ก่อนที่ดานิเอลจะแปลข้อความที่เขียนบนฝาผนัง เขาได้เตือนราชาเบลชัสซาร์ถึงประสบการณ์ของราชาเนบูคัดเนสซาร์ผู้เป็นบิดา ดานิเอลถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับราชาเนบูคัดเนสซาร์ผู้พ่อเป็นบทเรียนไม่เพียงแต่สำหรับตัวเนบูคัดเนสซาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกหลานทุกคนด้วย ราชาเบลชัสซาร์ควรได้เรียนรู้บทเรียนจากประสบการณ์ของเนบูคัดเนสซาร์ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เรียนบทเรียนนั้น และเป็นเหตุให้เขาต้องรับผลกรรม
สิ่งที่พระราชาทำในบทนี้คือ ยกตัวเองขึ้นเหนือพระเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ เมื่อเมาเหล้าองุ่นแล้ว จึงสั่งให้เอาภาชนะที่ใช้สำหรับการนมัสการพระเจ้าในพระวิหารบริสุทธิ์ที่เยรูซาเล็ม และนำมาใช้ในการบูชาสรรเสริญรูปเคารพ แทนที่จะสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงกำชีวิตของพระราชาไว้ในอุ้งพระหัตถ์และบงการวิถีทางทั้งปวงของพระราชา สิ่งที่กระทำไปนั้นยังถือเป็นการดูถูกความบริสุทธิ์ของพระเจ้าอีกด้วย
สิ่งนี้ทำให้จักรวรรดิบาบิโลนต้องสิ้นสุดลง พระเจ้าทรงใช้อาณาจักรบาบิโลนเพื่อจุดประสงค์ในการนำพลไพร่อิสราเอลที่ตกต่ำไปเป็นเชลย และเมื่อใกล้สิ้นเจ็ดสิบปีแห่งการเป็นเชลยพระเจ้าทรงบันดาลให้ชาวมีเดียและชาวเปอร์เซียกลายเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อจุดประสงค์ในการยุติอาณาจักรบาบิโลนและปลดปล่อยผู้คนของพระองค์จากการเป็นเชลยในบาบิโลน (เอสรา 1: 1-4) นี่คือภาพให้เห็นว่ากษัตริย์และราชอาณาจักรทั้งปวงอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าของเราอย่างไร