
Sign up to save your podcasts
Or


"การทำบุญแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ท่านจะต้องขวนขวายหลายประการทีเดียว การทำบุญกุศลนั้นจึงจะสำเร็จได้ รวมทั้งการอุทิศส่วนกุศลให้ด้วย ถ้าท่านเป็นผู้ที่ไม่ขวนขวาย หรือถ้าท่านเป็นผู้ที่ไม่ทราบว่า สามารถที่จะอุทิศส่วนกุศลที่ได้กระทำแล้วนั้นให้ผู้อื่นอนุโมทนาและได้สมบัติเพราะการอนุโมทนาของตน ญาติมิตรของท่านก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับอุทิศส่วนกุศล หรืออนุโมทนา"
"ในกำเนิดของอบายภูมิ ซึ่งเป็นผลของอกุศลกรรมนั้น หนักที่สุด คือ นรก เกิดเป็นดิรัจฉานดีกว่านรก เพราะเหตุว่าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากมายสาหัสอย่างสัตว์ในนรก แต่ว่าพวกเปรตวิสัย คือ พวกเปรตดีกว่าสัตว์ดิรัจฉาน เพราะเหตุว่าสามารถที่จะรู้กรรมและอนุโมทนาในส่วนกุศลที่บุคคลอื่นอุทิศให้ เมื่อได้อนุโมทนาในส่วนกุศลที่บุคคลอื่นอุทิศให้แล้ว ก็มีโอกาสที่จะพ้นกรรม และได้สมบัติอันเป็นทิพย์ พ้นจากสภาพของความเป็นเปรต ฉะนั้น ก็ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉาน"
"ถ้าเป็นผู้ที่เกิดในตระกูลสูง แต่เป็นผู้ที่มีกิเลสมาก เทวดาและพรหมทั้งหลายก็ไม่นมัสการประนมมืออัญชลี แต่บุคคลที่แม้จะเป็นผู้ที่เกิดในตระกูลต่ำ การงานต่ำ เป็นคนเทดอกไม้ เมื่อหมดสิ้นกิเลสแล้ว แม้แต่เทวดาและพรหมซึ่งกำเนิดสูงกว่า ก็ย่อมนมัสการ แสดงความนอบน้อมในความที่เป็นผู้ทรงคุณนั้น นี่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงจากพระพุทธศาสนา ไม่ว่าท่านจะมีอาชีพใด มีการงานอย่างใด ถ้าท่านเป็นผู้ที่ละกิเลสได้ ก็เป็นผู้ที่บุคคลอื่นบูชาได้"
"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ก็สมาบัติที่ภิกษุนั้นไม่เคยเข้าแล้ว ไม่ใช่หาได้ง่าย ภิกษุนั้นทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมที่กุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบันเข้าถึงอยู่"
"กัมมปัจจัย คือ กรรมที่ได้กระทำสำเร็จแล้วประกอบกับ อุปนิสสยปัจจัย การสะสมที่เป็นกำลังที่ทำให้กรรมนั้นให้ผล แม้ว่าจะให้ผลทำให้ปฏิสนธิในอบายภูมิแล้ว แต่เมื่อยังไม่หมดผลของกรรม ยังมีเศษ มีเชื้อ ก็เป็นอุปนิสสยปัจจัยที่จะทำให้ปรากฏผลเกิดขึ้นแม้ในกามสุคติภูมิ"
"สำหรับพระสัพพัญญุตญาณ ที่พระผู้มีพระภาคทรงสามารถที่จะพยากรณ์ถึงกรรมของบุคคลนั้น ที่ว่า เมื่อจุติจากภพนั้นแล้วจะไปสู่กำเนิดใด ก็เป็นเพราะเหตุว่าพระองค์ได้ทรงสะสมพระบารมีที่เพรียบพร้อมด้วยพระญาณต่างๆ ไม่ใช่ว่าทรงเดาหรือทรงคาดเน
แต่เวลาที่ญาติพี่น้องมิตรสหายซึ่งเป็นที่รักหรือผู้มีคุณสิ้นชีวิตลง บางท่านอาจจะอยากทราบว่าไปสู่กำเนิดใด สู่ภูมิใด ท่านก็ไปหาบางท่านที่ท่านคิดว่าจะพยากรณ์ได้ แต่ว่าจะถูกหรือจะผิด เพราะผู้นั้นไม่ใช่เป็นผู้ที่มีพระสัพพัญญุตญาณ ไม่สามารถที่จะรู้ความละเอียดของกรรมของแต่ละบุคคลที่ได้สะสมมาที่วิจิตรต่างๆ กัน"
"ดูกร มหาบพิตร ผู้จอมประชาชน ชาติของนรชนไม่สม่ำเสมอกัน กำเนิดแห่งคนจัณฑาลจัดว่าเลวทรามในระหว่างมนุษย์ เมื่อชาติก่อนเราทั้งสองได้อยู่ร่วมกันในครรภ์แห่งนางจัณฑาลี เพราะกรรมอันชั่วช้าของตน เราทั้งสองได้เกิดเป็นคนจัณฑาลในกรุงอุชเชนี อวันตีชนบท
ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นเนื้อ ๒ ตัวพี่น้อง อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นนกออก ๒ ตัวพี่น้อง อยู่ที่ริมฝั่งรัมมทา-นที
ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว คราวนี้อาตมาภาพเกิดเป็นพราหมณ์ มหาบพิตรทรงสมภพเป็นกษัตริย์
นี่คือการสะสมที่สะสมมาต่างกัน และความยินดีพอใจ ฉันทะอัธยาศัยก็ต่างกัน พระเจ้าสัมภูตยังคงมีความปรารถนาในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ราชสมบัติ และการบำรุงบำเรอ แต่ผู้ที่เป็นพี่ชายของพระองค์ในอดีตชาติ ซึ่งในปัจจุบันนี้เกิดเป็นพราหมณ์ได้กล่าวว่า ดูกร มหาบพิตร พระองค์ทรงเห็นผลแห่งสุจริตอย่างเดียว ส่วนอาตมาภาพเห็นผลแห่งสุจริตและทุจริตที่สั่งสมไว้แล้ว เป็นวิบากใหญ่ จึงสำรวมตนเท่านั้น มิได้ปรารถนาบุตร ปศุสัตว์ หรือทรัพย์"
บรรยาย
"ในอดีตชาติท่านผู้ฟังจะเคยเป็นใครมาอย่างไรก็ตาม เคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน อาจจะเป็นพระผู้มีพระภาคก็ได้ หรือว่าพระอรหันตสาวกที่ท่านปรินิพพานไปแล้ว แต่กิจของท่านผู้ฟังยังไม่เสร็จ ยังต้องเป็นผู้ที่อบรมเจริญสติ เจริญปัญญา แม้ว่าจะได้คุ้นเคยบ้างแล้วในอดีต กับบุคคลที่ท่านปรินิพพานไปแล้วก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ว่าท่านเหล่านั้นก็ได้สำเร็จกิจของท่านแล้ว แต่ท่านผู้ฟังซึ่งอาจจะมีอดีตที่เคยสัมพันธ์กันมายังไม่เสร็จกิจ ยังไม่ได้ปลงภาระ ก็จะต้องเป็นผู้ที่อบรมกระทำกิจ สะสมปัญญาที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรมต่อไป ระลึกอดีตชาติของท่านเองไม่ได้ แต่ฟังอดีตชาติของบุคคลอื่น คล้ายคลึงกันไหม อาจจะเป็นไปได้เหมือนอย่างนั้นไหม หรืออาจจะวิจิตรกว่าก็ได้ ตามความวิจิตรของจิตที่ได้สะสมมา"
"ขุททกนิกาย เถรคาถา อานันทเถรคาถา มีข้อความว่า
บัณฑิตไม่ควรทำตนให้เป็นมิตรสหายกับบุคคลที่ชอบส่อเสียด มักโกรธ ตระหนี่ และผู้ปรารถนาให้ผู้อื่นพินาศ เพราะการสมาคมกับคนชั่วเป็นความลามก"
From the publisher's feed

57 Listeners