1. ไต้หวันเปิดให้แรงงาน 4 ชาติเข้ามาทำงานได้แล้ว ตั้งแต่ 15 ก.พ. แต่ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม นายจ้างซื้อประกันโควิดและจองโรงแรมกักตัวให้
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติในขั้นตอนที่ 2 นอกจากแรงงานอินโดนีเซียและไทยที่เปิดให้นำเข้าได้ในขั้นตอนแรกแล้ว ในขั้นตอนที่ 2 เปิดเพิ่มแรงงานเวียดนามและฟิลิปปินส์ เท่ากับเปิดครบทั้ง 4 ชาติ โดยยกเลิกระบบสะสมคะแนนในขั้นตอนแรกที่ค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน กำหนดให้แรงงานต่างชาติต้องมีใบรับรองฉีดวัคซีนครบโดส และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ประเทศต้นทาง สามารถเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันได้ทุกคน
แรงงานต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ ตั้งแต่ 15 ก.พ. นี้เป็นต้นไป
กระทรวงแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ประเทศต้นทางตามที่กระทรวงแรงงานไต้หวันกำหนด กล่าวคือ ต้องตรวจ PCR ก่อนการเดินทาง 2 วัน โดยไม่รวมวันเดินทาง ใบรับรองผลตรวจต้องเป็นลบ และหลังตรวจ PCR แล้วต้องพักในสถานที่พักหรือโรงแรมเพื่อรอการเดินทาง 1 คนต่อ 1 ห้อง ต้องส่งใบรับรองรับวัคซีนครบโดสให้นายจ้างและ บจง. เพื่ออัปโหลดไปยังเว็บไซต์ของศูนย์ให้บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยาน
หลังจากเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว ต้องตรวจ PCR และรอผลตรวจ ณ สนามบิน หากผลตรวจออกมาเป็นลบ สามารถไปกักตัว 14 วันที่โรงแรมกักตัว แต่หากผลตรวจเป็นบวกต้องส่งไปรักษาหรือแยกกักตัว โดยเบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันโควิดที่นายจ้างซื้อไว้ให้ สำหรับผู้ที่กักตัวในโรงแรม ก่อนสิ้นสุดการกักตัว 14 วัน ต้องตรวจ PCR อีก 1 ครั้ง จึงจะไปสังเกตอาการ 7 วันในโรงแรมกักตัวหรือสถานที่ที่นายจ้างหรือบริษัทจัดหางานจัดให้
แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้าไต้หวันก่อนหน้านี้
สำนักงานบริหารแรงงานต่างชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวเตือนว่า ค่าใช้จ่ายในการกักตัวของแรงงานต่างชาติ หลังเข้าสู่ไต้หวันแล้ว ประกอบด้วยค่าโรงแรมกักตัว อาหารและค่ารถรับส่ง นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ห้ามผลักภาระไปให้แรงงานต่างชาติเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ส่วนค่าตรวจ PCR ก่อนการเดินทาง ให้ตกลงกันเองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
แรงงานต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ ตั้งแต่ 15 ก.พ. นี้เป็นต้นไป
สำหรับค่าจ้างระหว่างกักตัวและสังเกตอาการ ช่วงกักตัว 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ นายจ้างรับผิดชอบ 4 วัน อีก 10 วัน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันออกให้ (ยกเว้นผู้เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันและกลับประเทศหลัง 17 มี.ค. 63 ) ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ โดยต้องรอให้อยู่ครบ 14 วัน และทำบัตร ARC เปิดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว จึงจะยื่นขอได้ ดังนั้นเงินก้อนนี้ ปกติจะได้หลังจากเดินทางเข้าไต้หวันแล้วประมาณ 2-3 เดือน ส่วนวันหยุด 2 สัปดาห์ 4 วัน และช่วงสังเกตอาการ 7 วัน รวมเป็น 11 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ
แรงงานต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ ตั้งแต่ 15 ก.พ. นี้เป็นต้นไป
2. แก้วิกฤติขาดแคลนแรงงาน สภาการตรวจสอบเสนอทบทวนนโยบายแรงงานต่างชาติ ให้แรงงานต่างชาติมีคุณภาพอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา
รายงานของสภาการตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานสอดส่องและตรวจสอบนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลระบุว่า เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติและนักธุรกิจไต้หวันในต่างประเทศกลับมาลงทุนที่ไต้หวันจำนวนมาก ทำให้โอกาสทำงานเพิ่มมากขึ้น แต่ไต้หวันกำลังประสบปัญหาวิกฤติเด็กเกิดน้อยและคนสูงวัยเพิ่มมากขึ้น ความประสงค์ในการทำงานของประชาชนแปรเปลี่ยนไป ส่งผลให้ภาวะขาดแคลนแรงงานรุนแรงมากเข้าขั้นวิกฤติ เรียกร้องให้สภาบริหารเร่งทบทวนนโยบายเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติโดยเร็ว แก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงานและคุณภาพแรงงาน เพื่อรักษาศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
รายงานของสภาการตรวจสอบฉบับนี้กล่าวว่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาเด็กเกิดน้อยแต่คนสูงวัยเพิ่มพรวด จากการประมาณการของคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ ในปีค.ศ. 2030 อัตราการเติบโตของประชากรวัยทำงาน 3 ช่วงอายุ ได้แก่ 20-24 ปี 25-34 ปี และ 35-44 ปี จะติดลบ และอัตราการเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงานระหว่างปี 2021-2030 ชะลอลง อัตราการเติบโตของกำลังแรงงานจะลดลงจากอัตราเฉลี่ยต่อปีในอดีต 0.8% ลดลงเหลือ 0.2% โครงสร้างกำลังแรงงานมีแนวโน้มเป็นแรงงานสูงวัย แรงงานที่มีอายุ 55 ปี จะครองสัดส่วนจากเดิม 16.6% เพิ่มเป็น 23.8%
ไต้หวันขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือเป็นจำนวนมาก
รายงานกล่าวว่า ผลจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้นักลงทุนต่างชาติและนักธุรกิจไต้หวันในต่างประเทศเพิ่มการลงทุนในไต้หวันมากขึ้น ทำให้ความต้องแรงงานเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าในปี 2021 ที่ผ่านมา มีการประกาศมาตรการควบคุมพรมแดน แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันไม่ได้ ทำให้ยอดจำนวนลดลงเล็กน้อย แต่ทะลุ 700,000 คน แรงงานต่างชาติที่แต่ไหนแต่ไรมาถือว่า เป็นแรงงานทดแทนชั่วคราวเพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน กำลังกลายเป็นแรงงานทดแทนถาวร รายงานของสภาการตรวจสอบฉบับนี้กล่าวว่า ภายใต้หลักการที่ไม่กระทบโอกาสการทำงานของแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานควรทบทวนนโยบายแรงงานที่ยึดถือมานาน โดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติแหล่งใหม่ และอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานดีมีคุณภาพ ให้สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปอย่างเร่งด่วน
ไต้หวันขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือเป็นจำนวนมาก
3. อย่าลองกฎหมาย! 2 แรงงานอินโดนีเซียในเกาสงหนีกักตัวออกจากห้องพักโรงแรม 1 นาที โดนปรับคนละ 100,000 เหรียญ
2 ลูกเรืออินโดนีเซีย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ระหว่างกักตัวในโรงแรมตามกฎระเบียบ แต่ชวนกันออกไปกินอาหารค่ำ แม้ออกไปเพียง 1 นาทีก็กลับเข้าห้อง แต่ทั้งสองถูกกองอนามัยลงโทษปรับเงินคนละ 100,000 เหรียญ รวมค่าที่พักกักตัวเป็น 270,000 เหรียญไต้หวัน กรมบังคับคดีทวงในส่วนของค่าปรับหลายครั้ง แรงงานทั้ง 2 ไม่มีปัญญาจะจ่าย สุดท้ายให้นายจ้างเป็นผู้สำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยทยอยหักคืนจากค่าจ้าง
