“เพราะว่าคำเตือนสติของเราไม่ใช่เมื่องมาจากความเข้าใจผิด, หรือการโสโครก, หรือการอุบาย. แต่ว่าพระเจ้าทรงเห็นชอบที่จะมอบกิตติคุณไว้กับเราฉันใด, เราจึงกล่าวไปฉันนั้น ไม่ใช่จะให้เป็นที่ชอบใจมนุษย์, แต่จะให้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจเราทั้งหลาย.
แต่เราได้อยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายโดยใจอ่อนสุภาพ, และเหมือนแม่ที่เลี้ยงรักษาลูกของตน. เรามีความรักท่านทั้งหลายอย่างนี้แหละ, ไม่ใช่ปรารถนาจะให้กิตติคุณของพระเจ้าแก่ท่านเท่านั้น, แต่มีใจพร้อมที่จะพลีชีวิตของเราให้แก่ท่านด้วย, เพราะท่านเป็นที่รักของเรามากยิ่ง
ท่านทั้งหลายเป็นพะยานฝ่ายเรา, และพระเจ้าก็ทรงเป็นพะยานด้วย, ว่าเราได้ประพฤติตามอย่างที่บริสุทธิ์และสุจริต และปราศจากตำหนิท่ามกลางท่านทั้งหลายที่เชื่อ เหมือนท่านทั้งหลายรู้แล้วว่า, เราได้เตือนสติและหนุนน้ำใจและกำชับท่านทุกคนดุจดังบิดากับบุตรของตน, เพื่อจะให้ท่านทั้งหลายประพฤติอย่างที่สมควรจะประพฤติต่อพระเจ้า, ผู้ได้ทรงเรียกท่านให้เข้าในแผ่นดินและสง่าราศีของพระองค์ เพราะเหตุนี้เราจึงขอบพระคุณพระเจ้าไม่หยุดหย่อน เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายได้รับคำของพระเจ้า ซึ่งท่านได้ยินจากเรา, ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์, แต่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของพระเจ้า, แล้วก็เป็นคำอย่างนั้นจริงๆ ด้วย, ซึ่งกำลังกระทำกิจอยู่ภายในท่านทั้งหลายที่เชื่อ.”
เธซะโลนิเกฉะบับต้น 2:3-4, 7-8, 10-13 TH1940