
Sign up to save your podcasts
Or


ภิกษุทั้งหลายเหล่าใดนั้น ย่อมแสดงขึ้น ย่อมไต่ถามพระสูตร เคยยะ เวยยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตก ชาตก อัพภูตธรรม เวทัลละ ยังกังวลอยู่ด้วยนวกรรม คือ การให้ด้วย การบูชาด้วย, ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นทั้งปวง ชื่อว่ากระทำความเพียรเพื่อจะถึงซึ่งนิปปปัญจธรรม ภิกษุทั้งหลายเหล่าใดนั้น เป็นผู้บริสุทธิ์แล้วโดยสภาพ มีวาสนาเคยอบรมมาแล้ว, ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น มีนิปปปัญจธรรมโดยขณะแห่งจิตอันเดียว ฝ่ายว่าภิกษุทั้งหลายเหล่าใดนั้น เป็นผู้มีธุลี คือ กิเสลในนัยน์ตา คือ ปัญญามาก, ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีนิปปปัญจธรรม ด้วยประโยคทั้งหลายเหล่านี้ เปรียบเหมือนบุรุษปลูกพืชลงในนาแล้วเก็บข้าวเปลือก ด้วยความเพียรตามกำลังของตน เว้นแล้วจากรั้วเป็นเครื่องป้องกัน, บุรุษอีกคนหนึ่งปลูกพืชลงในนาแล้วเข้าไปสู่ป่า ตัดไม้แห้งด้วย กิ่งไม้ด้วย เรียวหนามด้วย กระทำรั้วแล้วจึงเก็บข้าวเปลือก, ความแสวงหาของบุรุษนั้น ด้วยกั้นรั้วในนานั้น เพื่อประโยชน์แก่ข้าวเปลือก ฉันใด;
ก็บุคคลผู้เป็นปาราชิก มี ๒๔ จำพวก. ใน ๒๔ ตระหนี่ ทีแรก ๘ จำพวกก่อน คือภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิก ๔ ข้อ นับเป็น ๔ จำพวก . และภิกษุณีผู้ต้องอาบัติปาราชิก ๔ ข้อนับเป็น ๔ จำพวก . บุคคล ๘ จำพวกนี้ สิ้นความเป็นสมณะแล้วหากว่ายังครองเพศสมณะ ปิดบัง ไม่ประกาศความสิ้นความเป็นสมณะของตนให้ภิกษุรูปอื่นทราบ แล้วลาสิกขาเวียนกลับมาสู่เพศฆราวาสแล้ว ก็ไม่อาจตรัสรู้ธรรมคืออริยสัจจธรรมทั่ง ๔ ได้ย่อมไม่อาจแม้เพียงมทำวิปัสสนาญาณทั้งหลายให้เกิดได้.
คฤหัสถ์ทุศีลนั้นจะเหมือนสมณะทุศีลหามิได้ อันสมณะทุศีลมีคุณ ๑๐ประการ มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร อันว่าคุณ ๑๐ ประการแห่งสมณะ
คำว่า เป็นผู้ต้องปาราชิก ความว่า บุคคลชื่อว่า “ปาราชิก – ผู้แพ้” เพราะไม่อาจเจริญสิกขา ๓ เพื่อการตรัสรู้ธรรม เอาชนะกิเลสทั้งหลายได้ เหตุเพราะมีธรรมที่สร้างอันตราย คือขัดขวางการเจริญสิกขา ๓ เพื่อการตรัสรู้นั้น ได้แก่เป็นผู้ถึงความเป็นปราชิกดังกล่าวนี้
“ บุรุษผู้หนึ่งจับก้อนเหล็กแดงด้วยมือข้างหนึ่ง และจับก้อนหิมะด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ซึ่งสิ่งของทั้งสองอย่างนี้ ถึงแม้จะมีสภาพตรงกันข้าม แต่ก็ให้ความรู้สึกทั้งร้อนและเย็นแก่ผู้จับเหมือนกัน ฉันใด สุขเวทนา อันมีใน เวทนา ๑๐๘ ก็ย่อมให้ความรู้สึกทั้งที่เป็น กุศล อกุศล และอัพยากฤต เช่นกัน ฉันนั้น ”
พระอรหันต์มีอยู่ ขอเชิญให้ท่านผู้นั้นจงเหาะมาในอากาศ แล้วถือเอาบาตรไม้จันทร์แดงนี้ตามปรารถนา และข้าพเจ้าพร้อมด้วยบุตรภรรยาจะเคารพนบนอบยอมตนเป็นสาวก นับถือบูชาตลอดชีวิต หากภายใน ๗ วันนี้ ไม่มีผู้ใดที่ทรงคุณ เป็นพระอรหันต์ เหาะมาถือบาตรแล้ว เราจะถือว่า ในโลกนี้ ไม่มีพระอรหันต์ดังที่มหาชนกล่าวขวัญถึงเลย......
อุปมาฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน พระตถาคตทรงบรรลุ โอสถอมตะที่สามารถสงบความป่วยไข้คือกิเลสทั้งสิ้น ไว้ในตลับยาคือพระศาสนาด้วยทรงดำริว่า บุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ผู้ถูกความป่วยไข้คือกิเลสบีบคั้น แต่ว่ารู้สำเหนียก มีความตั้งใจ บุคคลนั้นดื่มโอสถอมตะนี้แล้ว ก็จะสงบความป่วยไข้คือกิเลสทั้งปวงได้ดังนี้ ถ้าหากว่ามีบางคน ไม่ยอมดื่มโอสถอมตะนั้นแล้ว ทั้งๆที่ยังเป็นผู้มีกิเลสอยู่นั่นเทียว ก็ถอยกลับไป เวียนกลับมาสู่เพศที่เลวไซร้ ผู้คนจะติเตียนเขานั่นแหละ ว่า คนผู้นี้บวชในพระศาสนาของพระชินวรพุทธเจ้าแล้ว ยังไม่ทันได้ที่พึ่งในพระศาสนานั้นเลย ก็เวียนกลับมาสู่เพศที่เลว พระศาสนาของพระชินวรพุทธเจ้า จะทำให้เขาผู้ไม่ยอมปฏิบัตินี้ได้ตรัสรู้เสียเองได้อะไรเล่า ความผิดอะไรของพระศาสนาของพระชินวรพุทธเจ้าเล่า ดังนี้ได้
ปฏิปทาโทสปัญหา (โทษของปฏิปทา – ณัฏฐ)
พระโพธิสัตว์ ได้บำเพ็ญทุกกริยาแล้ว การปรารภความเพียร การทำความเพียรก้าวออกไป จากความเกียจคร้าน การรบกับกิเลส การกำจัดพลมาร การกำหนดอาหาร การบำเพ็ญทุกกริยาที่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่ได้มีในคราวอื่นอีก เมื่อทรงมีความบากบั่นเห็นป่านฉะนี้ ก็มีทรงได้รับคุณวิเศษอะไรๆ จึงทรงล้มเลิกพระทัย ตรัสอย่างนี้ว่า เราไม่บรรลุอุตตริมนุสสธรรมซึ่งเป็นความรู้ความเห็นพิเศษของพระอริยเจ้า ด้วยการบำเพ็ญทุกกริยาที่เผ็ดร้อนนี้ได้ ทางไปสู่การตรัสรู้ทางอื่นพึงมีหรือหนอ ดังนี้ ทรงเบื่อหน่ายคลายจากทางนั้นแล้ว ก็ทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณโดยทางอื่น แต่กลับทรงอนุศาสน์ชักชวนสาวกทั้งหลายด้วยปฏิปทานั้นอีกว่า
พระนาคเสนจึงถวายวิสัชนาแก้ไขว่า มหาราช ขอถวายพระพรบพิตรพระราชสมภาร ซึ่งว่าคฤหัสถ์ปฏิบัติเป็นสัมมาปฏิบัติได้บรรลุมรรคผล กระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานนั้นจะมีอยู่น้อยเพียงร้อย ๑ หรือ ๒ ร้อย พัน ๑ หรือแสน ๑ โกฏิ ๑ เท่านั้น หามิได้ มีอยู่มากมายเหลือที่จะนับจะประมาณ ขอถวายพระพร
ทวินนังพุทธานังอนุปัชชนปัญหา (ความไม่เกิดขึ้นพร้อมกันแห่งพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์)
พระนาคเสน, ขอถวายพระพร มหาบพิตร หมื่นโลกธาตุนี้ เป็นที่รองรับพระพุทธเจ้าได้เพียงพระองค์เดียว ย่อมรับรองพระคุณของพระตถาคตเจ้าได้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ถ้าหากว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๒ พึงอุบัติไซร้ หมื่นโลกธาตุนี้ จะพึงรองรับรองไว้ไม่ไหว จะพึงสั่นไหว โอนเอน คลอนแคลน แหลกกระจาย ไม่อาจถึงความทรงตัวอยู่ได้
From the publisher's feed

58 Listeners