
Sign up to save your podcasts
Or


Q1: ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็น
A: บทกรวดน้ำที่พระสวดเวลาไปทำบุญ เป็นอุปมา เปรียบกับน้ำที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า บุญก็เช่นกัน (ความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละ) จะทำให้จิตใจเราอยู่เป็นสุขได้
- บุญ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา จะเป็นตัวชะล้างจิตใจให้สะอาด
- การภาวนา ได้บุญมากที่สุด
Q2: วิธีกตัญญูต่อบุพการี
A: มี 3 ช่องทาง
(1) ทางกาย = ให้เงิน, สิ่งของ ทำเองหรือจัดให้มีการทำให้
(2) ทางวาจา = ปิยวาจา อยากฟังสิ่งไหนก็ให้ฟังสิ่งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้ฟังธรรม
(3) ทางใจ = ต้องอดทน
Q3: แก้ปมในใจ ทุกข์จากคนไม่รักษาสัญญา
A: ปมในจิตใจ คือ อาสวะ ซึ่งจะดึงให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อีก
- การให้อภัยและเมตตา นำมาทดแทนสิ่งที่เป็นปมในใจ ไม่ยึดถือในสิ่งที่ผูกเวร จะแก้ปมในใจนั้นได้
- อุปาทานที่ผูกไว้กับคำสัญญาของคนอื่นทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้น ก็อย่ามีอุปาทาน
- อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) แต่ให้ตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอิทธิบาท 4
Q4: ทุกข์เพราะรัก
A: ตัณหา มีคุณสมบัติ 3 อย่าง
(1) มีความกำหนัดด้วยอำนาจของความเพลิน
(2) ทำให้เกิดตัวตน (สภาวะ)
(3) มีการเกิดใหม่ = เช่น ความเป็นสามี-ภรรยา
- ตัณหา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ แม้ทุกข์ยังไม่ปรากฏตอนนี้ แต่ทุกข์จะปรากฏแน่นอน เปรียบเหมือนการถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ตอนโดยยิงยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะรู้สึกชาอยู่ ยาพิษเปรียบเหมือนอวิชชา (ความไม่รู้) เมื่อแล่นสู่เข้าสู่จิตใจจึงจะรู้ว่าทุกข์
- วิธีแก้
อุปมา = ต้องตรวจสอบก่อนว่าถูกแทงตรงไหน แล้วเอามีดปาด/ดึงหัวลูกศรออกมา แล้วขูดหนองและเลือดเสียออกให้หมด แล้วใส่ยาลงไป ปิดปากแผล กินยาอย่างต่อเนื่อง ไม่กินของแสลง อย่าให้แผลโดยฝน ลม แดด
อุปไมย = เปรียบตัวเราเป็นหมอ เริ่มจากใช้สติตรวจสอบว่าเรายึดติดตรงไหน แล้วเอาปัญญากรีด/ตัดในสิ่งที่ยึดถือนั้น แม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและใช้ความเพียร โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า สิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพื่อบีบ/ขูดเอาความยึดถือนั้นออกไป ถ้าอินทรีย์มีกำลังมาก (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ก็จะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น ก็ใช้มรรค 8 รักษาใจต่อไป และอย่าคบเพื่อนชั่ว ไม่สำรวมอินทรีย์ ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์ได้อีก
- เมื่อเข้าใจพรหมวิหาร 4 และกำจัดอวิชชาในความรักออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ราคะ โมหะ โทสะ ในจิตใจไม่กลับกำเริบแล้ว ก็ดำเนินชีวิตปกติได้ เป็นสุขที่เกษม
Q5: ธรรมะกับโรคซึมเศร้า
A: กระบวนการรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน เริ่มจาก “สติ” ตระหนักรู้ว่าเราคิดอะไร
- สติ คือ การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูด แม้นานได้ มีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น อาณาปาณสติ เป็นต้น
- คนเป็นโรคซึมเศร้า คือ เพลินไปตามอารมณ์ จึงต้องเริ่มจากการ “สังเกต” ให้เห็นอารมณ์นั้น
- การเจริญสติ สามารถใช้เป็นกระบวนการร่วมในการรักษาโรคซึมเศร้าได้
พระอาจารย์ฝากข้อคิดเนื่องในวันสงกรานต์
- ในช่วงสงกรานต์ ให้ท่านทั้งหลาย นำบุญที่เกิดจากให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาชำระล้างจิตใจของเรา ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างให้ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา จะทำให้ชีวิตของเราและสังคมมีความสุข เป็นผู้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ และพ้นทุกข์ได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana5
22 ratings
