
Sign up to save your podcasts
Or


"พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า
"พุทธภาษิตใน ปุราเภทสูตร
"ปปัญจธรรม คือ กิเลสอันเป็นธรรมเครื่องเนิ่นช้า ที่ทำให้ สังสารวัฏฏ์ ยาวนานมากขึ้น โดยมากทรงแสดงไว้ ๓ ประเภท คือ ตัณหา (โลภะ) มานะ ทิฏฐิ"
"แก่นแท้ของความสุข ไม่มีขายที่ห้างสรรพสินค้า สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่ขาย หัวใจที่เหนื่อยล้า เพราะมัวแต่วิ่งตามหาวัตถุ ก็ไม่มีบริการสปาไว้บำบัดหากแต่ต้องปลูกรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย แล้วความสุขที่แท้และยั่งยืนจะงอกงามตามวิถีธรรมชาติในหัวใจของคุณเอง"
"ความสุขของมนุษย์นั้น มันมีหลายมุมมอง บางคนคิดว่าการมีเงินมากๆ ก็น่าจะทำให้มีความสุข บ้างก็คิดว่าการได้ทานอาหารดี ๆ อร่อย ๆ ก็มีความสุข หรือบ้างก็คิดว่าการให้สิ่งดี ๆ กับคนอื่นก็มีความสุขแล้ว"
"อนุสัยกิเลส หมายถึง กิเลสอย่างละเอียดที่ตามนอนเนื่องอยู่ในจิตไม่ปรากฏตัวออกมา หรือเป็นกิเลสที่มีกำลังที่ยังละไม่ได้ จะละได้ด้วยปัญญระดับมรรคจิต ครับ อนุสัย มี ๗ ประการ คือ
๑. กามราคานุสัย หมายถึง โลภะ ความติดข้องในกาม
๒. ปฏิฆานุสัย หมายถึง โทสะ ความโกรธ
๓. ทิฏฐานุสัย หมายถึง ความเห็นผิด
๔. วิจิกิจฉานุสัย หมายถึง ความสงสัย
๕. มานานุสัย หมายถึง ความถือตัว ความสำคัญตัว
๖. ภวราคานุสัย หมายถึง โลภะ ความติดข้องในภพ
๗. อวิชชานุสัย หมายถึง โมหะ ความไม่รู้
กิเลสมี ๓ ขั้น คือ ... อนุสัยกิเลส ปริยุฏฐานกิเลส วีติกกมกิเลส
วีติกกมกิเลส เป็นกิเลสอย่างหยาบ ทำให้ล่วงเป็นทุจริตกรรมทางกาย วาจา วิรัติ คือ ละเว้นวีติกกมกิเลสได้ด้วยศีล
ปริยุฏฐานกิเลส เป็นกิเลสอย่างกลางที่เกิดร่วมกับอกุศลจิต แต่ไม่ถึงขั้นล่วงเป็นทุจริตกรรม ระงับปริยุฏฐานกิเลสได้ชั่วคราว เป็นวิกขัมภณปหานด้วยฌานกุศลจิต
อนุสัยกิเลส เป็นกิเลสอย่างละเอียด เมื่อยังไม่ได้ดับกิเลส อนุสัยกิเลสก็นอนเนื่องอยู่ในจิตที่เกิดดับสืบต่อกันเป็นเชื้อเป็นปัจจัยให้เกิดปริยุฏฐานกิเลส"
"มหาภูตรูป คือ รูปที่เป็นใหญ่เป็นประธานของรูปทั้งหลาย มี ๔ ได้แก่ ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ) ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) ธาตุลม (วาโยธาตุ) เพราะมีมหาภูตรูป ๔ จึงมีรูปที่อาศัยมหาภูตรูปเกิด มี สี กลิ่น รส โอชา เป็นต้น ที่เรียกว่า อุปาทายรูป รูปธรรมเวลาเกิดไม่ได้เกิดเพียงรูปเดียว เดี่ยวๆ แต่เกิดเป็นกลุ่ม ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นกลุ่มของรูปที่เกิดจากสมุฏฐานใด กลุ่มของรูปที่เล็กที่สุดจะมีรูปรวมกัน ๘ รูป ได้แก่ มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๔ (สี กลิ่น รส โอชา) สำหรับกลุ่มของรูปที่มีเสียงเกิดร่วมด้วยนั้น จะมีรูปรวมกันเกิน ๘ รูป เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐาน ก็มี เกิดจากอุตุเป็นสมุฏฐาน ก็มี ซึ่งจะต้องมีเสียงเกิดร่วมด้วย เสียงก็เกิดพร้อมกับมหาภูตรูป นั่นเอง"
"การฝึกสมาธิจึงไม่ใช่สมาธิสิกขาในองค์มรรค เป็นแค่การศึกษาเรื่องสมาธิธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งที่ดี เพียงอย่าไปยึดติด และต้องเข้าใจให้ถูก คือเพิ่มความรู้ว่าถ้าจะมีสัมมาสมาธิเราต้องเริ่มที่สัมมาสติก่อน แล้วรู้ต่อไปอีกชั้นหนึ่งว่า สัมมาสติมีจึงมีสัมมาสมาธิ ตรงนี้สำคัญ ถ้ามีสมาธิโดยไม่มีสัมมาสติ สมาธิที่มีคือโลกิยะสมาธิ เป็นสมถะ ไม่ใช่วิปัสสนา ไม่มีทางเกิดสัมมาญาณะได้เลย"
"พระธรรมเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง โดยเฉพาะหนทางการดับกิเลส ดังนั้น ในเรื่องของศีล สมาธิ และปัญญา ก็ต้องเข้าใจว่า คืออะไร
ศีล มีหลายอย่าง หลายระดับ ทั้ง ศีลที่เรามักเข้าใจกันทั่วไป คือ การงดเว้นจากการทำบาป ทางกาย วาจา เป็นต้น แต่มีศีลที่ละเอียดยิ่งไปกว่านั้น ที่เป็นศีล ที่เรียกว่า อธิศีล อันเป็นศีลที่เกิดพร้อมกับ สมาธิและปัญญา
สมาธิ โดยทั่วไป ก็เข้าใจกันว่า คือ การนั่งสมาธิให้สงบ แต่ในทางพระพุทธศาสนาจะใช้คำว่า อธิจิตสิกขา หรือ บางครั้งใช้คำว่า สัมมาสมาธิ ที่มุ่งหมายถึง การเจริญสมถภาวนา และ สมาธิที่เกิดพร้อมกับปัญญาในปัญญาขั้นวิปัสสนา
ปัญญา ปัญญาในพระพุทธศาสนา ก็มีหลายระดับ แต่ คือ ความเห็นถูกเช่น เชื่อกรรมและผลของกรรม ปัญญาขั้นการฟังการศึกษา ปัญญาขั้นสมถภาวนา และปัญญาขั้นวิปัสสนาภาวนา
ดังนั้น ศีล สมาธิและปัญญา ที่ไม่เป็นไปในความเข้าใจถูกในหนทางการดับกิเลส ที่ไม่ใช่ไตรสิกขา ก็เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เป็น วัฏฏะ มีการเจริญสมถภาวนา เป็นต้น"
"อานิสงส์ของเจตนาบริสุทธิ์
From the publisher's feed

57 Listeners