
Sign up to save your podcasts
Or


“งานเขียนทางประวัติศาสตร์ ประเภทชีวประวัติในลาว ค.ศ. 1975-2010 : สถานภาพความรู้” โดย รศ.ดร.ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ได้เก็บรวบรวม จัดหมวดหมู่ และวิเคราะห์งานเขียนประวัติศาสตร์ประเภทชีวประวัติที่ตีพิมพ์เผยแพร่ใน สปป.ลาว ช่วง ค.ศ. 1975-2010 เพื่อเปิดประเด็นให้มีการถกเถียงงานเขียนประเภทนี้ รวมทั้งเปิดแหล่งข้อมูลใหม่ในการศึกษาประวัติศาสตร์ลาวอีกประเภทหนึ่ง อันจะเป็นประโยชน์ในการนำไปเป็นฐานข้อมูลลุ่มน้ำโขงศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาประวัติศาสตร์ลาวต่อไป
งานวิจัยนี้ได้ใช้วิธีการศึกษาทางประวัติศาสตร์ เน้นการศึกษาจากเอกสารเป็นหลัก โดยเฉพาะหนังสือประเภทชีวประวัติทั้งที่เป็นบุคคลสำคัญในลาวและบุคคลธรรมดาที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในลาว ค.ศ. 1975-2010 นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้บุคคลหรือปัจเจกมีตัวตนในพื้นที่สาธารณะตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างน้อยก็ได้มีเสียงในประวัติศาสตร์
ปอุมจริยะของวิมลสูริเป็นวรรณคดีเรื่อง “รามายณะ” ที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนาเชนและมีอิทธิพลต่อรามายณะฉบับของศาสนาเชนฉบับอื่นที่แต่งขึ้นภายหลัง วรรณคดีเรื่องรามายณะของศาสนาเชนจัดอยู่ในวรรณคดีเรื่องเล่าประเภทปุราณะหรือจริตะ มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแนวคิดศลากาปุรุษะซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับวีรบุรุษในศาสนาเชน วิทยานิพนธ์ “ลักษณะเด่นของตัวละครราวณะใน ปอุมจริยะ ของวิมลสูริ” โดย บุณฑริกา บุญโญ มุ่งศึกษาลักษณะเด่นของตัวละครราวณะในเรื่องปอุมจริยะ ซึ่งเป็นตัวละครปรปักษ์ของเรื่อง และศึกษาความสัมพันธ์ของแนวคิดทางศาสนาเชนที่มีต่อตัวละครราวณะ
ศาสนาเชนและแนวคิดของศาสนาต่อตัวละครราวณะ, ความแตกต่างของรามายณะฉบับของศาสนาเชนกับพราหมณ์-ฮินดู, ความสัมพันธ์และความสำคัญ ของ ภาษาบาลี สันสกฤต ปรากฤต ต่อวรรณกรรม ศาสนา และการศึกษา
“อินโดนีเซีย: การวิเคราะห์แบบเรียน” เป็นผลงานจากการฝึกทำรายงานการวิจัย (นักศึกษา SEAS รุ่น 1 ในวิชาสัมมนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำความเข้าใจประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนผ่านการวิเคราะห์แบบเรียน ประวัติศาสตร์ และบริบทอื่น
หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยงานวิจัย 3 เรื่องได้แก่
เรื่องที่ 1 “การวางรากฐานเยาวชนแห่งชาติในหนังสือแบบเรียนภาษาอินโดนีเซียชั้นประถมศึกษาปีที่ 1” โดย วรรษมล พันธ์สัมฤทธิ์
เรื่องที่ 2 “การเขียนประวัติศาสตร์ชาติอินโดนีเซียช่วงตกเป็นอาณานิคมในหนังสือแบบเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5” โดย จิราภรณ์ ทรงพระ
เรื่องที่ 3 “การสร้างความทรงจำเกี่ยวกับซูการ์โนในหนังสือแบบเรียนสังคมศึกษา ประเทศอินโดนีเซีย” โดย ปรมาภรณ์ แสงแก่นสาร
พระมหาเพิ่มพูน สุขเวสโก สะท้อนให้ฟังถึงความสำคัญของภาษาบาลีที่มีต่อประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา การศึกษาของพระสงฆ์และฆราวาสผ่านตำราบาลีจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในหนังสือที่ใช้ศึกษาภาษาบาลีของพระสงฆ์คือ “บาลีไวยากรณ์” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมวชิรญาณวโรรส นอกจากนี้ภาษาบาลีมีความสำคัญในด้านเป็นรากหนึ่งทางภาษาเพื่อทำความเข้าใจภาษาไทยในปัจจุบัน และการส่งเสริมเพื่อทำความเข้าใจภาษาบาลีเพื่อไม่ถูกจำกัดเพียงแค่ในด้านพุทธศาสนา แต่ควรได้รับการเผยแผ่ไปยังเยาวรุ่นด้วยรูปแบบที่ทันสมัย
ในด้านชีวิตบรรพชิตของพระมหาเพิ่มพูน มีแรงบันดาลใจหลายอย่างที่ทำให้หันเหชีวิตจากฆราวาสสู่การเป็นสงฆ์ในวัย 21 ปี ภาษาบาลีได้เปิดโลกทัศน์ทางภาษา ประวัติศาสตร์ สังคม และมีอุปการะต่อการศึกษาด้านภาษาของพระมหาเพิ่มพูนในเวลาต่อมา
วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ครบ 100 ปี วันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งในปี 2564 องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก ยกย่องให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้วยคุณูปการของพระองค์ที่มีต่อบ้านเมืองในด้านพุทธศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
อาจารย์ดนัย พลอยพลาย จะมาเล่าถึงเรื่องราวของพระองค์ ประกอบด้วย พระประวัติ พระกรณียกิจ พระนิพนธ์ที่นำมาเล่าให้กับผู้ฟังฟังจำนวน 4 เล่ม ได้แก่ (1) พระประวัติตรัสเล่า (2) พระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 ทรงมีไปมากับสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ (3) เบญจศีล เบญจธรรม และ (4) พุทธประวัติ
อาจารย์ดนัยยังได้ให้ข้อมูลในด้านประวัติศาสตร์ทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม บริบทของสยามในยุคล่าอาณานิคม การปรับตัวของชนชั้นนำ การผสมผสานรากฐานของสยามแบบจารีตกับความเป็นสมัยใหม่ และหนึ่งในนั้นคือการทำงานด้านพระศาสนาของสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน
งานเขียนของ พึงเนตร อติแพทย์ (ทราย) มีตัวตนของนักเขียนปรากฏในอณูมิติความรัก ความงาม ความดี ความหวัง พลังที่เข้าไปเติมเต็มให้กับหัวใจคนอ่าน สำหรับงานเขียนเล่มแรก “ห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม” ตีพิมพ์ครั้งแรกในวัย 20 ต้น ๆ ขายหมดภายในหนึ่งเดือนและพิมพ์ซ้ำอีก 8 ครั้ง ความรักที่ปรากฏในเรื่องช่วยให้คนอ่านหลายคนรอดตายจากอาการอกหักมาได้
“มหาสมุทรแห่งเธอ” เป็นหนึ่งในรวมเรื่องสั้นที่ได้รับการคัดสรรให้จัดพิมพ์ในรวมเรื่องสั้นชุด “หญิงเร่ร่อน กับหนึ่งข้อความ ที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทร” ความรักคู่ขนานที่สะท้อนให้เห็นกรอบ บริบท มิติความรักของแม่และแพง ว่าความรักเกิดขึ้นและดับสูญได้ตลอดชีวิตของเรา ความรักในทรงจำของแม่และลูกสาวเดินทางเคียงข้างกันอย่างไร ทั้งคู่ตัดสินใจกับความรักที่มีอยู่กับดับสูญไปอย่างไร
“ฉลามเสือ” สะท้อนความรัก ความร้าย ในสถาบันครอบครัว การหล่อหลอมกันและกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก เพื่อก้าวข้ามความร้ายลึกภายในใจ
งานเขียนของ พึงเนตร อติแพทย์ เกิดขึ้นด้วยความสดใหม่ในการเขียน ทำงานแบบศิลปินวาดภาพ ผสมผสานกับการนำบทเพลงมาใช้เป็นซาวด์แทรคในการเขียน นักเขียนบอกว่าใช้เพลงเป็นตัวนำแต่ไม่ชี้นำ บทเพลงและเมโลดี้ดนตรีมีอิทธิพลต่อการทำงานเขียนของเธอ “ทรายมองงานเขียนเป็นศิลปะ และความไม่สมบูรณ์บางครั้งมันคือความจริงของงานชิ้นนั้น”
“นกเจ้ายังโผบิน” นวนิยายขนาดสั้นผลงานของ แพรพลอย วนัช จำนวน 18 ตอนจบ แม้จะเปิดเรื่องด้วยการพาคนอ่านแบกโลกอันหนักอึ้งเอาไว้ผ่านความสัมพันธ์ของสามีและภรรยาคือโจ้และสีดา แต่เรื่องราวของคนทั้งคู่กลับทำให้คนอ่านได้หันกลับมาพินิจพิเคราะห์ตัวตนในความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและไม่ควรจะมี ความเปราะบาง แง่มุมละเอียดอ่อนของตัวละครที่เราอาจจะเดินผ่านหรือเราอาจจะเคยพูดคุยกับคนเหล่านั้น ทำอย่างไร เราจะไม่ตัดสินคนกระทำผิดแค่เพียงฉาบฉวย การมีลูกสักคนในชีวิตคู่เราจะให้ความรักต่อเด็กอีกคนที่ไม่ใช่ลูกในไส้อย่างไร การพันธการความรักต่อกันเพียงเพื่อให้ชีวิตคู่ยังเดินทางแต่บางครั้งการยังรักกันอย่างเข้าใจแล้วแยกไปมีชีวิตของตัวเอง อาจจะเป็นอีกแสงคำตอบที่นักเขียนกำลังจะบอกกับคนอ่านอยู่ก็ได้
การเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย กับเหตุการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตคู่ของโจ้และสีดา ก็เป็นเช่นปัญหาหนักเบาในชีวิต ที่มีทางออกของมันเอง
“เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สีดาไม่ยอมละทิ้งงานเขียนก็เหมือนที่เธอไม่ละทิ้งจ้อย เพราะทั้งจ้อยและการเขียนหนังสือคือบ้านที่แท้จริงของเธอ (จ้อยคือบ้านของโจ้ ขณะเดียวกันจ้อยก็เป็นบ้านของสีดาด้วย) ทั้งที่สีดาสามารถละทิ้งจ้อยก็ได้เพราะเป็นลูกบุญธรรม ขณะที่งานเขียนก็ไม่สร้างรายได้ แต่เธอไม่ละทิ้งทั้งสองอย่าง” - แพรพลอย วนัช
ผืนป่าฮาลา-บาลา หรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา” ได้รับการขนานนามว่า “แอมะซอนแห่งอาเซียน” เพราะเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง มีลักษณะเป็นป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rain Forest) มีแนวเขตต่อเนื่องกับป่าเบอลม หรือป่าเบลุ่ม (Royal Belum State Park) รัฐเปรัค ตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เมื่อรวมพื้นที่ป่าเข้าด้วยกัน จัดได้ว่าเป็น “ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมลายู” และเป็น 1 ใน 3 ของป่าฝนเขตร้อนที่มีอยู่บนโลก ได้แก่ ป่าฝนเขตร้อนแถบทวีปอเมริกา ป่าฝนเขตร้อนแถบทวีปแอฟริกา และป่าฝนเขตร้อนแถบทวีปเอเชีย
ด้วยความยิ่งใหญ่ของผืนป่าฮาลา-บาลา และกลุ่มผืนป่าต่อเนื่องแง่หนึ่งได้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ มากมายให้คนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่งผืนป่าแห่งนี้กลับถูกบุกรุกทำลายลงไปเรื่อย ๆ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ การแย่งชิงทรัพยากร คนบางกลุ่มบางพวกมุ่งแผ้วถางป่าเพื่อครอบครองที่ดิน ฯลฯ ดังปรากฏเป็นข่าวทั้งในสื่อกระแสหลักและผ่านสังคมออนไลน์ (Social Media) อยู่เป็นระยะ
นอกจากนี้ การที่ผืนป่าฮาลา-บาลา (Hala-Bala Wildlife) เป็นป่าผืนเดียวกันกับป่าเบลุ่มหรือป่าเบอลม ฝั่งรัฐเปรัค มาเลเซีย ซึ่งทางรัฐบาลมาเลเซียได้ดำเนินการเสนอให้ “อุทยานแห่งรัฐรอยัลเบอลม” (Royal Belum State Park) เป็นมรดกโลก โดยได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative) เมื่อปี 2560 (ค.ศ.2019) หากฝั่งประเทศไทยยังเพิกเฉยไม่เคลื่อนไหวประการใด อาจส่งผลกระทบตามมาอีกมากมาย แทนที่จะเร่งแสวงหาแนวทางร่วมอนุรักษ์ผืนป่ารอยต่อสำคัญไปด้วยกัน เพื่อให้เป็น “มรดกอาเซียนข้ามแดน” และเป็น “มรดกโลก” ร่วมกัน
การเกิดขึ้นของหนังสือ “ป่าฮาลา-บาลา สู่มรดก” (HALA – BALA Wildlife to World Heritage) เป็นเพียงการจุดประกายให้ผู้เกี่ยวข้องได้กลับมาทบทวนแนวทางการดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไป ไม่ว่าจะด้วยการผลักดันให้เป็นมรดกอาเซียนข้ามแดนหรือมรดกโลก หรือเป็นไปด้วยวิธีการอื่นใดก็ตามที่เห็นว่าเหมาะสม (จากคำนำหนังสือ “ฮาลา-บาลา สู่มรดกโลก”)
