
Sign up to save your podcasts
Or


ผู้ที่เจริญสติปัฏฐานสามารถที่จะรู้ลักษณะของจิตที่ต่างกัน แม้ว่าไม่รู้ชื่อ เช่น เวลาที่เกิดความยินดีพอใจ เป็นสภาพของจิตที่เป็นไปกับราคะหรือโลภะ ผู้นั้นระลึกรู้ว่า เป็นแต่เพียงสภาพของจิตชนิดหนึ่ง เป็นนามธรรมอาศัยเหตุปัจจัยก็เกิดขึ้น สติระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมอื่นต่อไป ไม่ใช่มีแต่โลภมูลจิต การเห็นเป็นของที่มีจริง ระลึกรู้ลักษณะของการเห็น ชื่อว่าเป็นการระลึกรู้ลักษณะของจิต เพราะเหตุว่ารู้ลักษณะของจิตซึ่งเป็นสภาพรู้ว่า สิ่งที่เป็นสภาพรู้นั้นไม่ใช่รูป ไม่ใช่ไปจดจ้องอยู่ที่กลางจักขุปสาทเพื่อให้ประจักษ์การเกิดขึ้นและดับไปของจิต นั่นไม่ใช่วิธีที่จะรู้ลักษณะของจิต นั่นไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ปัญญาสมบูรณ์ขึ้นจนกระทั่งละคลาย แล้วก็รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงได้
พระเสขะผู้ยังปฏิบัติอยู่ เมื่อเกิดความชอบใจ ไม่ชอบใจ ย่อมอึดอัดเบื่อหน่าย เกลียดชังความชอบใจความไม่ชอบใจนั้น แต่พระอริยะผู้เจริญอินทรีย์แล้ว ย่อมเป็นผู้วางเฉยในสิ่งนั้นๆ อยู่อย่างมีสติสัมปชัญญะได้
แสดงให้เห็นว่า การเจริญสติปัฏฐานจะต้องเจริญมากมายสักเพียงใด จะต้องรู้ทั่วจริงๆ ปกติจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกาย เป็นเวทนา เป็นจิต ก็ข้ามไม่ได้ ถ้าไม่ระลึก ไม่มีทางที่จะรู้ชัด
นอกจากนั้นใน สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ซึ่งครั้งนั้นพระผู้มี-พระภาคประทับ ณ พระวิหารเชตวัน พระองค์ได้ทรงโอวาทท่านพระราหุล
ใน จักขุสูตร เป็นเรื่องของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่เที่ยง
ใน รูปสูตร เป็นเรื่องของสี เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ไม่เที่ยง
ใน วิญญาณสูตร สัมผัสสูตร เวทนาสูตร สัญญาสูตร เจตนาสูตร ตัณหาสูตร ธาตุสูตร ธาตุสูตรนี้ก็ได้แก่ ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณนั่นเอง
ทุกสูตรนั้นได้ทรงแสดงว่า สภาพธรรมทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ที่ต้องรู้ทั่วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนามรูปทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ก็จะต้องประจักษ์ว่า สภาพนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
สุปปพุทธกุฏฐิ ได้เข้าไปหาหมู่มหาชนนั้นแล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาคแวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ประทับนั่งแสดงธรรมอยู่ ครั้นแล้วได้มีความดำริว่า หมู่มหาชนคงไม่แบ่งของควรเคี้ยวหรือของควรบริโภคอะไรๆ ให้ในที่นี้ พระสมณ-โคดมนี้ทรงแสดงธรรมอยู่ในบริษัท ถ้ากระไรแม้เราก็พึงฟังธรรม เขานั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งในบริษัทนั้นเอง ด้วยคิดว่า แม้เราก็จักฟังธรรม
โลภะก็มีการเกิดขึ้น มีการดับไป ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไมใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน จึงควรระลึกรู้ลักษณะของโลภะด้วย ไม่ใช่ว่าเมื่อศึกษาเรื่องของอริยสัจธรรมแล้ว จะไปรู้อย่างอื่นทั้งหมดเว้นโลภะเสีย เพราะได้ฟังมาว่าโลภะนั้นเป็นสมุทยสัจจะ แต่ว่าสมุทยสัจจะที่จะละ คือ ละถึงอนุสัยด้วยการพิจารณารู้สภาพลักษณะของโลภะที่เป็นทุกขอริยสัจจะด้วย
สติปัฏฐาน ๔ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่ปรารภแล้ว บุคคลเหล่านั้นชื่อว่า ไม่ปรารภอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังสัตว์ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ สติปัฏฐาน ๔ อันบุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่งปรารภแล้ว บุคคลเหล่านั้นชื่อว่า ปรารภอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังสัตว์ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน ก็ได้แก่ กาย เวทนา จิต ธรรม
ความหมายของวิเวก คือความสละ ความสงบ ในขณะที่สติระลึกรู้ลักษณะของนามของรูปที่กำลังปรากฏ เพราะเหตุว่าพุทธบริษัทนั้นมีทั้งที่เป็นบรรพชิตและที่เป็นฆราวาส บรรพชิตสละการอยู่คลุกคลีเป็นกายวิเวก แต่ฆราวาสไม่ได้สะสมมาที่จะละอาคารบ้านเรือน แต่มีจิตวิเวกได้ในขณะที่สติระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ เป็นการสละ เป็นการสงบจากความไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ
คำว่า สันติ ได้แก่ สันตบ้าง สันติบทบ้าง โดยอาการอย่างเดียวกัน ก็สันติบทนั้นนั่นแลคือ อมตนิพพาน ได้แก่ ธรรมอันเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่ออกจากตัณหาเครื่องร้อยรัด สมจริงตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
บทใด คือ ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่ออกจากตัณหาเครื่องร้อยรัด บทนั้นเป็นความสงบ เป็นธรรมชาติประณีต
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อัญญเดียรถีย์เป็นคนบอด ไม่มีจักษุ ไม่รู้จักประโยชน์ ไม่รู้จักความเสื่อมใช่ประโยชน์ ไม่รู้จักธรรม ไม่รู้จักสภาพมิใช่ธรรม เมื่อไม่รู้จักประโยชน์ ไม่รู้จักความเสื่อมใช่ประโยชน์ ไม่รู้จักธรรม ไม่รู้จักสภาพมิใช่ธรรม ก็บาดหมางกัน ทะเลาะกัน
การเจริญสติปัฏฐานไม่มีเข้าไม่มีออก เหตุผลคือ สติเป็นสภาพที่ระลึก ขณะนี้ระลึกได้ไหม ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล เป็นสภาพธรรมที่ระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏว่า สภาพนั้นมีลักษณะเช่นนั้น ที่ไม่พึงยึดถือว่าเป็นตัวตน วันหนึ่งๆ ก็เคยคิด เคยนึก ถ้านึกถึงสิ่งใดที่เป็นอกุศล ไม่ใช่สติเจตสิก เพราะเหตุว่าสติเจตสิกเป็นโสภณธรรม เป็นคุณธรรม จะเกิดกับโสภณจิต ซึ่งถ้ายังไม่เคยฟังเรื่องของการเจริญสติปัฏฐาน จะไม่ระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงว่า ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล เป็นแต่เพียงลักษณะของกาย ของเวทนา ของจิต ของธรรม ของนามธรรม ของรูปธรรม
From the publisher's feed

57 Listeners