“ขณะนั้นยิระมะยาจึงทูลแก่ซิดคียาว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพลโยธาทั้งหลาย, เป็นพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, ถ้าแม้นท่านจะออกไปหาเจ้านายแห่งกษัตริย์เมืองบาบูโลนเป็นแน่, แล้วท่านจึงจะได้รอดชีวิตของท่าน, แลเมืองนี้จะไม่ต้องเผาผลาญเสียด้วยไฟ, แลท่านจะได้มีชีวิตจำเริญอยู่, กับทั้งครอบครัวของท่าน. ถ้าแม้นท่านไม่ได้ออกไปหาพวกเจ้านายของกษัตริย์เมืองบาบูโลน, แล้วเมืองนี้จะต้องมอบไว้ในมือพวกเคเซ็ด, แลเขาทั้งปวงจะเผาผลาญกรุงนี้เสียด้วยไฟ, แลท่านจะไม่พ้นจากเมืองของเขาไปได้. ส่วนซิดคียากษัตริย์จึงตรัสแก่ยิระมะยาว่า, เรากลัวพวกยูดายที่ได้ต้องตกค้างอยู่กับพวกเคเซ็ด, เกลือกว่าพวกยูดายจะมอบหัวเราไว้ในมือพวกเคเซ็ด, แลเขาทั้งหลายจะล้อเลียนเรา. ฝ่ายยิระมะยาจึงทูลตอบว่า, พวกยูดายจะไม่มอบท่านไว้กับเขาเลย. ข้าพเจ้าจะขอท่านได้ทรงสดับฟังสำเนียงตรัสแห่งพระยะโฮวา, ที่ข้าพเจ้าได้ทูลแก่ท่าน, จึงจะได้บังเกิดความสุขแก่ท่าน, แลชีวิตของท่านจะได้ดำรงอยู่ต่อไป. ขณะนั้นซิดคียาตรัสแก่ยิระมะยาว่า, อย่าให้ผู้ใดรู้ถ้อยคำเหล่านี้, เจ้าจึงจะไม่ต้องตาย. อาศัยเหตุนี้ยิระมะยาจึงได้ค้างอยู่ในบริเวณคุกนั้น, กว่าวันที่เมืองยะรูซาเลมต้องแตก. แลยิระมะยาได้อยู่ที่นั่น, เมื่อเมืองยะรูซาเลมเสีย (แก่กองทัพเจ้าเมืองบาบูโลน)”
ยิระมะยา 38:17-20, 24, 28 TH1940