บทความวิจัย “เรื่องเล่าคนด่านหน้า: อัตวิสัย การรับมือโรคอุบัติใหม่ (โควิด-19) ในจังหวัดชายแดนใต้ กรณีศึกษาอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี” โดย วรเชษฐ เขียวจันทร์ และ นายแพทย์ มูหาหมัดอาลี กระโด เป็นงานวิจัยซึ่งมุ่งเน้นทำความเข้าใจเรื่องเล่าของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ ความรู้ ความกลัว ที่เกิดขึ้นในระดับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยเฉพาะระดับอำเภอและตำบล เนื่องจากสถานการณ์โรคอุบัติใหม่อย่างโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กำลังเป็นประเด็นสำคัญและยังเป็นความท้าทายในระบบการแพทย์และสาธารณสุข การที่จะเข้าไปทำความเข้าใจการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น มีมิติการทำความเข้าใจที่หลากหลายและสภาพปัญหามีความซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้หมด สำหรับบทความวิจัยนี้ ทำความเข้าใจผ่าน “เรื่องเล่า” ที่ผ่านจากประสบการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในฐานะผู้เล่าเรื่องโดยตรง เพื่อขยายการรับรู้เรื่องราวต่อมุมมองการให้ความหมายและความรู้สึกต่อการรับมือโควิด-19 มากไปกว่าข้อมูลบนไทม์ไลน์ (Timeline) ของเส้นทางการเกิดโรคและจำนวนผู้ติดเชื้อในเชิงปริมาณผ่านการรายงานประจำวันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากจะทำความเข้าใจไปถึงการรับมือทั้งในงานด้านสาธารณสุข การแพทย์ในพื้นที่ต่อโรคระบาดโควิด-19 นี้ ว่าพื้นที่รับมืออย่างไร? และความรู้สึก ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้ป่วยเขาจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ทั้งด้านความเจ็บป่วยและสังคม วัฒนธรรมที่ตนดำรงอยู่อย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อโรคระบาดเข้าไปในพื้นที่ของตนเอง การศึกษาจึงมีมุมมองต่อการใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อการทำความเข้าใจ
“วิทยานิพนธ์สาขาประวัติศาสตร์เวียดนามระหว่าง ค.ศ.1985-2010: สำรวจสถานภาพองค์ความรู้” โดย ผศ.ดร.ธนนันท์ บุ่นวรรณา เป็นการสำรวจ วิเคราะห์และสังเคราะห์ งานวิจัยประเภทวิทยานิพนธ์สาขาประวัติศาสตร์เวียดนามของนักศึกษาหรือนักวิจัยเวียดนามที่ถูกจัดเก็บไว้ตามห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วทั้งสามภาคของเวียดนาม ส่วนการศึกษานั้น ผู้วิจัยจะใช้วิธีการสร้างกรอบการวิเคราะห์ขึ้นมา โดยพิจารณาจากเนื้อหา/ ประเด็น และช่วงเวลาที่ถูกระบุไว้ในงานวิจัยเป็นหลัก ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ เลือกจัดกลุ่มตามลำดับพัฒนาการความโดดเด่นทางประวัติศาสตร์ของชนชาติเวียดนามเป็นสำคัญ กล่าวคือ เริ่มจากยุคก่อนฝรั่งเศสปกครองเวียดนาม (ยุคจารีต-ศักดินา) ฝรั่งเศสในเวียดนาม สหรัฐอเมริกาในเวียดนาม และยุคสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความลุ่มลึกของการวิเคราะห์ ตลอดจนถึงแนวทางการเขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์ในแต่ละยุคสมัยด้วย
นอกเหนือไปจากเนื้อหาในหนังสือ ผู้เขียนได้ให้มุมมองต่อเวียดนามในยุคปัจจุบันด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ การลงทุน ธุรกิจ การศึกษา และศักยภาพของชาวเวียดนามอีกด้วย
From the publisher's feed
"เพราะหนังสือไม่ได้มีไว้ให้หลบมุมอ่านคนเดียว" พื้นที่สำหรับคนชอบอ่านและชอบแชร์ ที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปหลบมุมอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ชวนมาฟังและสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านไปด้วยกันกับ นงค์ลักษณ์…

10 Listeners