
Sign up to save your podcasts
Or


การศึกษา “สุราปกรณัม” โดย ดร.เจือง ถิ หั่ง (Truong Thi Hang) มีวัตถุประสงค์สามประการ คือ เพื่อศึกษาความเป็นมาของพฤติกรรมการดื่มสุราของมนุษยชาติ เพื่อศึกษาคุณและโทษของสุราในโลกียวิสัย เพื่อศึกษาความหมายศักดิ์สิทธิ์ของสุราในการประกอบพิธีกรรมซึ่งเป็นเสมือนยานพาหนะ ทำให้ผู้ประกอบพิธีมีสมาธิแน่วแน่มั่นคงจนสามารถเชื่อมโยงกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติสำเร็จผล บทบาทของสุราในฐานะทูตทางวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือของอำนาจละมุน (Soft Power) ที่เชื่อมโยงมนุษยชาติผ่าน “น้ำลึกลับ” งานศึกษาใช้การศึกษาจากเอกสารเป็นหลัก และการสัมภาษณ์วิทยากรเป็นส่วนประกอบ ทำให้เห็นภาพรวมของ “น้ำลึกลับ” ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและมนุษยชาติคุ้นเคยมาตั้งแต่ยุคโบราณไม่ว่าจะเป็นเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก จีน และไทย เป็นต้น
จามี่ เลาะวิถี อาสาสมัครโลก นักแบกเป้ นักเขียน ผู้ออกเดินทางไปยังหลายประเทศ ได้รับประสบการณ์ การเรียนรู้ ทักษะชีวิต การประกอบตัวตนของความเป็นจามี่ ล้วนสั่งสมประกอบสร้างมาจากสิ่งที่ได้ประสบพบเจอในแต่ละแห่ง เธอเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการเป็นพลเมืองโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ในยุค Digital Nomad
พื้นที่สีแดง หรือ Red Zone เป็นพื้นที่อีกแห่งที่ทำให้จามี่ได้เรียนรู้ผู้คน ความหวัง ความฝัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเดินทางไปยังสามจังหวัดชายแดนใต้ และสามารถเก็บรวบรวมเรื่องราวชีวิต ความฝัน กับวัยรุ่นที่เธอพบเจอระหว่างการเดินทาง ถ่ายทอดเป็นหนังสือ Being Young in The Red Zone
“ภูเขาน้ำตา: The Mountain of Tears” นวนิยายของ อนุสรณ์ มาราสา พาผู้อ่านไต่ภูเขาน้ำตาเพื่อตรวจสอบและค้นหาสภาวะภายในของตัวเอง ผ่านข้อตกลงร่วมกันในเรื่องราวชีวิตรักของหญิง-ชายคู่หนึ่ง และข้อตกลงร่วมกันระหว่างนักเขียนกับนักอ่าน ใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบกระแสสำนึก ผสมผสานกับการใช้อุปลักษณ์ และหลักคำสอน ตลอดจนวิธีคิดทางศาสนาอิสลามที่ผู้เขียนนำมาเชื่อมโยงในการเล่าเรื่อง เพื่อใช้ในการตีความหมายให้กับตัวละครและบริบทของเรื่อง
ในหน้า 114 ของนิยายเรื่อง “ภูเขาน้ำตา” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 นักเขียนเขียนไว้ว่า “ใช่ ดวงตาความรักต้องยอมรับมีบางอย่างดับสลาย มีบางสิ่งได้เกิดขึ้นแทนที่เงียบ ๆ รักของคนบางคนได้ทำลายด้วยตัวเอง” นิยายเล่มนี้จึงเป็นเรื่องราวของความรักอันประกอบด้วย วันที่รักเริ่มต้น วันที่รักจืดจาง และวันที่รักสิ้นสุด ที่จะพาผู้อ่านเข้าไปทบทวนภาวะภายในและภูเขาน้ำตาของตัวเอง
หนังสือเก่าอาจจะเป็นสิ่งที่ใครสักคนกำลังตามหา เป็นความทรงจำระหว่างทางที่รอการค้นพบอีกครั้ง เพื่อพลิกเปิดอ่านระลึกถึงเรื่องเล่าในหนังสือที่ตนเองประทับใจ แต่ละคนต้องการหนังสือเก่าด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ร้านหนังสือ “พี่หลวง ชวนอ่าน” เกิดขึ้นจากการเป็นหนังสือแบกะดินริมทางเท้า ก่อนจะขยับมาเป็นร้านหนังสือเก่าในปัจจุบัน และได้รับใช้สังคมกับนักอ่านมาเป็นเวลาหลายปี
หนังสือเก่า ร้านหนังสือเก่า คนขายหนังสือเก่า มีบทบาทและความสำคัญต่อสังคมในด้านการอ่าน ตัวแทนภาพสะท้อนประวัติศาสตร์สังคม เรื่องเล่าจำนวนมหาศาล และยังสะท้อนสภาพทางเศรษฐกิจกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างไรก็ตาม พี่หลวง ชวนอ่าน มีความเห็นว่า “ตลาดหนังสือ ถ้ามองดี ๆ มันยังเจริญเติบโตเงียบ ๆ กับคนที่ตั้งใจอยู่กับมันจริง ๆ” ดังนั้น ความทรงจำระหว่างทางในร้านหนังสือเก่า จึงมีเรื่องราวมากมายที่ชวนให้ตามรอยเรื่องราวในเวลาที่ผ่านมา
“วัฒนธรรมของอินเดียเป็นแบบบุฟเฟต์” สะท้อนถึงความหลากหลายด้านต่าง ๆ ของอินเดีย ประเทศซึ่งเป็นห้องแล็บทางสังคมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันในเมืองขนาดใหญ่ของอินเดียที่เป็นมหานคร มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี เป็นเมืองทันสมัย อินเดียมีระบบขนส่งทางรถไฟที่ใหญ่และครอบคลุมหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ด้านวิทยาการและเทคโนโลยีก็มีการพัฒนาคิดค้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก เทคโนโลยียานอวกาศของอินเดีย เป็นต้น
ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ มองอินเดียผ่านประสบการณ์การศึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของตนเองกับประสบการณ์ส่วนตัว และให้ภาพนโยบายการต่างประเทศของอินเดียว่าเน้นไปที่การใช้อำนาจละมุนหรือ Soft Power เป็นหลัก ซึ่งมีลักษณะสำคัญอยู่ 4 อย่าง ได้แก่ ด้านวัฒนธรรม การทูตพหุภาคี สันติ และการสร้างคนผ่านการศึกษา
ROOTED: Life at the Crossroads of Science, Nature, and Spirit ผลงานของ ลีอันดา ลินน์ โฮปต์ แปลภาษาไทยโดย สดใส ขันติวรพงศ์ ในชื่อ “หยั่งราก” งานเขียน / งานแปลที่ทำให้เรามีความสุขเป็นหนึ่งเดียวกับโลกได้ เป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งรอบตัวเราได้ เราไม่รู้สึกว่าแปลกแยก และเรามีความสุขกับทุกขณะที่เรามีชีวิตอยู่
“หนังสือเล่มใหม่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงของลีอันดา ลินน์ โฮปต์ นักเขียนมือรางวัล คือคำเชื้อเชิญอันชาญฉลาดให้อยู่กับโลกอย่างเรียบง่ายและลึกซึ้ง จากการเดินเท้าเปล่าในป่า และจินตนาการความสัมพันธ์กับสัตว์และต้นไม้แบบใหม่ ไปจนถึงการตรวจสอบภาษาที่เราใช้อธิบายและคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ เธอปลุก การอยู่อย่างหยั่งราก ในฐานะวิถีการอยู่อย่างสอดคล้องกับป่าดงและความดิบเถื่อนที่ค้ำจุนมนุษย์และสรรพชีวิต” (จากเพจ : สวนเงินมีมา)
การเกิดขึ้นของรางวัล SEE LIKE หรือ รางวัลเห็นแล้วชอบ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักเขียนไทย และ เพจช่างเขียนพยัญชนะ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะออนไลน์ เปิดให้นักเขียนและกวีชาวไทย ได้ส่งผลงานสร้างสรรค์เพื่อรับการพิจารณาเผยแพร่ลงในเพจ และมีกลุ่มนักกีฬาสานฝันเข้าร่วมเป็นเฟืองเล็ก ๆ ให้แก่กันและกัน เพื่อสนับสนุนคุณค่างานวรรณกรรม งานเขียน กวีนิพนธ์ และนักเขียนหรือกวี การทำงานร่วมกันของแต่ละฝ่าย โดย สุวิชานนท์ รัตนภิมล นักเขียนและกวี
นำเสนอเรื่องราวการเกิดขึ้นของรางวัล เพจช่างเขียนพยัญชนะและการดูแลเนื้อหาเพจรวมใจสานฝัน โดย รุ่งนภา สุรเชษฐ์ อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติไทย ตัวแทนกลุ่มนักกีฬาสานฝัน นำเสนอที่มาของกลุ่ม โครงการ และการเป็นเฟืองเล็ก ๆ ให้กับสังคมในด้านต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือด้านงานเขียน วรรณกรรม
ปิดท้ายด้วย ดิเรก นนทชิต บรรณาธิการของเพจช่างเขียนพยัญชนะ นำเสนอถึงการทำงานบรรณาธิการให้กับเพจช่างเขียนพยัญชนะ
“อีกเสี้ยวหนึ่งของโอบกอด” (2021) นวนิยายเล่มล่าสุดของ ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นภาคแรกของนวนิยายก่อนหน้าคือเรื่อง “2020” นวนิยายสองเรื่องเชื่อมโยงกับความทรงจำ ปรากฏการณ์เดจาวู ทฤษฎีคู่ขนาน Butterfly Effect ฯลฯ
“อีกเสี้ยวหนึ่งของโอบกอด” ผู้เขียนยังสอดแทรกบริบททางสังคม โดยเล่นกับความรู้สึกด้านลึกของตัวละครที่จิตตกกับสถานการณ์ในชีวิต เช่น การสะท้อนความกลัวต่อโควิด-19 ปรากฏอยู่ในระบบการศึกษาของไทย ความเหลื่อมล้ำ หรือแม้แต่ความทรงจำที่สร้างความรู้สึกมากมายต่อมนุษย์และสิ่งรอบตัว รวมถึงการที่เราในฐานะผู้อ่าน อาจจะได้มีเวลากลับเข้ามาทบทวนถึงการโอบกอดความรู้สึกของตัวเอง ของคนรอบข้าง และการหยิบยื่นอีกเสี้ยวหนึ่งของโอบกอดไปยังผู้อื่น
“เพราะหลังจากนี้ไปไม่กี่เดือน โลกที่เรารู้จักจะไม่มีอีกต่อไป ไม่มีทั้งผม คุณ หรือใครหลงเหลืออยู่อีกเลย มันคือจุดจบของโลกที่เรารู้จัก แต่ที่น่าแปลกคือ ผมมักจะถูกส่งกลับไปในห้วงเวลาต่างๆ ก่อนหน้านี้ มีชีวิตอยู่มาจนถึงจุดจบของโลก” - ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์
นิทานพื้นบ้านอีสาน มีความพร่าเลือนของความจริง และความไม่จริงอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ สาคร วงษ์ราชสีห์ ได้เริ่มศึกษา ค้นคว้า อ่าน และแสวงหาผู้ให้ข้อมูลเรื่องเล่า เพื่อนำตัวบทนิทานมาผลิตซ้ำ คลี่คลาย ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการเล่าใหม่ผ่านงานศิลปะสร้างสรรค์ในรูปแบบสื่อผสม เพื่อส่งต่อความทรงจำในนิทานพื้นบ้านอีสานที่สะท้อนชีวิตของผู้คนในอดีต ข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน และอนาคต งานศิลปะของเขาจึงเป็นการบันทึกเรื่องเล่าความทรงจำของผู้คน เป็นตัวกลางในการอนุรักษ์ให้นิทานไม่ให้เลือนหายไปหรือถูกหลงลืมว่าเคยมีอยู่
ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่เป็น “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่เกิดจากการสร้างรัฐสมัยใหม่ผ่านเรื่องราวของกบฏเงี้ยว การเข้าใจประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่จึงไม่เพียงแต่เข้าใจประวัติบ้านเมืองหนึ่ง หากยังเป็นการทำความเข้าใจ “ชีวประวัติ” การสร้างชาติไทยโดยนัยด้วย – จากหนังสือ “ประวัติศาสตร์เมืองแพร่ : รัฐจารีต สู่การสร้างอาณานิคมภายใน ภายใต้วาทกรรม รัฐชาติ” โดย ชัยพงษ์ สำเนียง
From the publisher's feed
"เพราะหนังสือไม่ได้มีไว้ให้หลบมุมอ่านคนเดียว" พื้นที่สำหรับคนชอบอ่านและชอบแชร์ ที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปหลบมุมอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ชวนมาฟังและสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านไปด้วยกันกับ นงค์ลักษณ์…

10 Listeners