
Sign up to save your podcasts
Or


ที่นี่ไต้หวัน –26 ก.พ. 62-10 ปีข้างหน้า แฟมิลี่มาร์ทรุกตลาดบริการอัจฉริยะ
แฟมิลี่มาร์ทกำลังงัดกลยุทธ์การให้บริการอัจฉริยะใน 10 ปีข้างหน้านี้ และขณะนี้ก็ได้เริ่มดำเนินการไปบางส่วนแล้วด้วย อย่างเช่น มีการบริการข้ามธุรกิจ ผนวกร้านซักผ้าบริการตนเองสาขาแรกที่เขตซันฉง (三重) นครนิวไทเป เน้นบริการอัจฉริยะ เช่น การตรวจสอบข้อมูลจาก App การชำระเงินด้วยการสแกน QR Code และมีบริการการส่งข้อความเตือน เป็นการทดสอบความเป็นไปได้ของการให้เปิดบริการหลากหลายในร้านสะดวกซื้อ และสร้างความตื่นตะลึงต่อผู้อยู่ในวงการซักผ้าบริการตนเองที่ต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากร้านสะดวกซื้อ
ที่น่ากล่าวถึงอีกอย่างก็คือ การผนวกซักผ้าบริการตนเองของแฟมิลี่มาร์ทนี้ไม่เพียงแต่เป็นการบริการของร้านสะดวกซื้อเจ้าแรกในไต้หวัน ยังก้าวไกลกว่าแฟมิมาร์ทในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแม่อีกด้วย และคาดว่าในปีนี้จะมีการผนวกร้านซักผ้าบริการตนเองของแฟมิลี่มาร์ทมากกว่า 10 สาขา นายอู๋เซิ่งฝู(吳勝福) รองประธานบริหารแฟมิลี่มาร์ทชี้ว่า จำนวนปชก.ไต้หวันลดลงไปเรื่อยๆ ราคาบ้านถีบตัวสูงขึ้น สภาพของที่อยู่อาศัยที่เล็กลง ความต้องการของร้านซักผ้าบริการตนเองต้องการเพิ่มขึ้น ไม่ว่าในเรื่องของจำนวนร้านสาขาหรือว่าคุณภาพของการบริการ ตลาดบริการของร้านซักผ้าด้วยตนเองยังขยายได้อีกมาก และถือเป็นโอกาสของร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ทที่เข้ามาบริการก่อน
จากสถิติพบว่า ไต้หวันมีร้านซักผ้าบริการตนเอง 1500 ร้าน กำลังขายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 100 ถึง 120 ร้าน ตลาดร้านซักผ้าบริการตนเองมีมูลค่าประมาณปีละ 900 ล้านเหรียญไต้หวัน หากเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นซึ่งมีประชากร 126 ล้านคน มีร้านซักผ้าอัตโนมัติ 18,000 ร้านโดยเฉลี่ยประชากร 7,000 คนต่อ 1 ร้าน ตามสัดส่วนนี้ไต้หวันจะต้องขยายร้านได้ 3,300 ร้าน นั่นก็คือ ยังขยายได้อีก 1 เท่าตัว
ที่นี่ไต้หวัน –19 ก.พ. 62-มาส์กหน้าดาวจรัสไต้หวัน ขายดีมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก
ไต้หวันน่าจะเป็นประเทศที่ชอบใช้มาส์กหน้ามากที่สุดในโลกก็ว่าได้ จนทำให้มาส์กหน้าของไต้หวันมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในทุกปีคนไต้หวันใช้มาส์กหน้าไปมากกว่า 100 ล้านแผ่น เนื่องจากคุณภาพของมาส์กหน้าที่ผลิตในไต้หวันมีการพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ และมีมากหลายหลากแบรนด์ ถ้าเปรียบเทียบยอดขายกับจำนวนประชากรแล้วจำนวนแผ่นมาส์กหน้ามีมากกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว (ประชากรของไต้หวันประมาณ 23 ล้านเศษ) หลายๆคนชอบใช้มาส์กหน้าก็เพราะว่าสะดวก เห็นผลทันตาอย่างรวดเร็ว ถ้าอยากทดลองว่าดีแค่ไหนก็ลองซื้อมาใช้ดูบ้างค่ะ ตามร้านสะดวกซื้อ วัตสัน คอสเมด หรือตามห้างที่มีขายเครื่องสำอาง ก็มีขายเยอะมาก แม้แต่ในต่างประเทศก็หาซื้อได้ ไม่เพียงแต่คนไต้หวันทั่วไปนิยมใช้มาส์กหน้า แม้แต่ดาราก็ยังนิยมใช้ด้วย และปัจจุบัน มาส์กหน้าของไต้หวันยังเป็นสินค้าที่ชาวต่างชาติมาเที่ยวไต้หวันไม่ซื้อไม่ได้อีกด้วย แค่แผ่นมาส์กหน้าเล็กๆ ได้กลายเป็นดาวจรัสของไต้หวัน เพียงแค่มาส์กหน้าที่ขายใน 7-11 ในไต้หวันก็มีมากกว่า 30 ชนิด มีการทำสถิติช่วงที่ขายดีที่สุดก็คือช่วงเดือน 7-10 ครองสัดส่วน 4 เท่าของยอดประกอบการช่วงอื่น
มาส์กหน้า Made in Taiwan-MIT หรือผลิตในไต้หวันไม่เพียงแต่พิชิตแบรนด์ที่มาจากต่างชาติ ที่ยิ่งไปกว่านี้ยังขายไปต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชีย อีกทั้งยังมียอดขายที่งดงามอีกด้วย ซึ่งมาส์กหน้า MIT อันดับต้นๆมีแบรนด์อะไรบ้างและวิธีการใช้เป็นอย่างไร อย่าลืมติดตามกันนะคะ
ที่นี่ไต้หวัน –12 ก.พ. 62-ฟูจิซีร็อกซ์ไต้หวันสร้างโลกที่งดงาม รีไซเคิลมาใช้ใหม่มาตรฐานสูงกว่า 99.5%
เทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันตลอดจนความสะดวกของผู้บริโภค ทำให้มีการผลิตสินค้าที่หลากหลายมาขายกันมากขึ้น แน่นอนว่าอายุการใช้สินค้าบางอย่างย่อมหดสั้นลงไปเรื่อยๆ และทำให้ผู้คนเปลี่ยนของใช้บ่อยๆเพื่ออินเทรนด์กับนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ และในที่สุดถ้าไม่มีการใช้แล้วก็กลายเป็นของไม่มีค่า หรือกลายเป็นกองขยะ ท้ายสุดก็ต้องจบลงด้วยการนำไปฝังกลบหรือเผาในเตาเผาขยะ อย่างไรก็ตาม ในไต้หวันก็มีอยู่โรงงานหนึ่งที่ตั้งอยู่ในนครเถาหยวนชื่อว่าบริษัทฟูจิ ซีรอกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของฟูจิ ซีร็อกซ์ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินกิจการรับซื้อของเก่า 6 ประเภทด้วยกัน ซึ่งดำเนินงานเรื่องของการรีไซเคิลมาตั้งแต่ปี 2006 และหลังจากแยกชิ้นส่วนแล้วก็มีการนำกลับไปใช้ใหม่ได้ อีกทั้งมีมาตรฐานการใช้งานสูงกว่า 99.5% วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยลดการปลดบ่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศโลก
มารู้จักผลไม้สกุลส้ม ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนกันดีกว่า
ช่วงตรุษจีนจะเป็นช่วงฤดูกาลของส้มที่หลากหลายในไต้หวัน และส้มก็ยังถือเป็นของฝากที่นิยมกันในหมู่ชาวจีน เนื่องจากส้มเป็นผลไม้มงคล ชาวจีนจึงนิยมนำเป็นของขวัญอย่างหนึ่งที่มอบให้แก่ผู้ใหญ่ โดยชาวจีนถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานว่า ในวันเที่ยวหรือวันขึ้นปีใหม่นี้ จะไปไหว้ขอพรจากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และไปอวยพรผู้ใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือส้มสีทองนั่นเอง และการมอบส้มให้ส่วนใหญ่จะให้เป็นคู่ บางคนก็ห่อส้มด้วยกระดาษแดง หรือติดกระดาษแดง บางคนก็ใส่กล่องของขวัญ เหตุที่เลือกส้มก็เพราะว่าส้มมีสีทอง ลูกกลมๆ ดูแล้วสวยสดงดงาม และนอกจากนี้ “ส้ม” ยังออกเสียงตามสำเนียงจีนกลางว่า จวี๋จื่อ และแต้จิ๋วออกเสียงว่า “เก็ก” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าความสุข หรือโชคลาภ เพราะฉะนั้น การมอบส้มให้แก่ผู้ใหญ่จึงเหมือนการนำความสุขหรือโชคลาภไปให้นั่นเอง
ที่นี่ไต้หวัน –29 ม.ค. 62-โรงงานผลิตธนบัตรปลอมใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ผลิตขนมกุ๊กกี้เลียนแบบธนบัตร ยอดขายนับพันล้านชิ้น/วัน
ที่เมืองเจียอี้มีผู้ประกอบการอาหารทำขนมกุ๊กกี้หรือภาษาจีนเรียกว่า “เจียนปิ่ง-煎餅“ ยี่ห้อเจียก้วนสี่嘉冠喜 เถ้าแก่ชื่อนายเฉินเหวินซิง(陳文興) เป็นคนที่มีไอเดียปิ๊งสุดๆ ทำขนมกุ๊กกี้สไตล์สร้างสรรค์มากมาย อาทิเช่น เป็นรูปธนบัตร นามบัตร QR Code หรือรูปแบบอื่นๆตามที่ลูกค้าต้องการ เป็นต้น ขนมกุ๊กกี้หรือเจียนปิ่งที่ขายไม่เพียงแต่ดูดเงินจากผู้บริโภค ยังได้ดูดตาดูดใจให้คนสนใจและหันมาซื้อเป็นของฝาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลตรุษจีนนี้ คุณผู้ฟังท่านใดมาไต้หวันหรืออยู่ในไต้หวันอย่าลืมไปซื้อขนมกุ๊กกี้หรือเจียนปิ่ง สไตล์มงคล เฮงๆ เอามาเป็นของขวัญ ของฝาก ที่เก๋ไก๋และยังอิ่มท้องได้อีกด้วย
เจียนปิ่งหรือบางคนเรียกว่าเจียนปิ่งกัน สาเหตุที่ใช้คำว่า เจียน(煎)ในภาษาจีน มีบางคนบอกว่าอาจจะเป็นเพราะเอาไปปิ้งในกระทะร้อนให้แห้ง จึงเป็นที่มาของคำว่าเจียนปิ่งกันในภาษาจีน ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือเปล่านะคะ แล้วต่อมามีการใช้เตาอบ แต่ว่ารจรัตน์ก็ขอตั้งชื่อว่าขนมเจียนปิ่งเป็นภาษาไทยว่าขนมกุ๊กกี้ก็แล้วกันนะคะ เพราะว่าหน้าตาคล้ายกับกุ๊กกี้จริงๆ รสชาติก็หอม กรอบ อร่อย มีขายกันทั่วไปในไต้หวัน และยังมีหลากหลายยี่ห้อ เขาบอกกันว่าวิธีการทำเจียนปิ่งหรือกุ๊กกี้นี้ไม่ยากค่ะ ส่วนผสมก็ง่ายประกอบด้วยไข่ไก่ น้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย เนย แป้งสาลี แล้วก็ใส่ประเภทนัทลงไปแล้วแต่ชอบ อาจจะเป็นวอลนัท หรือแมกคาเดเมีย หรือถั่วลิสงก็ได้ แล้วก็ยังมีแม่พิมพ์ที่ต้องการ จากนั้นนำไปอบอุณหภูมิประมาณ 170 องศาเซลเซียส บางคนบอกว่าให้เติมผงเบคกิ้งโซดาเข้าไปเล็กน้อยก็จะทำให้กุ๊กกี้กรอบขึ้น อบพลิกไปมาประมาณ 20 นาที 55 ฟังแล้วดูเหมือนว่าทำง่ายๆ แต่ถ้าจะทำจริงก็คงต้องศึกษาให้ช่ำชองกว่านี้นะคะ
ที่นี่ไต้หวัน 22 ม.ค. 62 เจ๋งจริงๆ!! ไต้หวันรีไซเคิลจอแอลซีดีนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แม้เยอรมันยักษ์ใหญ่ในวงการยังตะลึงๆๆ
ไต้หวันถือเป็นราชาแห่งการผลิตจอแอลซีดีติด 3 อันดับแรกของโลก แต่ละปีจอแอลซีดีถูกทิ้งกลายเป็นขยะจำนวนมาก จอภาพที่ถูกทิ้งไปถ้าคำนวณแล้วจะมีน้ำหนักเท่ากับการสร้างหอไอเฟลในกรุงปารีสได้ 1 หอ ขยะจอแอลซีดีที่ทิ้งนี้ นอกจากนำมาบดให้ละเอียดเพื่อใช้เป็นวัสดุแล้ว ที่เหลือก็จะนำไปฝังกลบเป็นขยะ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีคณะกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วยสมาชิก 10 คน ได้ทำการรีไซเคิลจอแอลซีดีเพื่อนำมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งทำให้กลุ่มบริษัทเมอร์คกรุฟ ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำด้านการผลิตจอแอลซีดียังคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก การรีไซเคิลจอแอลซีดีเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้โรงงานผลิตจอภาพของไต้หวันประหยัดเงินได้นับ 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี ยังสามารถนำเทคโนโลยี่ในเรื่องของการรีไซเคิลนี้ขยายไปทั่วโลกได้ และทำให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าไต้หวันสามารถช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับโลกได้อีกด้วย
ก็มีคำถามว่าไต้หวันทำได้ยังไง? แม้แต่ผู้ผลิตจอภาพยักษ์ใหญ่ในวงการของโลกก็ยังตะลึงว่าไต้หวันรีไซเคิลจอภาพแอลซีดีได้อย่างไร? ซ่งซินเจิน(宋欣真)รองเลขาฝ่ายบริหารกองทุนบริหารการไซเคิลทบวงสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า วัสดุจอภาพผลึกเหลว ( liquid crystal display: LCD) ได้รับการพัฒนามานานกว่า 100 ปีแล้ว และโรงงานผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกก็คือกลุ่มบริษัทเมอร์คกรุฟของประเทศเยอรมนี อีกทั้งบริษัทเมอร์คก็ยังเป็นแหล่งนำเข้ารายใหญ่ที่สุดของไต้หวันด้วย สำหรับในเรื่องของระบบการรีไซเคิลจอแอลซีดีนั้น บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ยังกล่าวว่าเป็นเรื่องยากมากๆๆ แต่อย่างไรก็ตาม ความกังขาในเรื่องการรีไซเคิลจอแอลซีดีได้รับคำตอบในปี 2017 ทั้งนี้ ระบบการรีไซเคิลจอแอลซีดี( LCD Waste Recycling System) ได้รับรางวัล R&D 100 Awards ในปี 2017 ซึ่งรางวัล R&D 100 Awards ก็ประมาณรางวัลออสการ์แห่งเทคโนโลยีนั่นเอง รายละเอียดเป็นอย่างไรติดตามรับฟังได้นะคะ
เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เมืองหยุนหลินนำร่องนำขยะสดผลิตปุ๋ยอินทรีย์หลังหวั่นการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
แม้ขณะนี้ไต้หวันยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและมีกฏหมายเข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค และผู้ที่เดินทางเข้าไต้หวันมักจะติดผลิตภัณฑ์เนื้อเข้ามาบ่อยและถูกปรับไปไม่น้อย ก็ทำให้ไต้หวันยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันโรคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศษอาหารที่เหลือหรืออาหารสดที่เหลือ สิ่งคัดหลั่งหรือปฏิกูลจากสัตว์ ตลอดจนยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ที่จะติดเอาเชื้อเข้ามาระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารสดที่เหลือหรือเศษอาหารทั้งหลายที่ได้รับความสนใจมากว่าจะเป็นแหล่งแฝงเชื้อโรคที่อาจเกิดการระบาดของโรคได้
และล่าสุดช่วงปลายเดือน ธค.ที่ผ่านมา เพื่อสอดคล้องกับนโยบายป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร รัฐบาลท้องถิ่นเมืองหยุนหลินถึงกับประกาศห้ามนำอาหารสดที่เหลือหรือเศษอาหารนำมาเลี้ยงสุกร และในวันที่ 4 ม.ค. 2019 ทางหน่วยงานท้องถิ่นเมืองหยุนหลินประกาศให้นำอาหารสดที่เหลือผ่านกระบวนการความร้อนสูง จากนั้นกรองให้แห้ง แล้วนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์
ที่นี่ไต้หวัน –08 ม.ค. 62- PX Mart ซุปเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ไต้หวันยอดขายอันดับ 1 เตรียมบุกตลาด E-Commerce
ซุปเปอร์มาร์เก็ตยี่ห้อ “เฉวียนเหลียน- PX Mart” ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มียอดขายดีที่สุดในไต้หวัน ผ่านการขยายตลาดอย่างไม่ขาดสายตลอดเวลา 20 ปี จากเริ่มแรกเดิมทีที่มีสาขาเพียง 66 แห่ง จนกระทั่งปัจจุบันมีมากถึง 960 สาขาทั่วไต้หวัน และในปีนี้ (2019) ของไตรมาสที่ 1 จะมีสาขาเพิ่มทะลุ 1,000 แห่งแน่นอนเลยค่ะ นายหลินหมิ่นสง(林敏雄) ซึ่งเป็นประธานกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตเฉวียนเหลียนหรือพีเอ็กซ์มาร์ทมีความเข้มงวดในเรื่องของการควบคุมต้นทุนเป็นอย่างมาก ท่านบอกว่าการขยายสาขาถึงระดับหนึ่งจึงจะช่วยลดต้นทุนได้ เพราะว่าเปิดสาขามากถึง 250 แห่งแล้วจึงจะเกิดความสมดุลระหว่างกำไรกับขาดทุน จนกระทั่งปัจจุบัน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริการและความสะดวกที่สมบูรณ์ขึ้น จำเป็นต้องก้าวต่อไปด้วยการบุก ตลาด e-Commerce ส่วนในเรื่องของสถานที่จอดรถของซุปเปอร์มาร์เก็ตคาดว่าในปี 2019 จำเป็นต้องเพิ่มจำนวน จากที่เดิมมีอยู่ประมาณ 30-40% ต้องมีมากกว่า 50% แน่นอน
นายหลินหมิ่นสง ปธ.กิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตเฉวียนเหลียนได้กล่าวในงานสัมมนา International forum ในโอกาสครบรอบ20ปีของการก่อตั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตในช่วงปลายปีที่ผ่านมา(2018/12/12) เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เรื่องการประกอบกิจการขายปลีก อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้เชิญ Matsumoto Kiyoshi (มัตสึโมโตะ คิโยชิ) ซึ่งเป็นร้าน Drugstore อันดับ 1 ของญี่ปุ่นหรือคนไทยมักเรียกกันติดปากว่า ร้ายป้ายเหลือง รวมทั้ง JD.com ที่เป็นอีคอมเมิร์ซรายใหญ่เบอร์สองของจีนแผ่นดินใหญ่ ในฐานะคู่แข่งคนสำคัญของอาลีบาบาเข้าร่วมสัมมนา เพื่อร่วมกันท้าทายกับการขายปลีกที่เกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ทำไมไข่มุกในชานมจึงเหนียวหนึบอร่อย? หาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ
ชานมไข่มุก เกิดห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่วัตถุดิบ การแปรรูป การผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ การบรรจุภัณฑ์ ร้านเครื่องดื่มแบบแฟรนไชส์ มูลค่าธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในทั่วโลกเท่ากับ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ถือเป็นธุรกิจตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจของไต้หวัน
ความอร่อยของชานมไข่มุกก็อยู่ที่ไข่มุก ลูกกลมๆ ที่หนึบๆเหนียวๆ เป็นตัวหลักเลยค่ะ ซึ่งความหนึบๆเหนียวๆ
ชาวไต้หวันดื่มชานมไข่มุกปีละ 1 พันล้านแก้ว
ภาษาจีนเรียกว่า คิวถัน (Q彈) ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่เริ่มขายกันในไต้หวันประมาณปี 1890-1990 หลังจากที่เปิดตัวขายกันแล้วก็ได้รับความนิยมบริโภคของหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ จนในเวลาต่อมาได้รับความนิยมในต่างประเทศ และเจ้าไข่มุกที่อยู่ในเครื่องดื่มนั้นความจริงแล้วส่วนประกอบหลักก็คือ สตาร์ซ (starch) หรือภาษาจีนเรียกว่า เตี้ยนเฝิ่น (澱粉) ซึ่งก็คือพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ที่พบในพืช เช่น เมล็ดธัญพืช พืชหัว และถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น ดังนั้นไข่มุกที่นำมาใส่ในชานมนั้นโดยส่วนใหญ่ก็ผลิตจากแป้งมันสำประหลังหรือว่าแป้งมันฝรั่ง หรือแป้งมันเทศ จากนั้นใส่น้ำตาลและน้ำ แล้วทำให้เป็นเม็ดกลมๆเล็กๆตามที่ต้องการว่า และด้วยคุณสมบัติพิเศษของสตาร์ซนี่เองที่ทำให้เม็ดกลมๆ ที่ต้มสุกแล้วเกิดความหนึบ เกิดความเหนียวให้ความรู้สึกอร่อยขณะเคี้ยวหรือภาษาจีนเรียกว่าคิวถันนั่นเอง หรือว่าถ้าต้องการให้ไข่มุกมีความหนึบเหนียวมากขึ้น ก็มีผู้ประกอบการบางเจ้าเติมกลูเตนข้าวสาลี
เมืองผิงตงติดตั้งเตาเผาเศษซากพืชภาคเกษตรลดมลภาวะและสร้างรายได้จากผลพลอยได้
ผิงตงตั้งอยู่ใต้สุดของไต้หวันเป็นเมืองที่ทำเกษตรมากที่สุด มีพื้นที่เพาะปลูกมากถึง 70,671 เฮกตาร์ ในแต่ละปีมีการทิ้งของที่ไม่ใช้แล้วจากภาคการเกษตรอย่างเช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด ท่อนไม้ เศษไม้ เป็นต้น ที่ไม่มีการกำจัดด้วยวิธีที่ถูกต้องประมาณ 20,000 ตัน จากสถิติระบุ เพียงแค่การเผาของที่ไม่ใช้จากการเกษตรในที่กลางแจ้งได้สร้างฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM 2.5 ซึ่งเป็นตัวการที่สร้างหมอกควันปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าของเมืองผิงตงก็ครองสัดส่วนถึง 20% ทำให้ 5 ปีที่แล้ว กองสิ่งแวดล้อมต้องวางแผนลดมลภาวะทางการเกษตรด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ให้เงินอุดหนุนหน่วยงานที่กำจัดของเสียจากการเกษตร จัดตั้งองกรณ์ที่ดูแลสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เป็นต้น จนส่งผลต่อยอดทำให้ในปีนี้มีการรีไซเคิลของเสียจากการเกษตรเพิ่มขึ้นถึง 3,000 ตัน
มีการวิจัยและพัฒนาจนประสบความสำเร็จ นำเศษซากพืชมาผลิตเป็นถ่านชีวภาพ ให้พลังงานไม่แพ้ถ่านหิน
แปลงสาธิตการใช้ประโยชน์จากถ่านชีวภาพที่ผลิตจากเศษซากไม้ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์
From the publisher's feed
ที่นี่ก็คือที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่น ที่นั่นก็คือที่นั่น ที่นั่นไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั้นแล้วที่นั่นเป็นที่ไหน เอาเหอะ ๆ อย่าเถียงกันเลย เอาเป็นว่า ที่นี่ไต้หวัน ก็แล้วกัน
รายการนี้ นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับไต้หวัน ขอเชิญรับฟังกัน อย่าพลาด แล้วคุณจะรู้จักไต้หวัน ตั้งแต่ยังไม่ได้เดินทางมาไต้หวัน