเป็น ‘ถิรสัญญา’
    เห็นแล้วจำ เห็นแล้วจำ เป็น ‘สัญญา’
    เห็นแล้วจำ เห็นบ่อยก็จำบ่อย
    เห็นบ่อยก็จำบ่อย จนจำได้แม่นเป็นถิรสัญญา
    มันขยับโกรธ นึกโกรธนิดเดียวรู้ทัน
    ตอนรู้ทันมันจะรู้แบบอัตโนมัติเลย
    หลังจากที่มีถิรสัญญาแล้ว ตรงนี้จะเรียกว่ามี ‘สัมมาสติ’ แล้ว
    สติที่เราฝึกมาแรกๆ ยังไม่สัมมานะ
    ตอน ‘สัมมา’ จะมาจากที่ว่ามีถิรสัญญา
    มันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วจิตทำงานเอง
    ทำงานเองคือรู้ได้เอง มีสติแบบอัตโนมัติ
    แล้วเวลาตอนเกิดมรรคผลมันก็ต้องเป็นอย่างนี้
    เห็นมัน ไม่ได้มีเจตนาที่จะต้องไประลึกรู้ มันจะรู้เอง

    อย่างที่อาตมาบอกว่า ตอนทำสมถะต้องเจตนาหน่อยๆ
    จิตรวมอยู่กับอารมณ์ก็จริงนะ ก็เจตนาหน่อยๆ
    ตอนที่หลงแล้ว ก็มันไม่ต้องฝึก ตอนรู้ต้องเจตนา
    แต่พอมีถิรสัญญาแล้วนะ ก็ทำสมถะ เจตนาอยู่นะ
    ตอนหลงก็ช่างมัน คือมันทำงานเอง
    ตอนรู้เนี่ยมันรู้เองเลย ไม่ได้มีเจตนาเลย
    ตอนที่มีมรรคผลเกิดขึ้นมา ตรงนี้ไม่เจตนา
    แต่มันเป็นผลมาจากที่ ‘รู้’ บ่อยจนจิตมันจำได้

    ดังนั้น ‘กิเลส’ ไม่ต้องรู้ทุกตัว คือกิเลสตามตำรามีเยอะมากเลยนะ
    แต่กิเลสในใจเรานี่ไม่ต้องรู้ทุกตัว รู้เท่าที่มันมี เท่าที่มันเป็นบ่อยๆ
    แต่ไม่ใช่ว่ารอดูเฉพาะกิเลสตัวนี้ มีอะไรเกิดขึ้นก็รู้ตัวนั้น
    แต่มันจะมีตัวบ่อยของเราอยู่...ก็รู้ตัว แล้วมันก็บ่อยเองไม่ได้แกล้งบ่อย
    เราขี้โกรธจะมีความโกรธเกิดขึ้นบ่อยเอง
    แล้วเราจะมีทักษะในการรู้ความโกรธขึ้นมา
    คนที่ฟุ้งซ่านก็ฟุ้งซ่านนะ ไม่ได้แกล้งฟุ้งซ่านมันฟุ้งอยู่นะ
    ฟุ้งแล้วก็รู้ ฟุ้งแล้วก็รู้ มันก็จะเห็นเลยว่าอย่างนี้คือฟุ้ง
    แล้วฟุ้งมันคืออยู่ในกลุ่มของหลง คือโมหะ
    เพราะฉะนั้นจิตขยับนิดนึงก็รู้เลย นี่จะฟุ้งอีกแล้ว
    ขยับนิดนึงก็จะรู้เลย มันอยู่ในกลุ่มของโมหะนะฟุ้งซ่าน
    ฟุ้งซ่าน หดหู่นี่อยู่กลุ่มโมหะ ฉะนั้นรู้ฟุ้งซ่านหรือรู้หดหู่นี่นะ
    มันจะ ‘รู้หลง’ พอจิตขยับปุ๊บ…รู้
    เรียกว่า ‘ฟุ้ง’ แล้วรู้จนชำนาญ หรือ ‘หดหู่’ แล้วรู้จนชำนาญ
    จิตขยับนิดนึงก็จะรู้เลย มันจะเป็นการรู้หลง
    แต่จะรู้หลงได้ก็ต้องมีสมถะเป็นตัวเทียบ ไม่ใช่รู้ไปเรื่อยๆ
    รู้ปุ๊บ...ทำสมถะต่อ แล้วหลง...แล้วรู้ทัน ประมาณนี้
    จิตขยับรู้ จิตขยับรู้ แต่ในตอนจิตขยับ ‘รู้’ ต้องทำสมถะ
    ก็กลายเป็นว่าทำสมถะ...จิตขยับรู้ ทำสมถะ...จิตขยับรู้
    แล้วตรงนี้จะถี่ๆ ในแง่ของคนที่มีความชำนาญแล้วนะ
    ตอนที่รู้มันจะกลายเป็นเหมือนไม่ได้ตั้งใจ จิตมันทำงานเอง
    มันต้องให้ได้ขนาดนี้นะ จึงจะเกิดมรรคผลได้

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    5 min
  • (คลิปสั้น) ภาวนาเพื่อพ้นทุกข์ สุขที่มีอยู่เป็นเพียงทางผ่าน | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ‘ปัญญาพ้นทุกข์’ คือเห็นความจริงเข้าใจความจริงของชีวิตและโลกทั้งหลาย
    มุมมองในการมองชีวิตและมองโลกก็จะเปลี่ยนไป ถ้าเห็นความจริงนะ
    แต่ถ้ายังไม่เห็นความจริง มุมมองก็ยังเหมือนเดิม...เป็นเราอยู่

    คนที่เห็นแล้วนี่นะ มุมมองเปลี่ยนนะ
    มุมมองเปลี่ยนนี่คือเปลี่ยนไปในทางที่เกิดความเข้าใจ
    แล้วก็ทุกข์น้อยลง ยังทุกข์อยู่นะ ทุกข์น้อยลง
    จนกว่าจะเห็นว่าขันธ์ทั้ง 5 เป็นตัวทุกข์เลย ก็จะไม่ยึด เห็นแล้วไม่ยึด
    แต่ตอนนี้ ปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละคนก็คือ
    ทำยังไงให้เกิดสมาธิ ตัวที่จิตตั้งมั่นนี้ขึ้นมา

    หนึ่งเลยคือ ทำไว้ในใจก่อนว่าที่เราภาวนา ‘เพื่อพ้นทุกข์’
    อันนี้บอกตัวเองบ่อยๆ ว่าที่เราจะภาวนาหรือจะพัฒนาจิตใจตัวเองขึ้นมาเพื่อพ้นทุกข์
    สุขที่มีอยู่เป็นเพียงทางผ่าน ไม่ใช่ว่าไม่เอาสุข ไม่ใช่ว่าจะต้องทุกข์ตลอดเวลา
    แต่ไม่ใช่เป้าหมาย สุขไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าเป้าหมายเอาความสุข
    มันจะทำแล้วหงุดหงิด เพราะมันสุขไม่ตลอด
    สุขไม่ตลอด แล้วทุกครั้งที่มันไม่สุข เราจะหงุดหงิดเลย

    โดยเฉพาะเวลาเริ่มต้นนี่อยากสุขนะ มันต้องอยู่ตรงนี้เท่านั้นจึงจะมีความสุข
    เช่น ดูลมหายใจ มันต้องอยู่กับลมหายใจเท่านั้นจึงจะมีความสุข
    ถ้ามันฟุ้งไปนี่...หงุดหงิดเลยนะ เพราะกูต้องการ มีกูด้วยนะ
    กูต้องการควาความสุข มึงทำไมต้องไป มึงคือกูอีกนั่นแหละ มึงฟุ้งซ่าน...เข้าใจไหม

    แต่ถ้าต้องการพ้นทุกข์มัน คือมุมมองจะแค่เรียนรู้ความจริง จิตเป็นยังไงก็จะรู้
    ตัวทุกข์ที่เราจะเรียนรู้ คือขันธ์ 5 และขันธ์ 5 ที่ดูได้คือ ‘ดูจิต’ นี่แหละ
    จิตจะแสดงความจริงว่ามันไม่เที่ยง เริ่มต้นก็อยู่ตรงนี้นะ แล้วมันก็ไป
    แล้วก็เรียนรู้ความจริง ‘ฝึกรู้’ ไม่ใช่ฝึกบังคับ
    ถ้าปรารถนาต้องการความสุขมันจะบังคับจิต
    แต่ถ้าต้องการพ้นทุกข์มันจะเรียนรู้ความจริง
    มันแค่ดูว่าสงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • สมถะสามวิ | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    สมถะสามวิ
    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามแนวคำสอน “มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

