
Sign up to save your podcasts
Or


"Hogwarts Legacy กับการโดน boycott"
การออกมาของเกม Hogwarts Legacy กลายเป็นประเด็นทางสังคมออนไลน์และวงการสตรีมมิง เนื่องจากการแบน/boycott หรือ cancel โดยเกมเมอร์และเหล่าผู้ใช้ที่ไม่ถูกใจการวางตัวของ J.K. Rowling นักเขียนนิยาย Harry Potter เจ้าของลิขสิทธิ์ของเกมนี้ ที่เป็น TERF (Trans-Exclusionary Radical Feminist) ที่มีจุดยืนว่า Trans หรือคนข้ามเพศ ไม่ใช่ผู้หญิง และการเป็นคนข้ามเพศนั้นเบียดบังพื้นที่ของผู้หญิงแท้ ๆ ไม่เท่านั้นยังลุกลามไปสู่สตรีมเมอร์ชื่อดังของไทย ที่โดนวิพากษ์คาหน้าจอ casting จนเป็นเรื่องราวดราม่าในทวิตเตอร์ คำถามจึงเกิดขึ้นมาว่า หากผู้ผลิตที่มีจุดยืนและความเชื่อที่ไม่ตรงกับกระแสหลักผลิตงานออกมา แล้วเราไม่ชอบ จำเป็นถึงขั้นที่เราจะต้องแบน หรือตามเข้าไปวิพากษ์จัดหนักคนที่ไม่เกี่ยวข้องเลยหรือ รวมถึงการเป็น TERF นั้นมีเหตุผลอย่างไร อยู่ในเฉดไหนของความคิดทางการเมืองร่วมสมัย ติดตามได้ในตอนนี้เลย
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
The Last of Us on HBO การสร้างมาตรฐานใหม่ของซีรีส์ ที่ปรับจากเกม
เพิ่งผ่านพ้นไปได้ 4 ตอนกับซีรีส์ The Last of Us ที่ถูกปรับจากเกม ซึ่งในตอนแรกได้มีการกล่าวชื่นชมว่าเป็นการปรับจากเกมมาสู่ซีรีส์ได้อย่างเคารพต้นฉบับมากที่สุด และการเล่าเรื่องอย่างระทึกขวัญ ทำให้เป็นซีรีส์ที่ไม่เพียงแต่ปรับจากเกม แต่ยังเป็นการเล่าเรื่องที่ดีในตัวเองอีกด้วย แต่เนื้อเรื่องในตอนที่ 3 ที่ทางผู้สร้างได้ตัดสินใจไม่ทำตามต้นฉบับ และปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปเป็นอีกแนวทางโดยสิ้นเชิง และยังมีฉากเลิฟซีนของเพศเดียวกันอย่างชัดเจน ทำให้ตอนนี้ถูกยกให้เป็นตอนที่ดีที่สุดในประวัติทีวีซีรีส์ที่สร้างมา จึงถูกมองว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานของการสร้างเรื่องราวความรักว่าไม่จำเป็นต้องผูกติดกับชายหญิง หรือเพศในกระแสหลักเท่านั้น แต่อีกฝ่ายก็ยังมองว่า เป็นการยัดเยียดค่านิยมและฉากเหล่านั้นมากเกินไป อีกทั้งความเห็นในโลกออนไลน์ที่ปะทะกันอย่างดุเดือดถึงการที่ไม่เห็นด้วยต่อความเห็นที่ว่าเป็นตอนที่ดี หรือ การบอกว่าไม่ชอบตอนนี้ถือเป็นพวกเหยียดเพศและกลัวการรักเพศเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้สักพักหลังจากที่ซีรีส์ในอังกฤษและสหรัฐฯเน้นความ woke มากยิ่งขึ้น ทว่า The Last of Us จะเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
"ปัญญาประดิษฐ์ AI Chatbot มีผลประทบต่อชีวิตเรามากแค่ไหน"
การเลิกจ้างงานเป็นแผงของบริษัท Big Tech สะท้อนให้เห็นถึงอะไร? เทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์หรือไม่ วันนี้เราจึงมาชวนคุยเกี่ยวกับ ChatGPT ที่เราได้เข้าไปลองเล่นและแชทคุยกับ chatbot ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีคำตอบที่น่าสนใจ และมีการประมวลผลที่รวดเร็ว และยังสามารถเขียนคำตอบเป็นบทความขนาดยาวได้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่า chatbot ดังกล่าวถูกสร้างมาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ ยังมีการใช้ AI ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การให้ AI วาดภาพได้ แน่นอนว่า AI นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์ แต่ AI สามารถจะดำรงอยู่คู่กับมนุษย์ได้จริงหรือไม่ หรือมนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อ AI ในที่สุด
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
"การซื้อชื่อผู้แต่งในบทความวิชาการ จริยธรรมหรือความจำเป็น ในยุคการจ้างงานแบบไม่มั่นคง?"
เพิ่งยังไม่ผ่านไปกับดราม่าที่ขุดประวัติการตีพิมพ์ผลงานวิชาการของนักวิชาการในไทย ไม่ว่าจะเป็นการขุดโดยนักสืบโซเชียล หรือการออกข่าวโทรทัศน์ แน่นอนว่าการซื้อขายงานวิชาการโดยการเอาชื่อไปแปะเพื่อประโยชน์ของชื่อผู้แต่ง ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไม่สมควรทำ แต่การตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใด นักวิชาการจึงต้องถูกบีบคั้นให้มีงานตีพิมพ์ที่กำหนดจำนวน เพื่อเลื่อนตำแหน่ง และได้รับการต่อสัญญาจ้างต่อไป มิเช่นนั้นก็จะถูกเลิกจ้าง หรือไล่ออก ซึ่งนั่นก็สะท้อนความไม่มั่นคงของการจ้างงานนั่นเอง อันเนื่องมาจากการออกนอกระบบ เพื่อความคล่องตัว หรือเพื่ออิสระในการทำงานทางวิชาการก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับงานรับทุน เพราะการแปรสภาพนักวิชาการจากการเป็นผู้รับจ้างมาเป็นผู้สามารถรับงานและผลิตงานด้วยตัวเองนั้น ก็ไม่ต่างกับการเป็นผู้ประกอบการรายย่อย กล่าวคือ เมื่อนักวิชาการกลายเป็นผู้ประกอบการ ความมั่นคงของการจ้างงานก็จะน้อยลงไปด้วย ก็ต้องยืนด้วยขาตัวเองแบบผู้ประกอบการ ที่ต้องบริหารจัดการตัวเองด้วยตัวเอง ผลผลิต หรือ output จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานต้นสังกัดคาดหวัง และผลผลิตนั้นจำเป็นที่จะต้องเป็นค่าตัวชี้วัดที่วัดได้ ซึ่งสำหรับนักวิชาการก็คือจำนวนผลงานวิชาการนั่นเอง จึงเป็นที่มาของการต้องใช้จำนวนผลงานที่นับได้มาเป็นตัวชี้วัดในการประเมินเพื่อต่อสัญญาจ้างงาน แต่การใช้เพียงบริษัทเดียวที่เป็นบริษัทเก็บข้อมูลของผู้แต่งงานวิชาการมาเป็นตัวชี้วัดนั้น เหมาะสมหรือไม่? เราจึงมาพูดคุยกันในตอนนี้
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
Blockdit: bit.ly/2Bi4tuj
Podbean: bit.ly/36QsT9V
Apple Podcasts: apple.co/2TQtROk
Spotify: spoti.fi/2XJqvgX
#TheInfinity #InfinityPodcast #DemocracyXInnovations #สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย
"ธุรกิจจีนในไทยและความฟรีสไตล์"
ที่ผ่านมาในรอบทศวรรษ การรับมือกับการทำธุรกิจกับจีนของไทยนั้นเป็นไปในทิศทางยอมให้จีนได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นอย่างสูง จนเราอาจจะต้องกลับมาถามถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับรัฐไทยในภาพรวม
นอกจากนี้ ประเทศไทยที่พึ่งพาภาคการท่องเที่ยว ที่ตั้งความหวังไว้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่งจะได้เดินทางเข้ามาในประเทศในช่วงต้นปีมานี้ แต่ยังมิได้มีการเตรียมการสำหรับการท่องเที่ยว เช่น การบริการตรวจ PCR ที่มีความรวดเร็ว หรือ การให้บริการจำหน่ายวัคซีนเพื่อหารายได้ การพึ่งพาแต่ภาคการท่องเที่ยวที่ไม่เป็นทางการ ก็คงจะยาก และห่างไกลจากคำว่า "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว"
ดังนั้น รัฐบาลใหม่ ที่ไม่ว่าจะหน้าเก่า หรือหน้าใหม่ หากไม่มีใครให้คำมั่นสัญญาผ่านการหาเสียง หรือออกนโยบาย แก้ไข/ปรับปรุง/เสริมสร้าง นโยบายการรับมือกับต่างประเทศ ในสถานการณ์ที่โลกยังคงช่วงชิงความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้ ย่อมไม่ตอบโจทย์ในสิ่งที่ประเทศนี้ต้องการเป็นหลักอย่างแน่นอน เพราะประเด็นทางเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาหลักของประเทศ นั้นมีความเกี่ยวโยงอย่างแยกไม่ได้กับประเด็น "ทรัพย์ไหล" ออกนอกประเทศเช่นกัน
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
"แนะนำหนังสือ "ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว" และวางแผนการเมืองในปีใหม่"
ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือที่เปรียบดังอาวุธของความรู้ เพราะความรู้และตรรกะเพียงลำพังนั้นไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้ จึงต้องอาศัยข้อมูลเพื่อนำมาใช้พัฒนาอยู่เสมอ ประวัติศาสตร์นั้นมีหลายแง่มุมและสามารถเลือกวัตถุที่ต้องการจะศึกษาได้อยู่เสมอ หนังสือ "ประวัติศาสตร์โลกใน 6 แก้ว" นี้จึงเป็นการเลือกเครื่องดื่ม 6 ชนิดเป็นวัตถุในการศึกษา โดยที่เล่าประวัติศาสตร์ในแต่ละเครื่องดื่มในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขณะเดียวกันเราก็ได้ทราบถึงเกร็ดและเงื่อนไขของประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อสิ่งนั้น ๆ ได้ การรู้ประวัติศาสตร์ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นจริง แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เราคลำทางในอดีตได้
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
"ส่งท้ายปีเก่า กับการเมืองการเลือกตั้งในปีหน้า"
ปีหน้าคงจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งระดับชาติเกิดขึ้น แต่คงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้ลุ้นผลสักเท่าใดนัก เพราะท่ามกลางความหวังที่มีอยู่ ยังมีความมืดมนอยู่ การเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความต้องการและเจตจำนงของประชาชนอาจไม่ได้เป็นภาพที่เราจะได้เห็นในการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากรัฐธรรมนูญยังกำหนดบทเฉพาะกาลอยู่ ทำให้บทเฉพาะกาลนั้นยังเป็นตัวแปรที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประกอบกับปรากฏการณ์การย้ายพรรคและลาออกของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเขย่าครั้งใหญ่ในสภา และเป็นแรงกระเพื่อมให้พรรคการเมืองต้องปรับตัวและปรับกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้า สุดท้ายจึงต้องไม่ลืมว่า การเมืองคือการแย่งชิงและจัดสรรผลประโยชน์ สวัสดีปีใหม่
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
Elon Musk แห่ง Twitter กับความต้องการสร้างกระแสในการเป็น anti-hero
ช่วงเวลาแห่งวันหยุด Elon Musk ได้เข้าซื้อกิจการ Twitter มาได้สักพัก ทั้งที่เขาเป็นนักธุรกิจที่มีฐานะมาก โดยมีทั้งธุรกิจอวกาศและรถไฟฟ้า แต่ก็ชอบปั่นกระแสและกระแสดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิ่งอื่น ๆ เช่น หุ้น หรือ กระแสในโลกออนไลน์จริง ๆ การเข้าซื้อของ Elon ไม่ได้เป็นเพียงความต้องการของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนการ "ขิง" ว่าเขาสามารถทำได้ และสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนรูปแบบของแพลตฟอร์ม ไปในรูปแบบที่ไม่ได้เอาใจแฟน ๆ มากนัก จึงเป็นการแสดงออกในลักษณะของ anti-hero หรือเป็นวายร้ายที่ไม่ได้ต้องการเป็นพระเอกในสังคม ซึ่งต่างกับ Donald Trump หรือ Joe Biden ผู้ซึ่งอย่างไรก็ตามยังเป็น hero ในสายตาของผู้สนับสนุน แต่ Elon Musk อาจเป็นเพียงแค่คนคนหนึ่งที่ต้องการเข้ามาเพื่อเขย่าโลกเท่านั้นเอง
คุยกับเฟิร์สนักวิจัยประเด็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ (ပှၤကညီဖိ) ที่อำเภอกัลยาณิวัฒนากับ sandbox
วันนี้เราได้มีโอกาสคุยกับคุณเฟิร์ส นักวิจัยจากมหาวิทยาเชียงใหม่ ที่ได้มีโอกาสขึ้นไปบนดอยที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา เพื่อไปพบกับกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นเพื่อมานำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เราจึงได้ชักชวนคุณเฟิร์สมาพูดคุยถึงความเป็นมาว่าคุณเฟิร์สไปทำงานข้างบนได้อย่างไร และทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง sandbox การศึกษาในโรงเรียนที่อำเภอกัลยาณิวัฒนาได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังได้เล่าถึงวัฒนธรรม อาหารการกิน วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนความต้องการของพวกเขาที่มีต่อรัฐ ในฐานะที่เป็นประชาชนของรัฐไทยเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ รูปภาพไม่มีความเกี่ยวข้องกันกับพื้นที่วิจัย
การขายที่ดินให้ต่างชาติ กับการท้าทายของความมั่นคงใหม่?
ประเด็นร้อนอีกประเด็นหนึ่งคือ การให้ชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ที่ชาวไทยต่างก็ให้ความเห็นว่า เป็นลักษณะของการขายชาติหรือไม่ เพราะเป็นการให้ต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของ และสามารถดำเนินกิจการหลายอย่างในประเทศไทยได้ ขณะเดียวกันในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี นอร์เวย์ สวีเดน หรือรัสเซียนั้น ก็ต่างอนุญาตให้ต่างชาติเข้าซื้อทรัพย์สินได้ แต่ในกรณีของแคนาดา หรือออสเตรเลีย ที่มีเงื่อนไขในการซื้อทรัพย์สินของชาวต่างชาติ นั่นก็เป็นเพราะมีชาวจีนมาซื้อทรัพย์สินเก็งกำไรเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ และปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับคนในประเทศ จึงต้องมีการชะลอและเพิ่มเงื่อนไขเข้าไป
จึงเป็นข้อสังเกตว่า การเปิดให้ต่างชาติเข้าซื้อทรัพย์สินเพื่อหารายได้นั้น เมื่อถึงจุดที่กลับมาทำให้ตัวเองลำบากเสียเอง ก็ต้องหยุด เพื่อรักษา “ความมั่นคง” ของชาติไว้ เพราะอย่างไรก็ดี เลือดก็ย่อมข้นกว่าน้ำ?
SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ
From the publisher's feed

4 Listeners

0 Listeners

2 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners