51ก. “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ข้อความเหล่านี้ท่านทั้งหลายเข้าใจแล้วหรือ?”
14. “คำพยากรณ์ของยะซายาก็สำเร็จสมกับคนเหล่านั้นซึ่งกล่าวไว้ว่า, พวกเจ้าจะได้ยินกับหู, แต่จะไม่เข้าใจ, เมื่อแลดูด้วยตาจะเห็น, แต่จะไม่สังเกต.
15.เพราะว่าใจของคนเหล่านี้ก็แข็งกะด้าง (เฉื่อยชา), หูก็ตึง, และตาเขาก็หลบเสีย, กลัวเกลือกว่าจะได้เห็นด้วยตา, และจะได้ยินกับหู, และจะได้เข้าใจ, แล้วจะได้กลับใจเสียใหม่, และเราจะได้รักษาเขาให้หาย.”
19.“เมื่อผู้ใดได้ยินคำแห่งแผ่นดินพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ, ผู้ชั่วก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย. นั่นแหละได้แก่พืชที่หว่านตกริมหนทาง
20-21.และพืชซึ่งหว่านตกที่มีหินมากนั้น. ได้แก่ผู้ที่ได้ยินพระวจนะ, แล้วก็รับเอาพระวจนะนั้นทันทีด้วยความยินดี. แต่ไม่มีรากในตัวจึงทนอยู่ชั่วคราว, และเมื่อเกิดการข่มเหงหรือการประทุษร้ายต่างๆ เพราะพระวจนะนั้น, ในทันใดนั้นก็กะดากกะเดื่อง (สะดุด) ไป.
22.และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้น, ได้แก่ผู้ที่ได้ยินพระวจนะ, แล้วความปรารภปรารมภ์ (ห่วงกังวล วิตก ครุ่นคิด) ด้วยโลกนี้และการล่อลวงของทรัพย์สมบัติ (ความร่ำรวย) ก็ปกคลุมพระวจนะนั้นไว้, จึงไม่เกิดผล.
23.ส่วนพืชซึ่งหว่านตกที่ดินดีนั้น. ได้แก่ผู้ที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ, จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง, หกสิบเท่าบ้าง, สามสิบเท่าบ้าง.””
มัดธาย 13