
Sign up to save your podcasts
Or


ฉันชื่อเฮเลน อายุ 16 ปี และฉันเป็นนักเรียน ฉันชอบการเรียน ฉันมีเพื่อนมากมายที่โรงเรียนและฉันได้เดทกับแฟนที่ยอดเยี่ยมเป็นเวลาสองสามเดือน มีอยู่เพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจ นั่นก็คือพ่อแม่ของฉันฐานะไม่ค่อยดี พ่อเสียธุรกิจไปและเราไม่ค่อยมีเงิน พ่อมักจะพูดอยู่เสมอว่า พ่ออยากเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่และทุกอย่างจะโอเคแต่ก็ต้องใช้เงินเยอะ มันช่างย้อนแย้งจริง ๆ เราแทบมีเงินไม่พอในการใช้ชีวิตและมันก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเราอย่างมาก พ่อกับแม่มักทะเลาะกันเรื่องนี้เสมอ พ่อหัวรั้นมากและในที่สุดแม่ก็ทนอีกต่อไปไม่ได้และในที่สุดแม่ก็หย่ากับพ่อ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า แต่ชีวิตก็ไม่ได้ง่ายขึ้นเลย ปัญหาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เราแทบไม่มีเงิน และโดยที่ฉันไม่ได้คาดคิดมันก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของฉันเหมือนกัน
ฉันชื่อนิโคล อายุ 17 ปี และฉันก็ต้องการคำแนะนำเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันควรทำ เพื่อให้แฟนฉันกลับมา หลังจากที่ฉันโกหกเขาแล้วเขารู้ความจริง ตอนที่พอลและฉันเริ่มออกเดทกันเมื่อหนึ่งปีก่อน ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนที่ใช่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเห็นเขา ฉันรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับกระเพาะบิดตัวและเริ่มกระโดดไปมาในท้อง ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่า รักแรกพบ ยังไงก็ตามความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ฉันหมายถึงเราทะเลาะกันเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่ด้วยเหตุผลโง่ๆ อย่างเช่น เมื่อเขาแกล้งฉันเล่นและฉันก็ตีโพยตีพาย เพราะฉันไม่มีอารมณ์เล่นด้วย หรือเมื่อฉันสังเกตเห็นเขามองผู้หญิงอื่นและโกรธเขา อืม ก็นะ เหตุผลทั่วไปในการทะเลาะกันของคู่รักทุกคู่น่ะ ใช่ไหมล่ะ สิ่งสำคัญคือ เราก็มักจะคืนดีกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
สวัสดี! ฉันชื่อโสรยา เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว ฉันเพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบอายุสิบห้าปีไป พ่อแม่และเพื่อน ๆ ของฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้วันนี้เป็นวันที่สุดพิเศษสำหรับฉัน ... แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ เพราะฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันร้องไห้ในห้องโดยที่ล็อกประตูจากด้านใน คุณอยากรู้มั้ยว่าทำไม? นั่นก็เพราะวันนี้ไม่ควรจะเป็นวันพิเศษแค่สำหรับฉันคนเดียว แต่มันควรเป็นวันพิเศษของพี่สาวฝาแฝดของฉันด้วย แต่ตอนนี้เธอได้เสียชีวิตไปแล้ว
พี่สาวของฉันชื่อฟอเซีย ... โอ้..ฉันแทบรับไม่ได้กับการพูดถึงเธอในอดีตที่ผ่านมา ฟอเซียเสียชีวิตอย่างน่าสงสารเมื่อประมาณหกเดือนที่ผ่านมา ฉันคิดถึงเธอมาก! และฉันหวังว่าคุณคงจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน ฉันคิดว่าคนที่มีพี่น้องฝาแฝดเหมือนฉันคงจะเข้าใจความรู้สึกของฉันดี พวกเขารู้ดีว่ามันเป็นยังไงกับการที่มีใครสักคนคอยอยู่เคียงข้างนับตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณลืมตาดูโลก หรือแม้กระทั่งก่อนที่คุณจะเกิดมา มันช่างเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษที่ไม่มีอะไรจะมาเทียบได้แล้วในชีวิต!