Q1: ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็น
A: บทกรวดน้ำที่พระสวดเวลาไปทำบุญ เป็นอุปมา เปรียบกับน้ำที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า บุญก็เช่นกัน (ความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละ) จะทำให้จิตใจเราอยู่เป็นสุขได้
- บุญ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา จะเป็นตัวชะล้างจิตใจให้สะอาด
- การภาวนา ได้บุญมากที่สุด
Q2: วิธีกตัญญูต่อบุพการี
A: มี 3 ช่องทาง
(1) ทางกาย = ให้เงิน, สิ่งของ ทำเองหรือจัดให้มีการทำให้
(2) ทางวาจา = ปิยวาจา อยากฟังสิ่งไหนก็ให้ฟังสิ่งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้ฟังธรรม
(3) ทางใจ = ต้องอดทน
Q3: แก้ปมในใจ ทุกข์จากคนไม่รักษาสัญญา
A: ปมในจิตใจ คือ อาสวะ ซึ่งจะดึงให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อีก
- การให้อภัยและเมตตา นำมาทดแทนสิ่งที่เป็นปมในใจ ไม่ยึดถือในสิ่งที่ผูกเวร จะแก้ปมในใจนั้นได้
- อุปาทานที่ผูกไว้กับคำสัญญาของคนอื่นทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้น ก็อย่ามีอุปาทาน
- อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) แต่ให้ตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอิทธิบาท 4
Q4: ทุกข์เพราะรัก
A: ตัณหา มีคุณสมบัติ 3 อย่าง
(1) มีความกำหนัดด้วยอำนาจของความเพลิน
(2) ทำให้เกิดตัวตน (สภาวะ)
(3) มีการเกิดใหม่ = เช่น ความเป็นสามี-ภรรยา
- ตัณหา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ แม้ทุกข์ยังไม่ปรากฏตอนนี้ แต่ทุกข์จะปรากฏแน่นอน เปรียบเหมือนการถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ตอนโดยยิงยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะรู้สึกชาอยู่ ยาพิษเปรียบเหมือนอวิชชา (ความไม่รู้) เมื่อแล่นสู่เข้าสู่จิตใจจึงจะรู้ว่าทุกข์
- วิธีแก้
อุปมา = ต้องตรวจสอบก่อนว่าถูกแทงตรงไหน แล้วเอามีดปาด/ดึงหัวลูกศรออกมา แล้วขูดหนองและเลือดเสียออกให้หมด แล้วใส่ยาลงไป ปิดปากแผล กินยาอย่างต่อเนื่อง ไม่กินของแสลง อย่าให้แผลโดยฝน ลม แดด
อุปไมย = เปรียบตัวเราเป็นหมอ เริ่มจากใช้สติตรวจสอบว่าเรายึดติดตรงไหน แล้วเอาปัญญากรีด/ตัดในสิ่งที่ยึดถือนั้น แม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและใช้ความเพียร โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า สิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพื่อบีบ/ขูดเอาความยึดถือนั้นออกไป ถ้าอินทรีย์มีกำลังมาก (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ก็จะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น ก็ใช้มรรค 8 รักษาใจต่อไป และอย่าคบเพื่อนชั่ว ไม่สำรวมอินทรีย์ ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์ได้อีก
- เมื่อเข้าใจพรหมวิหาร 4 และกำจัดอวิชชาในความรักออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ราคะ โมหะ โทสะ ในจิตใจไม่กลับกำเริบแล้ว ก็ดำเนินชีวิตปกติได้ เป็นสุขที่เกษม
Q5: ธรรมะกับโรคซึมเศร้า
A: กระบวนการรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน เริ่มจาก “สติ” ตระหนักรู้ว่าเราคิดอะไร
- สติ คือ การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูด แม้นานได้ มีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น อาณาปาณสติ เป็นต้น
- คนเป็นโรคซึมเศร้า คือ เพลินไปตามอารมณ์ จึงต้องเริ่มจากการ “สังเกต” ให้เห็นอารมณ์นั้น
- การเจริญสติ สามารถใช้เป็นกระบวนการร่วมในการรักษาโรคซึมเศร้าได้
พระอาจารย์ฝากข้อคิดเนื่องในวันสงกรานต์
- ในช่วงสงกรานต์ ให้ท่านทั้งหลาย นำบุญที่เกิดจากให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาชำระล้างจิตใจของเรา ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างให้ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา จะทำให้ชีวิตของเราและสังคมมีความสุข เป็นผู้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ และพ้นทุกข์ได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

65 Listeners

19 Listeners

23 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners