๑. มนุษย์เงินเดือนค่าจ้างไม่ถึง 3 หมื่น/เดือน เหลือ 2.1 ล้านคน ต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา
ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้ภาคเอกชนปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานของตนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มนุษย์เงินเดือนในไต้หวันที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 3 หมื่นเหลือเพียง 2.1 ล้านคน น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สำนักบัญชีกลาง ไต้หวันได้รายงานผลการสำรวจกำลังแรงงานไต้หวัน พบว่า เงินเดือนเฉลี่ยเมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้ ที่ต่ำกว่า 3 หมื่น/เดือน มีจำนวนเพียง 2.107 ล้านคน ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
การสำรวจดังกล่าวระบุว่า จนถึงเดือน พ.ค. ปีนี้ มีลูกจ้างรวม 9.146 ล้านคน เฉลี่ยค่าจ้าง 4.0879 หมื่น/เดือน และเมื่อพิจารณาจากการกระจายของประชากรที่มีเงินเดือนต่างกันแล้ว ผู้มีเงินเดือนไม่ถึง 3 หมื่น ลดลงเหลือ 2.107 ล้านคน คิดเป็น 23.03% ลดลงถึง 18.65% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
คุณเฉินฮุ่ยซิน รอง ผอ. กองสำรวจสถานการณ์แห่งชาติ สำนักบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวัน เปิดเผยว่า เงินเดือนก็ขึ้นตามปกติเป็นเรื่องธรรมดา อีกอย่างก็คือรัฐบาลมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนในช่วงนี้นายจ้างก็มีการปรับเงินเดือนอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นผลต่อการดันมาตรฐานค่าจ้างเงินเดือนให้สูงขึ้น ทำให้ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 3 หมื่นลดลงเป็นลำดับ
ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 3 หมื่น/เดือน มีจำนวนลดลงเป็นลำดับ ส่วนผู้มีเงินเดือนระหว่าง 3-5 หมื่น/เดือน เพิ่มขึ้นเป็น 5.03 ล้านคน คิดเป็น 54.99% ส่วนผู้มีเงินเดือน 5 หมื่น/เดือน ขึ้นไป ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2.01 ล้านคน สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 21.97% ของผู้ทำงานทั้งหมด
นอกจากจำนวนผู้มีเงินเดือนประจำมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ลูกจ้างชั่วคราวหรือแบบจ้างเหมาเมื่อเดือน พ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 7.98 แสนคน เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. ปีที่แล้วประมาณ 1000 คน คิดเป็นสัดส่วน 7.02% ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด
๒. บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก NVIDIA เตรียมลงทุนศูนย์โลจิสติกส์ในไต้หวัน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางหวางเหม่ยฮัว รมว. เศรษฐการไต้หวันได้ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อไต้หวันยืนยันว่า แม้ในช่วงที่ผ่านา ทางการจีนจะข่มขู่คุกคามไต้หวันทั้งทางการเมืองและทางทหาร แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายบริษัทยังคงประสงค์ที่จะเข้ามาลงทุนในไต้หวัน อย่างบริษัท NVIDIA ก็จะลงทุนเปิดศูนย์โลจิสติกส์ในไต้หวัน ซึ่งมีความหมายในหลายระดับ
เมื่อเดือนที่แล้ว นางหวางฯ ได้นำคณะเยือนสหรัฐฯ ซึ่งได้พบหารือกับนายหวงเหยินซวิน (Jen-Hsun Huang) ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท NVIDIA และช่วงที่ผ่านมาเขาก็ได้เยือนไต้หวัน พบหารือกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลไต้หวัน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการลงทุนในไต้หวันดังกล่าว
รมว. ศก. ไต้หวันเปิดเผยว่า เดิมศูนย์โลจิสติกส์ของ NVIDIA ตั้งอยู่ในฮ่องกง ซึ่งฮ่องกงก็ให้สิทธิพิเศษด้านภาษีพอควร และหลังจากได้หารือกับบริษัท NVIDIA แล้ว ก็สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน NVIDIA จึงตัดสินใจลงทุนเป็นศูนย์โลจิสติกส์ในไต้หวัน
นางหวางเหม่ยฮัว รมว. เศรษฐการ ไต้หวัน
TSMC เป็นบริษัทหลักในการผลิต Graphics Processing Unit (GPU) ให้แก่ NVIDIA ส่วนบริษัทคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ในไต้หวันก็มี NVIDIA เป็นลูกค้ารายใหญ่ของตน นางหวางฯ เปิดเผยอีกว่า การเปิดศูนย์โลจิสติกส์ของ NVIDIA ในไต้หวันมีความหมายทั้งด้านสัญลักษณ์และในทางปฏิบัติที่เป็นจริงด้วย ทำให้อุตสาหกรรมในไต้หวันมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ส่วนประเด็นสถานการณ์ความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวัน จะส่งผลกระทบต่อความต้องการในการมาลงทุนในไต้หวันของทุนต่างชาติหรือไม่นั้น นางหวางเหม่ยฮัวกล่าวอย่างเปิดอกว่า ประเด็นนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่บริษัทต้องพิจารณาด้วย แต่นางหวางฯ ก็บอกว่า พฤติกรรมของจีนไม่กระทบต่อความต้องการในการมาลงทุนในไต้หวันของผู้ประกอบการแต่อย่างใด บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกยังคงต้องการเข้ามาลงทุนในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกับผู้ประกอบการไต้หวันอย่างเหนียวแน่น
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์เครื่องจักรกลในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ASML สัญชาติเนเธอร์แลนด์ก็ได้ประกาศว่า จะขยายการลงทุนในไต้หวัน ส่วนยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ไฮเทคของญี่ปุ่น TEL ก็ได้เริ่มลงมือก่อสร้างดรงงานที่ไถหนานแล้ว เป็นก้าวสำคัญในการประกอบธุรกิจในไต้หวัน
นางหวางเหม่ยฮัว ย้ำว่า ทุนต่างชาติลงทุนในไต้หวันจะมีโอกาสในการร่วมมือที่ดีมาก ไม่เพียงแต่สามารถสร้างผลกำไรได้เท่านั้น หากยังจะเติบโตไปด้วยกัน เป็นผลดีเป็นอย่างมากต่อภาคธุรกิจ
๓. ดัชนีภาคอุตสาหกรรม ต.ค. ติดลบเป็นเดือนที่ 2 แต่ตลอดทั้งปียังมีโอกาสทุบสถิติต่อปี
กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน ต.ค. อยู่ที่ 130.77 ลดลง 3.56% ต่อปี โดยภาคการผลิตที่มีน้ำหนักสูงสุดลดลง 3.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ติดต่อเป็นเดือนที่ 2 ทั้งสองรายการ กระทรวงเศรษฐการเปิดเผยว่า แม้จะติดลบต่อเนื่อง 2 เดือน แต่คาดว่าตัวเลขตลอดทั้งปียังคงมีความหวังที่จะเติบโตในแดนบวก กระทั่งมีความเป็นไปได้ที่จะทุบสถิติที่เคยมีมาอีกด้วย ในขณะที่บรรยากาศทางเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การปรับยอดสินค้าในสต๊อกจะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกของปีหน้า ซึ่งหมายความว่า ภาคการผลิตจะยังคงอยู่ในสภาพสวนกระแสต่อไปในช่วงครึ่งแรกของปีในปีหน้า
สำนักสถิติ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันวิเคราะห์ว่า ผลงานของภาคการผลิตในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ที่สำคัญอาศัยการผลิตอุปกรณ์อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นสำคัญ ส่วนแรกเพื่อสนองความต้องการของการผลิตที่ต้องใช้เทคโนโลยีค่อนข้างสูง ส่วนหลังเป็นส่วนที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตกลับมาไต้หวันของธุรกิจไต้หวันในจีน และอุปสงส์เซิร์ฟเวอร์ชั้นสูงเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่น่าสนใจจับตามองก็คือ อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นจอแสดงผล แอลซีดี ได้สลัดพ้นจากภาวะตกต่ำแล้ว จากเดิมติดลบเป็นบวกแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ แต่จะสามารถรักษาให้อยู่ในภาวะเติบโตต่อไปได้หรือไม่ ยังคงต้องจับตาติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด