ที่นี่ไต้หวัน

ที่นี่ไต้หวัน

By รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, RtiSociety & CultureGovernment
Download on the App Store

ที่นี่ไต้หวัน episodes

  • ที่นี่ไต้หวัน –02 ต.ค.61-ไม่คิดแพ้ชีวิต!!คุณลุงเมืองผิงตงล้มเหลว

     

    คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

     

              มีโรงงานแปรรูปมะนาวแห่งหนึ่งที่เมืองผิงตง ชื่อหย่งต้าฟุ้ด (永大食品) เจ้าของโรงงานคือ นายไช่เหย้าฮุย (蔡耀輝) เป็นผู้ที่มีไอเดียดี สร้างโรงงานคั้นน้ำมะนาวแท้ 100% แช่แข็ง รวมทั้งแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะนาวอีกมากมาย โรงงานนี้ถือเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน เฉพาะปีที่แล้ว โรงงานหย่งต้ารับซื้อมะนาวจากเกษตรกรของเมืองผิงตงที่เป็นแหล่งเพาะปลูกมะนาวที่มากที่สุดในไต้หวัน ผลผลิตมะนาว 3 ผลที่ปลูกในเมืองผิงตง จะขายให้กับหย่งต้าฟุ้ด 1 ผล หรือถ้าจะคำนวณจากปริมาณน้ำมะนาวที่คั้นได้ตลอดทั้งปีก็มีมากถึง 2,000 ตัน หรือจากการประมาณขนาดของผลมะนาวที่มีความยาว 7 ซม. น้ำหนักสุทธิ 100 กรัม เมื่อนำเอามะนาวมากองรวมกันก็มีขนาดเท่ากับความสูงของตึกไทเป 101 จำนวน 8,250 ตึก หรือว่าถ้าเอาจำนวนมะนาวที่รับซื้อจากเกษตรมาต่อเรียงกัน ก็จะเท่ากับความยาวรอบเกาะไต้หวัน 3 รอบครึ่ง โอ้! เห็นมั๊ยคะว่าโรงงานหย่งต้าเป็นโรงงานแปรรูปน้ำมะนาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ผลประกอบการมากกว่า 500 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปีเลย

              ก็มีคำถามว่า น้ำมะนาวคั้นแช่แข็งที่ได้จากโรงงานขายไปให้ใครบ้าง? ถ้าคำนวณระยะทางที่ใกล้หน่อยก็ขายให้กับร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มหรือร้านอาหารแบรนด์เนมในไต้หวัน แต่ถ้าขายน้ำมะนาวไกลหน่อยก็จะขายไปยังฝั่งตรงข้ามช่องแคบไต้หวัน อย่างเช่น ขายไปที่เมืองเซี่ยเหมิน กรุงปักกิ่ง และถ้าขายไปในระยะทางที่ไกลที่สุดประมาณ 4,000 กว่ากิโลเมตรห่างจากไต้หวันก็จะขายไปที่มณฑลซินเจียง น้ำมะนาวที่ขายไปฝั่งทางจีนแผ่นดินใหญ่นี้ก็จะขายให้กับร้านแฟรนไชส์ประเภทฟาสฟู้ดและไก่ทอดจำนวน 4,500 สาขา หรือถ้าขายข้ามฝั่งทะเลใต้ก็จะขายไปให้กับร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มที่ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น เห็นมั๊ยว่า นายไช่เหย้าฮุย สมญานามราชาน้ำมะนาวแช่แข็งของไต้หวันตัวแท้เลยค่ะ

     

     

     ไช่เหย้าฮุย (蔡耀輝) ลูกชาวนาจนๆ เคยทำธุรกิจล้มเหลวมาแล้ว 4 ครั้ง ผันตัวเองมาเป็นราชามะนาวแห่งเอเชีย

     

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน –25 ก.ย.61- ปฏิวัติรถเมล์ ชื่นชมวัฒนธรรมการใช้รถไฟ

    สำหรับใครก็ตามที่เป็นคนนั่งรถเมล์ในไต้หวันเป็นประจำก็จะมีความรู้สึกว่ามีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะมาก ไม่ว่าความสะอาดสะอ้าน รถที่ใหม่มีแอร์ทุกคัน คนขับเป็นมิตรกับผู้โดยสาร แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังจะเห็นภาพที่คนขับรถเมล์ในไต้หวันส่วนหนึ่ง(ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งจริงๆค่ะ)ที่ไม่ค่อยเห็นใจผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้โดยสารที่เป็นคนสูงอายุหรือสว.นะคะ มักจะเห็นคนสูงอายุขึ้นรถเมล์ยังไม่ทันที่จะหาที่นั่งได้หรือยังไม่ได้นั่งลงที่เบาะ ปรากฏว่ารถเมล์ก็รีบออกรถ หรือไม่ก็ระหว่างทางจะเบรกรถกระทันหันบ่อยครั้ง จนทำให้คนสูงอายุต้องหกคะเมนหรือโอนเอนไปมา เป็นต้น

    ธุรกิจการขนส่งมวลชนด้วยรถเมล์สมัยก่อนนั้นจะไม่ค่อยเน้นคุณภาพของการบริการ หน้าที่หลักของคนขับรถเมล์ก็คือพาผู้โดยสารจากจุดเอไปจุดบีที่เป็นจุดเป้าหมายแล้วก็หมดหน้าที่ แต่ว่าไม่กี่ปีนี้ วัฒนธรรมการนั่งรถเมล์ในไต้หวันได้รับการพัฒนามากขึ้น จะไม่เหมือนสมัยก่อนที่มองว่าผู้โดยสารก็คือสินค้า จากธุรกิจการขนส่งได้กลายเป็นธุรกิจการบริการด้านการขนส่ง และนอกจากนี้ ผู้โดยสารรถเมล์ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น

    หลังจากที่ Vision Project ของหนังสือพิมพ์ยูไนเต็ด เดลี นิวส์ ของไต้หวันได้ทำการสำรวจกรณีการขึ้นรถเมล์ที่คนขับไม่ค่อยเป็นมิตรกันแล้ว ก็หวังผลักดันโครงการ “ปฏิวัติความอ่อนโยนของรถเมล์” โดยทำการสำรวจความรู้สึกของคนที่นั่งรถเมล์ คนขับรถเมล์และผู้ประกอบการรถเมล์เกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า ทำไมรถเมล์ของไต้หวันจึงไม่ค่อยอ่อนโยนนัก เพื่อหวังว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้คนขับรถเมล์ ผู้ประกอบการรถเมล์ ผู้โดยสารและหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยช่วยกันหาทางออกเพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับการนั่งรถเมล์ เพื่อต้องการให้คนที่นั่งรถเมล์ซึ่งเป็นขนส่งมวลชนมีความปลอดภัยขึ้น ช่วยกันเสริมสร้างวัฒนธรรมการนั่งรถเมล์ที่มีอารยธรรมมากยิ่งขึ้น

    เพราะถ้าเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมการขึ้นรถไฟฟ้าในไต้หวันแล้ว หลายๆคนในไต้หวันหรือแม้แต่ชาวต่างชาติต่างก็ชื่นชมกับการบริการของรถไฟฟ้า จนกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนไต้หวัน อย่างเช่นว่า นั่งรถไฟฟ้าไต้หวันที่ภายในรถไฟฟ้าสะอาดสะอ้าน เวลาขึ้นลงรถไฟฟ้าผู้โดยสารส่วนใหญ่มีมารยาทเข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยไม่ค่อยจะแย่งกันขึ้น หรือว่าแย่งที่นั่งกัน เป็นต้น นอกจากประชาชนจะได้รับความสะดวกและรู้สึกถึงความสะอาดเมื่อใช้บริการแล้ว ยังเปลี่ยนแปลงความเคยชินในการโดยสารระบบขนส่งมวลชนจนอาจพูดได้ว่า "ขาดรถไฟฟ้าไม่ได้

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน –18 ก.ย.61-เจ๋ง!! Miniwiz บริษัทสัญชาติไต้หวันทำผล

    คุณคงได้ยินข่าวหรือการรายงานบทความต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับความเจ๋งในการทำรีไซเคิลของไต้หวันอยู่บ่อยๆ แม้แต่หนังสือพิมพ์วอล์ลสตรีทเจอร์นัลในสหรัฐฯ ยังเคยยกย่องให้ไต้หวันเป็นแบบอย่างของโลก กล่าวได้ว่าไต้หวันเป็นอัจฉริยะด้านการรีไซเคิลขยะ และนอกจากนี้แล้ว อัตราส่วนการรีไซเคิลยังล้ำหน้าประเทศพัฒนาหลายๆประเทศทั่วโลก

    รายการที่นี่ไต้หวันครั้งนี้ก็ไม่พลาดที่จะนำเรื่องราวการทำผลิตภัณฑ์รีไซเคิลของบริษัท Miniwiz ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติไต้หวันที่มีชื่อเสียง แม้แต่สตาร์บัค และไนกี้ก็ยังเป็นลูกค้าของบริษัทนี้ สำหรับเจ้าของบริษัท Miniwiz (小智研發) ก็คือนายหวงเชียนจื้อ(黃謙智) โดยเมื่อ 13 ปีก่อน นายหวงได้เริ่มเป็นผู้นำคณะออกแบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากพลังลมที่ติดตัวได้ จากนั้นได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากรีไซเคิลอื่นๆอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งมีการจดสิทธิบัตรสินค้าอีกมากมาย ยกตัวอย่าง เสื้อผ้าที่ทำจากรำข้าว ของรีไซเคิลจากครัวเรือนทำเป็นนามบัตร รองเท้าบอลรีไซเคิลของไนกี้นำมาทำเป็นวัสดุตกแต่งร้านไนกี้ หรือแม้แต่ใช้ขวดใส่น้ำพลาสติก PET ที่รีไซเคิลกว่า 1.5 ล้านขวด นำมาต่อกันแล้วเอาไปสร้างเป็นผนังอาคารใช้สร้าง EcoARK ซึ่งเป็นอาคารขนาด 3 ชั้น ผนังยาวกว่า 130 เมตร สำหรับงาน Taipei International Flora Exposition ในปี 2010 และงาน World Design Expo ที่ไทเป เมื่อปี 2011 เป็นต้น

    เฟอร์นิเจอร์ร้านแฟชั่นของบริษัทไนกี้และสตาร์บัคส์ในนครนิวยอร์ค กรุงลอนดอน กรุงเบอร์ลิน จนกระทั่งระบบการรีไซเคิลเคลื่อนที่เครื่องแรกของโลกที่มีชื่อว่า "แทรชเพรสโซ่-Trashpresso" ที่ลาดตระเวนไปยังโรงเรียนประถมของที่ราบสูงทิเบตที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4,500 เมตร ล้วนแต่เป็นตัวอย่างการออกแบบของบริษัท Miniwiz   จึงกล่าวได้ว่า นายหวงเชียนจื้อ เจ้าของบริษัทมินิวิส(Miniwiz) ไม่เพียงแต่มีศักยภาพในการออกแบบ พัฒนาสินค้าที่ทำจากรีไซเคิลที่สร้างความประทับใจและความฉงนสนเท่ห์ให้กับผู้คน แต่เขายังได้ใช้สายตาที่เฉียบแหลมและความทะเยอทะยาน เพื่อเปลี่ยนขยะ หรือของที่ทิ้งแล้ว ผ่านการครุ่นคิดแล้วนำกลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหมาย"

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน วันที่ 11 ก.ย.61 - หวังผลทันตา!! นักธุรกิจจีนแผ่นด

     

      คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

     

                 ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่นักธุรกิจรวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในไต้หวันนั้น มีจำนวนไม่น้อยมุ่งตรงไปยังสวนผลไม้หรือฟาร์มที่ปลูกต้นไม้โดยตรง และหลังจากที่ซื้อบัตรผ่านประตูเพื่อเข้าชมสวนผลไม้แล้ว จะใช่ว่าเข้าไปชมสวนผลไม้เพื่อสัมผัสบรรยากาศของสวน เก็บผลไม้มารับประทาน หรือซื้อผลไม้ติดไม้ติดมือกลับไปรับประทานต่อที่บ้านเหมือนกับคนไต้หวัน  แต่กลับไปหาต้นไม้ที่ตนเองชอบ แล้วก็ซื้อกลับไปปลูกที่สวนหรือฟาร์มเกษตรท่องเที่ยวที่จีนแผ่นดินใหญ่

                 ต้นผลไม้ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นิยมซื้อแบบถอนรากถอนโคนนำกลับไปปลูกที่ฟาร์มเกษตรท่องเที่ยวได้แก่ องุ่นต้นบราซิล สน 5 ใบ ต้นแก้ว เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องุ่นต้นได้รับความนิยมสูง และยังมีการระบุด้วยว่าจะต้องเป็นองุ่นต้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นอย่างน้อย 20 ซม.ขึ้นไป ราคาที่เกษตรขายให้ก็ไม่ถูกด้วยนะคะ องุ่นต้นต้นหนึ่งราคาตั้ง 30,000 เหรียญไต้หวันซะด้วย ซึ่งทางแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าไปซื้อต้นองุ่นในสวนหนึ่ง อยากจะซื้อองุ่นต้นหมดทั้งสวนที่มีอยู่ประมาณ 100 ต้น แต่ว่าเจ้าของสวนบอกว่ามันมากเกินไป เพราะว่าในสวนของเขามีองุ่นต้นทั้งหมด 100 กว่าต้นเท่านั้น ถ้าซื้อไปหมดแม้จะได้เงินมาเกือบ 2,000,000 เหรียญไต้หวันที่เป็นรายได้ที่ดีก็ตาม แต่เนื่องจากยังตัดใจไม่ได้ที่อุตส่าห์ปลูกมาตั้งนาน เพราะว่ากว่าจะปลูกตั้งแต่ต้นกล้าจนออกดอกออกผลต้องใช้เวลานาน 5-6 ปี  ก็ขอขายไปแค่ 60 ต้นก็พอแล้ว และอีกอย่างเหตุการณ์อย่างนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินด้วยว่ามีคนซื้อทั้งต้นที่เอาทั้งรากและโคนไปด้วย ก็เป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาให้กับเกษตรกรไต้หวันด้วยที่สามารถสร้างรายได้ไม่น้อย

     

    องุ่นต้น เป็นต้นผลไม้ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นิยมซื้อกลับไปปลูกที่ฟาร์มเกษตรท่องเที่ยวของตนที่จีนแผ่นดินใหญ่

     

     

     

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน 04 ก.ย.61 - น่าสนใจ!! ไต้หวันผลักดันการประกันภัยชม

     

     คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

     

             เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายไม่น้อย คณะกรรมการการเกษตรไต้หวันทำสถิติ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นที่พัดเข้าสู่ไต้หวัน ส่งผลให้ภาคเกษตรของไต้หวันเสียหายเกินกว่า 10,000 ล้านเหรียญไต้หวัน อาศัยเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเดียวยังถือว่าไม่เพียงพอ ดังนั้น ในปีนี้ ทางรัฐบาลเมืองผิงตงได้ผลักดันการประกันภัยให้กับชมพู่ที่เป็นผลไม้รสชาติดี อร่อย และราคาแพง เป็นครั้งแรก และเริ่มขายประกันภัยพิบัติจากธรรมชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 เดือนก.ค.ที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการซื้อประกันให้กับชมพู่จำนวน 78 คน แม้จะมีจำนวนน้อยแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากยังมีเกษตรกรอีกหลายคนคิดว่ายังมีเงื่อนไขบางประการที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นขอรอดูท่าทีกันต่อไปก่อน

             สำหรับในเรื่องของการจ่ายเงินประกันภัยชมพู่นั้นได้รับจากไหนบ้าง? ครึ่งหนึ่งหรือ 1 ใน 2 มีคณะกรรมการการเกษตรเป็นผู้ให้เงินช่วยเหลือ ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นให้เงินช่วยเหลือ 1 ใน 4 และที่เหลือ 1 ใน 4 มีเกษตรกรเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเกษตรกรจะต้องจ่ายเบี้ยประกัน 15,000 เหรียญไต้หวัน/เฮกตาร์ ( 1 เฮกตาร์เท่ากับ 6.25 ไร่) ส่วนพื้นที่เริ่มทดลองให้เกษตรกรทำประกันภัยชมพู่ในเมืองผิงตงมีทั้งหมด 8 ตำบล ซึ่งใน 8 ตำบลนี้ล้วนแต่มีการปลูกชมพู่คุณภาพดีรสชาติอร่อยที่ขายทั่วไต้หวัน ได้แก่ ตำบล เกาซู่ เหยียนผู่ เน่ยผู่ หนันโจว ฟังเหลียว เจียตง หลินเปียน และตงกั่ง

     

    ไต้หวันผลักดันประกันภัยชมพู่ผลไม้แพงเมืองผิงตงเป็นครั้งแรก

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน วันที่ 28 ส.ค. 61 - ปิ๊งๆ ไอเดีย!! ซอสถั่วดำเฉาก๊ว

     

    คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

                ซอสในไต้หวันในไต้หวันต้องบอกว่ามีความหลากหลาย มากทั้งสูตร มากทั้งยี่ห้อ มีให้เลือกมากมาย แถมส่วนใหญ่รสชาติอร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซอสที่หมักจากถั่วดำหรือถั่วเหลืองแบบธรรมชาติที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ มีสูตรเฉพาะของแต่ละยี่ห้อที่แตกต่างกันไป เว้นเสียแต่ใช้เครื่องจักรผลิตแล้วเติมสารเคมี รสชาติ สี อาจทำได้ง่ายและราคาขายที่ถูกกว่า จึงบอกได้ว่า ซอสถั่วเหลืองหรือถั่วดำที่หมักสูตรธรรมชาติได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากทั้งในและต่างประเทศ

               ตำบลกวนซีที่ตั้งอยู่ในเมืองซินจู๋ของไต้หวัน ที่นี่นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ที่ขึ้นชื่อและมีรสชาติอร่อยเลื่องลือไปทั่วไต้หวัน ซึ่งได้แก่ เฉาก๊วย ซุปไก่ แผ่นมาร์คหน้า และนูกัต (nougat) หรือคนไทยเรียก ตังเมฝรั่งเศส ส่วนคนไต้หวันเรียกว่า 牛軋糖 กันแล้วนะคะ ตอนนี้ก็ยังผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ข้างต้นที่กล่าวมานั่นก็คือ ซอสถั่วดำที่มีกลิ่นของเฉาก๊วยอีกด้วย ว๊าวๆ!! สุดยอดของไอเดีย ที่มีการผสมผสานกันระหว่างผลิตภัณฑ์เก่าที่มีชื่อกับผลิตภัณฑ์ใหม่กลายเป็นสินค้าตัวใหม่ และที่สำคัญซอสถั่วดำเฉาก๊วยหรือภาษาจีนเรียกว่า “黑豆仙草醬油” นี้ ไม่เพียงแต่เป็นซอสที่มีรสชาติที่แปลกใหม่และอร่อย เจ้าของผู้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ซอสถั่วดำเฉาก๊วยท่านนี้ที่มีนามว่า หลี่รึซิง (李日興) สองมือของท่านไม่เพียงแต่ทำซอสถั่วดำเฉาก๊วยด้วยตนเองเท่านั้นนะคะจะบอกให้ เขายังเป็นผู้รังสรรค์ไวโอลิน (小提琴Violin) และเคยได้รับรางวัลงานฝีมือด้านศิลปะของไต้หวันอีกด้วย เรื่องราวเป็นอย่างไรติดตามฟังกันค่ะ

     

    ถั่วดำ วัตถุดิบสำคัญของซอสถั่วดำเฉาก๊วยหรือภาษาจีนเรียกว่า “黑豆仙草醬油” 

     

    ซอสถั่วดำเฉาก๊วยหรือภาษาจีนเรียกว่า “黑豆仙草醬油” ซอสเครื่องปรุงสูตรโบราณชื่อดังจากตำบลกวนซี เมืองซินจู๋

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน –21 ส.ค.61-รู้จักกล้วยไม้ซิมบิเดียมไต้หวันที่มีเสน

    กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียมหรือภาษาจีนเรียกว่า กั๋วหลาน-國蘭จัดเป็นกล้วยไม้ที่มีทั้งชนิดที่เกาะอยู่บนต้นไม้แล้วห้อยลงมา มีช่อดอกแข็งแรง ดอกสวย กลีบดอกหนามีความมันวาวคล้ายเคลือบพลาสติก มีหลากสี เช่นเขียว เหลือง ชมพู แต่ละสีมีหลายแบบหลายระดับ อย่างเช่น กะเรกะร่อน-報歲蘭 อีกทั้งมีชนิดที่ปลูกช่อดอกตั้งตรง นิยมปลูกทั้งกระถางพร้อมประดับหรือตัดดอกไปประดับ และยังนิยมนำมาขยายพันธุ์ผลิตลูกผสมตัดดอกขาย นอกจากนี้ กล้วยไม้ซิมบิเดียมยังขึ้นเองในธรรมชาติที่เจริญบนต้นไม้ใหญ่ บนหิน และบนพื้นดิน เป็นกล้วยที่ได้รับความนิยม 1 ใน 10 ของโลก

    ด้วยความสวยงามของกล้วยไม้ซิมบิเดียมนี้เอง ก็ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ในไต้หวันนิยมปลูกไม่น้อยเช่นกัน และมีเกษตรกรรายใหญ่ที่อาศัยอยู่ในตำบลโฮ่วหลี่ของนครไทจงของไต้หวันที่ปลูกกล้วยไม้ซิมบิเดียมก็คือ นายจางหมิ๋นเจิ้ง(張民政) มีอาชีพปลูกเลี้ยงซิมบิเดียมมานานกว่า 40 ปี ปลูกจนมีความชำนาญ มีความเชี่ยวชาญ สามารถเพาะพันธุ์กล้วยไม้ซิมบิเดียมได้มากกว่า 300 ชนิดอยู่ในเรือนเพาะชำของเขา ยกตัวอย่าง กะเรกะร่อน ซิมบิเดียมจีน-香蘭 ซิมบิเดียมวู๊ดแลนด์-蕙蘭ซิมบิเดียมสี่ฤดู-四季蘭 ซิมบิเดียมคันแรน-寒蘭  ซิมบิเดียมสปริง กลาดิโอลัส-春劍蘭 ซิมบิเดียมโลตัส-蓮瓣蘭 เป็นต้น Lotus และที่สำคัญในฟาร์มของเขายังมีต้นอ่อนของกล้วยไม้ซิมบิเดียมเกือบ 100,000 ต้น ว๊าว! อย่างนี้ต้องบอกว่าราชาแห่งการปลูกกล้วยไม้ซิมบิเดียมในไต้หวันก็ว่าได้ เพราะว่ามีชนิดของกล้วยไม้ซิมบิเดียมที่หลากหลายมาก  อีกทั้งกล้วยไม้ซิมบิเดียมยังออกดอกตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว โดยในแต่ละปีเขาสามารถขายต้นอ่อนของกล้วยไม้ซิมบิเดียมไปยังต่างประเทศมากกว่า 30 ล้านต้นอีกด้วย ทำให้ผลประกอบการมีมากถึง 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และนอกจากนั้นแล้ว นายจางหมินเจิ้งยังคาดหวังว่า เขาจะทำให้ไต้หวันเป็นฐานของการบ่มเพาะพันธุ์กล้วยไม้ซิมบิเดียม อย่างนี้ต้องบอกว่าไม่เสียแรงที่วิจัยพัฒนามานานกว่า 40 ปี

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน วันที่ 14 ส.ค.61- พุทราจีนคุณภาพคับแก้วสร้างรายได้

     

    คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

     

              พุทราจีนเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีปลูกในไต้หวัน แม้ผลผลิตจะมีไม่มาก แต่ก็สามารถส่งออกขายต่างประเทศเป็นครั้งแรก อย่างเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เพราะว่าพุทราจีนของไต้หวันรสชาติดี คุณภาพดี ผลสดเนื้อกรอบหวานสีแดงอมเขียว มีเมล็ดเดี่ยวอยู่กลางผล ส่วนผลสุกแล้วจะเป็นสีแดงอมเหลืองหรือแดงคล้ำ แต่ถ้าพุทราผลที่ไม่สุกจะเป็นสีเขียวอ่อนๆ

              ฤดูกาลของพุทราจีนในไต้หวัน ประมาณช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนสค. ซึ่งก็คือช่วงนี้หละค่ะที่พบเห็นมีพุทราจีนสดขายตามท้องตลาด แม้ปริมาณการเพาะปลูกมีไม่มากเหมือนกับผลไม้อื่นๆอย่างแตงโม มะม่วง ฝรั่งหรือผลไม้อื่นๆที่กำลังชุกในช่วงหน้าร้อนนี้ แต่พุทราจีนก็เป็นผลไม้ที่มีคุณภาพคับแก้ว เพราะว่าในไต้หวันมีการปลูกพุทราจีนกันอย่างเป็นมืออาชีพ (專業栽培) และขึ้นชื่อว่าปลูกแบบมืออาชีพเพราะฉะนั้นผลผลิตรับประกันคุณภาพได้แน่นอนแลยค่ะ และมีที่เดียวที่ตำบลกงก่วน (公館鄉) ของจังหวัดเหมียวลี่ที่ปลูกแบบมืออาชีพเสียด้วย

     

     

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน –07 ส.ค.61-เยี่ยม! ไต้หวันผลิตแซกโซโฟนติดอันดับ 1

     

            กองวัฒนธรรมนครไทจงจัดงานเทศกาลดนตรีขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 ส.ค. นี้ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการโปรโมตเครื่องดนตรีแซกโซโฟนซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลโฮ่วหลี่ในนครไทจงทางภาคกลางของไต้หวัน เพราะว่าแซกโซโฟนที่ผลิตที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หากใครก็ตามเดินทางมาที่ตำบลโฮ่วหลี่ของนครไทจง ก็จะเห็นเครื่องดนตรีแซกโซโฟนจำลองอยู่บนท้องถนนเกือบทุกซอกทุกมุม หลายคนคงคิดว่า แซกโซโฟนน่าจะเป็นเครื่องดนตรีของชาวต่างชาติ และหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าแหล่งผลิตแซกโซโฟนคุณภาพดีกลับอยู่ที่ตำบลโฮ่วหลี่ของนครไทจงที่มีประชากร 54,000 กว่าคน อีกทั้งยังเป็นตำบลที่มีชื่อเสียงในเรื่องของฟาร์มเลี้ยงม้าและทำการเกษตรผักผลไม้ อย่างเช่น แก้วมังกร องุ่น มันฝรั่ง เป็นต้น แม้เป็นตำบลเล็กๆแต่ก็ขอบอกว่ามีชื่อเสียงผลิตแซกโซโฟนขายไปทั่วโลก ในยุคที่เจริญรุ่งเรืองสามารถผลิตแซกโซโฟนได้กว่า  5,000 ตัว/ปี รายได้จากการประกอบการสูงเกือบ 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ประมาณ 1 ใน 3 ของแซกโซโฟนที่ใช้กันทั่วโลกผลิตมาจากไต้หวัน ในจำนวนนี้ประมาณ 70% ผลิตที่ตำบลโฮ่วหลี่ เพราะฉะนั้นจึงทำให้ตำบลโฮ่วหลี่มีธุรกิจเกี่ยวกับแซกโซโฟนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย

    0 min
  • ที่นี่ไต้หวัน –31 ก.ค.61- อัศจรรย์!! ไต้หวันเป็นผู้ผลิตรองเท้ากี

     

    คลิกฟังรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

     

             การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพได้สิ้นสุดในวันที่ 15 กค. ที่ผ่านมา เสื้อผ้าของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน จนกระทั่งรองเท้าของนักกีฬา และลูกบอลที่ใช้ในการแข่งขัน ตลอดจนลูกบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกก็ต้องบอกว่าไต้หวันมีส่วนร่วมในการผลิตทั้งนั้น

             หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของเสื้อบอลโลกที่ผลิตโดยบริษัทไต้หวันในตอนที่แล้ว คราวนี้มาฟังความอัศจรรย์ของบริษัทในไต้หวันที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ที่ผลิตชู ล้าสต์(Shoe Last) กันบ้าง  คุณผู้ฟังอาจจะมีข้อกังขาว่า ชู ล้าสต์คืออะไร เกี่ยวข้องกับรองเท้านักบอลอย่างไร? บริษัทไหนในไต้หวันที่ผลิตชู ล้าสต์ ป้อนให้กับนักกีฬาที่แข่งขันระดับโลก ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ แม้แต่รองเท้าของนักบาส นักกอล์ฟ นักเทนนิสระดับโลก ที่ป้อนให้กับบริษัทรองเท้าไนกี้แบรนด์ดังในวงการกีฬา ก็ยังเป็นบริษัทของไต้หวันที่รับจ้างการผลิตและออกแบบ อย่างเช่น บริษัทผลิตรองเท้านักบอลโลกฟงไท่(豐泰) เป่าเฉิง(寶成) เป็นต้น

             นายไล่ฉีเจี้ยน (賴奇見) ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตรองเท้าไต้หวันบอกว่า การพัฒนาสิ่งใหม่ๆเกี่ยวกับคอนเซฟใหม่ของโรงงานขนาดใหญ่ที่ผลิตรองเท้ากีฬา ตั้งแต่วัสดุรองเท้า การถักเส้นใย วัสดุทางเคมี เป็นต้น 80% ล้วนแต่มาจากไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ากีฬาทั้งคู่ หรือส่วนของพื้นรองเท้า หรือแม้แต่ ชู ล้าสต์

             สำหรับในส่วนของชู ล้าสต์นั้นคืออะไร นายถูต้าโซง (涂大松) ผู้รับผิดชอบบริษัทถูหั่วหลงชูล้าสต์ (涂火龍鞋楦) บอกว่า ชู ล้าสต์ ก็คือแม่แบบของการทำรองเท้า หลังจากที่โรงงานผลิตรองเท้าได้ชู ล้าสต์แล้ว จากนั้นครอบส่วนบนของรองเท้า แล้วก็ติดพื้นรองเท้า ก็จะได้รองเท้าบอลที่สมบูรณ์คู่หนึ่ง และรองเท้าที่ทำออกมาคู่หนึ่งจะดูดี หรือสวมใส่สบายแค่ไหน ก็ต้องดูว่าการทำชู ล้าสต์ ดีมากน้อยแค่ไหน

             ส่วนลูกบอลโลกที่ไต้หวันรับจ้างการผลิต ก็เป็นของบริษัทหลงเหว่ยอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตซินเตี้ยนของนครนิวไทเป (龍偉實業) มีการใช้เทคโนโลยี่เข้ามาใช้ เป็นลูกฟุตบอลที่ทนทาน ทันสมัย ฝังชิป  เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย เรื่องราวเป็นอย่างไร ติดตามฟังกันนะคะ

     

     

    ไต้หวันเป็นผู้ผลิตรองเท้ากีฬาให้แก่บริษัทรองเท้ากีฬารายใหญ่ของโลก

    0 min

About ที่นี่ไต้หวัน

From the publisher's feed

ที่นี่ก็คือที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่น ที่นั่นก็คือที่นั่น ที่นั่นไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั้นแล้วที่นั่นเป็นที่ไหน เอาเหอะ ๆ อย่าเถียงกันเลย เอาเป็นว่า ที่นี่ไต้หวัน ก็แล้วกัน