
Sign up to save your podcasts
Or


อนาถปิณฑิโกวาทสูตร…เป็นโอวาทที่ท่านพระสารีบุตรให้ไว้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในตอนท้าย ๆ ของชีวิต (ซึ่งมีพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ไปเยี่ยมขณะที่ท่านป่วยหนัก)…ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นเลิศในการให้ทานอย่างมาก มีจิตใจที่มีคุณธรรมในเรื่องศีล ในเรื่องทานอยู่แล้ว แต่การภาวนาที่จะให้เห็นการเกิดขึ้นการดับไปของสิ่งต่าง ๆ ยังไม่เคยได้ฟัง พระสารีบุตรให้พิจารณาให้เห็นผัสสะต่าง ๆ นั้นไม่ใช่ของตน ไม่ให้ยึดถือในตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจซึ่งเป็นอายตนะภายใน นอกจากนี้ยังพูดถึงอายตนะภายนอกรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มี จะสามารถเหนือจากการครอบงำเหล่านั้นได้
ใน สัจจวิภังคสูตร…พระพุทธเจ้าทรงเปรียบท่านพระสารีบุตรเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้บำรุงเลี้ยงทารก เป็นบุคคลที่น่าคบ… พระพุทธเจ้าตรัสพระสูตรนี้ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน … เป็นสถานที่หมุนธรรมจักรครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จเข้าทีี่ประทับท่านพระสารีบุตรก็นำเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรให้ภิกษุในที่นั้นได้ฟังอีกครั้ง … การที่พระสารีบุตรกลับมาที่ตัวแม่บทเป็นการทำเป็นตัวอย่างแบบนี้จะทำให้คำสอนไม่สูญหายไป ทำให้คำสอนตั้งอยู่ได้กาลนาน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เอสุการีสูตร เอสุการีพราหมณ์ตรัสถามพระพุทธเจ้าว่าทรงแบ่งการบำเรอในแต่ละวรรณะไว้อย่างไร
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "เมื่อบุคคลบำเรอสิ่งใดอยู่ เพราะเหตุแห่งการบำเรอ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญาย่อมเจริญ สิ่งนั้นเรากล่าวว่าพึงบำเรอ"
และยังได้กล่าวถึง ทรัพย์ 4 อย่าง, คนจะดีหรือชั่วมิใช่เพราะวรรณะ บุคคลแม้จะมาจากวรรณะที่ต่างกัน เมื่อออกบวชก็สามารถบรรลุธรรมพ้นทุกข์ได้หมด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ความคิดเรื่องทางโลกนั้นมีมากไม่จบไม่สิ้น ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอย่าไปคิด แต่ให้คิดมาในทางอริยสัจ 4 "
เรื่องราวนี้มาใน อุทุมพริกสูตร นิโครธปริพาชกตรัสถามเรื่องการบำเพ็ญตบะ ว่าบำเพ็ญอย่างไรจึงเรียกว่าบริสุทธิ์ และ อย่างไรเรียกว่าไม่บริสุทธิ์
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า “ตปัสสีวัตร” (การบำเพ็ญตบะเพื่อทรมานตัวเอง) เช่นการไม่นุ่งผ้า การให้ตัวเองอยู่ในที่ร้อนๆ การไม่กินอาหารที่เขานิมนต์ การนอนการเดินบนหนาม ฯ ทั้งหมดนี้คือการทรมานตัวเองให้ลำบาก หาความทุกข์มาทับถมตัวเอง เป็นการบำเพ็ญตบะที่ไม่บริสุทธิ์เป็นอุปกิเลส มี 16 อย่าง (1.มีดำริเต็มรอบ 2. มีการยกตนข่มคนอื่น 3.มีความเมาในการบำเพ็ญ 4.ดำริในลาภสักการะ 5. ข่มคนอื่นในลาภสักการะที่ตนได้ 6.มัวเมาในลาภสักการะที่ตนได้ 7. กำหนัดยินดีในลาภสักการะ 8. ความใคร่ในสักการะ 9. รุกรานสมณะในลัทธิอื่น 10. ริษยาอยากได้ในปัจจัยของผู้อื่น 11.นั่งในที่ที่ให้ผู้อื่นว่าตนเป็นผู้มีความเพียรในการทำตบะ 12.มีความตระหนี่ 13. เสพโทษอันปกปิดบางอย่าง ล้างบาปด้วยทุกรกิริยา 14. เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมอยู่ ก็ไม่ผ่อนตามปริยายซึ่งควรจะผ่อนตาม 15.เป็นผู้มักโกรธมักผูกโกรธ 16. มีความลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด มีมารยา กระด้าง ถือตัวจัด เป็นผู้มีความปรารถนาลามก… เป็นมิจฉาทิฐิเป็นผู้ลูบคลำทิฐิเอง เป็นผู้ถือมั่น สละคืนได้ยาก…ถ้าบำเพ็ญตบะปราศจากการยึดถือใน 16 ข้อนี้ จะทำให้การบำเพ็ญตบะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
อุทุมพริกสูตร พระพุทธเจ้าตรัสกับนิโครธปริพาชกในเรื่องของ บุคคลผู้มีตบะในโลกนี้ เป็นผู้สังวรแล้วด้วยสังวร 4 ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ผู้อื่นให้ฆ่าสัตว์ , ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ , ไม่พูดเท็จ ไม่ใช้ผู้อื่นให้พูดเท็จ ,ไม่เสพกามคุณ ไม่ใช้ให้ผู้อื่นเสพกามคุณ
ผู้มีตบะยกตนข่มผู้อื่น ยึดมั่นถือมั่นในลาภสักการะที่เขาให้ ยินดีในคำสรรเสริญ เป็นผู้มักโกรธผู้ผูกโกรธ มัวเมาในลาภสักการะสรรเสริญ อุปกิเลสย่อมถึงผู้มีตบะนั้น
กุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้รู้ ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา มีชาติตรง …ปฏิบัติตามคำสอน จักทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์อันยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สืบเนื่องมาจาก “มหาสีหนาทสูตร” ปรารภภิกษุที่เพิ่งลาสิกขาไปด้วยความไม่ชอบใจ ขัดใจ ท้อถอยและมากล่าวตู่ ต่อว่าพระพุทธเจ้าต่าง ๆ นานา มีชื่อว่า “สุนักขัตตลิจฉวีบุตร” พระพุทธเจ้าจึงทำการบันลือสีหนาทแก่ท่านพระสารีบุตรฟัง ซึ่งในที่นั้นมีภิกษุชื่อ นาคสมาละ ร่วมฟังอยู่ด้วยก็ถึงกับขนลุกซู่เมื่อได้ยินพระพุทธเจ้าบันลือสีหนาท พระพุทธเจ้าจึงให้ชื่อธรรมปริยายนี้ว่า “โลมหังสนปริยาย”
บุคคลผู้มักโกรธ พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ หรือ เสพคบ, หากเรามีความคิดที่เป็นมิจฉาทิฐิก็จะทำให้เกิดมิจฉาสมาธิตามมา และให้เรามีความมั่นใจในพระพุทธเจ้า ปฏิบัติให้ดี ปฏิบัติให้ดีมากยิ่งขึ้น อะไรที่เป็นทิฐิไม่ดีก็ให้เราสละคืน ไม่ให้ด่างพร้อย ให้ขจัดความคิดคำพูดที่ไม่ดีนั้นเสีย เพราะทำให้ไปทางไม่ดี ถ้าทำให้ดีแล้วจะมีนิพพานเป็นที่ไปได้ นิพพานนั้นเปรียบเหมือนที่ราบลุ่ม มีความเกษมมีความปลอดภัยมีความเย็นมีความสบาย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners