Another Year Old เอพิโสดนี้ไปคุยกับแผนกเพื่อนบ้านอย่าง Salmon Books ภายใต้การดำเนินงานของ บ.ก.กาย ปฏิกาล ภาคกาย ที่หลังจากนับนิ้วไปมาก็พบว่าเขาทำงานที่นี่มา 8 ปีแล้ว!อะไรที่กายได้ค้นพบในปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ และแผนการในปีหน้าของกายและ Salmon Books คืออะไร ไปฟังกันได้เลย ปีนี้อายุ 30 ทำงานหนังสือมา 8 ปีปีนี้เหมือนเดิมแฮะ เพราะในแง่งานเราก็มาอยู่ที่นี่ได้ 8 ปีแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะทำงานอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้นานขนาดนี้ เราก็ไม่ได้อยู่ในช่วงก่อตั้ง แต่ก็เข้ามาในช่วงเริ่มต้นตั้งไข่ เหมือนพี่แบงค์ (ณัฐชนน มหาอิทธิดล - ผู้ก่อตั้ง Salmon Books) เริ่มทำสำนักพิมพ์ได้ปีนึงแล้วเราค่อยเข้ามาทำทีนี้ การทำหนังสือในแต่ละปีเราว่ามันมี loop ของมันอะ คือปิดเล่มเพื่อเอาไปวางขายทุกๆ งานหนังสือ แต่ปีที่ผ่านมา Salmon Books จะไปร่วมกิจกรรมนอกเหนือจากงานหนังสือมากขึ้น เช่น งาน Lit Fest, งาน Art Books Fair หรือขายเสื้อยืดที่งาน Cat T-shirt ปีนี้เราพยายามออกไปเจอผู้อ่านมากขึ้น เราเคยคิดตอนเริ่มทำงานว่าตอนอายุ 30 คงได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการ แต่กลับกลายเป็นว่าเราเป็นบรรณาธิการบริหาร มีน้องในทีม มันมาเกินคาดมากเหมือนกันเราไปคุยกับโรส (พวงสร้อย อักษรสว่าง - ผู้กำกับภาพยนตร์ นครสวรรค์) เรื่องแม่โรสเสียตอนอายุ 60 เราก็มาคิดว่าเออ เราก็ 30 แล้วนะ ครึ่งชีวิตแล้ว ก็คิดนะว่าเราใช้ชีวิตแบบนี้เราอาจจะอายุไม่ยืนก็ได้นะ เราต้องทำอะไรที่อยากทำแล้วล่ะ คิดอะไรก็ทำเลยตอนเข้า 30 มามันไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนอะไรมากนะ แต่พอเราทำงานมาตั้งแต่เรียนจบ เราก็เหมือนวิ่งมาราธอนมาเหมือนกันนะ ไม่ได้มีเวลาพักขนาดนั้น ไม่ได้มีเวลาคิดขนาดนั้น เพราะช่วงที่เราพักก็คิดยังไม่เสร็จดีก็ต้องทำงานต่อละ มันไม่ค่อยมีช่วงเวลาให้ได้หยุดคิดเท่าไหร่ คิดว่าถ้าอายุ 35 น่าจะตกตะกอนอะไรมากกว่านี้ ทีมเวิร์กที่ดี ดีต่อการทำงานเราใช้เวลา 70-80% ไปกับการทำงานเนอะ แล้วคนมองเข้ามาจะนึกว่า Salmon Books เป็นสำนักพิมพ์ขนาดกลาง แต่เรามีคนทำงานแค่ 5 คนเอง ซึ่งเยอะแล้วด้วยนะ ก่อนนี้เราทำงานกันอยู่แค่สองคน คือมีเรากับน้องดี (ธีรภัทร เจนใจ) ซึ่งเป็นกองบรรณาธิการ อยู่กันสองคนมาเป็นปีอะ มองกลับไปก็สงสัยว่าทำงานกันไปได้ยังไงเหมือนกันนะ ซึ่งพอทีมมันไม่เยอะ เราเลยต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งคุยกับนักเขียน ติดต่อโรงพิมพ์ edit ต้นฉบับ หานักวาดภาพประกอบ เราเลยรู้สึกว่าดีนะ ก็ทำงานครบครันในตัวเอแต่ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกว่าเราเหนื่อยเกินไปปะวะ แก่แล้วด้วย ตอนนี้ก็มีน้องเพิ่มมา 3 คน มีกองบ.ก. มีกราฟิกดีไซเนอร์ แล้วอีกคนเป็นเหมือนครีเอทีฟ เราคิดว่าเราจะเปิดตัวหนังสือแล้วหายไปเกือบทั้งปี ก่อนจะกลับมาอีกทีตอนงานหนังสือ ไม่ได้แล้ว เราต้องมีอะไรให้คนอ่านได้เห็นเราทั้งปี ทำให้เรารู้สึกว่าปีนี้ทีมเวิร์กสำคัญมากๆ เราติดนิสัยที่งานทุกอย่างต้องผ่านตาอยู่นะ แต่เราก็เริ่มถอยตัวเองออกมามากขึ้น เสมือนเราไม่ได้ใช่หัวหน้า ไม่ใช่คนในทีม มองในสายตาคนอ่านคนหนึ่งงานในเพจ Salmon Books ตอนนี้เป็นงานของน้องๆ หมดเลยนะ เราแทบไม่ได้ยุ่งอะไรเลยแหละ เราก็เลยได้รู้ว่าไอเดียบางอย่างเราคิดไม่ได้อะ เป็นเรื่องวัยด้วยแหละ แล้วการที่มีทีมงาน 4-5 คน ความเห็นในทีมมันเริ่มหลากหลายขึ้น มีคนไม่เห็นด้วยกับเราบ้าง ซึ่งเราว่ามันสนุกขึ้น งานก็หลากหลายขึ้น มันเติมเต็มมิติของงานให้มากขึ้น พื้นที่ของตัวเองสำคัญมากเราเป็นคนที่จะเรียกว่าบ้างานก็ได้แหละ ทำงานแทบจะตลอดเวลา ในไลน์มาก็ต้องตอบ เมลมาก็ต้องอ่าน นักเขียนทักมาตอนสี่ทุ่มก็ต้องคุย ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าลำบากอะไร เราก็อยากทำให้งานเสร็จเร็วๆ แหละ หรือจะได้ให้คนอื่นทำงานต่อได้ หรือจะให้เรามีเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งให้เวลาเพิ่มขึ้นแม่งก็ไม่มีอยู่จริงปีนี้พอมีทีมมากขึ้นทำให้เราต้องจัดการระบบทำงานใหม่ เช่น ถ้าได้ต้นฉบับมาผมอาจจะเคยต้องอ่านเลย แต่เดี๋ยวนี้อาจจะยังไม่อ่าน ให้น้องอ่านก่อนแล้วมาคุยกันว่ารู้สึกยังไง อ่านแล้วคิดยังไงก่อนนี้เราได้งานมาก็ทำ ทำ ทำ แต่เดี๋ยวนี้กลับบ้านไปสองทุ่ม เออ ยังไม่ต้องลุยทำงานหรอก อาบน้ำ เล่นเกม ทำความสะอาด อะไรก็ได้ เหมือนปีนี้ผมพยายามแยกพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่การทำงานออกจากกัน มีการวางเวลาไว้ว่าถ้าจะไปเที่ยวแล้วทำงาน ต้องทำใน period ที่วางไว้นะแบบนี้มันก็มีข้อดีอย่างนึงตรงนี้เราได้คิดมากขึ้นด้วยนะ เหมือนที่พูดไปตอนแรก มันทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองจริงๆ มากขึ้น เราใจเย็นขึ้น มีเวลามาโฟกัสมากขึ้น คิดถึงงานน้อยลงได้ มันไม่จำเป็นต้องรีบทำตั้งแต่สี่ทุ่มนี่หว่า มึงตื่นขึ้นมาทำพรุ่งนี้ก็ค่าเท่ากันกลับบ้านก็ให้เวลากับการพักผ่อนมากขึ้น อยู่ออฟฟิศก็ทำงาน มันคงเหมือนวลีที่พูดกันว่า “เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น”ปีหน้าสำหรับ Salmon Books เราคงพยายามทำอะไรใหม่ๆ มากขึ้น ในแง่หนังสือมันก็มีพ็อกเก็ตบุ๊กอยู่แหละ แต่ปีนี้จะเห็นว่ามีหนังสือไซส์ใหม่ออกมา เช่น ดวงตาเห็นคำ, ห้องลองเสื้อ มันเป็นไซส์ทดลองของเรา เราคิดว่าคนมักคิดว่าหนังสือมันดูซีเรียสจริงจัง ตั้งใจ เราเลยอยากทำหนังสือใหม่ๆ ที่ราคาถูกลงหน่อย แล้วก็เป็นเนื้อหาที่ไม่จริงจังมาก สนุกสนานไปเลย แล้วก็คิดว่าจะมีอีเวนท์ของพวกเราเอง ทั้งทีม Salmon Books และแผนกอื่นๆ ในเครือ เราว่าเราต้องเข้าหาคนมากขึ้น ในเมื่อร้านหนังสือมีคนเข้าน้อยลง เราก็ต้องหาวิธีอื่นๆ ที่จะให้คนเข้ามาหาเรามากขึ้น อาจจะมีเวิร์กช็อปหรืออะไรสักอย่างที่ต่อยอดออกมาจากหนังสือ #SalmonPodcast #AnotherYearOld #SalmonBooks #ปฏิกาลภาคกาย
Learn more about your ad choices. Visit megaphone.fm/adchoices