ฉันรู้ว่ามีบางคนที่อาจไม่ค่อยลงรอยกับพี่น้อง หรือแม้กระทั่งกับพี่น้องฝาแฝดของพวกเขาก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่กรณีของฉันกับฟอเซีย เราทั้งคู่มีความสุขด้วยกันมาก และคงไม่มีใครที่จะมีพี่สาวที่แสนดีเหมือนพี่สาวของฉันคนนี้ได้อีกแล้ว
สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อสเตซี่ ฉันอายุ 15 ปี ตอนนี้ฉันเป็นคนขี้ระแวงและกลัวการออกนอกบ้าน เป็นเพราะเมื่อไม่นานมานี้ ฉันถูกจับเป็นตัวประกันตลอดทั้งวันและคิดว่าจะไม่ได้กลับบ้านซะแล้ว มันเริ่มต้นที่ความหลงใหลซึ่งไม่มีพิษภัย ฉันรักดนตรีและใช้เวลาส่วนมากในร้านดนตรีเพื่อฟังเพลงและซื้อแผ่นเสียงที่แตกต่างกัน ฉันสนุกมากๆ และไม่นานฉันก็ฟังครบทุกเพลงในร้าน ยกเว้นแผ่นเสียงที่แพงและหายากซึ่งฉันไม่มีเงินซื้อ ดังนั้นฉันจึงยืนอยู่ข้างๆ ชั้นวางและหยิบพวกมันขึ้นมาเพื่อพลิกดู และฝันหวานว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าของพวกมัน วันหนึ่ง มีหญิงคนหนึ่งเข้ามาหาและชื่นชมฉัน เธอบอกว่าฉันมีรสนิยมในการฟังเพลง ฉันจึงล้อเล่นกลับไปว่านอกจากจะมีรสนิยมยังมีเงินอันน้อยนิดด้วย พวกเราหัวเราะและเริ่มคุยกัน กลายเป็นว่าพวกเราชอบวงเดอะดอร์สและเพลงของวงนี้เหมือนกัน
สวัสดีทุกคน ฉันชื่อบรี ฉันเดาว่า คนที่ดีเหล่านี้ที่กลายมาเป็นผู้ปกครองของ ฉัน บอกฉันทีว่ามันฟังดูแปลกใช่ไหม ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองชื่ออะไร พ่อและแม่คือใคร และแม้กระทั่งคุณเป็นใคร สิ่งแรกที่ฉันจำได้คือ กลิ่นของหญ้าในทุ่งที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันรู้สึกปวดหัวที่สุดในชีวิต หัวฉันต้องได้รับบาดเจ็บแน่ๆ แต่มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ? ฉันลุกขึ้นมานั่งและพยายามคิดว่า ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่ก็คิดไม่ออก ฉันยืนขึ้นและตัดสินใจกลับบ้าน แต่จำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน เมื่อคิดต่อไปอีก ฉันก็ตระหนักได้ว่าฉันไม่รู้ชื่อของตัวเอง ฉันเริ่มตื่นตระหนกและเริ่มวิ่งไปเรื่อยๆ มีบ้านบางหลังไม่ไกลจากที่ที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันไปที่นั่นแล้วเคาะประตูบ้านของคนแถวนั้นแล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ ในที่สุดก็มีหญิงชราคนหนึ่งอนุญาตให้ฉันเข้าไปในบ้าน แล้วบอกให้ฉันเล่าให้ฟังว่าฉันเป็นใครและเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แต่ฉันจำชื่อและที่อยู่ของตัวเองไม่ได้ เธอดูสับสน ส่วนฉันรู้สึกหวาดกลัวและอับอายที่ร้องไห้ต่อหน้าเธอ หญิงชราพยายามปลอบฉัน และนำชาอุ่นมาให้ ดูเหมือนเวลาผ่านไป และหลังจากที่รถตำรวจหลายคันมาถึง, ไปโรงพยาบาล, ได้คุยกับหมอมากมาย และกลับไปพบกับครอบครัวใหม่ ฉันก็ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของฉัน
ฉันชื่อไคลี่ อายุ 15 ปี ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันถูกเรียกว่า “เด็กพิเศษ” มาตลอด ตอนเด็กฉันตระหนักว่า ฉันมองเห็นสิ่งที่เด็กคนอื่นมองเห็นแตกต่างออกไป ฉันกลัวทางม้าลายและบันได สีเหลืองและสีแดงทำให้ฉันตกใจ! ฉันมักจะเสียขวัญเสมอเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจร เด็กคนอื่นๆ คิดว่าฉันเป็นบ้าและแม้แต่พวกพ่อแม่ต่างก็บอกให้ลูกๆ ว่าให้อยู่ห่างๆ ฉัน แม่เป็นคนที่รักและสนับสนุนฉันอยู่เสมอมา ฉันรู้ว่าฉันต่างจากคนอื่น แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ว่า "ทำไม" หลังจากการหาข้อมูลทางการแพทย์และการพูดคุยนับครั้งไม่ถ้วนกับจิตแพทย์ ในที่สุดฉันก็ได้รู้จักชื่ออาการที่ฉันเป็น มันคือโรคจิตเภท แน่นอนว่าในตอนนั้นฉันไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่ฉันก็เห็นว่ามันทำให้ทั้งพ่อและแม่ใจสลาย การวินิจฉัยโรคครั้งเนี่ยเปลี่ยนชีวิตฉันไปอย่างสิ้นเชิง ฉันต้องกินยาเยอะมากทุกวัน เหมือนกับฉันกลายเป็นผัก! แต่ดูเหมือนว่า หมอจะพอใจมากกับการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของฉัน
ไง ทุกคน! ฉันชื่อเจนนีน อายุ 17 ปี ทั้งชีวิตของฉันมีคนๆ หนึ่งที่คอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ คนที่ฉันรู้ว่าจะไม่มีวันทิ้งฉัน คนนั้นคือ แม่ของฉันเอง แต่เมื่อไม่นานมานี้ แม่ไล่ฉันออกจากบ้านของเราและนี่มันก็หนึ่งเดือนแล้วนับจากวันที่เราคุยกันครั้งสุดท้าย แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มงวดและชอบกุมอำนาจ และพ่อก็มักจะพยายามหนีจากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เขาหาเงินเข้าบ้านและคิดว่าเท่านั้นมันก็เพียงพอแล้ว มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วันหนึ่งครอบครัวของเราก็แตก เมื่อพ่อก็บอกว่าในที่สุดเขาได้เจอเนื้อคู่และทิ้งเราไป
สวัสดี ฉันเคธี่ ตลอดเวลาฉันมักกลัวการทำให้พ่อกับแม่ต้องผิดหวังเสมอและไม่นานมานี้ ฉันหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ โดยการ จ้างใครบางคนให้ปลอมมาเป็นแฟนของฉัน แต่เรื่องนี้กลับนำไปสู่หายนะยิ่งกว่าสิ่งที่ฉันพยายามที่จะหลีกเลี่ยงซะอีก
ฉันพนันว่า คุณคงจะเดาออก ว่าครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวอนุรักษ์นิยม สามีที่เป็นทนายกับภรรยาที่เป็นกุลสตรีผู้เพรียบพร้อม และมีลูกที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค เรียนดี เรียบร้อยไม่ต่อปากต่อคำ นั่นแหล่ะ ครอบครัวของฉันเป็นแบบนั้นเลย
พ่อและแม่ของฉันมักจะเข้มงวดกับฉันเสมอ จนถึงขนาดไม่อนุญาตให้ฉันแต่งหน้าไปโรงเรียน และชายกระโปรงของฉันจะต้องไม่เลยขึ้นมาอยู่เหนือหัวเข่าโดยเด็ดขาด
สวัสดี ฉันชื่อแอนนา มาเรีย อายุ 18 ปี ฉันอยากจะส่งคำทักทายจากแคลิฟอร์เนียไปยังที่ที่ฉันเกิดและเติบโตขึ้น และทุกๆ คนที่กำลังฟังฉันอยู่! ฉันเดาว่า พวกคุณส่วนใหญ่กำลังคิดถึงแคลิฟอร์เนียที่แตกต่างจากฉัน ก็นะ ฉันเป็นคนแม็กซิกัน เกิดในเมืองบาฮากาลิฟอร์เนียและอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ใกล้ชายแดนประเทศอเมริกา วันหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว พ่อแม่ของฉันเดินทางข้ามชายแดน..และฉันก็ไม่เคยเห็นพวกเขาอีกเลย
สวัสดีทุกคน ฉันซาร่าห์ ตอนนี้ฉันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก ๆ ฉันอาจจะต้องสูญเสียลูกชายเนื่องจากการกระทำและไลฟ์สไตล์ของฉันเอง และที่แย่ที่สุดคือสิ่งที่ฉันทำทุกอย่างล้วนเพื่อเขา เพราะฉันรักเขามากยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันได้พบกับชายที่ชื่อวิกเตอร์ เขาเป็นสุภาพบุรุษจริง ๆพวกเราเดทกันระยะหนึ่งและทุกอย่างก็ไปอย่างราบรื่นดี แน่นอน ตอนนั้นเรายังอายุน้อย และหลงใหลซึ่งกันและกัน เราไม่ต้องการอะไรนอกจากการได้อยู่ด้วยกัน และเราก็มีความสุขมากจนตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกัน จากนั้นเรื่องแย่ ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ฉันต้องแบกรับงานบ้านทุกอย่างและฉันก็เหนื่อยตลอดเวลา ความรักที่ฉันมีให้กับแฟนหนุ่มก็เริ่มลดลงเรื่อย ๆ พวกเราทะเลาะกันบ่อยและไม่เคยทำความเข้าใจกันเลย มันเหมือนกับว่าเรากำลังพูดกันคนละภาษาอยู่! บอกตามตรง พวกเราพยายามอย่างมากเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ จนถึงขนาดไปปรึกษากับจิตแพทย์ เพื่อพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่ง แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราเข้าใจว่าต้องหาอะไรบางสิ่งมาประสานรอยร้าวนี้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะมีลูกกัน คุณอาจคิดว่ามันเป็นความคิดที่ไม่ดีนักที่จะมีลูกในยามที่ครอบครัวกำลังระส่ำระสายแบบนี้ แต่ในเวลานั้นดูเหมือนมันจะเป็นทางออกที่ดีของพวกเรา
และเรื่องมันก็กลายเป็นว่า ขณะที่ฉันกำลังท้อง วิกเตอร์ช่วยดูแลฉันและงานบ้านทุกอย่าง แม้ว่าเขาจะต้องทั้งทำงานหนัก ต้องดูแลฉันที่กำลังท้อง แต่ความสัมพันธ์ของเรากลับดีขึ้นมาก แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องดูแลทารกมันเป็นอะไรที่ยากมากกว่าที่เราคิด หลังจากที่ฉันคลอดลูก ชีวิตก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ฉันใช้เวลาทั้งวันในการดูแลลูกสาวของเรา ในขณะที่วิกเตอร์ต้องทำงาน แต่ละวันฉันเหนื่อยแสนเหนื่อย และถึงตอนเย็นเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขากลับต้องการให้บ้านช่องสะอาดเรียบร้อยเสมอและมีอาหารเย็นอุ่น ๆ เสิร์ฟรอเขาอยู่บนโต๊ะ และกลางคืนฉันก็ต้องดูแลลูกทั้งคืน เพราะเขาเป็นเด็กที่หลับยากและตื่นขึ้นมาร้องไห้ตลอดเวลา วิกเตอร์ไม่ได้ช่วยอะไรฉันมากนัก และถ้าเขาทำ เขาก็ทำเหมือนแค่ต้องการเอาใจฉันเท่านั้น เขาเปลี่ยนไปมากจากแต่ก่อน บางทีนี่อาจเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขาก็ได้ แบบผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่แม่บ้าน
From the publisher's feed

305 Listeners

315 Listeners

12 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

21 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

0 Listeners