
Sign up to save your podcasts
Or


ที่นี่ไต้หวัน -07 พ.ค. 62-ผู้ประกอบการไต้หวันชื่นชอบ นศ.เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ปีเพิ่มขึ้น 85%
ไม่กี่ปีนี้ นักเรียนชาวจีนโพ้นทะเลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีนักเรียนชาวจีนโพ้นทะเลจากอาเซียนจำนวน 16,000 กว่าคนในปี 2014 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเกินกว่า 30,000 คนในปี 2018 อัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง 85 % ทำให้ผู้ประกอบการในไต้หวันเริ่มรับนิสิตจบใหม่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่หยุนหลินจัดงานรับสมัครนิสิตจบใหม่เข้าทำงาน มีบูธสำหรับนักนิสิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่า ไม่เพียงแต่มหาวิทยาลัยดังๆ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวันหรือไถเคอต้า มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือไถต้า มหาวิทยาลัยเฉิงกงหรือเฉิงต้าในไต้หวัน รวม 3 มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่มีการรวมตัวกันจัดงานรับสมัครนิสิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จบใหม่เข้าทำงานกับผู้ประกอบการของไต้หวันในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการของไต้หวันจำนวนไม่น้อยมีการตั้งโรงงานอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น ที่ประเทศมาเลเซีย เวียดนาม ไทย เป็นต้น
(ภาพจาก ม. เฉิงกง -งานรับสมัครนิสิตจบใหม่เข้าทำงานเขตภาคใต้ มีบูธนิสิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปีแรก)
โกโบไต้หวันหรือหนิวปั้ง - 牛蒡 รากไม้มหัศจรรย์คุณค่ามหาศาล คุณภาพคับแก้วทำรายได้ร้อยล้านเหรียญไต้หวันต่อปี
โกโบหรือที่ที่ฝรั่งเรียก เบอร์ดอก (Burdock root) เป็นรากไม้ที่มีประโยชน์กับสุขภาพร่างกายมาก จนคนไต้หวันต้องเรียกว่าโสมไต้หวัน และในประเทศญี่ปุ่น ทุกบ้านทุกครัวเรือนต่างรู้จักบริโภครากเบอร์ดอกหรือโกโบ สำหรับคนไทยแล้วอาจจะไม่คุ้นเคยกับรากพืชชนิดนี้มากนัก แต่ก็มีการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาบริโภคกัน เป็นผักชนิดหนึ่ง รากยาวๆ คล้ายรากโสมแต่ยาวกว่ามาก ยาวเป็น 2-3 บรรทัด และขอบอกนะคะว่า รากเบอร์ดอกของไต้หวันก็ส่งขายประเทศญี่ปุ่นทำรายได้นับร้อยล้านเหรียญไต้หวันต่อปีเลยทีเดียว
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการสกัดสารจากรากโกโบหรือเบอร์ดอก มาใช้ในเครื่องดื่มเพื่อเสริมสุขภาพ โดยเพราะเครื่องดื่มหรืออาหารเสริมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะสารสกัดจากรากเบอร์ดอก (Burdock root extract) หรือภาษาจีนเรียกว่า“ 牛蒡精華素”ซึ่งมีสารประกอบอินูลินมากถึง 27 – 45% และมีโครเมี่ยม จึงช่วยกันลดการดูดซึมน้ำตาลแล้วกระตุ้นการขับถ่ายออกทางอุจจาระและปัสสาวะ ทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยลง โครเมี่ยม จะทำให้ฮอร์โมนอินซูลิน ทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำน้ำตาลไปเผาผลาญ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ และช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนได้เป็นอย่างดี
ยอดส่งออกมะนาวเมืองผิงตงต่อปีสูงเป็นประวัติการณ์ เทียบเท่าอาคารไทเป 101 จำนวน 8,877 ตึก
ทราบไหมว่า มะนาวคุณภาพดีของไต้หวันส่งออกไปขายต่างประเทศ ไปขายที่ไหนบ้าง และใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการส่งเสริมการส่งออกมะนาว รายการที่นี่ไต้หวันในวันนี้มีคำตอบค่ะ
เมืองผิงตงซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางภาคใต้สุดของเกาะไต้หวัน เป็นแหล่งเพาะปลูกมะนาวที่สำคัญที่สุดในไต้หวัน ปริมาณการปลูกมะนาวทั้งหมดในไต้หวันมาจากเมืองผิงตงมากถึง 70% เนื่องจากสภาพอากาศที่เมืองผิงตงดีเยี่ยม เหมาะแก่การเพาะปลูกมะนาว ทำให้มะนาวจากที่นี่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในไต้หวันและต่างประเทศ
ผิงตงเป็นแหล่งผลิตมะนาวคุณภาพดีของไต้หวัน
นายพันเมิ่งอัน(潘孟安) ผู้ว่าการเมืองผิงตงได้จับมือกับมูลนิธิติ่งซินเหอเต๋อ (頂新和德文教基金會) ที่มีนาย เหว่ยอิ้งชง(魏應充) เป็นประธานมูลนิธิ และมีบริษัทภายใต้ในเครือของมูลนิธิ 4 บริษัท ได้แก่ จินเซ่อต้าตี้(金色大地) เจินเจินเซียน(真臻鮮) เต๋อเค่อซื่อ(德克士-ไดคอสdicos)และแฟมิลี่มาร์ทในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งทั้ง 4 บริษัทนี้ล้วนสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรรวมทั้งมะนาวที่ปลูกจากเมืองผิงตงกันทั้งนั้น จากแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทจินเซ่อต้าตี้จะซื้อสินค้าเกษตรที่ปลูกในภาคใต้ของไต้หวันเป็นหลัก เพื่อส่งขายไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ สินค้าเกษตรดังกล่าวได้แก่ ผักสดที่ใช้ทำสลัด มะม่วงไอ้เหวิน ข้าวที่ปลูกบริเวณแม่น้ำจั๋วสุ่ย น้ำมะนาวสด 100% และมันเทศ เป็นต้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจินเซ่อต้าตี้เป็นบริษัทที่เริ่มร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวเมืองผิงตง โดยจัดทำแคมเปญ “กินไก่ทอดดื่มน้ำมะนาว” ในจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ปีค.ศ.2016 จนปัจจุบันกลายเป็นกระแสนิยมฮอตฮิตในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งยอดสั่งซื้อมะนาวสดจากเมืองผิงตง โดยในปี 2016สั่งซื้อมะนาว 1,430 ตัน ปี 2017 ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 4,410 ตัน ปี 2018 คือปีที่แล้วยอดสั่งซื้อมะนาวสูงถึง 6,500 ตัน จะเห็นได้ว่ายอดการสั่งซื้อมะนาวเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้ารวมยอดสั่งซื้อทั้ง 3 ปีมีมูลค่าสูงถึง 330 ล้านเหรียญไต้หวันเลยทีเดียว แต่ถ้ารวมน้ำหนักของมะนาวแล้วมีมากถึง 12,340 ตัน ถ้าเอามากองรวมกันแล้วเท่ากับตึกไทเป 101 จำนวน 17,000 ตึกและถ้านำมะนาวมาเรียงต่อกันก็สามารถเวียนรอบเกาะไต้หวันได้ถึง 7.56 รอบเลยค่ะ 55 แต่ถ้าจะคำนวณยอดส่งออกมะนาวสดของปีที่แล้ว(2018) ที่มีมากถึง 6,500 ตันนั้น และขนาดของมะนาวลูกหนึ่งประมาณ 7 ซม.เมื่อนำมาต่อกันจะได้ความสูงของตึกไทเป 101 จำนวน 8,877 ตึก หรือว่าถ้าจะเรียงกันก็สามารถเวียนรอบเกาะได้ถึง 4 รอบ
ยอดส่งออกมะนาวเมืองผิงตงต่อปีสูงเป็นประวัติการณ์ เทียบเท่าอาคารไทเป 101 จำนวน 8,877 ตึก
ที่นี่ไต้หวัน –16 เม.ย. 62- ตึกไทเป 101 จัดแข่งขันปีนตึกหรือมาราธอนแนวตั้ง
ตึกไทเป 101 หรือ台北 101 จะจัดงานมาราธอนแนวตั้งในวันที่ 4 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีการจัดแถลงข่าวในช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้ ตึกไทเป 101 จัดแข่งขันปีนตึกหรือมาราธอนแนวตั้งย่างเข้าปีที่ 15 แล้ว และสถิติยอดเยี่ยมทั้งประเภทชายและหญิงยังคงเป็นของนักแข่งต่างชาติในปี 2005 และตึกไทเป 101 ชี้ว่าตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาก็ได้ตั้งเงินรางวัลสำหรับผู้ทำลายสถิติสูงถึง 2 แสนเหรียญไต้หวัน จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้ใดลบสถิติเดิมได้ ขณะเดียวกันเพื่อส่งเสริมนักแข่งไต้หวันหรือ台灣冠軍 ได้รับรางวัลพิเศษด้วย เพราะฉะนั้น ในปีนี้จึงมีการกำหนดรางวัลแชมป์ทั้งชายและหญิงสำหรับนักแข่งไต้หวันคนละ 1 รางวัลด้วยเงินมูลค่า 43,200 เหรียญไต้หวัน
ที่นี่ไต้หวัน –09 เม.ย. 62-กล้วยไม้ออนซิเดียมไต้หวันไม่เพียงแต่สวยงาม ยังสกัดทำมาร์กหน้าทำให้ใบหน้าสวยอีกด้วย !!
ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งกล้วยไม้ เพราะมีการปลูกกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์และมีชื่อเสียงขจรกระจาย
ไปทั่วโลก กล้วยไม้ที่มีปริมาณการปลูกครองอันดับ 1 ของโลกคือกล้วยไม้ออนซิเดียม มูลค่าการปลูก 700 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งปลูกกล้วยไม้ออนซิเดียมที่สำคัญคือเขตซินเซ่อของนครไทจงที่ครองสัดส่วนสูงถึง 50 % ทั้งนี้สภาพภูมิอากาศเหมาะสมในการเพาะปลูก เทคนิกการเพาะปลูกได้รับการพัฒนา รวมทั้งราคาที่ขายสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ จนทำให้ผู้ซื้อต่างประเทศนิยมซื้อกล้วยไม้ออนซิเดียมไต้หวัน ซึ่งตลาดที่ส่งออกได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สหรัฐฯ ฮอลันดา และจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการต่อยอดกล้วยไม้ออนซิเดียมเป็นเครื่องสำอางค์บำรุงผิวพรรณด้วยการสกัดมาทำเป็นมาร์กหน้า หรือภาษาจีนเรียกว่า เมี่ยนโม๋ (面膜) เนื่องจากกล้วยไม้ออนซิเดียมในส่วนของลำลูกกล้วยอุดมไปด้วยสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น และทำให้ผิวขาวนวลผุดผ่อง เพราะมีวิตามินซีที่มีปริมาณสูงกว่ามะนาว 4-5 เท่าตัว
ที่นี่ไต้หวัน –02 เม.ย. 62-เบื้องหลังที่ทำให้สนามบินเถาหยวนติดอันดับ 8 ด้านความสะอาดยอดเยี่ยมที่จัดโดย Skytrax ??
ในทุกปี Skytrax จะทำการจัดอันดับสนามบินและสายการบินที่ดีสุดในโลก และ ในช่วงปลายเดือน มี.ค.ปี 2019 ที่ผ่านมา ทาง Skytrax พึ่งจะประกาศผู้ชนะรางวัล World Airport Awards ประจำปี ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปรากฏว่าสนามบินนานาชาติเถาหยวนของไต้หวันติดอันดับ 13 ของการจัดอันดับสนามบินดีเด่น นอกจากนี้ Skytrax ยังจัดสนามบินนานาชาติเถาหยวนเป็นสนามบินดีที่สุดอันดับ 8 ในเอเชีย และในเรื่องของความสะอาดยอดเยี่ยมของสนามบินก็จัดอยู่ในอันดับ 8 อีกด้วย
และเรื่องของความสะอาดในสนามบิน อย่างเรื่องของห้องน้ำว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเหมือนกัน ในไต้หวันก็มีบริษัทบริการทำความสะอาดแห่งหนึ่งชื่อซินเซียกรุฟ(信實實業-Sincere Group) ซึ่งทั่วไต้หวันในเมืองต่างๆจะมีสาขาที่ให้บริการอยู่ 16 แห่ง สถานที่ที่ให้บริการประกอบด้วย ท่าเรือ สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถไฟความเร็วสูง เขตอุทยานวิทยาศาสตร์(科學園區) โรงพยาบาล โรงเรียน หน่วยงานราชการต่างๆ เป็นต้น และบริษัทนี้ได้รับรางวัลดีเด่นในเรื่องของการให้บริการที่ดีทุกๆปี ถือเป็นบริษัทแนวหน้าเลยทีเดียว ซินเซีย กรุฟรับจ้างทำความสะอาดสนามบินนานาชาติเถาหยวนมานาน 9 ปี ในปี 2011 ทางสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ หรือ ACI มีการสำรวจคุณภาพของสนามบินทั่วโลก ซึ่งในรายการของการทำความสะอาดสถานที่ ห้องน้ำต่างๆของสนามบินทางสนามบินนานาชาติเถาหยวนได้รับรางวัลที่ 10 เป็นต้น
มารู้จักหลากสายพันธุ์สับปะรดไต้หวันและสับปะรดหวานฉ่ำอร่อยส่งขายต่างประเทศติดอันดับ 1 กันดีกว่า!!
สับปะรดจินจ้วนหรือสับปะรดเพชรทอง (金鑽鳳梨) สีเหลืองอร่าม ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ เนื้อละเอียด หวานอร่อย ความหวานระดับ 14 บริกซ์ ความเปรี้ยวระดับ 0.28% ขนาดของผลใหญ่ น้ำหนักของผลลูกหนึ่งประมาณ 1.4กก. มีชื่อทางการว่า “ไถหนงเบอร์ 17” เอามาแปรรูปก็ได้ บริโภคเป็นผลไม้สดก็ได้ สับปะรดสายพันธุ์นี้ส่งออกติดอันดับ 1 ถือเป็นราชาของสับปะรดเลยทีเดียว เป็นพันธุ์สับปะรดที่เก็บได้นานและเวลาขนส่งจะไม่ค่อยได้รับความเสียหาย ที่สำคัญอร่อยถูกปากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
สับปะรดจินจ้วนหรือสับปะรดเพชรทอง (金鑽鳳梨)
ปัจจุบันสายพันธุ์สับปะรดของไต้หวันมีมากกว่า 20 ชนิด แต่ละสายพันธุ์ก็อร่อยไม่แพ้เช่นกัน นอกเสียจากสับปะรดพันธุ์Cayenne (พันธุ์ปัตตาเวีย) ที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋องแล้ว สายพันธุ์อื่นๆที่เพาะปลูกในไต้หวัน อย่างเช่น สับปะรดสายพันธุ์ไถหนงเบอร์ 13 หรือภาษาจีนเรียกว่าตงมี่ฟ่งหลี(冬蜜鳳梨) สับปะรดสายพันธุ์ไถหนงเบอร์ 20 หรือสับปะรดนม ภาษาจีนเรียกว่าหนิวไหน่ฟ่งหลี (牛奶鳳梨) สับปะรดสายพันธุ์ไถหนงเบอร์ 21 หรือสับปะรดทองคำ ภาษาจีนเรียกว่า หวงจินฟ่งหลี(黃金鳳梨)เป็นต้น ล้วนนำมาบริโภคเป็นผลไม้สดกันทั้งนั้นและการที่สับปะรดของไต้หวันมีสายพันธุ์ที่หลากหลาย สาเหตุหลักก็เพราะว่ามีการเพิ่มปริมาณการเพาะปลูก มีการขยายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้น มีการขยายฤดูกาลของสับปะรดออกไป จนเกิดความหลากหลายของรสชาติ จนทำให้ผู้บริโภคสามารถลิ้มรสความอร่อยของสับปะรดที่หลากหลายได้นั่นเอง
สับปะรดจินจ้วนหรือสับปะรดเพชรทอง (金鑽鳳梨)
ที่นี่ไต้หวัน –19 มี.ค. 62-ม.เทคโนโลยี่ผิงตงพัฒนาซีอิ๊วหอมใหญ่ สมาคมเกษตรต่อยอดพัฒนาข้าวหมูพะโล้และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนาวิจัยผลิตภัณฑ์ของศ.เซี่ยเป่าฉวนแห่ง ม.วิทยาลัยเทคโนโลยีผิงตงที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีอิ๊วโซเดี่ยมต่ำของม.เทคโนโลยีผิงตงนั้น เริ่มมีการพัฒนาวิจัยมาตั้งแต่ปี 1995 และกลายเป็นซีอิ๊วที่มีชื่อเสียงทั่วไต้หวันตลอดเวลานานกว่า 20 ปีแล้ว อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้อย่างเช่น ซอยซอส เป็นต้น และ ซีอิ๊วโซเดี่ยมต่ำมีการต่อยอดเป็นซีอิ๊วหอมใหญ่ โดยมีการเอาหอมใหญ่ที่ปลูกในจังหวัดผิงตงที่มีผลผลิตมากผสมกับถั่วดำออร์แกนนิคจากเมืองผิงตงหมักเป็นซีอิ๊วหอมใหญ่ คาดว่าจะมีการวางขายในท้องตลาดในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ศ.เซี่ยเป่าฉวนชี้ว่า ซีอิ๊วหอมใหญ่เป็นซีอิ๊วที่มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าซีอิ๊วอื่นๆ รสชาติอร่อย นำมาทำพะโล้ถือว่ารสชาติสุดยอด วิธีการผลิตซีอิ๊วหอมใหญ่จะใช้น้ำหอมใหญ่ที่คั้นออกมาหมัก และเพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากหอมใหญ่ให้เต็มที่ หลังจากคั้นน้ำหอมใหญ่ออกมาประมาณ 47% เพื่อใช้หมักซีอิ๊วแล้ว ที่เหลือกากประมาณ 53% จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ อย่างเช่น กากหอมใหญ่ทอดกรอบ บะหมี่หอมใหญ่ แผ่นหอมใหญ่ ซอสกะหรี่หอมใหญ่ หรือซุปหอมใหญ่ เป็นต้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากหอมใหญ่ให้มากที่สุด เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหอมใหญ่ แถมยังเป็นผักที่มีประโยชน์กับร่างกายมากมายอีกด้วย
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 12 มี.ค. 62 - ไต้หวันพัฒนากล้วยไม้พันธุ์ใหม่ๆ ดึงดูดผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ
การจัดงานสมาคมการซื้อขายดอกกล้วยไม้ที่เมืองผิงตงในช่วงต้นเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา มีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้รายย่อยกว่าร้อยรายนำกล้วยไม้พันธุ์ใหม่กว่า 200 ต้นที่ยังไม่ส่งขายในท้องตลาดนำมาจัดแสดงให้กับผู้ซื้อกล้วยไม้ ประกอบด้วยกล้วยไม้แคทลียา 47 ต้น กล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส 180 ต้น กล้วยไม้รองเท้านารี 21 ต้น โดยงานนี้จัดขึ้นที่ คลังสินค้า C ของโรงงานผลิตกระดาษเก่าบริษัทน้ำตาลไต้หวัน (Taiwan Sugar) เมืองผิงตง ทำให้ในงานนี้มีการดึงดูดผู้ซื้อที่สนใจกล้วยไม้ทั้งจากในไต้หวันและจากต่างประเทศมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของผู้ซื้อกล้วยไม้จากต่างประเทศ ประกอบด้วยเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งจากเมืองกวางตุ้ง และยูนนาน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการกล้วยไม้นานาชาติ โดยในปีนี้ของการจัดงานเริ่มตั้งแต่ 2-11 มีนาคมที่นครไถหนาน ซึ่งงานนิทรรศการกล้วยไม้นานาชาติไต้หวันถือเป็นงานแสดงดอกกล้วยไม้ใหญ่อันดับที่ 3 ของโลกรองงานกล้วยไม้โลกที่จะตระเวนไปจัดงานตามประเทศต่างๆ และงานเทศกาลกล้วยไม้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานนอกจากจะมีดอกกล้วยไม้สวยงามหลากหลายสายพันธุ์แล้ว ยังมีการประกวดแข่งขันการจัดสวนจากดอกกล้วยไม้อีกด้วย
ที่นี่ไต้หวัน –05 มี.ค. 62-โกโก้ใต้ต้นหมากเมืองผิงตง ผลิตช็อกโกแลตคว้าแชมป์ระดับโลก
โกโก้เมืองผิงตงถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไต้หวันที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ปี 2002 นายชิวหมิงซง(邱銘松) เกษตรกรเมืองเน่ยผู่ของจังหวัดผิงตงปลูกต้นหมากนานกว่า 30 ปีพบว่าหมากไม่ได้เป็นพืชเศรษฐกิจมีค่าดั่งเพชรสีเขียวในอดีต ก็เลยทดลองปลูกต้นโกโก้ใต้ต้นหมากในเนื้อที่ 1.3 เฮกตาร์ในหมู่บ้านชาวจีนแคะ(客庄) และใช้เวลาในการศึกษาค้นค้าหาพันธุ์โกโก้นาน 3 ปีจึงปลูกต้นโกโก้สำเร็จ แต่แล้วกลับพบว่าในไต้หวันยังไม่มีเทคโนโลยี่ผลิตช็อกโกแลตที่สมบูรณ์แบบ
จนในเวลาต่อมา นายชิวหมิงซงได้เรียกลูกสาวที่เรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์กลับมาพัฒนาวิจัยการทำช็อกโกแลตในไต้หวัน หลังพัฒนาผ่านไป 4 ปี ได้เริ่มผลิตช็อกโกแลตตระกูลชิว(邱氏巧克力) ซึ่งเป็นแบรนด์แรกของไต้หวันที่ใช้โกโก้ที่ปลูกในไต้หวันนำมาผลิตช็อกโกแลต
โกโก้ที่นำมาผลิตช็อกโกแลตของเมืองผิงตงที่ปลูกใต้ต้นหมากได้รับรางวัล 8 เหรียญทองจากการประกวดช็อกโกแลตโลก (ICA-International Chocolate Awards) ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ซึ่งประวัติการปลูกต้นโกโก้ใต้ต้นหมากใช้เวลาปลูกไม่นานนัก เพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ในขณะที่การปลูกโกโก้ในประเทศอเมริกากลางที่ใช้ในการผลิตช็อกโกแลตมีประวัติความเป็นมาเกือบ 1,000 ปีแล้ว ทำให้เชฟในวงการอาหารว่างและผลิตช็อกโกแลตกว่าร้อยปีอย่างยุโรปและญี่ปุ่นถึงกับสนใจการปลูกโกโก้ในไต้หวัน อาจกล่าวได้ว่าโกโก้ของเมืองผิงตงเป็นดาวจรัสของไต้หวันก็ว่าได้
From the publisher's feed
ที่นี่ก็คือที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่น ที่นั่นก็คือที่นั่น ที่นั่นไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั้นแล้วที่นั่นเป็นที่ไหน เอาเหอะ ๆ อย่าเถียงกันเลย เอาเป็นว่า ที่นี่ไต้หวัน ก็แล้วกัน
รายการนี้ นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับไต้หวัน ขอเชิญรับฟังกัน อย่าพลาด แล้วคุณจะรู้จักไต้หวัน ตั้งแต่ยังไม่ได้เดินทางมาไต้หวัน