เราต้องเข้าใจก่อนว่าที่เราประพฤติปฏิบัติมา ศึกษาองค์ความรู้เรื่องจิตภาวนา
มีนัยยะเหมือนกันกับในชีวิตประจําวัน
ก็คือปลดเปลื้องทุกข์
เราข้ามพ้นทุกข์ได้มากน้อยแค่ไหน ?
ในเวลาหนึ่งชั่วโมง หากเราปฏิบัติด้วยตัวเอง
กว่าที่จะหยั่งลงสู่ความสงบนี้ ใช้เวลามาก
แล้วเราแจ่มแจ้งหรือเปล่า ว่าที่ไม่สงบนั้นคืออะไร
ความสงบเรารู้แล้วว่า
คือสภาวะที่เป็นหนึ่งเดียว ตั้งมั่นในปัจจุบัน
นั่นแสดงว่าที่จิตไม่สงบนั้น ก็ต้องอยู่กับอดีตหรืออนาคต
ทุกๆ อดีตรึเปล่า ทุกๆ ประสบการณ์หรือเปล่า ?
ที่จิตไปพัวพันอยู่ โลดแล่นไปในโลกของอดีต
เราต้องแจ่มแจ้งว่า อดีตใดๆก็ตาม
ประสบการณ์ใดๆก็ตาม
การรับรู้ใดๆก็ตาม ที่เกิดขึ้นครั้งแรกอันประกอบด้วยความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ
ประกอบด้วยความรัก ความชัง
อดีตตัวนี้แหละเมื่อผันผ่านไปแล้ว
กลายเป็นอดีต เรียกว่าการรับรู้
การเกิดขึ้น การปรากฏขึ้นของวิญญาณ เข้าไปรับรู้อารมณ์ละ
แต่ด้วยความที่จิตถูกอวิชชาครอบงํา
แทนที่มันจะจบลงที่เวทนา
กลับมีความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ
พึงพอใจก็ตั้งอยู่ในสุขเวทนา ไม่พึงพอใจก็ตั้งอยู่ในทุกขเวทนา
สุขเวทนา ทุกเวทนาที่ประกอบไปด้วย
ความพึงพอใจไม่พึงพอใจ
ตัวนี้แหละที่เรียกว่า 'ดับไม่หมด'
คุรุอาจารย์บางท่านบอกว่า เอ๊ะ! ปกติแล้วทุกๆสภาวะจะต้องสิ้นสุดในตัวของมันเอง
แต่ไฉนว่าความรักและความชัง
ความพึงพอใจในสุข ไม่พึงพอใจในในทุกข์
ทั้งที่สุขทุกข์นั้นก็ดับไปแล้ว
ไฉนว่าความรักความชังยังคงอยู่
มันอาศัยอะไรนะ !
นี่เราต้องแจ่มแจ้งในในประเด็นนี้
การแจ่มแจ้งในประเด็นแบบนี้
เขาเรียกว่าสัมมาทิฏฐิ คือเห็นเหตุแห่งทุกข์
~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~
ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน
เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรมวัดถ้ำดอยโตน