
Sign up to save your podcasts
Or


ในรอบสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัปดาห์แห่งเดือนสุดท้ายของรอบปี 2020 เราเลยอยากจะมาทบทวนเรื่องการซื้อของ การใช้จ่าย (ถ้าทุกท่านได้จดบัญชีไว้) ในรอบปี เพื่อทบทวนการคงสถานภาพของความเป็น Minimalist
สัปดาห์นี้เรายังได้นำเอาตัวอย่างของคนที่มีเงินเดือนสูง แต่ก็ใช้เงินเยอะเพื่อคลายเครียดจากการทำงานด้วยเช่นกัน สุดท้ายนี้ เรามาหาคำตอบกันว่า ตกลงแล้วการซื้อของอย่างบ้าคลั่ง มันได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเราอย่างไร ไม่ว่าเราจะมีเงินเดือนเท่าไหร่ หรือการงานของเรามีทีท่าว่าจะมั่นคงแค่ไหนก็ตาม
รายการ The Minimalist's Diary สัปดาห์นี้ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของTony Hsieh อดีต CEO ของ Zappos ร้านขายรองเท้าออนไลน์ที่ขายรองเท้าได้ปีละเป็นพันล้านเหรียญ Tony เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่มีพ่อแม่เป็นผู้อพยพจากไต้หวัน เรื่องราวของ Tony เอาตรง ๆ คือเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากทำธุรกิจหลายคน เพราะมุมมองอันสดใหม่ของเขา (หลายคนอาจว่าประหลาด และโหดร้ายในบางครั้ง) ถึงจะบวกหรือจะลบ เพราะคนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่กล้าบอกได้ว่า Tony คือไอดอลในการใช้ชีวิตของเรา
สัปดาห์นี้ขอมาเล่าถึงสารคดีที่ไปทำมาค่ะ ... ที่ผ่านมาเราได้นำสารคดีไปฉายรอบปฐมทัศน์เรียบร้อยเลยเอาเนื้อหามาเล่าให้ทุกท่านฟังได้ พูดตามตรงคือรู้สึกดีใจมากที่สารคดีได้กลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สร้างความรู้สึกร่วมบางอย่างระหว่างคนดูและนักแสดง
จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันค่ะ :)
อีพีนี้พบกับเรื่องราวว่าด้วยการหาลำไพ่พิเศษ ใครก็ตามที่ทำงานประจำ ย่อมทราบดีว่า ในทุกปีที่เราแก่พรรษาขึ้นไป เราจะมีรายจ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อาทิเช่น ภาษีสังคม (เว้นแต่ท่านจะเป็นฟรีแลนซ์ หรืออยู่ในองค์กรขนาดเล็กมาก ประมาณว่าคนกันเอง)
สัปดาห์นี้ ผู้จัดรายการไปหาลำไพ่พิเศษมา ... ค้นพบว่า งานประจำที่เราทำอยู่มันก็ไม่แย่นะ แต่ลำไพ่พิเศษที่ว่านี้ ได้ทำให้เรามีชีวิตที่ฟูฟ่องมากขึ้นพอสมควรทีเดียวเชียว ทีนี้ อยากจะมาค้นพร้อม ๆ กันว่า เราจะมีวิธีหารายได้พิเศษอย่างไรแบบให้มีความสุข และอาจก่อให้เกิดเป็นงานเสริมที่ทำไปทำมา มีรายได้มากกว่าเงินเดือน ซะอย่างงั้นน่ะ
ในรอบสัปดาห์นี้พบกับเรื่องราวของสารคดีจากประเทศอังกฤษ Rich House Poor House ที่พูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำและทำการทดลองโดยการนำคนที่มีรายได้สูงสุด 10 % แรกของประเทศมาสลับบ้านกันอยู่กับคนที่มีรายได้ต่ำสุด 10 % ของประเทศเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 1 สัปดาห์ โดยแต่ละบ้านจะต้องใช้เงินรายสัปดาห์ของบ้านที่เราไปอาศัยอยู่
แค่ไอเดียของรายการก็แปลกใหม่มาก ... เอาเป็นว่ามาฟังเรื่องราวของความเหลื่อมล้ำผ่านสารคดี พร้อมกันกับการเปรียบเทียบเรื่องราวของความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยกันค่ะ
จะเป็นอย่างไรนะ หากเราได้มีโอกาสนั่งคุยกับไอดอลเป็นระยะเวลา 4 -5 ชั่วโมง และจะเป็นอย่างไร หากเรื่องราวบางส่วนของไอดอล ถูกถ่ายทอดโดยอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ตีพิมพ์วารสารวิชาการคู่กับเธอ (และรู้จักกันมามากกว่า 6 ปี)
พบกับเรื่องราวของเฌอปราง และอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ ซึ่งผู้จัดรายการได้พิจารณาแล้วว่า ท่านผู้นี้แหละคือ Minimalist ของจริง
เรื่องราวของเฌอปรางนั้นอาจถูกเปิดเผยในที่สาธารณะส่วนหนึ่ง แต่อีพีนี้เราได้รวบรวมความคิดจากบทสนทนาครั้งแรก การคุยกับเฌอปราง ทำให้เราได้อะไรบ้าง และย้อนไปเมื่อตอนเราอายุ 24 แบบที่เท่ากับอายุของเฌอปรางในปัจจุบัน เราเป็นอย่างไรนะ ขอบอกเลยว่าเธอเองนั้นมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก และมีความตั้งใจในการทำงานมาก แน่นอนว่า เธอคือ เฌอปรางผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด...
ตอนนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาสตราจารย์ Johannes Haushofer แห่งมหาวิทยาลัย Princeton ที่จัดทำประวัติแห่งความล้มเหลวมาให้คนทั่วโลกได้ดู
เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ล้มเหลวมาอย่างมากมาย (นับไม่ถ้วน) เช่นเดียวกัน
วันนี้เลยลองมาทำ CV แห่งความล้มเหลวแล้วนำเอามาเล่าให้ทุกท่านฟัง
เป็นกำลังใจให้คนล้มแล้วลุกทุกคนค่ะ
สัปดาห์นี้พบกับเรื่องราวของชาว Minimalist และการไปม็อบ ใช่แล้ว การไปม็อบ เราก็ไปแบบ Minimal ได้ ด้วยการพกเฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น ว่าแต่ว่า ของอะไรกันเล่าที่เรียกได้ว่า จำเป็นจริง ๆ
กล่าวได้ว่า เราขอมาแนะนำไม่ว่าท่านจะอยู่ฝั่งไหน วันหนึ่งท่านอาจได้มีโอกาสเข้าร่วมม็อบ หรือ จับพลัดจับผลูไปเป็นแกนนำม็อบ เรามีข้อให้เฝ้าระวังอยู่หลายประการด้วยกัน เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของท่าน
พร้อมแล้ว เปิดใจ และไปฟังกันเถิดค่ะ
สัปดาห์นี้ พบกับเรื่องราวที่ถูกสอนโดยคนที่อายุน้อยกว่า อะไรกันนะในโลกใบนี้ที่เงินซื้อไม่ได้ ... และเรื่องราวของเงินที่ซื้อไม่ได้ สอนอะไรเราได้บ้างในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง...
ในรอบสัปดาห์นี้ ได้โอกาสไปทำงานกับหยาด หยาดพิรุณ ปู่หลุ่นมา เลยเอาเรื่องราวของน้องหยาดมาเล่าให้ทุกคนฟัง เอาเข้าจริงแล้ว คนเราก็เลือกเกิดไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ แต่เลือกที่จะไม่เกิดก็ไม่ได้ (ตามที่น้องหยาดพิรุณว่าซั่น) ทีนี้ พอเราเกิดมาแล้ว ในสภาพที่เห็นและเป็นอยู่ มันก็อยู่ที่ว่า เราจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างไร และเราควรจะหาโอกาสให้กับตัวเองอย่างไร
จริง ๆ หยาดพิรุณทำอะไรมาเยอะมาก ก่อนที่เราจะมาเห็นเธอในวงการบันเทิงแบบทุกวันนี้ อีพีนี้เราเลยขอแนะนำให้คนที่กำลังค้นหาตัวเอง พ่อแม่ที่กำลังมีลูกน้อย และผู้ที่อยู่ในวัยเรียน ไปจนวัยทำงานช่วงต้น (อ้าว นี่เหมารวมทุกกลุ่มแล้วล่ะ) ลองฟังกันดูค่ะ
ป.ล. ที่เราพูดถึงในอีพี คือ งาน "Edinburgh Festival Fringe" ค่ะที่น้องหยาดได้ไปแสดงละคร
From the publisher's feed

4 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

0 Listeners

0 Listeners