
Sign up to save your podcasts
Or


ตถาคตัสส ผรุสวาจานัตถีติปัญหา
สมเด็จพระพิชิตมารจะได้ประพฤติเป็นการกายทุจริตวจีทุจริต
วัตถุคุยหทัสสนปัญหา
พระพุทธฏีกาสมเด็จพระมหากรุณาเจ้าโปรดว่าให้บริษัททั้ง ๔ สำรวมอินทรีย์ สำรวมวาจา
ปัญหาที่ 2 สัพพสัตตหิตผรณปัญหา
ปัญหาเกี่ยวกับการที่พระตถาคตทรงแผ่ประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ชื่อว่า สัพพสัตตหิตผรณปัญหา
คำว่า ธรรมปริยายอันมีอุปมาด้วยกองไฟ คือ อัคคิกขันโธปสูตร ซึ่งมีเนื้อความเกี่ยวกับการที่พระตถาคตทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยทรงยกกองไฟใหญ่ที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นอยู่ในเวลานั้น เป็นอุปมา
ฆราวาสได้พระอรหัตในวันใด ต้องบวชในวันนั้น ในสำนักครูบาอาจารย์ โดยปรกติที่ว่าจะกระทำเหมือนพระโองการตรัสฉะนี้ จะได้บวชเอาเองก็ดี จะให้คอยเท่า อุปัชฌาย์อาจารย์ท่านผู้มีฤทธิ์อันจะเหาะมาบวชให้ก็ดี ช้าไปวัน ๑ หรือ ๒ วัน เช่นนี้ไม่ได้ ถ้าบวชเองก็เป็นไถยเพศ มิได้เรียกว่าบรรพชา ประการหนึ่ง ถึงจะคอยท่าพระอรหันต์อันมีฤทธิ์ รู้จักจิตว่าจะบรรพชาจึงจะเหาะมาบวชให้ก็ไม่ได้ ถ้าช้าไปจนวัน ๑ หรือ ๒ วัน เกินกำหนดไป ก็คงจะเข้าสู่นิพพานในวันนั้น
ปัญหาที่ 1 ถามมูลเหตุแห่งกาลทั้ง 3
อวิชชา เป็นมูลแห่งกาลนาน อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน เพราะว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิด สังขาร สังขาร เป็นปัจจัยให้เกิด นามรูป นามรูป เป็นปัจจัยให้เกิด สฬายตนะ สฬายตนะ เป็นปัจจัยให้เกิด อุปาทาน อุปาทาน เป็นปัจจัยให้เกิด ภพ ภพ เป็นปัจจัยให้เกิด ชาติ ชาติ เป็นปัจจัยให้เกิด ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ( ตั้งแต่ อวิชชา มาถึง อุปายาส รวมเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท ) เป็นอันว่า ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ ปุริมโกฏิ คือที่สุดเบื้องต้นแห่งกาลนานย่อมไม่ปรากฏ "
ปัญหาที่9 ถามเรื่องการทำบาปของผู้ไม่รู้
ผู้ไม่รู้ทำปาณาติบาต ย่อมได้บาปมากกว่า และที่ทรงบัญญัติไว้ก็จริงว่าภิกษุผู้ไม่รู้ไม่ต้องอาบัติ แต่ความหมายในข้อนี้มีอยู่ต่างหาก คืออย่างไร...คืออาบัติแยกเป็นหลายอย่างเช่น เป็น สัญญาวิโมกข์ คือพ้นเพราะรู้ เพราะเข้าใจก็มี และที่เป็น นสัญญาวิโมกข์ คือไม่พ้นเพราะรู้ เพราะเข้าใจก็มี ข้อที่ว่า ภิกษุผู้ไม่รู้ไม่ต้องอาบัตินั้น หมายอาบัติที่เป็น สัญญาวิโมกข์
ปัญหาที่ 4 ถามเรื่องพ้นจากบ่วงมรณะ
สัตว์ทั้งหลายจะเร้นซ่อนตนอยู่ในที่ใด ๆ ก็ตาม ที่พ้นความตายไม่มี ที่ความตายจะครอบงำไม่ได้ไม่มีดังนี้ แต่ได้ทรงแสดงพระปริตร คือพระพุทธมนต์อันเป็นเครื่องป้องกันไว้พระปริตรนั้นได้แก่อะไรบ้างคือ ขันธปริตร ๑ สุวัตถิปริตร ๑ โมรปริตร ๑ ธชัคคปริตร ๑ อาฏานาฏิยปริตร ๑ ถ้าผู้อยู่ในอากาศ หรือในท่ามกลางมหาสมุทร หรืออยู่ในท่ามกลางภูเขา ไม่พ้นจากอำนาจความตายแล้ว พระปริตรนั้นก็ผิดไป ถ้าพ้นจากความตายด้วยพระปริตรคำว่า "ที่ความตายไม่ครอบงำไม่มีนั้น" ก็ผิดไป ปัญหานี้เป็นอุภโตโกฏิ ยุ่งยากมากขอพระผู้เป็นเจ้าจงแก้ไขให้ง่ายเถิด"
ปัญหาที่ 3 ถามเรื่องมรณภัย
บุคคลเหล่าใดยังมีกิเลสอยู่ ยังมีความเห็นเป็นตัวเป็นตนแรงกล้าอยู่ ยังเอนเอียงในสุขทุกข์อยู่ สมเด็จพระบรมครูหมายบุคคลเหล่านั้น จึงได้ตรัสว่า บุคคลทั้งปวงสะดุ้งต่ออาชญา กลัวความตาย พระอรหันต์ทั้งหลายได้ตัดคติทั้งปวงแล้ว ตัดเสียซึ่งปฏิสนธิมิได้เกิดในภพทั้งสาม หักซึ่งโครงแห่งนายช่าง คือตัณหาแล้ว ตัดเหตุแห่งภพทั้งปวงแล้ว กำจัดสังขาร กุศล อกุศล เสียสิ้นแล้ว กำจัดอวิชชาไม่ให้มีพืชต่อไปแล้ว เผากิเลสทั้งปวงแล้ว ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลายแล้ว เพราะฉะนั้น พระอรหันต์ทั้งหลายจึงไม่สะดุ้งต่อภัยทั้งปวง
ปัญหาที่ ๒ ถามเรื่องปัญหาที่แก้ด้วยการพักไว้
อาจริยมุฏฐิ คือกำมือแห่งอาจารย์ในธรรมทั้งหลาย ไม่มีแก่พระตถาคตเจ้า "
กำมือแห่งอาจารย์ในธรรมทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่พระตถาคต ดังนี้เป็นคำจริงแล้ว การที่ไม่ทรงแก้นั้น ก็ต้องเป็นเพราะไม่ทรงล่วงรู้ ถ้าทรงล่วงรู้แต่ไม่แก้ คำว่า "กำมือแห่งอาจารย์ในธรรมทั้งหลาย ก็ต้องมีแก่พระตถาคต "
ปัญหาข้อนี้เป็นอุภโตโกฏิ ละเอียดลึกซึ้งนัก ขอพระผู้เป็นเจ้าจงทำลายเสียซึ่งข่าย คือ ทิฏฐิเถิด "
ปัญหาที่ ๑ ถามเรื่องสิกขาบทเล็กน้อย
คำว่า " ขุททานุขุททกะ " แยกออกเป็นสองได้แก่ ขุททกะ แปลว่า เล็ก อนุขุททกะ แปลว่า เล็กตามลำดับ
ขุททกสิกขาบท อันแปลว่า สิกขาบทเล็กนั้น ได้แก่ ทุกกฏ ( การทำไม่ดี ) ซึ่งเป็นอาบัติเบากว่าอาบัติทั้งปวง
อนุขุททกสิกขาบท อันแปลว่า สิกขาบทเล็กตามลำดับนั้น ได้แก่ ทุพภาษิต ( การพูดไม่ดี ) ที่จัดว่าเล็กตามลำดับ
From the publisher's feed

58 Listeners