    1. บริการของบ้านจิตสบาย
    - ในบ้านแห่งนี้ มีการจัดเตรียมหนังสือธรรมะ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการภาวนา ที่ญาติธรรมสามารถขอรับได้ และมีบริการวิทยุ วีดีทัศน์สื่อธรรม ที่ทุกท่านสามารถขอยืม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึง “ห้องนิทรรศการของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสถานที่แห่งนี้
    - เจ้าหน้าที่บ้านจิตสบาย พร้อมยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้สถานที่และบริการต่างๆ ของบ้านจิตสบาย สถานที่เรียนรู้สู่ความรู้เเจ้งอริยสัจ

    2. บ้านจิตสบาย เปิดให้บริการวันไหนบ้าง
    - บ้านจิตสบายหยุดทุกวันจันทร์
    - เวลาทำการ:
    วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
    วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
    หมายเหตุ: เวลาและเวลาเปิด-ปิด อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของบ้านจิตสบาย

    3. ติดต่อบ้านจิตสบาย
    - ที่อยู่: เลขที่ 101 ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
    - เบอร์โทรศัพท์: 02-448-3392, 080-018-3555
    - อีเมล: [email protected], Line: @Baanjitsabuy

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    1 hr 49 min
  • (คลิปสั้น) วิธีภาวนาในชีวิตประจำวัน | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ทำสมถะไป ‘หลงแล้วรู้’ แล้วเริ่มทำสมถะต่อ
    วนอยู่แค่นี้เอง ทำได้ทั้งในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบ
    ในรูปแบบก็ง่าย คือว่าเคลียร์ธุระแล้วเรียบร้อย ทำสมถะไป
    ไม่ว่าจะคิดอะไรคือ ‘หลง’ ทั้งหมดเลย แน่ๆ เลย
    อย่ามาหลอกให้ยาก มันจะเห็นเลยว่ามันคือหลง
    แต่ในชีวิตประจำวันจะถูกหลอกได้ สิ่งนี้ควรคิด
    ส่วนนี้ควรจะไป...อะไรประมาณนี้นะ
    มันเหมือนมันมีกิจกรรมที่รู้สึกว่าควรจะคิด
    มันก็หลงได้ แต่ก็ให้ภาวนาไว้ด้วย

    ‘วิธีภาวนาในชีวิตประจำวัน’ นี่ยากแต่ควรฝึกด้วย
    ง่ายๆ เลยก็คือว่าเอากาย เอากายที่กำลังเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
    เป็นจุดเริ่มต้นในการทำสมถะแบบจิตรวมอยู่กับอารมณ์
    ‘อารัมมณูปนิชฌาน’ กายเดินไป เคลื่อนไหวรู้ทัน
    แม้จะนั่งอยู่ นั่งอยู่ก็รู้กายนั่ง ท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน

    ยืนก็มีใช่ไหม ยืนรออะไรสักอย่างนะ
    เข้าคิวหรือว่ายืนบนรถไฟฟ้าอะไรได้หมด
    เดิน...มีเดินตรงๆ ก็มี เดินขึ้นก็มี เดินลงก็มี
    แล้วแต่ว่าจะเดินอย่างไหน ขึ้นบันได ลงบันได
    ท่ายืน...อยู่ในลิฟต์ก็ยืน ใช่ไหม
    มันจะมีอิริยาบถสลับไปสลับมา ยืน เดิน นั่ง
    ส่วนนอน...โอกาสทำยากอยู่เหมือนกันนะ มีไหม
    นอนบริจาคเลือด (...ได้อยู่ๆ) นอนบริจาคเลือด
    หรือไปห้องตรวจให้หมอตรวจ
    มีอิริยาบทนอนบ้างในชีวิตประจำวันแต่น้อยนะ
    จะฝึกอีกทีก็ตอนจะนอนจริงๆ
    ตอนนอนจริงๆ ก็เห็นกายนอน มันยังไม่หลับก็เห็นกายนอนไป
    จนกว่าจะหลับก็ได้ นี่คือชีวิตประจำวัน

    เอากายเป็นที่อยู่ของจิต เห็นกายเคลื่อนไหว
    อยู่กับกาย ไม่เผลอไปไหน
    เรียกว่าทำสมถะ จิตรวมอยู่กับอารมณ์คือกาย
    ลืมตาอยู่ เห็นอะไรข้างหน้า ใจก็พุ่งไปข้างหน้าแล้ว
    ลืมกายแล้ว ให้รู้ว่านี่คือหลงแล้ว
    ส่วนจะทำอะไรกับเรื่องราวต่อไปข้างหน้า ทำไปไม่เป็นไร
    ให้รู้แว้บนึงว่า...หลงแล้ว ก็ยังดีนะ

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • (คลิปสั้น) ข้อดีของการทำสมถะ | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    ‘ทำสมถะ’ นี่นะ ข้อดีข้อที่หนึ่ง (1) คือมันจะเป็นตัวตั้งต้น ‘ภาวนา’
    จะได้แต้มก็เริ่มต้นได้แต้มตอนนี้เลย
    ข้อดีข้อที่สอง (2) คือมันเป็นตัวเปรียบเทียบ ว่าผิดจากนี้คือ ‘หลง’ แล้วจึงจะได้รู้ใหม่
    ข้อดีข้อที่สาม (3) คือพอรู้แล้ว ถ้าเริ่มต้นใหม่มันเป็นการชาร์จแบต
    เพราะในการที่หลงเสียแบต เสียกำลังแล้ว ตอนรู้ก็ใช้กำลังเหมือนกันนะ
    หมดกำลังแล้วนี่นะ ถ้าจะรู้ต่อมันจึงใช้ไม่ได้ ที่รู้ต่อๆ ไปนี่ มันหมดกำลังแล้ว
    จะรู้แบบไม่ได้แต้ม เพราะฉะนั้นจะรู้ให้ได้แต้ม...ต้องกลับมาชาร์จแบตใหม่

    การทำสมถกรรมฐานแบบ ‘อารัมมณูปนิชฌาน’ นั้นเป็นการชาร์จแบต
    ‘หลงแล้วรู้ หมดแรง...ชาร์จแบต’ ในแง่ชาร์จแบต
    คือสมถกรรมฐานแบบอารัมมณูปนิชฌาน...ชาร์จแบต
    หลง...สิ้นเปลืองพลังงาน คิดอะไรไปสิ้นเปลืองพลังงาน
    รู้ก็ใช้พลังงานเหมือนกันนะ...หมดแล้ว เราเป็นพวกแบตเสื่อม
    ชาร์จแบตใหม่ รู้ปุ๊บ...ชาร์จแบต

    ดังนั้น ‘อารมณ์สมถะ’ ก็สำคัญในแง่ที่ว่าควรเป็นอารมณ์ที่เราเริ่มต้นง่ายๆ
    ถ้าเราจะต้องจุดเทียนทุกครั้ง เพื่อจะดูแสง ทำกสิณแสง...ลำบาก
    ลมพัดหน่อยเปลวเทียนไหวก็ไม่ได้แล้ว ภาพผิดจากที่จำไว้ไม่ได้แล้ว
    ต้องเอาที่มันอยู่ด้วยกันตลอด ไปไหนไปด้วย...ก็คือ ‘กาย’ นี่แหละ
    ถนัดดูลมหายใจเฉพาะจุด หรือดูกายหายใจก็ได้
    หรือถ้าเป็นบริกรรมก็ให้บริกรรมมีตำแหน่งอยู่กับกายนี้
    เพื่อที่ว่าอยู่ที่ไหนก็บริกรรมได้ อยู่ที่ไหนก็ภาวนาได้
    อยู่ที่ไหนก็เริ่มต้นสมถะแบบจิตรวมกับอารมณ์ได้
    เรียกว่าจะขึ้นยานอวกาศไปดาวอังคารก็ยังทำได้
    ไม่ใช่ว่าจะต้องเตรียมแก้วน้ำเพื่อเพ่งกสิณน้ำ
    เตรียมถาดดินเพื่อดูกสิณดิน จะพกไปอย่างไร นึกออกไหม...ลำบาก
    ไปสนามบินก็ไม่ให้พกน้ำไปด้วย ต้องไปหาข้างในอีก เค้ายังไม่เสิร์ฟก็ยังไม่ได้กิน
    แต่ถ้าอยู่กับกาย ได้เลย กายก็อยู่ทุกที่ ไปไหนก็ได้

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    3 min
  • (คลิปสั้น) กระบวนการฝึกจิตตั้งมั่น | พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล | 25 ก.พ. 2567

    จิตตั้งมั่น คนไม่เคยทำเลยอยู่ๆ จะให้ตั้งมั่นไม่ได้
    ก็ต้องมีกระบวนการฝึก ฝึกแรกๆ ก็ต้องทำจิตสงบก่อนนี่แหละ
    สมาธิแบบทั่วๆ ไปก่อน แล้วคอยดูตอนที่มันหลง
    เมื่อกี้หลวงพ่อก็บอก อยู่ๆ จะให้หลงแล้วรู้เนี่ย
    จะไปดูได้ยังไง เพราะมันหลงอยู่ตลอด เข้าใจไหม
    ‘หลักการทางการทำจิตตั้งมั่น คือ หลงแล้วรู้ ตอนรู้จะได้ตั้งมั่น’
    แต่อยู่ๆ จะให้หลงแล้วก็รู้เลยนะไม่ได้ เพราะว่าหลงอยู่ตลอด
    ก็ต้องหาจังหวะที่มันไม่หลงแต่ไม่ตั้งมั่น
    ก็คือทำสมถกรรมฐานแบบจิตรวมอยู่กับอารมณ์
    ทำก่อน ช่วงนั้นไม่หลงแต่ไม่ตั้งมั่น

    สมถะมี 2 แบบนะ จิตรวมอยู่กับอารมณ์แล้วเรียกว่า (1) ‘อารัมมณูปนิชฌาน’
    แล้วก็จิตตั้งมั่น คือไม่รวมอยู่กับอารมณ์ อารมณ์อยู่ต่างหากจิตอยู่ต่างหาก
    เรียก (2) ‘ลักขณูปนิชฌาน’ เราต้องการตัวนี้แหละ
    ลักขณูปนิชฌานหรือจิตตั้งมั่น แต่อยู่ๆ จะทำเลยไม่ได้
    หลักการของมันคือหลงแล้วรู้ หลงแล้วรู้ก็ทำไม่ได้เพราะมันหลงอยู่ตลอด
    ก็ต้องมีอารมณ์แบบอารัมมณูปนิชฌานเข้ามาเป็นตัวเริ่มต้นก่อน
    เช่น ดูลมหายใจ ถ้าจิตอยู่กับลมหายใจ เรียกอารัมมณูปนิชฌาน
    ความรู้สึกในขณะนั้นคือเห็นลมหายใจ จิตกับลมหายใจนี้รวมอยู่ด้วยกัน
    เข้าใจไหม แล้วพอมันหลง คือไม่รู้ลมหายใจไปรู้อย่างอื่น
    ไปรู้อย่างอื่นก็คือหลงไปแล้วค่อยรู้ว่าเมื่อกี้หลง ตอนรู้เมื่อกี้หลง
    จะเป็นโอกาสจะเกิดลักขณูปนิชฌานหรือจิตตั้งมั่นขึ้นมา
    ถ้ารู้ด้วยใจเป็นกลาง มันต้องรู้ด้วยใจเป็นกลาง
    ถ้ารู้ด้วยใจที่ไม่ชอบหรือเข้าไปแก้ แทรกแซงแก้ไขไป
    ขณะนั้นก็ไม่ได้รู้ด้วยใจเป็นกลาง จิตก็จะเข้าไปรวมอยู่กับอารมณ์นั้น คือรวมเข้าไปแก้ไข

    ถ้ารู้เฉยๆ ไม่ได้แก้ไขอะไร แค่รู้ทันว่ามีอะไรเกิดขึ้น จิตขณะนั้นก็ตั้งมั่นขึ้นมา
    แล้วพวกเราสมาธิไม่ค่อยดี ก็ตั้งมั่นขณะเดียว
    ขณะเดียวแต่ก็พอ ขณะเดียวนี้ก็พอเลย
    พอที่จะเจริญปัญญาต่อ เห็นความจริงได้
    ถ้าไม่มีจิตตั้งมั่น จิตไม่พร้อมที่จะเกิดปัญญา
    ขนาดว่าจิตรวมอยู่กับอารมณ์ให้ทำฌานอะไรก็ได้นี่นะ
    ไม่ได้มีความพร้อมจะเกิดปัญญาในแง่ของการเจริญวิปัสสนา

    พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
    สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
    25 กุมภาพันธ์ 2567
    ณ บ้านจิตสบาย

    ที่มาคลิปเต็ม: https://youtube.com/live/bV0rNJC9jnY

    หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/

    ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
    Website - www.jitsabuy.com
    YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
    LINE - @baanjitsabuy
    Instagram - @baanjitsabuy
    TikTok - @baanjitsabuy

    4 min

About บ้านจิตสบาย

From the publisher's feed

บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามเเนวคำสอน