6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya BhavanaReligion & SpiritualityBuddhism
Download on the App Store

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก episodes

  • อานิสงส์แห่งโสดาปัตติผล - อนุโลมิกขันติ [6640-6t]

    “อนุโลมิกขันติ” คือ กระแสแห่งธรรมที่เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน ผู้ที่เข้าถึงกระแสนี้แล้ว ย่อมเห็นความกฏไตรลักษณ์ในสังขารทั้งหลาย เป็นผู้ที่มีนิพพานเป็นเบื้องหน้า

     

    #96_ปาตุภาวสูตร การปรากฏขึ้นของเหตุ 6 ประการนี้ หาได้ยากในโลก ได้แก่

    1.      การปรากฏขึ้นของพระพุทธเจ้า

    2.      บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศไว้

    3.      ผู้เกิดในถิ่นที่มีคำสอนของพระพุทธเจ้า

    4.      ความมีอินทรีย์ไม่บกพร่อง คือ มีความปกติทางกายและจิตใจ (อินทรีย์ 5)

    5.      ไม่โง่เขลา

    6.      พอใจในกุศลธรรม


    #97_อานิสังสสูตร อานิสงส์ของผู้ที่ได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว คือ มีความเที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน / มีความไม่เสื่อม(ไม่อาจทำเหตุให้ไปตกอบาย) / ทำความดับทุกข์ได้ / มีอสาธารณญาณ (ปัญญาญาณ) / เห็นเหตุ / เห็นผลในธรรมที่เกิดขึ้น


    ข้อที่ 98-99-100-101 เป็นธรรมที่ประกอบด้วย “อนุโลมิกขันติ” แต่ละข้อจะว่าด้วย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และ นิพพาน โดยในแต่ละหัวข้อ แบ่งออกได้เป็น 3 คู่ ซึ่งเป็นธรรมที่ตรงข้ามกัน

     

    #98_อนิจจสูตร ผู้ที่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นสังขารว่าเป็นของไม่เที่ยง หยั่งลงสู่ระบบความเห็นที่ถูกต้องได้ คือ สัมมัตตนิยาม และ จักทำให้แจ้งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล หรืออรหัตตผลได้ และในธรรมตรงข้าม ผู้ที่ไม่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นสังขารว่าเป็นของเที่ยง...ฯ

     

    #99_ทุกขสูตร ผู้ที่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นสังขารว่าเป็นทุกข์... ฯ ผู้ที่ไม่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นสังขารว่าเป็นสุข...ฯ

     

    #100_อนัตตสูตร ผู้ที่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นว่าธรรมเป็นอนัตตา... ฯ และในธรรมตรงข้าม ผู้ที่ไม่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นว่าธรรมเป็นอัตตา...ฯ

     

    #101_นิพพานสูตร ผู้ที่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นนิพพานเป็นสุข... ฯ และในธรรมตรงข้าม ผู้ที่ไม่ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ จะเห็นว่านิพพานเป็นทุกข์...ฯ

     

    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อานิสังสวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    52 min
  • ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้-โสดาบัน [6639-6t]

    อริยบุคคล คือ บุคคลผู้ประเสริฐ ผู้เข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน มี 8 จำพวก แบ่งได้เป็น 4 คู่ ซึ่งในแต่ละคู่นั้น แบ่งออกเป็นขั้นอริยมรรค และขั้นอริยผล

    โสดาบัน คือ อริยบุคคลพวกแรกที่เข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน

    ประเภทของโสดาบัน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เอกพีชี, โกลังโกละ, สัตตักขัตตุงปรมะ

    คุณสมบัติที่ทำให้เป็นโสดาบันทั้งในขั้นมรรคและขั้นผลนั้น ก็จะประกอบไปด้วย โสตาปัตติยังคะ 4 (ผู้มีศรัทธาหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย และมีศีลบริบูรณ์) และในขั้นผลก็จะละสังโยชน์เบื้องต่ำ 3 ประการแรกได้ (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส) กล่าวโดยย่อ คือ “เป็นผู้มีศรัทธา และมีศีลเต็มบริบูรณ์ มีสมาธิ และปัญญาพอประมาณ”


    ฐานะที่ไม่อาจเป็นไปได้ของโสดาบัน (ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยทิฏฐิ เห็นตามความเป็นจริง) ได้แก่

    #94_ตติยอภัพพัฏฐานสูตร (สูตรที่ 3) ไม่อาจจะทำอนันตริยกรรม 5 ได้ และไม่อาจนับถือศาสนาอื่น หรือศาสดาอื่นได้ คือ ไม่เอามาเป็นสรณะ (ที่พึ่ง)

     

    #95_จตุตถอภัพพัฏฐานสูตร (สูตรที่ 4) โดย 3 ข้อแรก คือ ไม่อาจจะยึดถือสุขและทุกข์ที่เกิดจากตนเองทำไว้ / ผู้อื่นทำไว้ / ทั้งตนเองและผู้อื่นทำไว้ และ 3 ข้อหลัง คือ ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง (เกิดขึ้นเองลอย ๆ) ที่ตนเองไม่ได้ทำไว้ / ผู้อื่นไม่ได้ทำไว้ / ทั้งตนเองและผู้อื่นไม่ได้ทำไว้

    โสดาปัตติผล จะละสักกายทิฏฐิได้ คือ จะละความเห็นว่าเป็นตัวตนได้ จะเห็นตามความเป็นจริงว่า “ ความสุข หรือ ความทุกข์นั้น เกิดจากเหตุ คือ ผัสสะ และเพราะมีผัสสะ จึงมีเวทนา (ความรู้สึกสุข ทุกข์ มิใช่สุข-มิใช่ทุกข์) เมื่อมีเหตุจึงเกิด - หมดเหตุจึงดับ ”


    *สิ่งที่จะใช้ละสักกายทิฏฐิได้ คือ ปัญญาเห็นตามความเป็นจริง (สัมมาทิฏฐิ)


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต สีติวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    55 min
  • ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยทิฏฐิ-โสดาบัน [6638-6t]

    ในอริยบุคคลนั้น จะประกอบด้วยขั้นมรรคและขั้นผล ผู้ที่ได้อริยบุคคลขั้นผลแล้ว ก็ต้องผ่านการทำเหตุมาก่อน คือ ผ่านขั้นมรรคมาก่อน “มรรค” จึงเป็นทางดำเนิน (แนวทางการปฏิบัติ) ให้ไปสู่ความเป็นอริยบุคคลขั้นผลในระดับต่างๆ


    ข้อ 89-91 เป็นธรรมที่มีไส้ในทั้ง 6 ประการที่เหมือนกัน แต่มีนัยยะหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องของโสดาบันที่แตกต่างกันออกไป โดยธรรม 6 ประการนี้ คือ

    1. สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นอัตตา) คือ เห็นขันธ์ 5 เป็นตัวตน เที่ยงแท้ ยังยืน จีรัง ถาวร *ตรงข้ามกับ “สัมมาทิฏฐิ”

    2. วิจิกิจฉา คือ ความลังเล สงสัยในคุณของพระรัตยตรัย เกิดเคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่ลงใจ ซึ่งจะเกิดถามลักษณะจับผิด หาเรื่องตามมา *ตรงข้ามกับ “มีศรัทธา”

    3. สีลัพพตปรามาส คือ ความถือมั่นศีลพรตนอกพระพุทธศาสนา ความเชื่องมงายที่ผิดไปจากคำสอน *ตรงข้ามกับ “มีศีล”

    4.-5. ราคะ โทสะ โมหะ ที่เป็นเหตุไปสู่อบาย คือ เป็นเหตุให้เราทำผิดศีลแล้วไปสู่อบายได้ *กำจัดได้ด้วย ศีล สมาธิ และ ปัญญา

    *ขัอ 1-3 เป็นสังโยชน์เบื้องต่ำ 3 ข้อแรก ถ้าละได้ จะทำให้ถึงซึ่งความเป็นโสดาปัตติผล

    ธรรมทั้ง 6 มาในหัวข้อ #89_อัปปหายสูตร บุคคลที่ยังละธรรมเหล่านี้ไม่ได้ ไม่อาจทำให้แจ้งในโสดาบัน / #90_ปหีนสูตร บุคคลผู้ถึงพร้อมแล้ว จะละธรรมเหล่านี้ได้ / #91_อภัพพสูตร ผู้ที่ถึงพร้อมแล้ว มิอาจทำธรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้


    #92_ปฐมอภัพพพัฏฐานสูตร ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิแล้ว (โสดาบัน) เป็นไปไม่ได้ที่จะ

    1.-3. ไม่มีความเคารพ ยำเกรงใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

    4. ไม่มีความเคารพ ยำเกรงในสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา)

    5. ไม่อาจกลับมาสู่เหตุที่ไม่ควรเข้าถึง (ไม่ไปในอบาย 4 / ทำผิดศีล / มิจฉาทิฏฐิ) 

    6. ไม่มีการเกิดในชาติที่ 8 เกิดขึ้นได้


    #93_ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิแล้ว (โสดาบัน) เป็นไปไม่ได้ที่จะ

    1.-3. ยึดถือสังขารว่าเป็นของเที่ยง เป็นสุข เป็นอัตตา

    4. ทำอนันตริยกรรมได้

    5. เชื่อมงคลตื่นข่าว – ความเชื่องมงาย (superstition)

    6. แสวงหาเขตบุญนอกศาสนา – ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ใช่คำสอน

     

    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต สีติวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • ระบบความเห็นที่ถูกต้อง-สัมมัตตนิยาม [6637-6t]

    “สัมมัตตนิยาม” หมายถึง ระบบความเห็นที่ถูกต้อง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 หรือ ความเป็นโสดาบันขั้นมรรคหรือผล ชึ่งในพระสูตรข้อที่ 86–88 นี้ เป็นธรรมที่มีหัวข้อเหมือนกัน เปรียบเทียบคู่ตรงข้ามของธรรม 6 ประการ ที่เมื่อบุคคลแม้ฟังธรรมอยู่ จะก้าวลงสู่ระบบความเห็นที่ถูกต้อง คือ สัมมัตตนิยาม จะได้หรือไม่ได้นั้น มีธรรมอะไรบ้าง


    #86_อาวรณตาสูตร

    1. เป็นผู้ไม่มีกรรมเป็นเครื่องกั้น - ไม่ได้ทำอนันตริยกรรม 5 (ฆ่ามารดา บิดา พระอรหันต์ ทำพระพุทธเจ้าให้ห้อเลือด ทำสงฆ์ให้แตกกัน)

    2. เป็นผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องกั้น - มีสัมมาทิฎฐิ

    3. เป็นผู้ไม่มีวิบากเป็นเครื่องกั้น (ผลที่ได้รับจากการกระทำ) – เกิดในภพที่พอจะบรรลุธรรมได้ เช่น โลกมนุษย์ สวรรค์ถึงชั้นพรหม ยกเว้น อรูปพรหม เพราะด้วยเหตุปัจจัยที่เกิดของสภาวะภพนั้น

    4. เป็นผู้มีศรัทธา - มีความลงใจ มั่นใจ

    5. เป็นผู้มีฉันทะ - เกิดความพอใจทำให้มีการพัฒนา

    6. เป็นผู้มีปัญญา - โยนิโสมนสิการ (ใคร่ครวญธรรม)

     

    #87_โวโรปิตสูตร คือ การไม่ทำอนันตริยกรรม 5 และเป็นผู้มีปัญญา


    #88_สุสสูสติสูตร

    1. ตั้งใจฟังด้วยดี 2. เงี่ยโสตสดับ 3. ตั้งใจใฝ่รู้ (ข้อ 1-3 เปรียบกับช้าง และม้าอาชาไนย) 4. ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ 5. ทิ้งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ 6. ประกอบด้วยอนุโลมิกขันติ (การพิจารณาที่เกื้อกูลแก่การบรรลุอริยสัจ 4)

     

    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต สีติวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • สภาวะดับเย็น-นิพพาน [6636-6t]

    #83_ อัคคธัมมสูตร (เป็นธรรมคู่ตรงข้าม-ทำให้แจ้งหรือไม่แจ้งอรหัตผล) ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 6 ประการนี้ เป็นผู้อาจทำให้แจ้งอรหัตผล คือ

    1. เป็นผู้มีศรัทธา-ศรัทธาในพระรัตนตรัย (ระดับของศรัทธา คือ “อมูลิกาศรัทธา” เชื่อแบบงมงาย ไม่มีมูลเหตุผล, “อาการวตีศรัทธา” ประกอบด้วยปัญญา เข้าใจเหตุผล-เหตุปัจจัย, “อจลศรัทธา” โสดาบัน ไม่หวั่นไหว)

    2. เป็นผู้มีหิริ (ละอาย) 3. โอตตัปปะ (เกรงกลัวต่อบาป)

    4. เป็นผู้ปรารภความเพียร-ทำจริงแน่วแน่จริง อกุศลลดลง-กุศลเพิ่มขึ้น

    5. เป็นผู้มีปัญญา-3 ระดับ (สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา)

    6. เป็นผู้ไม่ห่วงใยกาย และชีวิต-ปล่อยวางตัวตนด้วยปัญญา

     

    #84_รัตติทิวสสูตร (เป็นธรรมคู่ตรงข้าม-เจริญหรือเสื่อมในกุศลธรรม) ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 6 ประการนี้ จะเจริญในกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่เสื่อมเลย คือ 1. เป็นผู้ไม่มักมาก (สันโดษ)-ยินดีตามมีตามได้ ไม่คับแค้นใจ 2. มีศรัทธา 3. มีศีล 4. ปรารภความเพียร 5. มีสติ 6. มีปัญญา

    *เมื่อมีเครื่องทดสอบมากระทบแล้ว ยังนิ่งเฉยอยู่ได้ การรักษาและทำให้เจริญในกุศลธรรมทั้งหลาย จะทำให้อินทรีย์แก่กล้าขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการพัฒนาปัญญาให้คมขึ้นไปสู่การหลุดพ้นได้


    #85_สีติภาวสูตร (เป็นธรรมคู่ตรงข้าม-ทำนิพพานให้แจ้งได้หรือไม่ได้) ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 6 ประการนี้ จะทำนิพพานให้แจ้งได้ คือ

    1. ข่มจิตในสมัยที่ควรข่ม-ให้เข้าสมาธิ

    2. ประคองจิตในสมัยที่ควรประคอง-ปรารภความเพียร

    3. ทำจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรให้ร่าเริง-ทำให้สม่ำเสมอ

    4. วางจิตในสมัยที่ควรวาง-อุเบกขา

    5. น้อมไปในธรรมที่ประณีต-ทำให้ละเอียดยิ่งๆ ขึ้นไป

    6. ยินดียิ่งในนิพพาน-ยินดีในธรรมระงับกิเลส


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อรหัตตวรรค สีติวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • เหตุแห่งการพัฒนา-ความไพบูลย์ในธรรม [6635-6t]

    ทบทวนข้อ #79_อธิคมสูตร เป็นธรรมคู่ตรงข้าม หลักธรรมข้อนี้เป็นการสร้างนิสัยที่ดี และกำจัดนิสัยที่ไม่ดีในชีวิตประจำวัน

    1. เป็นผู้ฉลาดในความเจริญ (เหตุทำให้เกิดกุศลธรรม)

    2. เป็นผู้ฉลาดในความเสื่อม (เหตุทำให้เกิดอกุศลธรรม)

    3. เป็นผู้ฉลาดในอุบาย (วิธีการ / ทางแก้)

    4. สร้างฉันทะเพื่อบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ (ความพอใจในการทำกุศลธรรม)

    5. รักษากุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้ว

    6. ทำกุศลธรรมให้ถึงพร้อมด้วยการทำติดต่อ (ทำให้ติดต่อต่อเนื่องกันไป)

     

    #80_มหัตตสูตร ผู้ประกอบด้วยธรรม 6 ประการนี้ ไม่นานนัก ย่อมบรรลุความเป็นใหญ่ ความไพบูลย์ในธรรมทั้งหลาย (เกิดความก้าวหน้าและละเอียดยิ่งขึ้นไป) ได้แก่

    1. เป็นผู้มากด้วยแสงสว่าง (ญาณ / ความรู้) – ทำในสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้เกิดความชำนาญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

    2. เป็นผู้มากด้วยความเพียร (วิริยะ / ความกล้า) – ปรับเพิ่มความเพียร

    3. เป็นผู้มากด้วยความปลาบปลื้ม (ปีติและปราโมทย์) - ทำให้เกิดกำลังใจในการทำความเพียร

    4. เป็นผู้มากด้วยความไม่สันโดษ (ทำความเพียรยิ่งขึ้นในกุศลธรรมทั้งหลาย) – ขวนขวายมากไม่อิ่มไม่พอในกุศลธรรม

    5. เป็นผู้ไม่ทอดธุระ (รับเป็นภาระให้)

    6. ทำความเพียรให้ยิ่งขึ้นในกุศลธรรมทั้งหลาย (ทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป)

     

    #81_ปฐมนิรยสูตร และ #82_ทุติยนิรยสูตร เป็นธรรมคู่ตรงข้าม มีหัวข้อแหมือนกันแต่มีไส้ในที่แตกต่างกัน ว่าด้วยผู้ที่ประกอบด้วยธรรมเหล่านี้ย่อมไปสู่นรกหรือสวรรค์ ได้แก่ เป็นผู้ทุศีล (ผิดศีล 5 ข้อ 1-4), มีความปรารถนาชั่ว (อกุศลธรรม), เป็นมิจฉาทิฏฐิ, พูดเท็จ, พูดส่อเสียด (ยุยง), พูดคำหยาบ, พูดเพ้อเจ้อ, มักโลภ, มีความคะนอง (ประมาท)

     

    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อรหัตตวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • ธรรมที่เป็นเหตุให้มีสุขโสมนัส [6634-6t]

    #78_สุขโสมนัสสสูตร ผู้ประกอบด้วยธรรม 6 การนี้ จะเป็นเหตุให้มีสุขโสมนัส (เนกขัมมะสุข คือ สุขที่เกิดจากการออกจากกาม) และถึงความสิ้นอาสวะ ได้แก่

    1.      เป็นผู้ยินดีในธรรม

    2.      เป็นผู้ยินดีในภาวนา (ทำให้เจริญ / พัฒนา)

    3.      เป็นผู้ยินดีในการละ (ละสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย)

    4.      เป็นผู้ยินดีในปวิเวก (สงัดจากเสียงและการคลุกคลีด้วยหมู่)

    5.      เป็นผู้ยินดีในความไม่พยาบาท (คิดปองร้ายเพ่งไปที่ภายนอก) เริ่มจากความไม่เพลินไปในปฏิฆะ (ความขัดเคือง) -> โกรธ (คิดอยู่ภายใน) -> พยาบาท (เพ่งไปที่ภายนอก)

    6.      เป็นผู้ยินดีในธรรมที่ไม่เป็นเครื่องเนิ่นช้า (นิพพาน) พัฒนากุศลธรรมให้เจริญยิ่งขึ้น


    #79_อธิคมสูตร เป็นธรรมคู่เปรียบเทียบ คือ ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 6 การนี้ (ธรรมที่เป็นเหตุปรารภความเพียร) จะบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุหรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญได้หรือไม่ได้

    1.      เป็นผู้ฉลาดในความเจริญ (เหตุทำให้เกิดกุศลธรรม)

    2.      เป็นผู้ฉลาดในความเสื่อม (เหตุทำให้เกิดอกุศลธรรม)

    3.      เป็นผู้ฉลาดในอุบาย (วิธีการ / ทางแก้)

    4.      สร้างฉันทะเพื่อบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ (ความพอใจในการทำกุศลธรรม)

    5.      รักษากุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้ว

    6.      ทำกุศลธรรมให้ถึงพร้อมด้วยการทำติดต่อ (ทำติดต่อต่อเนื่อง)


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อรหัตตวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • ธรรมของผู้ที่จะบรรลุอรหัตผล [6633-6t]

    #75_ทุกขสูตร ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 6 ประการนี้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เร่าร้อน หลังจากตายแล้ว พึงหวังได้ทุคติ คือ คิดตริตรึกหมายรู้ไปในกาม พยาบาท และเบียดเบียน (วิหิงสา)

    และธรรมคู่ต่างกันที่เมื่อประกอบแล้วย่อมอยู่เป็นสุข คือ คิดตริตรึกหมายรู้ออกจากกาม พยาบาท และเบียดเบียน

    *วิหิงสา นอกจะมีความหมายว่าเบียดเบียนแล้ว อาจจะมีความหมายได้อีกว่า เป็นการกระทำที่ไร้ผล เปล่าประโยชน์


    #76_อรหัตตสูตร ผู้ที่ละธรรม 6 ประการนี้ได้ หรือ ไม่ได้ ย่อมทำให้แจ้ง หรือมิอาจแจ้งซึ่งอรหัตผลได้ คือ

    1. มานะ (ความถือตัวว่ามีตัวตน “อัตตา”)
    2. โอมานะ (สำคัญว่าด้อยกว่าเขา หรือ แกล้งลดตัว)
    3. อติมานะ (ยกตัวขึ้นมาดูหมิ่นเขา)
    4. อธิมานะ (ความเข้าใจผิด ถือตัวจัด “มานะ 9”)
    5. ถัมภะ (ความหัวดื้อ)
    6. อตินิปาตะ (สำคัญตนว่าเลว) 

    พระอรหันต์กำจัดแล้วซึ่งกิเลสและอวิชชา และเพราะรู้แล้วเพราะเห็นแล้ว จึงไม่สำคัญความเป็นตัวตนขึ้นมา


    #77_อุตตริมนุสสธัมมสูตร ผู้ที่ละธรรม 6 ประการนี้ได้ หรือ ไม่ได้ อาจทำให้แจ้ง หรือ มิอาจแจ้งซึ่งญาณทัสสนะที่ยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ ได้แก่ ความหลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค การหลอกลวง การพูดป้อยอ หรือจะสรุปกล่าวได้ว่าคือ ความมั่นคง แน่วแน่ ไม่หวั่นไหวในไตรสิกขานั่นเอง (ศีล สมาธิ ปัญญา)


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต อรหัตตวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • การบรรลุปฐมฌาน [6632-6t]

    อุปสรรคที่จะมาเป็นเครื่องกั้นเครื่องขวางทำให้เราเข้าฌานสมาธิไม่ค่อยได้ นอกจากข้อใดข้อหนึ่งในนิวรณ์ 5 แล้ว ยังมีเหตุอะไรอีกบ้าง ที่เป็นเหตุทำให้ได้บรรลุหรือมิอาจบรรลุปฐมฌานได้


    ปฐม-ทุติยตัชฌานสูตร เป็นธรรมคู่ตรงข้าม ที่เมื่อละธรรม 6 ประการนี้ได้ หรือยังละไม่ได้ จะเป็นเหตุให้บรรลุ หรือมิอาจบรรลุปฐมฌาน

     

    #73_ปฐมตัชฌานสูตร

    1. กามฉันทะ คือ ความพอใจ กำหนัด ยินดีในวัตถุกามที่ทำให้เกิดกามสัญญา และกามวิตกตามมา

    2. พยาบาท คือ ความคิดร้าย เริ่มจากความขัดเคืองเล็กน้อยกลายเป็น -> ความโกรธ (ร้อนลุ่มอยู่ภายใน) แรงขึ้นเป็น -> โทสะ (เพ่งไปที่บุคคลข้างนอก) -> พยาบาท -> ผูกเวร

    3.  ถีนมิทธะ คือ ความขี้เกียจ ท้อแท้ อ่อนแอ หมดอาลัย ไร้กำลังทั้งกายใจ ไม่ฮึกเหิม

    4. อุทธัจจกุกกุจจะ คือ ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ คิดมาในทางกาม

    5. วิจิกิจฉา คือ ความไม่ลงใจ

    6.  ไม่เห็นโทษในกามทั้งหลายด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง


    #74_ทุติยตัชฌานสูตร คือ

    กามวิตก - กามสัญญา (คิดตริตรึกหมายรู้มาในทางกาม)

    พยาบาทวิตก - พยาบาทสัญญา (คิดตริตรึกหมายรู้มาในพยาบาท)

    วิหิงสาวิตก - วิหิงสาสัญญา (คิดตริตรึกหมายรู้มาในทางเบียดเบียน)


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต เทวตาวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    51 min
  • ธรรมเพื่อความไม่เสื่อม [6631-6t]

    #69_เทวตาสูตร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย ทรงปรารภถึงเทวดาตนหนึ่งที่เข้ามากราบทูลเรื่องธรรม 6 ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อม คือ ความเป็นผู้เคารพในพระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์, สิกขา, เป็นผู้ว่าง่าย, ความเป็นผู้มีมิตรดี เมื่อท่านพระสารีบุตรได้ฟังจบแล้วก็ได้ทำความละเอียดในธรรมอีก 4 อย่างแต่ละหัวข้อ คือ ตัวเองเป็นเอง / สรรเสริญคนที่เป็น / ชักชวนผู้อื่นให้มาเป็น / ประกาศคุณของผู้ที่ทำได้ขึ้นมา


    #70_ สมาธิสูตร ว่าด้วยสมาธิที่มีความสงบ ปราณีต ระงับ เป็นหนึ่ง เป็นผลให้ได้วิชชา 6 คือ มีฤทธิ์, หูทิพย์, รู้ใจผู้อื่น, ระลึกชาติได้, ตาทิพย์, ทำอาสวะให้หมดสิ้นไป

     

    #71_สักขิภัพพสูตร เหตุที่จะทำให้เกิดปัญญา คือ เห็นธรรมฝ่ายเสื่อม (นิวรณ์), ธรรมฝ่ายคงที่ (มิจฉาสติ), ธรรมฝ่ายคุณวิเศษ (สมาธิที่คล่องแคล่ว), ธรรมฝ่ายชำแรกกิเลส (วิปัสสนาญาณ), เอื้อเฟื้อเอาใจใส่, ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ (สบายแก่มาธิ)

     

    #72_พลสูตร ความมีกำลังในสมาธิ 6 ประการ คือ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ (อดทนต่อผัสสะ), ผู้ฉลาดในการดำรงอยู่ในสมาธิ (สมาธิตั้งอยู่ได้นาน), ฉลาดในการออกจากสมาธิ (เลื่อนสมาธิสู่ขั้นที่สูงขึ้น), ทำสมาธิโดยเอื้อเฟื้อ (สมถะ วิปัสสนา อุเบกขา), ทำโดยติดต่อ (ทุกอิริยาบถ), ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ


    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต เทวตาวรรค

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min

About 6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

From the publisher's feed

ในพระไตรปิฏกมีอะไร ทำความเข้าใจไปทีละข้อ, เปิดไปทีละหน้า, ให้จบไปทีละเล่ม, พบกับพระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ และ คุณเตือนใจ สินธุวณิก, ล้อมวงกันมาฟัง มั่วสุมกันมาศึกษา จะพบขุมทรัพย์ทางปัญญา ในช่วง…

More shows like 6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

1 สมการชีวิต by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

1 สมการชีวิต

3 Listeners

5 นิทานพรรณนา by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

5 นิทานพรรณนา

2 Listeners

2 จิตตวิเวก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

2 จิตตวิเวก

5 Listeners

4 คลังพระสูตร by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

4 คลังพระสูตร

3 Listeners

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

2 Listeners

3 ใต้ร่มโพธิบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

3 ใต้ร่มโพธิบท

2 Listeners

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส by วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส

1 Listeners

10 Sunday Dhamma Talk by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

10 Sunday Dhamma Talk

0 Listeners

8 PureDhamma by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

8 PureDhamma

0 Listeners

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท

0 Listeners