กรมบังคับคดี สาขานครเกาสงแถลงว่า แรงงานต่างชาติทั้ง 2 เดินทางมาจากอินโดนีเซีย ถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ก่อนแรงงานอินโดนีเซียจะถูกระงับการเดินทางมาไต้หวันเป็นการชั่วคราว หลังจากนั้นเข้าพักที่โรงแรมกักตัว 14 วันตามกฎระเบียบ แต่ในคืนวันที่ 22 เดือนเดียวกัน แรงงานทั้ง 2 ได้ชวนกันออกจากห้องพักในโรงแรม เพื่อออกไปกินอาหาร แต่ลงมาถึงห้องล็อบบี้ของโรงแรม ถูกพนักงานโรงแรมห้ามไว้ว่าออกไปไม่ได้ จึงกลับเข้าห้องพัก แม้จะออกจากห้องพักเพียง 1 นาที ก็ถือว่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ ถูกปรับคนละ 100,000 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงานทั้ง 2 ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ กองอนามัยทวงมาหลายครั้งไม่สำเร็จ สุดท้ายส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีดำเนินการ
นายจ้างช่วยแรงงานอินโดนีเซียทั้ง 2 ราย สำรองจ่ายค่าปรับคนละ 100,000 เหรียญไปก่อน แล้วค่อยทยอยหักคืนจากค่าจ้างภายหลัง
กรมบังคับคดี สาขานครเกาสงกล่าวว่า แรงงานทั้ง 2 ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ในไต้หวัน แม้จะทวงมาหลายครั้งไม่สามารถจ่ายได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ทำงานอยู่กับบริษัทการประมงแห่งหนึ่งในนครเกาสง จึงสั่งอายัดเงินเดือน แต่เนื่องจากกำลังจะออกทะเลจับปลา นายจ้างเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของแรงงานทั้ง 2 จึงช่วยสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยทยอยหักคืนจากค่าจ้าง กรมบังคับคดีแถลงว่า เงินค่าปรับของแรงงานทั้ง 2 นายจ้างได้ช่วยชำระเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564
4. สุดโหด! แก๊งเวียดนามรับทวงหนี้พนัน 30,000 เหรียญ จับลูกหนี้ชาติเดียวกันไปทรมานไลฟ์สดให้ญาติที่บ้านดู เรียกค่าไถ่ 200,000 เหรียญ แม่เหยื่อโร่แจ้งความข้ามประเทศ ตำรวจไถหนานช่วยตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย
4 แรงงานเวียดนามอ้างช่วยเพื่อนทวงหนี้พนัน 30,000 เหรียญ จับตัวลูกหนี้ซึ่งเป็นแรงงานชาติเดียวกันไปเป็นตัวประกันและทรมาน ถ่ายทอดสดให้ญาติที่บ้านได้ชม จ่ายค่าไถ่ 200,000 เหรียญแล้วจึงจะปล่อยตัว แม่เหยื่อโทรศัพท์แจ้งความข้ามประเทศ ตำรวจไถหนานภายใต้การนำของพนักงานอัยการ สืบทราบว่าผู้ร้ายนำตัวประกันไปกักขังที่ตำบลฉื้อถงในเมืองหยุนหลิน เดินทางไปจับตัวแก๊งทวงหนี้ชาวเวียดนามกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด และช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย
ตำรวจจับแก๊งทวงหนี้ 4 แรงงานเวียดนามจับเพื่อนร่วมชาติที่ติดหนี้พนัน 30,000 ไปเรียกค่าไถ่ 200,000 เหรียญ ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในตำบลฉื้อตง เมืองหยุนหลิน
เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา สถานีตำรวจซ่านฮั่วในนครไถหนานได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากนางเจิ่น ซึ่งอาศัยอยู่ที่เวียดนาม แจ้งความข้ามประเทศว่า นายเหงียน ลูกชายของตนซึ่งทำงานอยู่ในไต้หวัน ติดหนี้พนัน 30,000 เหรียญ ถูกแก๊งทวงหนี้จับตัวไปคุมขัง และทรมานตบหนี โดยใช้เฟซบุ๊กถ่ายทอดสดให้ตนได้ดู พร้อมเรียกค่าไถ่ 200,000 เหรียญ โอนเข้าบัญชีธนาคารที่เวียดนามแล้วจึงยอมปล่อยตัว
หลังได้รับแจ้งแล้ว สถานีตำรวจซ่านฮั่วประสานกับกองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สถานีตำรวจกุยเหริน กองปราบปรามอาชญากรรมเมืองไถหนานและสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นไถหนาน พบว่าตัวประกันเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย หลังจากตรวจสอบข้อมูลทราบเลขหมายโทรศัพท์ แต่โทรศัพท์ปิดเครื่องตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม จึงต้องสอบถามจากแรงงานเวียดนามที่รู้จักตัวประกัน สืบทราบเลขทะเบียนรถยนต์ของแก๊งทวงหนี้ที่ใช้ก่อคดี และตรวจสอบจากระบบบันทึกคดีอาชญากรรม จนพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณใกล้ที่คุมขังเหยื่อ ซึ่งเป็นบ้านเช่าหลังหนึ่งในตำบลฉื้อตง เมืองหยุนหลิน
เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ตำรวจจับแก๊งเวียดนาม 4 คน ทรมานเพื่อนร่วมชาติที่ติดหนี้พนันโดยเรียกค่าไถ่ 480,000 เหรียญไต้หวัน
เมื่อวันที่ 19 มกราคม เวลาประมาณ 21.00 น. ตำรวจหลายสิบนายออกปฏิบัติการล้อมบ้านเช่าหลังดังกล่าวและบุกเข้าไปในบ้าน พบผู้ร้ายทั้ง 4 อยู่ในบ้านเช่า จึงจับตัวได้ทั้งแก๊ง และช่วยเหลือตัวประกันซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายออกมาได้ จากการสอบสวน ผู้ร้ายทั้ง 4 จับตัวนายเหงียนไปจากบ้านพักในนิคมอุตสาหกรรมอู๋กู่ในนครนิวไทเป ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม โดยอ้างว่านายเหงียนติดหนี้พนันเพื่อนจำนวน 30,000 เหรียญไต้หวันแล้วไม่ใช้คืน โดยจับไปคุมขังที่ตำบลฉื้อตงในเมืองหยุนหลิน แล้วใช้สื่อโซเชียลถ่ายทอดสดให้แม่เหยื่อได้เห็นตลอดช่วงทำร้ายและทรมาน พร้อมทั้งเรียกค่าไถ่ 200,000 เหรียญ โดยให้โอนเข้าบัญชีธนาคารในเวียดนามแล้วจึงยอมปล่อยตัว
นายเหงียนแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน อุ้มเพื่อนร่วมชาติไปเรียกค่าไถ่ในป่าที่เหมียวลี่ ภรรยาเหยื่อที่เวียดนามจ่ายค่าไถ่แล้ว 1,500 ล้านด่องยังไม่ยอมปล่อยตัวประกัน ขออีก 500 ล้านด่องถูกจับ
ตำรวจยังพบว่า ผู้ร้ายทั้ง 4 จัดฉากให้เหยื่อพูดคุยและหยอกล้อเล่นกับพวกตน โดยถ่ายคลิปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ทำทีเป็นเพื่อนสนิทกัน หากถูกจับได้อย่างมากก็แค่เป็นคดีฉ้อโกง แต่ตำรวจรู้ทัน ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้ง สามารถคลี่คลายคดีจับตัวประกันไปเรียกค่าไถ่คดีนี้ จับผู้ต้องหาได้ทั้งหมดและช่วยตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย ตำรวจยังมีการตรวจสอบขยายผล เพื่อกวาดล้างขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เมื่อปลายปี 2564 ตำรวจจับนายเหงียนแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน อุ้มเพื่อนร่วมชาติไปเรียกค่าไถ่ในป่าที่เหมียวลี่ ภรรยาเหยื่อที่เวียดนามจ่ายค่าไถ่แล้ว 1,500 ล้านด่องยังไม่ยอมปล่อยตัวประกัน ขออีก 500 ล้านด่อง
นายหลิวอี๋จง รองผู้บังคับการสถานีตำรวจซ่านฮั่วแถลงว่า การพิทักษ์ความปลอดภัยของประชาชน ไม่มีการแบ่งสัญชาติ ใครก็ตามที่อยู่ในไต้หวัน หากได้รับความเสียหาย แนะนำว่าอันดับแรกต้องแจ้งความ พร้อมตั้งมั่นในสติไม่ตื่นตระหนก ให้ความร่วมมือกับตำรวจ โดยไม่ปิดบังข้อเท็จจริงและข้อมูลบางส่วน พร้อมทั้งเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะช่วยแก้ไขปัญหาของผู้เสียหายได้อย่างแน่นอน