๑. รองผู้นำไต้หวันประกาศอาสานำนาวาพรรค DPP หลายฝ่ายสนับสนุน
รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ รองผู้นำไต้หวัน ประกาศลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค DPP ซึ่งเป็นการเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคคนเดิมที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งแสดงความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วย โดยจะมีการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 15 ม.ค. ปีหน้า
ภายหลังจากที่รองผู้นำไต้หวันประกาศอาสานำพานาวาพรรครัฐบาลขับเคลื่อนสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปี 2024 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายเจิ้งเหวินช่าน ผู้ว่านครเถาหยวน ซึ่งเป็นตัวเก็งในตำแหน่งนี้เช่นกันแต่ก็มีข่าวว่าอาจมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ในปลายเดือนนี้ และนายกรัฐมนตรีซูเจินชัง ก็แสดงท่าทีสนับสนุนรองประธานาธิบดีไล่ฯ ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ภายในพรรคฯ ก็มีกระแสเรียกร้องให้รองผู้นำไต้หวันท่านนี้แบกรับภาระกิจอันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยขวากหนาม ยากลำบากยิ่ง สู่การรักษาฐานะความเป็นพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งผู้นำไต้หวันในปี 2024 ส่วนประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ก็ได้แสดงความยินดีและขอให้ประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดีไช่ฯ ย้ำว่า ตนจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายในพรรคฯ แต่จะให้ความช่วยเหลือพรรคฯ ในทุกกรณีที่จะเป็นผลดีต่อพรรคฯ
รองผู้นำไต้หวัน ระบุว่า ตนก็เหมือนกับชาวไต้หวันทุกท่านที่รักในผืนแผ่นดินนี้ จึงได้ตัดสินใจแบกรับภารกิจนี้ หลังจากได้ปรึกษาหารือกับทุก ๆ ฝ่ายภายในพรรคฯ และรายงานให้ประธานาธิบดีไช่ฯ รับทราบแล้วด้วย
รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ รองผู้นำไต้หวัน
๒. ไต้หวันจัดส่งอุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้าช่วยชาวยูเครนเผชิญภัยหนาว มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์
สงครามยูเครนยืดเยื้อมานานกว่า 10 เดือนแล้ว ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถเจรจาให้สันติภาพกลับคืนมาได้เมื่อใด ประกอบกับในช่วงนี้ เป็นช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิติดลบ หิมะตก อากาศหนาวเหน็บ ในขณะที่รัสเซียเร่งถล่มโครงสร้างพื้นฐานในยูเครนเป็นการใหญ่ บางวันยิงขีปนาวุธถล่มนับร้อยลูก ทำให้ชาวยูเครนต้องเผชิญกับภาวะหนาวเหน็บขาดก๊าซและไฟฟ้าในการทำความอบอุ่น ไต้หวันจึงตัดสินใจบริจาคเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้แก่ชาวเคียฟ นครหลวงของยูเครน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 30 ล้านเหรียญไต้หวัน
นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ในฐานะตัวแทนรัฐบาลได้จัดทำบันทึกความเข้าใจจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามูลค่ารวม 1 ล้านดอลลาร์ บริจาคให้แก่กรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครน ช่วยเหลือให้ชาวเคียฟกว่า 3 ล้านคน ผ่านพ้นหน้าหนาวนี้ไปได้ด้วยดี โดยลงนามร่วมกับนาย Vitali Klitschko ผู้ว่าการกรุงเคียฟ และ Grygorii Malenko ประธานมูลนิธิองค์กรการกุศลกรุงเคียฟ (Charitable Fund “Darnychany”)
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า รัสเซียรุกรานยูเครนมานานกว่า 10 เดือนแล้ว ชาวยูเครนต่อสู้ด้วยความองอาจกล้าหาญ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเมื่อใด และในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธทำลายโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานไฟฟ้าของยูเครนหลายแห่ง ทำให้กรุงเคียฟไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องหลายวันมาแล้ว ประกอบกับในช่วงนี้อุณหภูมิที่กรุงเคียฟต่ำกว่า 0 องศา โดยเฉพาะยามค่ำคืนจะหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น รัฐบาลไต้หวันจึงตัดสินใจช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน โดยจัดซื้ออุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้ามอบให้กรุงเคียฟ และยังจัดส่งผ้าพันคอ ถุงมือ เสื้อผ้ากันหนาว ผ้าห่ม และอาหารสำเร็จรูปส่งไปช่วยเหลือชาวยูเครน ส่งมอบความอบอุ่นจากรัฐบาลและประชาชนชาวไต้หวันไปยังชาวยูเครนต่อสู้กับภัยหนาว ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันย้ำว่า ไต้หวันกับยูเครนมีอุดมการณ์และความเด็ดเดี่ยวที่จะต้องปกป้องอธิปไตยแห่งชาติของตน ทั้งสองประเทศยืนอยู่แนวหน้าสุดของการต่อต้านการขยายอิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยม ไต้หวันยินดีให้ความช่วยเหลือส่งความอบอุ่นจากรัฐบาลและประชาชนชาวไต้หวัน ในฐานะผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับชาวยูเครน ยืนข้างชาวยูเครนในยามที่ชาวยูเครนต้องการมากที่สุด
นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) โชว์บันทึกความเข้าใจช่วยเหลือยูเครน
๓. นักธุรกิจไต้หวันในจีน 8 แสนราย อาจกลายเป็นตัวประกันของจีน ดูได้จากตัวอย่างดาราชื่อดังไต้หวัน ต้องทิ้งเงินมหาศาลในจีนเพื่อเอาตัวรอด
นิตยสารรายสัปดาห์ จินโจวคาน หรือ BToday Magazine ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังในไต้หวัน ฉบับล่าสุดได้ขึ้นปกด้วยข้อความที่น่าวิตกแทนบรรดานักธุรกิจไต้หวันในจีน “นักธุรกิจไต้หวันในจีน 8 แสนคน อาจกลายเป็นตัวประกันของสีฯ ตัวอย่างศึกษา หลินยุ่ยหยาง ดาราดังไต้หวัน กับภรรยาอดีตดาราดังในไต้หวัน” ทั้งสองหันไปเอาดีทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขายตรงในจีน จนร่ำรวยทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน ตอนนี้ก็ตกระกำลำบากถูกทางการจีนตามล้างตามเช็ดเรื่องภาษีย้อนหลังภายใต้นโยบาย “มั่งคั่งไปด้วยกัน” ของผู้นำจีน
ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันที่เหินห่างกันมากขึ้นเป็นลำดับ เป็นปัจจัยที่เร่งให้นักธุรกิจไต้หวันต้องเร่งอพยพหนีออกจากจีน การสำรวจล่าสุดของคลังสมองวอชิงตัน สหรัฐฯ พบว่า ปัจจุบันมีนักธุรกิจไต้หวันในจีนอพยพออกจากจีนแล้ว 26% ส่วนอีก 33% กำลังพิจารณาที่จะอพยพออกจากจีน และภายใต้นโยบายดังกล่าวของเขา คลื่นอพยพของนักธุรกิจไต้หวันในจีนจะยังคงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ แต่นักธุรกิจไต้หวันเหล่านี้จะหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยอย่างไร ส่วนนักธุรกิจไต้หวันที่ยังคงเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ปักหลักประกอบธุรกิจในจีนต่อไป จะเอาตัวรอดได้อย่างไร ล้วนเป็นประเด็นที่เราต้องไปสืบค้นให้กระจ่าง
หลินยุ่ยหยาง (ขวา) จางถิง สองดาราคู่พระคู่นางไต้หวัน ที่ประกอบธุรกิจในจีนจนร่ำรวย แต่กำลังตกชะตากรรมถูกทางการจีนคิดบัญชีย้อนหลังตามนโยบาย "รวยไปด้วยกัน"
บทความชิ้นนี้ ได้ยกตัวอย่างนักธุรกิจไต้หวันที่ประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิม ที่มีประสบการณ์การลงทุนในจีนมากกว่า 20 ปี ซึ่งตอนนี้อยู่ในภาวะวิตกกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงในจีนเป็นอย่างมาก อาทิ เงินฝากนับสิบล้านในบัญชีเงินฝากในจีน อาจถูกตรวจสอบและชี้แจงที่มาที่ไป หรือสั่งให้จ่ายภาษีเพิ่มเติม ทำให้พวกเขารู้สึกกลัวมาก
บทความระบุว่า นับตั้งแต่ที่จีนก้าวสู่การปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา ได้แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรก “ให้คนส่วนหนึ่งรวยก่อน” ระยะสองเป็นสังคมชนชั้นกลางมากขึ้น กระทั่งในตอนนี้ได้ก้าวสู่ขึ้นขั้นตอนของการคิดบัญชีกับคนมีเงินหรือที่จีนเรียกว่า “รวยไปด้วยกัน” ทำให้นักธุรกิจไต้หวันที่ประกอบธุรกรรมในจีนมานานควรทำอย่างไร?
ก่อนการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ทางการสีจิ้นผิง ได้ประกาศคำขวัญ ยึดการหมุนเวียนภายในเป็นหลัก ส่วนการหมุนเวียนภายนอกจะเป็นตัวเสริม ซึ่งก็คือ “สังคมนิยมยุคสมัยใหม่ที่มีเอกลักษณ์แบบจีน” พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ความทันสมัยของสังคมนิยมเอกลักษณ์แบบจีน ก็คือการครองทรัพย์สินร่วมกันเป็นหลัก กรรมสิทธิเอกชนเป็นรองและจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล จึงจะให้คุณมีสิทธิครอบครองทรัพย์สินได้โดยเอกเทศ
ประกาศเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินของ 2 ดาราไต้หวันที่ประกอบธุรกิจในจีน
ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ บริษัทหรือกลุ่มทุนอาลีบาบา ซึ่งเป็นธุรกิจเอกชนของแจ็กหม่า หรือหม่าหยุน ในเมื่อคุณทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่ข้า สีจิ้นผิง จะไม่ยอมให้จรเข้ยักษ์ของระบอบทุนนิยมอยู่ในจีน ธุรกิจของคุณโตมาขนาดนี้แล้ว รัฐบาลก็เอาเงินมาซื้อหุ้นคืน เข้าไปถือหุ้นใหญ่ เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ลงคะแนนเสียงในแต่ละครั้งก็จะเป็นเสียงส่วนใหญ่ แต่จีนไม่ได้คิดแบบนี้ ข้ามีเสียงเดียวก็วีโต้ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมติสำคัญ ถ้าข้าบอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้ ไม่ได้ทุกอย่าง
ในกฎหมายไม่มีส่วนที่จะให้อำนาจในการวีโต้ แต่เราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าตอนนี้มีบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตออฟติ้งส์อยู่ไม่กี่บริษัท หาก “เบื้องบนส่งคนมาเป็นกรรมการบริหารใช้สิทธิวีโต้ คนอื่นก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้าน ข้างวงในบอกว่า สิทธิวีโต้จะถูกบรรจุไว้ในกฎหมายในอนาคตอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ได้เปิดเผยเท่านั้น
ทางการจีนต้องการเข้าควบคุมธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจต่างชาติก็ต้องควบคุม ธุรกิจไต้หวันก็ยิ่งต้องเข้าควบคุม สรุปแล้วก็คือพวกนายทุนจะต้องควบคุมให้อยู่หมัด ไม่ควบคุมไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่เมื่อคุณทำกำไรมหาศาลแล้วจะขนกำไรกลับบ้านหมด มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่างดาราหนุ่มรูปหล่อไต้หวัน หลินยุ่ยหยาง กับภรรยาสาว จางถิง เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าต้องการให้คุณ “ใช้เงินมาซื้อชีวิต” เป็นสิ่งที่จีนกำลังจะทำในตอนนี้
ค้าขายก็ต้องจ่ายภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากร ภาษีการค้า รายได้ส่วนบุคคลและของบริษัทก็ต้องจ่ายภาษีเงินได้ แล้วยังมีภาษีอะไรอีก อันแรกก็คือ อสังหาริมทรัพย์ อย่างที่ 2 คือ ภาษีมรดก อย่างบ้านในจีน ตอนซื้อ 7-8 ล้านหยวน แต่ตอนนี้ราคาพุ่งเป็น 26 ล้านหยวน ถ้าไม่รีบขาย ต่อไปก็ต้องจ่ายภาษีแน่ๆ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีโรงเรือน และยังมีทรัพย์สินที่คุณจะเก็บไว้ให้ลูกหลาน คุณก็ต้องจ่ายภาษีมรดกอีก
“การจัดสรรครั้งที่ 3” ก็คือ “รวยไปด้วยกัน หัวใจสำคัญที่สุดของมันก็คือ เขาต้องการให้บริษัทใหญ่ ๆ บริจาคเงินให้แก่รัฐบาล กองทุนดูแลผู้สูงวัย คุณกำไรอย่างมหาศาลขนาดนี้ ถ้ารัฐบาลมาตรวจเรื่องภาษี คุณก็เสร็จแน่ สู้รีบบริจาคตอนนี้ไม่ได้ บริษัทต่างๆ ก็ต้องบริจาค เมื่อก่อนไม่มีระเบียบข้อกำหนด แต่ตอนนี้ต้องวางกรอบ ต้องบริจาค
ตอนนี้ ทางการจีนได้จัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่มีเงินฝาก 10 ล้านหยวนขึ้นไป เพื่อทวงภาษี พอคุณไปถึงสนามบินเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ก็คงต้องถูกขอดูหลักฐานการเสียภาษี ไม่งั้นคุณก็เดินทางออกจากจีนไม่ได้ เป็นความจริง เพราะฉะนั้น นักธุรกิจไต้หวันตอนนี้จึงเริ่มรู้สึกวิตกกังวลและกลัวมาก
ส่วนประเด็นที่ว่าจะมีการดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่ ก็ต้องดูจากนโยบายโควิดเป็น 0 ตอนนี้จริงจังจนมีคนอยากฆ่าตัวตาย คุณก็น่าจะเข้าใจได้ว่า เมื่อจีนคอมมิวนิสต์ตัดสินใจกลับไปใช้แนวทางลัทธิสังคมนิยมแบบเดิมแล้ว ก็จะดันต่อไปแบบหัวชนฝา
ตอนนี้ แจ็กหม่าอยู่ไหน? หม่าฮั่วเถิง เจ้าของเทนเซ็นอยู่ไหน? คุณคิดว่าต่อต้านหรือคัดค้านจะมีประโยชน์ไหม? เมื่อ 2 ปีก่อนในจีนมีประโยคหนึ่งยอดฮิตในตอนนั้นว่า “นอนราบ คุณรู้สึกว่านอนราบมาจากที่ไหน ความจริงไม่เฉพาะคนรุ่นใหม่เท่านั้น ยังมีนักธุรกิจเหล่านี้ ใครอีกหลาย ๆ คน ก็อยากจะนอนราบเหมือนกัน
แล้วนักธุรกิจไต้หวันจะมีชะตากรรมอย่างไร ความจริงแล้ว นักธุรกิจไต้หวันมีความละเอียดอ่อนมากว่านักธุรกิจต่างชาติ พูดตรง ๆ ก็คือ ตอนนี้ต้องคิดถึงปัญหาหนึ่ง เมื่อนักธุรกิจไต้หวันกลายเป็นตัวประกัน 8 แสนคนเป็นตัวประกัน กลายเป็นว่า ตัวประกันที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกอยู่ในจีน
แจ็ก หม่า หรือ หม่าหยุน ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ปัจจุบันมีข่าวลือว่าใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่น เพื่อหลบการตามล้างตามเช็ดจากจีน