
Sign up to save your podcasts
Or


Ep นี้ ได้ inspiration มาจากโพสต์นึงใน IG ของคุณ Chris Do ที่เป็นดีไซเนอร์ระดับเซเลปคนนึงของโลกครับ โดยเค้าพูดถึงเรื่อง แบรนด์ ที่หลายครั้งคนมักจะวางหลักการมากมายเพื่ออธิบายวิธีการสร้างแบรนด์ที่ดี แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้แบรนด์เป็นเหมือนเพื่อนเราคนนึง ลักษณะของเพื่อนที่ดีของเราเป็นแบบไหน ลักษณะของแบรนด์ที่ดีก็คล้ายกันในแบบนั้น เพราะลูกค้าไม่ได้ตกหลุมรักองค์กร แต่ตกหลุมรักที่บุคลิค (ที่องค์กรแสดงออกมาในรูปแบบแบรนด์) ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือ หลาย ๆ ข้อที่คุณ Chris Do พูดถึงนั้น มันคือสิ่งที่ตรงกับ UX Mindset นั่นเองครับ และสุดท้ายแล้ว แบรนด์ของเราจะออกมาเป็นแบบไหน มันก็ไม่ใช่แค่งานของทีมแบรนดิ้งเท่านั้นครับ
ลักษณะของเพื่อนที่ดี โดยคุณ Chris Do
เพื่อนที่ดี คือคนที่...
เมื่อลองเปลี่ยนคำว่า “เพื่อน” เป็น “แบรนด์” เราก็จะได้ลักษณะของแบรนด์ที่ดีแล้ว
Ref: https://www.instagram.com/p/CH6UtRVFYqq/?utm_medium=copy_link
หลายครั้งที่ business ตัดสินใจว่าจะลงทุนกับการทำ UX หรือไม่ จากการดูว่าลงไปแล้วจะช่วยทำเงินให้องค์กรได้แค่ไหน หลายครั้งที่ทีม UX ถูกตัดงบประมาณหรือเวลาการทำงานลง โดนตัดการทำ research ออกไป เพียงเพราะ business มองไม่เห็นว่าทำไปแล้วจะคุ้มกับ “เงิน” ที่เสียแค่ไหน ep นี้อยากจะลองมาคุยเกี่ยวกับคุณค่าที่แท้จริงของการทำเรื่อง UX และการที่ตัดสินโปรเจ็ค UX ด้วย “เงิน” ที่บริษัทจะทำเพิ่มได้ เป็นสิ่งที่ถูกแล้วจริงหรือไม่ครับ และก็จะพูดถึงกระดานหกที่ธุรกิจต้องบาลาสน์ให้ได้ นั่นคือ ระหว่าง เงิน และ คน ครับ
ทุกครั้งที่เรามีปฏิสัมพันธ์ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการของเรากับเงินของลูกค้า มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า “Pain points” หรือ “Pains” เกิดขึ้นเสมอ คำถามคือ pains เหล่านี้ เราในฐานะองค์กรจะทำยังไงกับมัน เราจะผลักให้เป็นภาระของลูกค้าไป หรือเราจะ take actions เพื่อดึง pains เข้ามาและ absorb แทนลูกค้า Ep จะมาคุยเรื่องเรื่อง pain ที่อยู่ตรงกลางระหว่างองค์กรและลูกค้ากันครับ
ลักษณะของ pains ที่เกิดจากองค์กร 5 แบบ
ตอนจบของตอนที่เรามีแขกรับเชิญพิเศษคือ คุณป๋อม (สุธัม ธรรมวงศ์) Head of Experience Design จาก Bitkub และเพจ หมีเรื่องมาเล่า จะมาคุยกันเกี่ยวกับการสร้างทีม UX ที่ไม่ใช่แค่มีเพื่อการนั่งออกแบบ UI แล้วจบ
เนื้อหาในตอนนี้ครับ:
จะสร้างทีม UX ที่ส่งผลต่อทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่รับงานเข้ามาปั๊ม ๆ UI แล้วจบ ได้อย่างไร
สิ่งที่คุณป๋อมทำเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้ามาเป็น Head UX ใน industry ใหม่ที่แทบไม่รู้จัก
การเริ่มงานที่ใหม่ในองค์กรที่ยังไม่ mature เรื่อง UX มาก พนักงานใหม่อาจต้องเริ่มจากการไป onboard ทีมเก่า
Outbound - การแผ่ด้าน UX ออกไปให้ทีมอื่นเข้าใจ
data ต่าง ๆ รวมทั้งการทำ UX research ควรจะเป็นแบบ continuous discovery (ทำอยู่เรื่อย ๆ ไม่ใช่ครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป)
การทำ research หรือหา data มาช่วยดีไซน์ ไม่ได้มีเพื่อแล้วเราแก้ปัญหาได้ 100% แต่มันมีเพื่อช่วย “ลดความเสี่ยง” ของการดีไซน์
ความสำคัญของการ communication ของทีม UX กับทีมอื่น ๆ รวมถึงผู้บริหาร และการทำให้การสื่อสารทำได้ง่าย เช่น การ set up ห้อง Slack
“พี่เป็นหัวหน้าเราแล้ว เราต้องใช้พี่ให้เป็น” -พี่กระติก
ทีม UX มีการแชร์ data ออกไปให้ทีมอื่นยังไงบ้าง
การทำ test (เน้นการทำ unmoderated testing หรือไม่ได้มี moderator มานั่งคุย)
การเปลี่ยน Mindset คนอื่นในองค์กร เพื่อให้เริ่มรับ UX Process ใหม่ ๆ
งานของ Head อีกอย่างที่สำคัญคือ ต้องอย่าให้งานมาคอขวดที่คนคนเดียว แต่ต้องถ่ายทอดการตัดสินใจไปที่น้องในทีม (ให้มี Ownership กันเอง)
ทำให้ทีมอื่นเข้ามาหาทีม UX ให้ได้ (inbound)
องค์กรอยากจะเริ่มทำ UX ควรเริ่มจาก “empathy” กับคนในองค์กรก่อนเลย “ถ้าคุณยังไม่ empathize คนในองค์กรเลย แล้วคุณจะไป empathize ลูกค้าได้ยังไง”
Ref:
เพจ หมีเรื่องมาเล่า: https://www.facebook.com/2bearstalk
หมีเรื่องมาเล่า ตอนที่คุณพิจไปออก: https://www.facebook.com/2bearstalk/photos/1872003236293281
link Skooldio คลาสคุณป๋อม:
https://www.skooldio.com/bootcamp/product-management/
https://ux-ui-bootcamp.skooldio.com/
Ep แรกของปี 2022 นี้ มีแขกรับเชิญพิเศษคือ คุณป๋อม (สุธัม ธรรมวงศ์) Head of Experience Design จาก Bitkub และเพจ หมีเรื่องมาเล่า จะมาคุยกันเกี่ยวกับการสร้างทีม UX ที่ไม่ใช่แค่มีเพื่อการนั่งออกแบบ UI แล้วจบ
เพราะ user experience ที่เกิดกับ users จริง ๆ นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ “ทีม UX” ทีมเดียว แต่ทั้งองค์กรจะต้องร่วมมือกัน โดยคุณป๋อมจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้ลองผิดลองถูกกับการสร้างทีม UX ที่ไม่ใช่แค่เป็นทีมที่นั่งดีไซน์โปรดักส์เฉย ๆ แต่ยังต้องเป็นตัวประสานกับทีมอื่น ๆ รวมทั้งการทำให้ทั้งองค์กรเปลี่ยน culture และ mindset ให้มอง users เป็นศูนย์กลางด้วย
โดยตอนนี้เป็นตอนที่ 1 ของหัวข้อนี้ครับ:
Ref:
เพจ หมีเรื่องมาเล่า: https://www.facebook.com/2bearstalk
คลาส Skooldio คุณป๋อม:
https://www.skooldio.com/bootcamp/product-management/
https://ux-ui-bootcamp.skooldio.com/
เป้าหมายอันดับหนึ่งที่องค์กรธุรกิจทุกที่มักจะสนใจก็คือ “ยอดขาย” บางองค์กรนั้นมองแค่ยอดขายเป็นเป้าหมายหลักแต่เพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำ และสนใจแค่จะทำยังไงก็ได้ให้ได้ยอดขายสูงที่สุดในทุกเดือนหรือทุก quarter
แต่ถ้าเรามองในด้าน experience ที่เกิดขึ้นจริงกับลูกค้าขององค์กร จะพบว่าหลายครั้งที่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น มันกลายเป็นสร้างปัญหาและ experience แย่ ๆ ให้กับลูกค้าแทน ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อองค์กรในระยะยาวแทนได้ครับ
Ep นี้เลยจะชวนมาให้ลองมองเป้าหมายธุรกิจในมุม users experience ดูกันบ้างครับ และอยากให้ทุกองค์กรเริ่มมองในมุมความรู้สึกที่เกิดกับลูกค้า และการรักษา relationship กับลูกค้าให้ยาวนานขึ้นกันครับ
การสร้าง Brand นั้น ก็เป็นศาสตร์ด้านการดีไซน์อย่างนึง ซึ่งก็ต้อง serve needs หรือ functions บางอย่างให้ users จุดนึงที่ผมเองสังเกตเห็นมานานคือ หลายครั้งที่ brand โฟกัสแค่ภาพลักษณ์ลอย ๆ แต่ไปไม่คำนึงถึงฟังก์ชั่นเหล่านั้น สิ่งที่เกิดคือ brand ก่อให้เกิดปัญหาการใช้งาน หรือ usability problems ขึ้นมาแทนครับ
Ep นี้เลยจะมาลองวิเคราะห์เรื่ององค์ประกอบของ Brand ที่มักจะมีปัญหาด้าน usability ได้ โดยเน้นไปยังสิ่งที่มองเห็นได้แต่แรกหรือ “visual” และ Perception แรกเห็น เป็นหลักครับ
Functions ที่ Perception แรกเห็นของ Brand ควรต้อง serve ให้ได้
Uniqueness และ Memorability (ความแตกต่างกับชาวบ้าน และความจำง่าย)
Emotions (ที่ช่วยสื่อสารและดึงดูดกลุ่ม target customers ที่ถูกต้องของเรา)
Trust
Ref:
https://www.nngroup.com/articles/brand-experience-ux/
Brand Chemistry by Laura Beauparlant + Chris Do: https://www.youtube.com/watch?v=MLHD2uDjDxA
ศาสตร์ด้าน UX และ Marketing นั้น หลายครั้งคนมักจะมองว่าเกี่ยวข้องกันมาก บางคนอาจจะมองว่า 2 ด้านนี้คือสิ่งเดียวกัน หรือ UX เป็น subset ของ Marketing หรือ Marketing เป็น subset ของ UX ก็มี
ซึ่งทั้งหมดนี้ จะว่าถูกก็ถูก แต่จะว่าผิดก็ผิดครับ ep นี้เลยจะมานั่งคุยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ด้านนี้ และทำไมเราถึงควรที่จะแยกความแตกต่างของ 2 ด้านนี้ออกจากกัน โดยเฉพาะ mindset ที่ใช้ในการทำ 2 ด้านนี้ เพราะถ้าเราไม่แยกความแตกต่างออกและใช้ mindset ผิดที่ผิดทาง มันอาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้โปรดักส์ของเราได้ครับ
Ep นี้จะเปลี่ยนสไตล์มานั่งเม้าเกี่ยวกับปัญหาในชีวิตประจำวันที่เจอมา ว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่อง Usability ยังไงบ้างครับ โดยล่าสุดผมพึ่งโดนโจรหลอกตอน f ต้นไม้ทาง Facebook ซึ่งมันทำให้ผมลองหันมาวิเคราะห์ดูว่า ปัญหาที่เราโดนหลอกง่าย ๆ นั้นเกิดจากอะไรบ้าง ซึ่งก็พบว่ามันเกี่ยวข้องกับปัญหา Usability ตามหลักการ Heuristic Evaluation หลายข้อครับ และถ้ามองแบบมุมมอง UX designer เราสามารถเรียนรู้และทำอะไรเพิ่มได้บ้างเพื่อช่วย users แก้ไขปัญหาเหล่านี้
Heuristics ที่อ้างถึงใน Ep นี้:
7 Flexibility and Efficiency of Use
1 Visibility of System Status
6 Recognition Rather than Recall
5 Error Prevention
เสวนา UX ตอน Intro to Usability and Heuristics:
https://www.youtube.com/watch?v=Gz0L-x6MNXU&t=8s
Ep นี้ผมชวนน้องแฟรงค์ (อรรถวัฒน์ ชัยโรจน์) นักศึกษาคณะสถาปัตย์ ที่เป็นน้องฝึกงานคนแรกของพรักซุส พร้อมคุณมีนพรักซุสที่เป็นโค้ชน้องแฟรงค์ มาแชร์ประสบการณ์การฝึกงานด้าน UX และที่มาที่ไปว่า เด็กสายสถาปัตย์เริ่มมาสนใจสายงานด้าน UX ได้ยังไง, เริ่มหาที่ฝึกงานยังไง, และเมื่อได้มาฝึกงานจริง ๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้ง 4 ข้อที่มันแตกต่างจากสิ่งที่คาดก่อนจะมาฝึกงานมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
4 สิ่งที่แฟรงค์ได้เรียนรู้:
From the publisher's feed