
Sign up to save your podcasts
Or


มีคนถามพระพุทธองค์ว่า ปฏิบัติธรรมแล้วจะได้อะไร
“การปฏิบัติธรรมคือ การเอาธรรมมาปฏิบัติ เอาธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต ทำการทำงาน ทำหน้าที่ ทำทุกเรื่องทุกอย่างให้ดี ให้ถูกต้อง คือเอาธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิต ทำให้เป็นชีวิตที่ดี มีความสุขที่แท้จริง… เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมจึงเป็นเรื่องกว้างๆ ไม่ใช่เฉพาะการปลีกตัวออกจากสังคม ไปอยู่วัด อยู่ป่า แล้วก็ไปนั่งบำเพ็ญสมาธิ ไม่ใช่แค่นั้น อันนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง… การปลีกตัวไปปฏิบัติแบบนั้น เรียกว่า เป็นการปฏิบัติแบบเข้มข้น หรือลงลึกเฉพาะเรื่อง แต่อันที่จริงนั้น การปฏิบัติธรรมต้องมีตลอดเวลา เมื่อทำงานหรือทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง ตั้งใจทำให้ดี ให้เกิดคุณประโยชน์ ให้สำเร็จความมุ่งหมายที่ดีงาม ก็เป็นการปฏิบัติธรรม…
โลภะความติดข้องในรสจะมีกำลังมากสำหรับคนบางคน บางกลุ่ม บางคนอาจจะติดในสีมากกว่าก็ได้ หรือติดในเสียง กลิ่น โผฏฐัพพะ มากกว่าทวารอื่นๆ ก็ได้ แต่พระภิกษุที่กำลังฟังพระธรรมเทศนาที่อุปมาด้วยเนื้อบุตร (ปุตตมัสสสูตร) สะสมการติดข้องในรสมา จึงทรงเทศนาเพื่อเหมาะกับอัธยาศัยของผู้ฟังในขณะนั้น อนึ่งสำหรับเพศบรรพชิตแล้ว ถ้าติดในรสมากๆ จะเป็นเหตุให้ล่วงสิกขาบทหลายข้อได้ เพราะการติดในรส ย่อมแสวงหา เมื่อแสวงหาโดยชอบธรรมไม่ได้ ย่อมแสวงหาโดยไม่ชอบธรรม เช่น การออกปากขอ การทำการประจบ รับใช้คฤหัสถ์ เป็นหมอดู เป็นหมอยา เป็นต้น ย่อมต้องอาบัติ ทำให้ห่างไกลจากพระสัทธรรม
เชษฐาปจายิกกรรม คือความเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่”
ข้อมูลจาก
พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย(พิมพ์ พ.ศ. 2525) (ปกสีน้ำเงิน)เล่ม 56 หน้า 222-223 (ปกสีน้ำเงิน) พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ บางส่วนของ อรรถกถามหาสุบินชาดกที่ ๗
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
หม่อมฉันได้เห็นแม่โคใหญ่ ๆ
พากันดื่มนมของฝูงลูกโค ที่เพิ่งเกิดในวันนั้น
นี้เป็นสุบินข้อที่ ๓ ของหม่อมฉัน
อะไรเป็นผลแห่งสุบินนั้น พระเจ้าข้า ?
มหาบพิตร แม้ผลของสุบินนี้
ก็จักมีในอนาคตเหมือนกัน
จักมีผลในเวลาที่มนุษย์ทั้งหลาย
พากันละทิ้งเชษฐาปจายิกกรรม
คือความเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่
เพราะในอนาคต
ฝูงสัตว์จักมิได้ตั้งไว้ซึ่งความยำเกรงในมารดาบิดา
หรือในแม่ยาย พ่อตา
ต่างแสวงหาทรัพย์สินด้วยตนเองทั้งนั้น
เมื่อปรารถนา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 223
จะให้ของกินของใช้แก่คนแก่ ๆ ก็ให้
ไม่ปรารถนาจะให้ก็ไม่ให้
คนแก่ ๆ พากันหมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนเองก็ไม่ได้
ต้องง้อพวกเด็ก ๆ เลี้ยงชีพ
เป็นเหมือนแม่โคใหญ่ ๆ
พากันดื่มนมลูกโคที่เกิดในวันนั้น
แม้ภัยมีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ไม่มีแก่มหาบพิตร
http://www.tripitaka91.com/56-222-14.html
“พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามีธรรมะ 4 ประการ ที่ทำให้ผู้ที่ปฏิบัติตามแล้วจะไม่เสื่อม เป็นเหตุให้เข้าใกล้พระนิพพาน คือทำให้จิตใจเจริญขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ความไม่มีทุกข์ จนไม่มีทุกข์ ซึ่งธรรมะ 4 ประการนั้นคือ ข้อ 1) ให้สมบูรณ์ด้วยศีล ข้อ 2) ให้คุ้มครองทวารในขณะที่เป็นอินทรีย์ หมายถึง การสำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ข้อ 3) รู้จักประมาณการบริโภคโภชนะหรือเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ และ ข้อ 4) เป็นผู้มีธรรมเป็นเครื่องตื่น...”
ทุกขณะของชีวิต ก็คือ การดับดับสืบต่อกันของจิตแต่ละขณะๆ เป็นไปอย่างไม่ขาดสาย จิต เมื่อจำแนกเป็นประเภทใหญ่ๆ แล้ว มี ๒ ประเภท คือ จิตที่เป็นวิถีจิต กับ จิตที่ไม่ใช่วิถีจิต ซึ่งก็ต้องกล่าวถึงความหมายของจิต ๒ ประเภทนี้ เป็นเบื้องต้นก่อนว่าวิถีจิต คือ จิตที่เกิดขึ้นโดยอาศัยทวารหนึ่งทวารใดใน ๖ ทวาร (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ) ในการรู้แจ้งอารมณ์
การปฏิบัติตนที่เหมาะสมในฐานะผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครองตามหลักทิศเบื้องล่างในทิศ 6
2'ทักขิณทิสทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูบาอาจารย์
3.ปัจฉิมทิสทิศเบื้องหลัง ได้แก่ ภรรยาหรือสามี
4.อุตตรทิสทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย
5.เหฏฐิมทิสทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้ ลูกน้อง
6.อุปริมทิสทิศเบื้องบน ได้แก่ สมณชีพราหมณ์ทั้งหลาย
ความปรารถนาของบุคคลในโลก ที่ได้สมหมายด้วยยาก หมายความว่าอย่างไร ?
หมายความว่า ความปรารถนาเหล่านี้ มิใช่ว่าจะสำเร็จได้ง่าย ๆ เป็นของที่ไม่สำเร็จได้ด้วยการปรารถนา จำต้องบำเพ็ญปฏิปทา ที่จะให้บรรลุผล เหมือนเราต้องการทรัพย์ก็ต้องหมั่นขยัน จึงจะได้ทรัพย์ ถ้าเป็นแต่นึกในใจ ทรัพย์นั้นก็เกิดไม่ได้ เป็นต้น
#คำสอนว่าด้วยเรื่องคบมิตร
มิตรปฏิรูป คือคนเทียมมิตร ๔ จำพวก
๑. คนปลอกลอก ทำตีสนิทให้วางใจ ปลิ้นปล้อน
๒. คนดีแต่พูด กำนันด้วยลมปากหวาน หว่านล้อม
๓. คนหัวประจบ ทำโอนอ่อนใจเลี้ยวลดใจคดปากชื่อ
๔. คนชักชวนในทางฉิบหาย ชักจูงให้หลงผิดเสียคน
คน ๔ จำพวกนี้ ไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรไม่ควรคบ
มิตร กับ สหาย ต่างกัน คือ
มิตร คือ ผู้รักใคร่กันสนิทสนมกันจะประพฤติร่วมหรือไม่ประพฤติร่วมก็ตามมี ๒ ประเภท คือ
๑. มิตรปฏิรูป (คือ คนเทียมมิตร ๔ จำพวก) ๒. มิตรแท้ มี ๔ จำพวก
สหาย คือ ผู้ประพฤติร่วมกัน เช่น มีการงานหรือมีหน้าที่ทำร่วมกันและอยู่ร่วมกัน เป็นต้น ไม่ถึงกับรักใคร่กัน
ธรรมเป็นวินัยของคฤหัสถ์ ต้องทำจิตใจของตนให้เดินไปตามธรรมเหล่านี้ เพราะเป็นธรรมมนุษย์สมบัติ-สวรรค์สมบัติซึ่งเป็นธรรมของคฤหัสถ์โดยจำเพาะ เป็นทางโลกิยะธรรมคฤหัสถ์ ผู้แสวงหาครอบครัวอยู่ไม่สมควรไปนึกคิดปฏิบัติจิตใจตนของตน ไปตามทางธรรมโลกุตรธรรม เพราะมันมิใช่ทางของคฤหัสถ์แต่อย่างใด โลกุตรธรรมนี้มันเป็นธรรมสำหรับนักบวชชาย-หญิงโดยจำเพาะ คฤหัสถ์ไม่สมควรเอามาพูดมาคุยธรรมมัจฉากัจฉากัน มันไม่เกิดเป็นมรรคผลแก่คฤหัสถ์แต่อย่างใด
From the publisher's feed

59 Listeners