
Sign up to save your podcasts
Or


ว่าไง ทุกคน ฉันชื่อเอลลี่ คุณรู้ไหมว่าบางครั้งความโชคร้ายก็เปลี่ยนชีวิตคนให้เหมือนตกนรกได้ แต่ในกรณีของฉันมันต่างออกไป เราเลี่ยงความโชคร้ายได้ แต่ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปตลอดกาล มันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน พ่อแม่ฉันเซอไพรส์ฉันและบอกว่าเรากำลังจะได้ใช้เวลาสามเดือนบนเกาะสุดเก๋ที่ไหนสักแห่งในเอเชีย พวกเขาจะจองวิลล่าไว้และพวกเราจะได้สนุกกับการอยู่ในสรวงสวรรค์ตลอดทั้งฤดูร้อน แต่เรื่องของเรื่องคือฉันไม่อยากไปเลย! มันเป็นปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้ายของฉันและฉันอยากจะใช้เวลากับเพื่อน ๆ! ปีหน้าพวกเราต่างก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยคนละที่กัน แล้วก็อาจจะไม่ได้ติดต่อกันอีก อีกอย่างฉันเกิดเดือนกรกฎาคม ฉันไม่อยากจะฉลองวันเกิดกับพ่อแม่ที่เกาะหรอก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกาะสวรรค์ก็เถอะ แต่โชคร้ายที่ไม่มีใครถามความเห็นฉันเลย พ่อแม่จองตั๋วเครื่องบินแล้วและพวกเขาไม่ปล่อยฉันไว้คนเดียวที่บ้านแน่ เพราะงั้นฉันจึงไม่มีทางเลือก แต่ฉันตั้งใจว่าจะอยู่บ้านจึงตัดสินใจขัดขวางการเดินทางครั้งนี้ ใช่แล้ว ฉันรู้ว่าพ่อแม่คงจะเสียเงินเยอะแต่เข้าใจฉันหน่อยเถอะ นี่มันสามเดือนในชีวิตของฉันเลยนะที่ต้องอยู่ห่างจากบ้านและเพื่อน ๆ เป็นพันกิโล
แล้ววันเดินทางก็มาถึง ฉันจัดกระเป๋าตามแผนที่วางไว้และเราเช็คของเป็นครั้งสุดท้าย ฉันช่วยเพื่อที่จะได้เห็นว่าแม่เอาพาสปอร์ตของพวกเราเก็บไว้ไหน ที่ต้องทำก็แค่หันเหความสนใจของพ่อแม่ เอาซองใส่พาสปอร์ตของจากกระเป๋าของแม่และซ่อนมันไว้ที่บ้าน แม่โทรเรียกแท็กซี่ แล้วพวกเราก็นั่งรอรถ ฉันคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการสร้างความตื่นตระหนก ฉันเลยออกไปข้างนอกแป๊ปนึง โทรหาบริษัทแท็กซี่และยกเลิกแท็กซี่ ฉันหวังว่าเมื่อแท็กซี่ยังไม่มาแม่จะเริ่มกังวลและแม่จะออกห่างจากกระเป๋าของเธอสักแป๊ป แท็กซี่ไม่มาตามเวลาที่นัดไว้และไม่ช้าพ่อแม่ก็เริ่มเป็นกังวลอย่างมาก และเมื่อแม่โทรไปที่บริษัทแท็กซี่และพบว่าปัญหาคืออะไร แม่จึงรู้ว่าฉันพยายามทำลายทริปของเรา และอย่างที่ฉันคาดไว้แม่เริ่มตื่นตระหนก แม่กับพ่อวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ได้ในที่สุด เยี่ยมเลย ทำให้ฉันมีเวลาพอที่จะขโมยซองใส่พาสปอร์ตและโยนไว้ในตู้เสื้อผ้า
หลังจากนั้นพวกเราก็รีบไปที่สนามบิน พ่อแม่ตะโกนใส่ฉันตลอดทางและบอกว่าถ้าพวกเราไปไม่ทันฉันจะต้องถูกลงโทษ ฉันไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ฉันพร้อมที่จะถูกกักบริเวณ โดนหักค่าขนม หรืออะไรก็ตามที่พวกเขาคิดออก เรามาถึงช้าแต่ก็ยังมีเวลาให้เช็คอินและเมื่อพนักงานขอพาสปอร์ต แม่ก็ตกใจมากที่พบว่ามันไม่อยู่ ไม่มีเวลาพอที่จะกลับไปเอาแล้วเพราะงั้นฉันชนะ ฉันแทบอดจะร้องออกมาว่า "เย้!" ไม่ได้ แต่เมื่อเห็นสายตาอันขุ่นเคืองของพ่อแม่ฉันก็รู้สึกได้เลยว่าแย่แน่ ๆ โอ้ ต้องบอกมั้ยว่าพ่อแม่ดุฉันหนักขนาดไหน ฉันสาบานเลยว่าแม่พร้อมจะฆ่าฉันเพราะสิ่งที่ฉันทำเลยล่ะ การลงโทษเริ่มขึ้นทันทีที่เราถึงบ้าน ฉันต้องเก็บของจากกระเป๋าเดินทางทั้งหมดและทำงานบ้านทั้งหมดด้วย พ่อแม่ยังบอกด้วยว่าฉันจะถูกกักบริเวณตลอดทั้งปิดเทอมหน้าร้อน แหงล่ะว่านี่ไม่ใช่อย่างที่ฉันหวังไว้และฉันก็ไม่คิดว่าพ่อแม่จะโกรธหนักขนาดนี้ ฉันเริ่มรู้สึกแย่ ฉันทำลายทริปนี้ มันคงดีกว่านี้จะเราได้ไปที่เกาะงี่เง่านั่น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันต่อมาเปลี่ยนทุกสิ่ง
สวัสดีทุกคน ฉันชื่อจิอานน่า และฉันคิดว่าบางครั้งทุก ๆ คนก็อยากจะรู้อนาคตของตัวเอง จะได้ทำงานอะไร, จะได้เงินเท่าไหร่, จะตายตอนไหน มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็เจ๋งใช่ไหมล่ะ ก็นะ จากประสบการณ์ของฉันแล้ว มันไม่เจ๋งเลย ฉันเป็นเด็กสาวอายุ 15 ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน มีการวางแผน และมีความหวังอันยิ่งใหญ่ ฉันมีครอบครัว เพื่อน และแฟนที่น่ารัก จะต้องการอะไรอีกล่ะ? ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทุกอย่างเหมือนถูกทำลาย มันเริ่มต้นจากการปวดหัวเพียงเล็กน้อย ซึ่งฉันไม่สนใจ จากนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อสังเกตตัวเองแล้วพบว่า ฉันมักจะเหนื่อยอยู่บ่อย ๆ หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งฉันก็คิดเพียงแค่ว่า เป็นเพราะยุ่งมาก ๆ นั่นแหละ
ครั้งหนึ่งตอนที่ฉันไปข้างนอกกับเพื่อน ฉันรู้สึกว่างเปล่าและ... ตื่นมาบนเปลหาม ทุกอย่างเบลอไปหมด ฉันเห็นเพื่อน ๆ ทำหน้าตกใจ และหมอที่กำลังเรียกชื่อฉันอยู่ ฉันรู้สึกตัวตอนอยู่ที่โรงพยาบาล ครั้งนี้ฉันปวดหัวอย่างสุด ๆ พ่อ แม่ พี่ชายของฉันก็อยู่ด้วย ฉันถามพวกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แม่จึงบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ฉันเป็นลม ล้มลงบนทางเท้า ทำให้หัวได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เพื่อน ๆ จึงเรียกรถพยาบาลให้ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก หมอสัญญาว่า ฉันจะกลับบ้านได้ทันทีถ้าได้รับผลเอกซเรย์แล้ว ดังนั้น ฉันจึงใจเย็นลงนิดหน่อย แต่ก็ยังอยากออกจากที่นั่นให้ไวที่สุดอยู่ดี เพราะหมอและโรงพยาบาลมักทำให้ฉันกลัว!
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันคิดว่าตัวเองรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่ฉันกำลังเก็บของ หมอและพ่อแม่ของฉันก็เข้ามาในห้อง แม่หน้าซีด ส่วนพ่อก็ทำหน้ากลุ้มใจ หมอเป็นคนดีและยิ้มเก่งมาก เขาเล่ามุกตลก แต่ดูเหมือนว่าเขาอยากจะพูดบางสิ่งที่จริงจังออกมา
สวัสดี! ฉันชื่อรูบี้ ฉันเพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนและแต่งงานแล้ว และฉันก็ท้องอยู่ด้วย นี่คือที่มาว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อนที่ฉันจะโตเป็นวัยรุ่น ฉันกลับมาจากโรงเรียนในวันหนึ่งและเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะออกจากอพาร์ทเมนต์ของเรา แม่ของฉันหน้าซีดเผือด และเห็นได้ชัดว่าเพิ่งหยุดร้องไห้ ปรากฏว่าพ่อฉันถูกรถเมล์ชน และตอนนี้เราก็สูญเสียเขาไปแล้ว
จะบอกว่ายังไงดีล่ะ? แน่นอน เป็นเรื่องยากที่เราจะผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ ทั้งสำหรับฉันและแม่ เราเริ่มมานอนบนเตียงเดียวกันหลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่ฉันจะฝันร้ายถึงเรื่องที่ต้องสูญเสียพ่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแม่ฉันก็บอกว่าแม่ไม่อาจนอนหลับในห้องได้เมื่อไม่มีพ่อ เกือบทุกคืนฉันจะได้ยินเสียงแม่ร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ ฉันอยากช่วยแม่ อยากให้แม่รู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้องใช้เวลาราวหนึ่งเดือน หรืออาจมากกว่านั้นอีกนิดหน่อยเพื่อเริ่มต้นชีวิตปกติธรรมดาของเราอีกครั้ง แต่หนนี้ฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าแม่ฉันมีบางอย่างผิดปกติไป แม่เริ่มดื่มเหล้าทุกวัน แบบทุกวันจริงๆ ตอนแรกแม่บอกว่าแค่ช่วยให้หลับดีขึ้น และฉันก็เชื่อแม่ แต่วันหนึ่งฉันก็พบว่าแม่นอนหลับอย่างสงบสุขในตอนกลางวัน ซึ่งที่จริงก็หมายถึงแม่โดดงาน สถานการณ์แบบเดียวกันเป๊ะเกิดขึ้นซ้ำอีกหลายหน จนถึงจุดหนึ่งแม่ก็ทำให้ตัวเองถูกไล่ออกจากงานสองอย่างภายใน 5 หรือ 6 สัปดาห์ถัดมา แต่ละครั้งแม่จะบอกว่าเสียใจมาก และเริ่มพยายามเลิกเหล้า แต่เมื่อไม่มีเหล้า แม่ก็จะเริ่มกลายเป็นคนก้าวร้าว และก็อย่างที่คุณรู้ ไม่เป็นมิตรเลยน่ะ เรื่องนี้เกิดบ่อยเสียจนถึงจุดหนึ่งเพื่อนบ้านเราก็เริ่มสงสัยว่าจะมีอะไรสักอย่าง และเรียกนักสังคมสงเคราะห์มาดู
ฉันใช้เวลา 111 วันอยู่ที่ศูนย์ดูแลเด็ก เพื่อรอให้แม่ฉันบำบัดอาการของตัวเอง เมื่อในที่สุดแม่มารับฉันกลับบ้าน แม่ดูผอมลง แต่สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ฉันไม่เคยลืมอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่เห็นแม่ผ่านหน้าต่างวันนั้นได้เลย ฉันคิดว่าความสุขของฉันคงจะชัดเจนจนเผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้างด้วย ฉันเห็นว่าแม่ภูมิใจในตัวเองมากขนาดไหนที่เลิกนิสัยแย่ๆ ของตัวเองไปได้ และฉันเองก็เช่นกัน เราทั้งคู่ตกลงกันว่าคงเป็นเรื่องยากถ้าจะใช้ชีวิตในอพาร์ทเมนต์เดิม และอยู่กับเพื่อนบ้านเดิมๆ เราก็เลยเก็บข้าวของและย้ายไปเมืองอื่น เพื่อเริ่มต้นในสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมด มันเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีถนนและบ้านหลังเล็ก ฉันจำได้เลยว่าฉันตื่นตากับทัศนียภาพแค่ไหน ขณะที่แม่ฉันขับรถพาเราไปยังบ้านหลังใหม่ ฉันรู้ว่าชีวิตเราที่นั่นจะต้องต่างออกไป ดีกว่าเดิม และฉันก็ไม่ได้คิดผิด ถึงอย่างนั้นก็ชั่วระยะหนึ่งล่ะ
ไง! ฉันชื่อเจนนะ ฉันกำลังจะเล่าเรื่องราวของฉันให้คุณฟัง เพื่อแบ่งปันเรื่องดราม่าส่วนตัวของฉันด้วยความหวังว่าคุณอาจเข้าใจฉันจริง ๆ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ระเบิดเวลาลูกเบ้อเริ่มและเลวร้าย โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่าต้องตัดสายชนวนตรงไหน ฉันไม่ได้พูดเกินจริงนะ – ฉันมีเวลาเหลืออีกแค่สามวันเท่านั้นเพื่อตัดสินใจชะตากรรมของคนสองคน นั่นคือลูกที่น่ารักของฉัน และตัวฉันเอง
ตอนนี้ฉันอายุยี่สิบปีแล้ว เมื่อช่วงประมาณหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาฉันค้นพบว่าตัวฉันเองท้อง ในตอนนั้นความจริงนี้กระแทกฉันอย่างแรง! แต่หลังจากนั้นกลายเป็นว่านั่นเป็นแค่แรงกระแทกครั้งแรกจากอีกหลาย ๆ ครั้งที่จะตามมา ฉันหวังเหลือเกินว่าฉันจะไม่ได้ไปคุยกับพ่อเด็กตั้งแต่แรก – ฉันเกลียดความคิดที่ว่าคนเลวแบบนั้นกลับเป็นคนที่โด่งดังในอินเทอร์เน็ตอย่างที่เขาเป็น แต่ฉันต้องพูดถึงเขาก่อน แฟนหนุ่มของฉันและพ่อของเด็ก จากไปทันทีที่เขารู้ว่าฉันท้อง เขาบอกว่านั่นไม่ใช่ลูกของเขา และหายตัวไปเลย โดยไม่รอแม้กระทั่งโอกาสที่จะไปตรวจดีเอ็นเอยืนยัน และทิ้งฉันไว้คนเดียวอย่างไม่มีเยื่อใย – โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่ของฉัน ”ไม่ใช่” ประเภทที่จะอยากรับภาระดูแลแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกเล็ก พวกเขายังบอกฉันตรง ๆ ด้วยซ้ำว่าฉันยังไม่พร้อมจะเป็นแม่คน บอกว่าฉันจะไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัยจนจบได้เพราะท้อง และเมื่อไม่มีวุฒิการศึกษา ฉันก็จะหางานดี ๆ ทำไม่ได้ และต้องใช้ทั้งชีวิตดิ้นรนอยู่กับความยากจน และเชื่อฉันเถอะนะ พ่อแม่ฉันรู้ดีมากว่าอะไรคือความยากจน เพราะพวกเขาก็ไม่เคยหลุดพ้นมาได้เลย
ใช่ ในหัวของฉัน ฉันเข้าใจเป็นอย่างดีว่าพ่อแม่พูดถูก แต่ลึกลงไปในใจ ฉันไม่อาจต่อสู้กับความคิดที่ว่าพวกเขาผิดได้ ฉันทนทรมานทางจิตใจอย่างมากเพราะฉันต้องประสบกับความยากลำบากในการตัดสินใจ ฉันอยากเก็บลูกคนนี้ไว้ และฉันก็ไม่อยากในเวลาเดียวกัน ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะทำอะไรต่อ ถ้าไม่ใช่เพราะเฮเลนลูกพี่ลูกน้องของฉันที่อยู่ ๆ ก็เข้ามาช่วยชีวิตฉันไว้
ไงทุกคน ฉันชื่อนอร์มา ฉันอยากเล่าให้คุณฟังว่าฉันถูกผู้ชายบ้าๆ คนหนึ่งจับเป็นตัวประกันได้อย่างไร และฉันก็ไม่อาจหนีออกมาได้ด้วย และพอฉันหนีพ้นมาได้ อะไรๆ ก็ยิ่งแย่ลง แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วนะ แบรนดอนเพื่อนรักของฉันพยายามชวนฉันไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนเขามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ฉันไม่อยากไป ตอนนั้นการสอบปลายภาคกำลังจะมาถึง และฉันต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือ แต่เขาเอาแต่พูดว่าที่นั่นเจ๋งยังไงบ้าง และคนครึ่งโรงเรียนก็คงมาร่วมงานด้วย. เขาบอกว่าเพื่อนร่วมชั้นรวยๆ คนหนึ่งของเราจะมีบ้านทั้งหลังเป็นของตัวเองในวันนั้น ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปจะถือว่าพลาดแบบสุดๆ เลย ไม่นานฉันก็ยอมจำนน และตอบตกลงไปด้วย ฉันทำเพื่อไล่แบรนดอนให้เลิกเกาะติดตามตื๊อมากกว่า. และหลังจากนั้นฉันก็ต้องมานั่งเสียใจเอง
เรื่องคือ ที่นั่นมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อเดเรคด้วย โอ ฉันรำคาญเขาสุดๆ เลย เขาไล่ตามฉันไปโน่นนี่มาทั้งปีแล้วนะ! เขาชอบฉันมากจริงๆ และก็เอาแต่ไล่ตื๊อ พยายามจะขอฉันคบ แต่ฉันปฏิเสธเขาแทบจะเป็นพันครั้งแล้ว ฉันปฏิเสธที่จะไม่ไปดื่มกาแฟกับเขา หรือไปดูหนัง หรือไปไหนก็ตาม และครั้งหนึ่ง เขาถึงขนาดวางเทียนไว้หน้าบ้านฉันเป็นอักษรคำว่า “ผมชอบคุณ” ฉันต้องบอกเลยนะว่ามันน่ารักดี แต่ฉันก็ยังไม่อยากคบกับเขา เพราะเขาเป็นคนประหลาด เขาแต่งตัวแปลกๆ ชอบคุยเรื่องแปลกๆ และครั้งหนึ่ง เขาถึงขนาดตามฉันกลับบ้านมาตลอดทางเหมือนพวกโรคจิต และตอนนี้เขาก็มาอยู่ที่งานปาร์ตี้เดียวกับฉัน แล้วไม่ยอมปล่อยให้ฉันอยู่ตามลำพังแบบจริงๆ เลย ถึงตอนหนึ่ง พวกเรานั่งกันที่โซฟา คุยเรื่องโน่นนี่เกี่ยวกับโรงเรียน แล้วแบรนดอนก็บอกว่าเขามีเรื่องเซอร์ไพรส์ และแบรนดอนก็พาเพื่อนฉันไปกับเขา ทีนี้ฉันเลยถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวจริงๆ กับตาเดเรคคนน่าขนลุก แน่ล่ะว่าเขาเริ่มพูดอีกแล้วว่าเขาชอบฉัน และอยากคบฉันแค่ไหน
อยากจะผ่อนคลายและสนุกกับงาน และไม่อยากทำลายบรรยากาศด้วยการพูดกับเขา ฉันก็เลยตะโกนใส่เดเรค บอกเขาว่าไม่มีทางที่อะไรในโลกจะทำให้ฉันไปคบกับเขาได้ และให้เขาไสหัวไปพ้นๆ ฉันหวังว่าในที่สุดเขาจะได้รู้ตัวเสียที และบางทีฉันก็แค่ต้องใช้วิธีปฏิเสธเขาแบบแรงๆ
ไงทุกคน! ชื่อของฉันคือแอนนา และฉันอายุ 14 ปี. ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งถูกทรยศ. โอ ฉันไม่ได้หมายถึงการที่แฟนทิ้งฉันหรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็คงเป็นเรื่องยากเหมือนกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ว่า พวกพี่ชายของฉันเพิ่งไล่ฉันออกจากบ้าน โดยไม่มีความรู้สึกผิดสำนึกใดๆ
ฉันเดาว่า ฉันต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องของฉันก่อนว่า แม่ของฉันเป็นภรรยาคนที่สองของพ่อ และเขามีลูกชายสองคนจากการแต่งงานครั้งแรก ดังนั้นโดยพื้นฐานก็คือ ฉันมีพี่ชายต่างแม่สองคนคือ – เดเรคและจอห์น. ฉันมีมิตรภาพที่ดีกับพวกเขาเสมอมา พวกเขาเคยมาหาพ่อของเราที่บ้าน และอยู่ด้วยนานหลายสัปดาห์ และแม่ฉันก็ดีกับพวกเขามาก ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนญาติสนิทของแม่ พ่อพาเราทั้งหมดไปพักร้อนอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดีมากๆ.
สวัสดีทุกคน ฉันชื่อลิซ่าและฉันอายุ 18 ปี ไม่นานมานี้ ฉันพาผู้ชายที่ทำลายครอบครัวของฉันและหักอกฉันเข้ามาในบ้าน แต่กลายเป็นว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉันคนเดียว ครอบครัวของฉันค่อนข้างร่ำรวยเพราะพ่อของฉันทำงานหนักมาก เขาเป็นนักธุรกิจ ส่วนแม่ของฉันเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยพวกเขาสร้างครอบครัวที่แข็งแรงและฉันก็คิดว่า ไม่มีอะไรมาทำลายสายสัมพันธ์ของพวกเราลงได้ แต่เหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าใครคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็ก ๆ จากกลไกที่ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบไปละก็ทุกอย่างจะพังพินาศ
เรื่องราวเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่ฉันตัดสินใจที่จะโดดเรียนและกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติ เมื่อฉันเดินเข้าไปในบ้าน ฉันต้องตกใจมากเพราะมีคนแปลกหน้ากำลังยืนอยู่ในครัวของเรา เมื่อเขาเห็นฉัน เขาก็เริ่มยิ้มอย่างกังวลและพยายามแสดงท่าทีเป็นมิตร เขาบอกว่าเขาเป็นนักศึกษาและแม่ของฉันก็กำลังติวเข้าให้เขาอยู่ พวกเราแนะนำตัวเอง เขาชื่อว่า จอร์จ ฉันพูดคุยกับเขาอยู่พักหนึ่งและสำหรับฉันเขาก็ดูเป็นคนดี ไม่นานนัก แม่ของฉันเข้ามาและเธอไม่คิดว่า จะเห็นฉันอยู่ที่บ้าน ฉันก็ตกใจเหมือนกันเพราะฉันไม่รู้ว่าแม่กำลังติวให้ใครอยู่ เธอบอกว่า เธอเพิ่งเริ่มรับติวเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อจอร์จกลับไปและแม่ก็ขอร้องให้ฉันเก็บเรื่องการติวของเธอนี้เป็นความลับ เพราะพ่อต้องหึงและเขาคงไม่เห็นด้วยกับการทำงานพิเศษของเธอ ในตอนนั้นมันก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่หรอก ยังไงก็ตาม จอร์จยังคงมาที่บ้านของเราบ่อยขึ้น และฉันก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าเขาช่างหล่อและยังเก่งอีกด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขามีอายุมากกว่า ก็เลยยิ่งดูเท่ในสายตาของฉัน ในบางครั้ง ฉันสนุกสนานกับการพูดคุยของเราในช่วงเวลาสั้น ๆ คุณคงเข้าใจได้ว่าฉันเริ่มตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว แต่ฉันไม่กล้าที่จะบอกเขา ตอนแรกฉันตัดสินใจที่จะบอกแม่ถึงความรู้สึกของฉัน แต่เมื่อฉันบอกเธอว่าฉันรู้สึกยังไง เธอกลับกลัวและกังวล ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะฉันก็โตพอที่จะมีแฟนได้แล้ว แต่แม่ของฉันกลับบอกให้ฉันอยู่ให้ห่างจากเขา แล้วเธอก็บอกว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่ใช่คนที่ฉันต้องการหรอกไม่รู้สิ อาจจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา และเธอก็เลยคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่ฉันจะทำอะไรได้? ฉันรักเขาเอามาก ๆ ฉันคิดถึงเขาตลอดเวลาและการที่แม่สั่งห้ามไม่ให้คุยกับเขาก็เหมือนยุฉันมากขึ้น ฉันเคยฝันว่า เขาเป็นเด็กเกเรที่ทุกคนคิดไปว่าเขาไม่ดี แต่ลึกลงไป เขาเป็นคนดี เหมือนในหนังเจ๋ง ๆ เข้าใจนะ แต่ฉันไม่ใช่นางเอกในเรื่องและฉันก็ไม่กล้าพอที่จะบอกความรู้สึกของฉันกับเขา ฉันเจออินสตาแกรมของเขาและฉันเอาแต่จ้องมองรูปของเขาโดยไม่ได้ทักอะไรเขาเลย โอ้ พระเจ้า ชีวิตของเขาช่างสวยงามจริง ๆ เขามีภาพมากมายจากสถานที่เจ๋ง ๆ ที่เขาไปมาแล้วทั่วโลก เขามีรถสุดเท่ โอ้ บางทีวันหนึ่งเขาอาจจะพาฉันขับรถเที่ยวก็ได้...ใช่ เห็นได้ชัดเลย ว่าฉันคลั่งเขาเอามาก ๆ
แต่แล้ววันหนึ่ง ในที่สุดฉันก็รวบรวมความกล้าและเข้าไปคุยกับเขา ฉันกำลังเดินกลับบ้าน แล้วฉันก็เห็นเขากำลังออกมาจากที่นั่น เขาดูหงุดหงิดอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็เดินผ่านฉันไป ฉันรู้สึกสับสน แต่แม่ของฉันอธิบายกับฉันว่า เธอจะไม่ติวให้เขาอีกต่อไปและนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมาที่บ้านของเรา ในตอนนั้นฉันจำได้ว่า ฉันอาจจะเห็นเขาเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตนี้ แต่ไม่อยากจะพลาดโอกาสของฉันกับเขา! ฉันเลยรวบรวมความกล้าและตัดสินใจว่าวันนี้ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ ฉันเลยวิ่งออกไปจากบ้านและพยายามที่จะตามเขาให้ทัน โชคดีที่เขาไปได้ไม่ไกลนัก ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันดูโง่แค่ไหนในสายตาเขาเด็กสาวที่หอบเหนื่อยพยายามที่จะชวนเขาไปดื่มกาแฟด้วยกัน....นี่มันแย่มาก แต่จอร์จคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วเขาก็ยิ้มออกมา และบอกว่า “ได้สิ !” ว้าว! เขาพูดแค่ไม่กี่คำก็ทำฉันลอยขึ้นสวรรค์ไปเลย
สวัสดี ฉันชื่อโอฟีเลีย ฉันอายุ 15 ปีและอาศัยอยู่ที่นิวยอร์ก เรื่องราวที่คุณกำลังจะได้ยินอาจดูแปลก ๆ และน่าขยะแขยงนิดหน่อย แต่ฉันแน่ใจว่าพวกคุณบางคนจะเข้าใจสิ่งที่ฉันได้ประสบ เรื่องของเรื่องคือ พ่อแม่ของฉันให้พวกเรากินของที่อยู่ในถังขยะ อาหารส่วนใหญ่ที่เรากินและสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมาจากที่ทิ้งขยะ ใช่ คุณเข้าใจถูกแล้ว เราใช้ของที่ถูกทิ้งและเรา..ก็กินมันด้วย ฉันคงจะพูดข้ามไปหน่อย แต่มันเป็นใจความหลัก และเรื่องนี้ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
พวกเราไม่ใช่คนไร้บ้านหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ เราไม่ได้จนด้วยซ้ำ แต่เราก็ไม่ได้รวย เราอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ในบรู๊คลินและที่ฉันพูดว่า “เรา” ฉันหมายถึงพ่อแม่ของฉัน จีน่ากับไมค์ เดเรค น้องชายของฉันและฉัน และเพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ ฉันต้องเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับพ่อแม่ของฉันก่อน พวกเขาทั้งสองเป็นศิลปินที่ทำตั้งแต่วาดภาพไปจนถึงศิลปะการแสดง บางครั้งพวกเขาก็จะเปิดการแสดงเพื่อเงิน แต่โดยทั่วไปชีวิตของพวกเขาวนเวียนอยู่กับศิลปะเป็นส่วนใหญ่ แม่เติบโตในครอบครัวนิวยอร์กที่รวยมากและสามารถซื้อทุกอย่างได้ แต่น่าเสียดายที่นั่นแหละสิ่งที่ทำให้แม่เป็นแม่ในตอนนี้ พ่อแม่ยังกระตือรือร้นทั้งในทางสังคมและการเมือง ฉันยังจำได้ว่าได้ไปชุมนุมและประท้วงกับทั้งพวกเขาตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กน้อย และฉันบอกได้เลยว่าพ่อแม่จริงจังในการทำให้โลกของเราดีขึ้นไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม กิจกรรมที่สำคัญมากของพวกเขาคือฟรีแกน
ส่วนใหญ่พ่อแม่จะออกไปหาอาหารด้วยตัวเองและมีแค่ไม่กี่ครั้งที่พวกเราจะต้องออกไปด้วย แค่จะพูดให้เข้าใจนะ ในแง่อื่นเราก็เป็นครอบครัวธรรมดาทั่วไป เราอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่พ่อแม่ของแม่ทิ้งไว้ให้ ฉันไปโรงเรียนธรรมดาและฉันก็ได้เงินค่าขนมด้วย ที่โรงเรียนเป็นที่ที่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น ฉันมีเพื่อนร่วมชั้นชื่อบิลและเขานิสัยแย่มาก ๆ เขาอยู่ห่างออกไปไม่กี่บล็อกจากเรา แต่โชคดีที่ครอบครัวของเรายังไม่เคยเจอกัน วันหนึ่งเขามาที่โรงเรียนและบอกทุกคนว่าเขาเห็นพ่อแม่ของฉันที่ที่ทิ้งขยะใกล้บ้านของเขาและอย่างที่คุณก็รู้ มันคงเป็นเรื่องจริง แต่แหงล่ะ ฉันอายและปฏิเสธทุกอย่างและเริ่มพูดว่าเขาน่าจะจำผิด อะไรทำนองนั้นแหละ แต่มันก็ไม่ได้หยุดเขา เป็นเวลาสามสี่สัปดาห์ที่ฉันได้ยินเรื่องตลกว่าครอบครัวของฉันใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยของจากที่ทิ้งขยะ และเมื่อผ่านไปหนึ่งเดือน เรื่องที่ทิ้งขยะทั้งหมดก็ถูกลืมไปและทุกอย่างกลับไปเป็นปกติอีกครั้ง จนกระทั่งวันนี้
สวัสดีผมชื่ออเล็กซ์ เพื่อนๆของผมทุกคนบอกผมว่า ผมควรจะมาแชร์เรื่องราวของผมให้โลกรู้ ผมตัดสินใจอยู่พักหนึ่งและตอนนี้ผมก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว เอาล่ะเริ่มกันเลย พ่อแม่ของผมเป็นคนที่ร่ำรวยมาก แต่ผมไม่ได้พยายามคุยโอ้อวดคุณหรอกนะ เพราะผมไม่ได้ทำตัวเหมือนลูกคุณหนูหรืออะไรเลย และผมก็ไม่ได้เป็นเด็กที่ร่ำรวยด้วย ใช่คุณฟังไม่ผิดหรอก แม้ว่าพ่อและแม่ของผมจะรวยมหาศาล แต่ผมกลับเป็นเด็กที่ยากจนสุดๆ ผมอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ข้างๆคฤหาสน์ของพ่อและแม่ ผมได้เงินค่าขนมเพียงเล็กน้อยจากพวกเขาเท่านั้น โอเค ผมว่าผมควรต้องอธิบายอะไรบางอย่างก่อน
ผมรู้ว่า ผมเป็นแค่ภาระของแม่ ตั้งแต่ที่พ่อทิ้งเราไป แม่ก็สิ้นหวังและไม่มีความสุข ผมเป็นเพียงแค่เครื่องเตือนความจำถึงความผิดพลาดในอดีต ยิ่งไปกว่านั้นแม่ก็คบกับใครไม่ได้ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนอยากคบกับผู้หญิงที่มีลูกแล้ว แม่ไปออกเดทบ่อย ๆ และพยายามสร้างความสัมพันธ์ แต่เมื่อแม่บอกกับคนที่เดทด้วยเรื่องผม แฟนของแม่ก็หายตัวไปในทันที ยิ่งทำให้แม่ผิดหวังหนักกว่าเดิม เพราะงั้นลองคิดดูว่า แม่จะดีใจขนาดไหนเมื่อแม่ได้คบกับผู้ชายที่พร้อมจะคบกับแม่อย่างจริงจังและไม่กลัวในที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องลูก หมายถึงผมน่ะ ในตอนแรกเขามาที่บ้านบางครั้งเพื่อกินข้าวเย็นและเขาก็ดูเหมือนผู้ชายธรรมดา เขาชื่อเกร็ก เขาเป็นทหารและเขามีคุณสมบัติทุกอย่างของการเป็นทหาร เขาเสียงดังหนักแน่น ตรงต่อเวลามากและเขาชอบความเป็นระเบียบวินัย แม่รักเกร็กมากและบอกว่าผมจะได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเขา อืม เจอเขานานๆ ทีมันก็พอไหวแต่มันเป็นอีกเรื่องเลยกับการต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันและคุณหนีจากการควบคุมของเขาไม่ได้
From the publisher's feed

305 Listeners

315 Listeners

12 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

21 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

0 Listeners