2 จิตตวิเวก

2 จิตตวิเวก

By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya BhavanaScienceReligion & SpiritualitySpiritualityNatural Sciences
Download on the App Store

2 จิตตวิเวก episodes

  • ชราและมรณะเป็นประดุจภูเขา [6638-2m]
    เจริญมรณสติ พิจารณาถึงความตาย ว่าความตายเป็นเหมือน ภูเขาหินศิลาใหญ่ กลิ้งบดปวงสัตว์มาโดยรอบทั้งสี่ด้าน ไม่มีใครรอดพ้นไปได้, ในช่วงเวลาที่เหลือ, เราจะอยู่ด้วยการ ประพฤติธรรม ประพฤติสม่ำเสมอ สร้างกุศล บำเพ็ญบุญ นั่นคือ อริยมรรคมีองค์แปด หรือศีล สมาธิ ปัญญา, ซึ่งเป็น ปฏิปทาในการดับอุปาทาน ดับตัณหา ดับ อวิชชา เพื่อให้มี วิชชาเกิดขึ้น นั่นคือ มีปัญญา, เมื่อ “ไม่มีเกิด ก็ไม่มีตาย”, เราจึงพ้นจาก ความตาย ได้นั่นเอง.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    56 min
  • พิจารณาปัจจัยสี่เพื่อการพัฒนา [6637-2m]

    พิจารณาปัจจัยสี่ โดยแยบคาย, เพื่อไม่ให้เผลอเพลิน ไปในการใช้สอยปัจจัยสี่ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน,

    เริ่มจากกำหนดตามดูลมหายใจ, “จิต ลมหายใจ สติ” อยู่ด้วยกัน เพื่อให้สติมีกำลัง แล้วจะเกิดเป็นสมาธิขึ้น,

    พิจารณาโดยแยบคายในปัจจัยสี่: เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย เภสัช ให้เป็นการภาวนา,

    โดยใช้ ปัจจัยสี่ เพื่อบำบัดความหนาว บำบัดความร้อน ป้องกันเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลาน บรรเทาอันตรายอันพึงจะมีจากดินฟ้าอากาศ, บริโภคอาหารแต่พออิ่ม เพื่อระงับเวทนา พิจารณาอาหารเป็นของปฏิกูล, สร้างกุศลในเสนาสนะ เป็นที่อยู่ พอที่จะหลีกเร้นบำเพ็ญภาวนา อย่าใช้เป็นที่ที่จะเสพกาม, บริโภคยาเพื่อบำบัดเวทนา, พัฒนาจิต เพื่อลดละกิเลส ภาวนาได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • ผู้ฉลาดในวาระจิตตน [6636-2m]

    เราพึงเป็นผู้ฉลาด ในวาระจิตแห่งตนเถิด 

    เจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นจิตในจิต เพื่อตรวจดูจิตของตนเอง, เพื่อทำความฉลาดในวาระจิตของตนเอง,

    1. ตรวจดูจิตเราสงบ มาก-น้อยแค่ไหน,

    โดยใช้ “สติ” ตั้งขึ้น เพื่อให้จิตมีกำลัง, ลดการฟุ้งซ่าน ลดความคิดนึก, ลดความโกรธ, ทำอย่างต่อเนื่อง จิตจะระงับลง, มีอารมณ์อันเดียว, รักษาสมาธิด้วยสติ ให้ตั้งมั่นอย่างต่อเนื่อง, สำรวจดูบ่อย ๆ

    2. ตรวจสอบ ดูจิตของเราว่า เรายังมีความยึดถือ ในสิ่งต่าง ๆ มาก-น้อยแค่ไหน,

    โดยใช้ “ปัญญา” ให้เห็นตามความเป็นจริง, พิจารณาสิ่งต่าง ๆ โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ไตรลักษณ์) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ลดความยึดถือในตัวตน, แม้แต่ ตัวจิตเองก็ไม่เที่ยง, มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา, เป็นทุกข์, ไม่ใช่ตัวเราของเรา, วิชชาเกิด อวิชชาดับ, จิตจึงพ้น คือ วิมุตติ, แล้วจิตจึงดำรงอยู่ด้วยสติ, จิตนั้น คือ จิตที่เป็นประภัสสร. 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • ละสุขจึงพบสุข [6635-2m]
    เจริญอานาปานสติ เพื่อให้ สติ, จิต, ลมหายใจ อยู่ด้วยกัน, บางครั้งเราอาจเผลอ เพลินไปกับสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ, หากแต่ท่านบอกว่าให้สละสุขออก เพื่อเอาสุขที่ละเอียดยิ่งขึ้น ประณีตกว่า, ให้เราค่อย ๆ สละ สุขออก, ลักษณะแบบนี้ คือ การพัฒนา หรือภาวนา, สติ-สมาธิมีขึ้น, จากนั้นใคร่ครวญเพื่อให้เกิดปัญญาว่า “สิ่งทั้งหลายทั้งปวง มีความไม่เที่ยง อาศัยเงื่อนไขปัจจัย ปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงไป, ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา, เป็นทุกข์ คือ ทนอยู่ได้ยาก, ไม่ควรที่เราจะไปยึดถือว่าเป็นตัวเราของเรา, พิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา, เพื่อละความยึดถือในตัวเราของเรา, ทำซ้ำ ทำย้ำลงไป “สละสุขพอประมาณ เพื่อให้ได้สุขอันไพบูลย์ ละเอียดประณีตกว่า”, จะ ละ สักกายทิฏฐิ, ละ วิจิกิจฉา, ละ สีลัพพตปรามาสได้ คือโสดาบัน และมุ่งสู่พระนิพพานอย่างเดียว, วิปัสสนา ที่เรากระทำแล้ว, ปัญญาจะเจริญ, เกิดปัญญาแล้ว, จะ ละ อวิชชาคือความไม่รู้, เกิด “วิชชา”ได้.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • วิปัสสนาพาพ้นทุกข์ [6634-2m]

    เมื่อมีสติ จิตจะแยกแยะ และไม่เพลินไปตามการรับรู้ที่ผ่านเข้ามา,

    จิตเราก็จะไม่สะดุ้ง สะเทือนไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ, รู้สักแต่ว่า “รู้”,

    หากแต่จิตที่มีอวิชชา ตัณหา จะไปเชื่อมติดกันกับสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านทางวิญญาณ (การรับรู้) เกิดความเพลิน คือ นันทิ, เชื่อมความอยาก (โลภะ), ความไม่พอใจเป็นโทสะ, ความไม่เข้าใจด้วยเป็นโมหะ, เกิดเวทนา เกิดความยึดถือ คือ อุปาทาน เกิดเป็นตัวตน คือ อัตตา, จิตเข้าไปก้าวลง เกิดสภาวะ, เกิดทุกข์ ไม่สิ้นสุด,

    เราทำวิปัสสนา เพื่อให้เห็นตามความเป็นจริง พิจารณา ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา,

    ทุก ๆ สิ่ง มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ คือ ทนอยู่ไม่ได้ เพราะเปลี่ยนแปลงตลอด, ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจัย จึงไม่มีความเป็นตัวตน คือ เป็นอนัตตา,

    พิจารณา กายเป็นเพียงธาตุสี่ ไม่ใช่ตัวเราของเรา, พิจารณาอย่างนี้ ตลอดเวลา แม้ในชีวิตประจำวัน,

    ปัญญา แสงสว่าง ที่ทำให้เจริญอยู่อย่างต่อเนื่อง, จะเกิด “วิชชา” ความรู้ขึ้นมาได้, อวิชชาก็ต้องดับไป.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • สมถะเพื่อพัฒนาจิต [6633-2m]

    ฝึกสติโดยการเจริญอานาปานสติ โดยเริ่มจากเสนาสนะอันสงัด คู้ขาเข้ามาโดยรอบ ตั้งกายตรง,

    ตั้งจิตให้สงบด้วยสัมมาสติ คือ ระลึกถึงสิ่งที่เป็นกุศล ด้วยลมหายใจเข้า-ออก ของเราเอง สติก็จะมีกำลังมากขึ้น,

    สติที่มีกำลังมากขึ้นนั้น เปรียบเหมือนเสา และเชือกที่แข็งแรง ไม่ล้ม ไม่ขาดไปตามแรงสัตว์หกชนิด หรืออายตนะทั้งหก, สติที่มีกำลังนั้น เปรียบเหมือนกระดองเต่าที่ป้องกันภัยจากสุนัขจิ้งจอก หรือผัสสะต่าง ๆ ที่เข้ามา ตลอดเวลา ๆ, เก็บจิตรักษาจิตของเราไว้ด้วยสติ เหมือนเต่ารักษาอวัยวะไว้ในกระดอง, 

    พอจิตเรามีกำลังสติเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น, สมาธิก็เกิดขึ้นได้เอง เป็นสมถสมาธิ เป็นของประณีต, ทำให้มาก เจริญให้มาก, พัฒนาสมถะให้มาก, จิตเรา “ละ” ราคะได้. 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • มหาบุรุษผู้พ้นด้วยสติปัญญา [6632-2m]

    กำหนดจิตไว้ที่ลมหายใจ ตั้งสติไว้, สติก็เป็นตัวแยกวิญญาณ ออกจากจิต

    “ผู้ใดรู้ชัดซึ่งส่วนสุดทั้งสองด้าน ไม่ยึดติดในท่ามกลางเราเรียกผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ, ผู้นั้นชื่อว่า ล่วงพ้นเครื่องร้อยรัด”

    มีสติระลึกอยู่ตลอด, จิตไม่เผลอ คือ รับรู้เฉย ๆ กับผัสสะที่เข้ามากระทบ, ไม่เอานาม ไม่เอารูป, ในขณะนั้นจิตก็ไม่มีอวิชชา, ไม่มีตัณหา ความอยาก, อุปาทาน ความยึดถือก็จางคลาย, ความเป็นสภาวะ ภพ ก็ดับไป, เพราะไม่ไปยึดถือในส่วนสุดสองข้าง, อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ อยู่เหนือการปรุงแต่ง อยู่เหนือนามอยู่เหนือรูป อยู่เหนือวิญญาณ อยู่เหนือสังขาร, อยู่เหนือ อวิชชา, อวิชชาตัณหากิเลสไม่เอา, จิตเราจะเข้าสู่ความเป็นอมตะ คือ ไม่ตายเพราะ ไม่เกิด นั่นคือ เป็นมหาบุรุษ.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    56 min
  • ธรรมที่คู่กัน [6631-2m]

    เจริญธัมมานุสสติ พิจารณาธรรมที่คู่กัน คือ

    อินทรีย์หก คือ ความเป็นใหญ่ของช่องทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และ

    อินทรีย์ห้า หรือพละห้า คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

    โดยจิตที่มีกำลังจาก “อินทรีย์ห้า หรือพละห้า” จะทำให้เราไม่ไหลไปตามกระแสของตัณหาที่ไหลเชี่ยว

    จะช่วยให้เราทวนกระแสของ อินทรีย์หก โดยมี “สติ” เป็นตัวปรับจูน เพื่อให้กระแสน้ำของเรา ไหลไปตามกระแสแม่น้ำเดียวกัน ที่จะไปออกสู่ทะเลได้ คือ นิพพาน นั่นเอง.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    55 min
  • ประตูแห่งประโยชน์ [6630-2m]

    เจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงคุณธรรมของพระพุทธเจ้า

    เพื่อไปตามทางที่ท่านพาดำเนินไป เปิดประตูแห่งประโยชน์,

    ใคร่ครวญธรรมะชื่อว่า ประตูแห่งประโยชน์,

    ท่านให้แนวทางไว้ หกประการ เพื่อใช้ตัดสินใจ แล้วได้ประโยชน์มากที่สุด

    หนึ่ง คือ ความไม่มีโรค, สอง คือ ศีล, สาม คือ การคล้อยตามผู้รู้, สี่ คือ การสดับรับฟัง, ห้า คือ การประพฤติธรรม และหก คือ ความไม่ท้อถอย, หกประการเหล่านี้เป็นประตูแห่งประโยชน์, เราจะมีความแจ่มแจ้งมีความเข้าใจ, จะรู้ทางไปที่ดีได้ จะเป็นประโยชน์ในชีวิตของเรา.

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • ทางไปต่อ อยู่ตรงรอยต่อ [6629-2m]

    ช้างของพระราชาที่ควร ช้างสั่งให้ไปสู่ทิศใด ที่เคยไปหรือไม่เคยไป ก็ย่อมไปสู่ทิศนั้นโดยพลันท่านเทียว,

    เจริญอานาปานสติ เพื่อฝึกพาจิตของเราไปตามทางอันเกษม ทางอันมีองค์ประกอบอันประเสริฐแปดอย่าง ไปตามทางที่เราไม่เคยไป คือ นิพพาน,

    เปรียบเราเหมือนช้างที่ออกจากป่า คือ มีสัมมาทิฏฐิ เพื่อมาฝึกแสวงหาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า (คนฝึกช้าง), เพื่อให้จิตสงบ ไม่เผลอเพลิน จึงจำเป็นต้องผูก “จิต” ไว้กับ “สติ” ด้วย “ลมหายใจ” เปรียบเหมือนผูกช้างไว้กับเสาด้วยโซ่ตรวน

    เมื่อสติมีกำลัง มากขึ้น, ควาญช้างจะสั่งให้ไปสู่ทิศใด ที่เคยไปหรือไม่เคยไป ก็ต้องไปสู่ทิศนั้น

    เปรียบเราฝึกจิต ให้รับคำสอนของพระพุทธเจ้า นอบน้อมเดินตามทาง, ที่เราไม่เคยไปในสังสารวัฏ, ให้จงไปตรงนั้น คือ นิพพาน,

    จุดทางเข้านิพพาน, คือ เราต้องเห็นรอยต่อ, รอยต่อ คือ เห็นความไม่เที่ยง, เห็นการเกิดขึ้น การดับไป ของทุกอย่างที่เราเห็น ได้ยิน ได้สัมผัสนั้น, ณ ปัจจุบัน, นั่นจะเป็นประตู,

    แล้วเคาะประตู คือ น้อมเข้ามาสู่ตัวเราว่า, จิตเราก็ไม่เที่ยง, ใคร่ครวญว่า ไม่เที่ยง คือ ทุกข์, ไม่ใช่ตัวตนของเรา, เราไม่ควรจะยึดถือ, ให้วางความยึดถือนั้นเสีย, วางด้วยปัญญานั้นคือ เปิดประตูเข้าไปเลย,

    จิตจึงดำรงอยู่ด้วยดี

    มีความร่าเริงอยู่ด้วยดี ตั้งอยู่ด้วยดีด้วยสติ, 

    ชื่อว่ารับเอาปัญญาที่พระพุทธเจ้าท่านมอบไว้,

    ให้เป็นผู้มีส่วนแห่งปัญญาที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min

About 2 จิตตวิเวก

From the publisher's feed

รูปแบบการปฏิบัติธรรมทางวิทยุ (Guided Meditation) ฟังไปด้วย, นั่งสมาธิไปด้วย เพื่อทำจิตที่ประภัสสรให้ผ่องใส ด้วยการเจริญสมถวิปัสสนา นำธรรมะเข้าสู่จิตใจให้ชุ่มเย็นอ่อนเหมาะควรแก่การงาน. New Episode…

More shows like 2 จิตตวิเวก

1 สมการชีวิต by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

1 สมการชีวิต

3 Listeners

5 นิทานพรรณนา by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

5 นิทานพรรณนา

2 Listeners

4 คลังพระสูตร by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

4 คลังพระสูตร

2 Listeners

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

2 Listeners

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

2 Listeners

3 ใต้ร่มโพธิบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

3 ใต้ร่มโพธิบท

2 Listeners

พุทธวจน by พุทธวจน

พุทธวจน

9 Listeners

People You May Know by FAROSE podcast

People You May Know

66 Listeners

8 Minutes History by THE STANDARD

8 Minutes History

18 Listeners

เล่ารอบโลก by Thai PBS Podcast, Thai PBS Radio

เล่ารอบโลก

3 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

6 Listeners

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส by วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส

1 Listeners

10 Sunday Dhamma Talk by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

10 Sunday Dhamma Talk

0 Listeners

8 PureDhamma by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

8 PureDhamma

0 Listeners

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท

0 Listeners