7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya BhavanaSociety & Culture
Download on the App Store

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) episodes

  • พระวินัยพระกับสตรี [6823-7q]

    Q: สตรีควรปฏิบัติตนกับพระภิกษุอย่างไรจึงถูกต้องเหมาะสมตามหลักพระวินัย

    A: สำหรับพระภิกษุท่านสอนว่า อย่าไปพูด คุยหรือมองสตรี หากต้องพูดคุย ต้องทำอย่างมีสติ ทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ สำหรับสตรีไม่ควรเข้าไปใกล้พระ


    Q: เรื่องของสัมผัสทางกาย

    A: พระและสตรี ไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน ทั้งกายและของที่เนื่อง ด้วยกายคือของที่ต่อจากตัว เช่น เส้นผม เสื้อผ้า ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีจิตกำหนัด ท่านไม่ผิด สำคัญที่เจตนา แต่หากท่านมีจิตกำหนัด แปรปรวน รักใคร่ ทั้งทางกายและทางใจ ถือว่าเป็น “อาบัติสังฆาทิเสส” นอกจากนี้พระยังไม่ควรแตะต้องเงินทอง อัญมณีและสิ่งของที่มีมูลค่ามาก เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นวัตถุอนามาสพระสงฆ์ไม่ควรแตะต้อง


    Q: การนั่งอยู่ในที่เดียวกัน

    A: พระและสตรีไม่ควรนั่งหรือนอนในที่เดียวกัน ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะมีสตรีคนเดียวหรือหลายคนก็ตาม หากมีพระอยู่รูปเดียวโดยไม่มีชายที่รู้เดียงสาหรือมีพระอื่นอยู่ด้วย ถือว่าอาบัติปาจิตตีย์ แต่หากท่านยืนขึ้น ท่านจะพ้นจากอาบัติข้อนี้ได้   


    Q: การเดินทางไกลด้วยกัน

    A: พระกับสตรี ห้ามเดินทางด้วยกันลำพัง ต้องมีผู้ชายหรือพระรูปอื่นไปด้วย  


    Q: การถ่ายรูปคู่กัน

    A: ตอนถ่ายรูปให้มีคนอื่นอยู่ด้วย คือการถ่ายรูปไม่ผิดธรรมวินัยอยู่แล้ว 


    Q: การพูดการฟังที่ปรารภเรื่องที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม และสถานที่พูด

    A: การพูด ไม่พูดคำพูดที่ทำให้มีจิตกำหนัด ไม่พูดชักสื่อให้ชายหญิงอยู่ร่วมกัน ไม่พูดกระซิบข้างหู สถานที่ แบ่งเป็นที่สาธารณะ (เช่น สนามบิน ศาลาปฏิบัติธรรม คือเป็นสถานที่ที่ใครจะเข้ามาก็ได้) และที่ลับหูลับตา, ที่ไม่ลับตาแต่ลับหู(เห็นอยู่ไกลคนอื่นไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน) ซึ่งสถานที่แบบนี้มักจะมีปัญหา เพราะคนมองไม่เห็น บางทีมีการสัมผัสกัน อาจมีคำพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น การยั่วเย้าไปในทางเพศสัมพันธ์ อาจจะมีอาบัติและถูกโจษได้


    Q: การแสดงธรรมแก่มาตุคาม

    A: ห้ามแสดงธรรมกับผู้หญิงเกิน 5-6 คำ (หมายถึงพระบาลี) แต่ถ้าแสดงเพื่ออธิบายธรรม ไม่ได้มีสิกขาบทห้ามไว้ หากแสดงธรรมที่มากกว่านี้ต้องมีชายรู้เดียงสาหรือคนอื่นอยู่ด้วย


    Q : การพูดจาชักสื่อ

    A: ห้ามพระเป็นพ่อสื่อแม่ชัก ให้ชายหญิงแต่งงานหรืออยู่ร่วมกัน รวมถึงการบอกฤกษ์ยามแต่งงาน หรือยุให้แตกกัน


    Q: การแต่งกาย

    A: สตรีให้ระมัดระวังการแต่งกาย แต่งกายให้สุภาพ ไม่วาบหวิว


    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • ผู้ชื่อว่าสุปฏิปัณโณ [6822-7q]

    Q: เหตุใดอุบาสก อุบาสิกา จึงนิยมสวมใส่ชุดขาวมาปฏิบัติธรรมและอุบาสก อุบาสิกา ในสมัยพุทธกาลได้แต่งชุดขาวหรือไม่อย่างไร?

    A: สันนิษฐานว่า อาจจะเกี่ยวกับคืนวันที่ท่านจะตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ท่านได้ฝันคือมหาสุบิน ในฝันนั้นท่านเห็นหนอนตัวสีขาวหัวดำ คลานมาจากทุกทิศทุกทางทุกวรรณะ และในมหาประนิพพานสูตร ตอนที่มารมาขอให้ท่านปรินิพพาน หนึ่งในเหตุผลที่ท่านกล่าวกับมาร คือท่านจะยังไม่ปรินิพพานตราบใดที่อุบาสก อุบาสิกา ผู้ที่นุ่งขาวห่มขาว ประพฤติพรหมจรรย์ (ถือศีล 8) และอุบาสก อุบาสิกา ผู้นุ่งขาวห่มขาวที่ยังบริโภคกาม (รักษาศีล 5) ยังไม่แกล้วกล้า ยังไม่สามารถแสดงธรรม ข่มขี่ ปรัปวาทให้ราบคาบโดยธรรม แล้วแสดงธรรมพร้อมทั้งความน่าอัศจรรย์ได้ ถ้ายังไม่ได้ยังไม่ปรินิพพาน


    Q: อะไรคือการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

    A: “ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ” แปลว่า การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม อีกคำหนึ่งที่ใช้คือ “ทำให้เป็นบริกรรม” หมายความนัยยะแรกคือปฏิบัติต่อเนื่องเหมาะสม และทำจนกว่าจะถึงจุดที่สำเร็จขึ้นมา นัยยะที่สองคือการใช้ธรรมะให้ถูกเหมาะสมกับเรื่องราว 


    Q: เราสามารถดูได้อย่างไรว่า พระภิกษุผู้ใดเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ?

    A: ดูที่พระวินัยคือศีลของพระ ถ้าไม่มีศีลแม้จะโกนผมห่มเหลืองก็ไม่ใช่พระ ถ้ามีศีลต่อให้ไม่โกนผมไม่ห่มเหลืองก็เป็นพระได้


    Q: พระที่เรียกว่า "พระสุปฏิปันโน" มีลักษณะอย่างไร?     

    A: ในบทสังฆคุณ 9 เริ่มจากสุปฏิปันโน คือปฏิบัติดี เริ่มจากศีล สมาธิ และปัญญา หมายถึง การปฎิบัติตามมรรค 8 ปฏิบัติตามทางสายกลาง ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง มีศีลเป็นพื้นฐาน ศีลจะรู้ได้ด้วยตา ฟังได้ด้วยหู สมาธิจะรู้ได้ด้วยเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจแล้วยังดีเช่นเดิมได้ ปัญญาดูได้จากการสนทนา ศีล สมาธิ ปัญญา จะเป็นตัวบ่งบอกได้


    Q: ผู้ที่บวชมาเป็นพระในพุทธศาสนาแล้ว แต่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเดินจงฺกมเลย ท่านจะบาปหรือไม่?

    A: ดูที่พระวินัยที่ศีล ท่านไม่ได้ทำผิดศีลท่านไม่บาป หากแต่ท่านจะไม่มีสมาธิ ปัญญา บรรลุถึงพระนิพพานได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • มหาโจรในคราบผ้าเหลือง [6821-7q]

    Q: วิเคราะห์กรณีพระมหาเถระติดการพนัน

    A: ท่านบัญญัติศีลไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล คนทำผิดศีล จึงไม่ได้มีเฉพาะในสมัยนี้เท่านั้น “พระ” หากขึ้นชื่อว่าโกง ก็อาบัติปาราชิกแล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินว่ามากหรือน้อย ท่านถูกกิเลสภายในหลอก ถูกหลอกให้เข้าใจว่าสิ่งที่ผิด ว่าไม่ผิด ให้เข้าใจว่าที่ไม่ดีเป็นดี ถ้าเรากำจัดกิเลสในตัวเราออกไปได้เราจะไม่ถูกหลอก ให้เรารักษาจิตใจเราให้ดี รักษาศีล มีพรหมวิหาร 4 คิดดี ทำดี เราก็จะสามารถประคองรักษาตนให้กิเลสออกไปจากจิตใจเราได้ 


    Q: วิเคราะห์ตามหลักธรรม : “มหาโจรที่แท้จริง”  

    A: ในทางพุทธศาสนา มหาโจรที่แท้จริง คือผู้ที่อวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน ไม่ใช่พระอรหันต์แต่หลอกคนอื่นว่าเป็นพระอรหันต์ (เว้นแต่เข้าใจผิดว่าตัวเองเป็น) เพราะมันตรวจสอบไม่ได้ และการบิดเบือนคำสอนซึ่งเป็นการทำลายศาสนา


    Q: พระพุทธเจ้าทรงห้ามการบวชของกะเทยหรือไม่?

    A: พุทธพจน์ “บัณเฑาะก์ ไม่ให้บวช” / อรรถกถาได้แบ่งบัณเฑาะก์ออกเป็น 5 ประเภท ประเภทที่บวชได้ คือกายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง ประเภทอื่นบวชไม่ได้


    Q: ปิติสุขเกิดจากวิตกวิจารใช่หรือไม่? ถ้าไม่เกิดปิติสุขเป็นเพราะทำวิตกวิจารไม่ถูกใช่หรือไม่?

    A: ใช่ ปิติสุขเป็นสุขประเภทที่อาศัยเหตุคือวิตกวิจาร ที่ไม่เกิดปิติสุขเพราะวิตกวิจารมันไม่ต่อเนื่องจนไปถึงปิติสุขได้ เพราะมีกระแสของอกุศลมาตัดรอน คือนิวรณ์ 5 เราจึงควรยับยั้งไม่ให้สติไปในทางอกุศลด้วยการฝึกสติให้มีพลัง 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • พิชิตงานด้วยอิทธิบาทสี่ [6820-7q]

    Q: เมื่อหมดไฟจากการทำงานในระบบราชการ เกิดความเบื่อเซ็งควรทำอย่างไร?

    A : การที่เราเบื่อเซ็งแล้วหาทางออกของปัญหา นั่นคือเรามีสติ หลักธรรมที่จะแก้ความเบื่อเซ็งได้คือ “อิทธิบาท4” ให้เราตั้งธรรมเครื่องปรุงแต่งขึ้นมา (งาน) และใช้สมาธิเพื่อเชื่อมธรรมเครื่องปรุงแต่งกับอิทธิบาท 4 เข้าด้วยกัน คือเวลาเราทำงานก็จดจ่อในงาน ตั้งฉันทะไว้ด้วยจิตเป็นสมาธิ  เราก็จะมีการคิดพัฒนาปรับปรุงคือวิมังสา แล้วก็ใส่ความเพียรเข้าไปคือวิริยะ เกิดความเอาใจใส่คือจิตตะ โดยให้เริ่มทำจากตรงที่เราทำได้ เช่น ตอนที่เราทานอาหารหรือออกกำลังกาย ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ๆ แล้วจึงฝึกที่หน้างาน คือเมื่อเราอยู่ที่ทำงาน ให้ฝึกสังเกต เมื่อเราสังเกตเห็นอารมณ์นั้น สติก็จะมา เมื่อเรามีสติ จิตก็จะน้อมไปในทางแก้ปัญหา ไม่น้อมไปในทางเบื่อเซ็ง 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    53 min
  • วิธีละสักกายทิฏฐิ [6819-7q]

    Q: ความหมายของศีล 8 ในข้อ 7 และ ข้อ 8

    A: ศีลข้อ 7 คือ เว้นจากดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การตกแต่งร่างกายในฐานะที่จะแต่งให้สวยงาม, ศีลข้อ 8 คือ เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ ยัดด้วยนุ่นและสำลี ลักษณะคือเตียงสูง ต้องขึ้นบันได มีเสาสูง 


    Q: ผลกรรมที่ทำผิดศีล 5

    A: ไม่ว่าจะอดีต อนาคต ปัจจุบัน ศีลก็จะให้ผลเหมือนกัน เพราะธรรมะเป็นอกาลิโก คือไม่เนื่องด้วยกาล ตัวอย่างเช่น คนโกหก ไม่ว่าจะพูดที่ไหนก็จะไม่มีใครเชื่อ


    Q: ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นจะนรกหรือสวรรค์เดียวกันกับผู้ที่นับถือพุทธหรือไม่?

    A: ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหน ก็ล้วนแต่มี หู ตา จมุก ลิ้น กาย ใจ เหมือนกัน มีผัสสะ มีตัณหา มีอุปาทานเหมือนกัน ศาสนาพุทธที่ท่านสอนเรื่องนรกสวรรค์ เพราะมีผู้เห็นเปรต เทวดา แล้วมาเล่าให้ท่านฟัง ท่านจึงได้สอน แจกแจง บัญญัติ ซึ่งศาสดาแต่ละท่าน ๆ ก็สอนตามที่ท่านรู้ แต่ในพุทธศาสนานั้น คำสอนมีความบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ทั้งอรรถะและพยัญชนะ เบื้องต้น ท่ามกลาง ืและที่สุด รัดกุมรอบคอบ ไม่หละหลวม ซึ่งคนที่ไม่ใช่สัมมาสัมพุทธะจะทำแบบนี้ไม่ได้ ศาสนาพุทธเท่านั้นที่สอนจนถึงนิพพาน 


    Q: สัดส่วนของความสุขความทุกข์ในนรกและสวรรค์

    A: นรกและสวรรค์ มีทั้งทุกข์และสุข สวรรค์จะสุขมากกว่าทุกข์ นรกจะมีทุกข์มากกว่าสุข 


    Q: การละสักกายทิฏฐิ

    A: คนที่มีสักกายทิฏฐิ เขาจะเข้าใจว่านี่เป็นตัวตนของเรา พอมีความเพลินพอใจ มีความกำหนัดยินดี เขาก็จะยึดถือในสิ่งนั้นทันที เราจะละสักกายทิฏฐิได้ เราต้องมีสัมมาทิฏฐิ คือเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน พอเราเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นอนัตตา อวิชชาจะดับ วิชชา วิมุตจะเกิดได้ ก็ต้องอาศัยโพชฌงค์ 7 อาศัยสติปัฏฐาน 4 เจริญสติขึ้นมา สักกายทิฏฐิก็จะละไป ปัญญาจะเกิดตรงนี้

     

    Q: ทำสมาธิ พิจารณาร่างกาย แต่ใจเศร้าหมองไม่เบิกบาน แก้ไขอย่างไรดี?

    A: จะทำวิชชาให้เกิด ก็ต้องทำโพชฌงค์ 7 ให้เกิดก่อน จึงมีการเจริญโพชฌงค์ตามกาลตามสภาวะของจิต โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน เอาสติไว้ตรงกลาง ฝ่ายที่ทำให้จิตฮึกเหิม คือ วิริยสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์, ฝ่ายที่ทำให้จิตสงบลง คือ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ท่านเปรียบดังเปลวไฟ ถ้าอากาศหนาวแล้วไฟริบหรี่ ก็ให้ใส่ฟืนแห้ง เพื่อให้ไฟลุกโพรงขึ้นมา เราก็ต้องดูแลจิตของเรา ให้มีความเพียรสม่ำเสมอ พอดี ๆ  


    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • ปัจจัยการให้ผลของกรรม [6818-7q]

    Q: ครอบครัวเจ็บป่วยบ่อย เป็นเพราะประกอบธุรกิจที่เบียดเบียนสัตว์ใช่หรือไม่และควรทำอย่างไร?

    A: การให้ผลของกรรมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ให้เราเอาศีลเป็นหลักว่า เราได้ทำผิดศีลหรือไม่ ท่านได้กล่าวถึง “อาชีพที่ไม่ควรทำ 5 อย่าง” คือ ค้าอาวุธ ค้าสัตว์เป็น ค้าสัตว์ตาย ค้าสุรา และค้ายาพิษ การค้าหนังสัตว์ก็มีส่วนอยู่ แต่ไม่หนักเท่ากับการฆ่าสัตว์ ให้เราหมั่นทำความดี เข้าใจว่า บุญมีบาปมี มนุษย์มีสุขมีทุกข์ พอๆ กัน สุขทุกข์เกิดจากกรรมเก่าก็ส่วนหนึ่ง เกิดจากดินฟ้าอากาศก็ได้ เกิดจากการเตรียมตัวไม่สม่ำเสมอก็ได้ ที่สำคัญคือเมื่อเรามีทุกข์ เราต้องหาที่พึ่งที่ถูกต้อง คือ เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง เข้าใจว่าทุกข์มีเหตุมีปัจจัย ถ้าเราเข้าใจข้อนี้ ก็ได้ชื่อเป็นผู้มีปัญญา ได้ชื่อว่ามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง


    Q: ถ้าในอดีตได้ฆ่าสัตว์ จะทำอย่างไรกับบาปที่ผิดพลาดนั้น?

    A: ให้เราหมั่นทำความดี ท่านเปรียบไว้กับเกลือ 1 ช้อน ละลายในแก้ว กับเกลือ 1 ช้อน ละลายในแม่น้ำ ผลของความเค็มคือผลของกรรมที่จะเกิดขึ้น หากมีน้ำมาก น้ำเปรียบดังความดี ผลของความเค็มก็จะน้อย หากมีน้ำน้อย ผลของความเค็มก็จะเค็มมาก 


    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    48 min
  • วิบากกรรม [6817-7q]

    Q: ใครที่ไม่มีโรคทางใจ?

    A: พระอรหันต์เท่านั้นที่ท่านไม่มีโรคทางใจ ยาคือมรรค 8 ปฏิบัติตามทางมรรค 8 ทำให้มากเจริญให้มาก เปรียบดังเราต้องการหายจากโรค ถ้าเราทานไม่ครบโดส อาการก็อาจกลับมากำเริบใหม่ได้ แต่หากเราทานยาจนครบโดสแล้วเราก็จะหายจากโรคที่เป็นอยู่ได้ และเมื่อเราหายจากโรคแล้ว (บรรลุพระอรหันต์แล้ว) เราก็ยังต้องรักษาตน ไม่ไปทานของแสลง ให้ทานแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือเมื่อบรรลุพระอรหันต์แล้ว ก็ยังต้องปฏิบัติตามมรรค 8 อยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะหมดชีวิตของเรา


    Q: กรรมอะไรที่มาก่อน?

    A: ท่านกล่าวไว้ว่า ผัสสะต่าง ๆ มีใจเป็นที่แล่นไปสู่ ความคิดเป็นสัญญาที่เกิดในช่องทางใจ ใจจึงเป็นใหญ่ แต่ไม่รวมกับมโนสังขาร


    Q: เจตนาของกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม คืออะไร?

    A: สัญญาการปรุงแต่งเกิดจากจิตของเรา เพราะฉะนั้นเจตนาของกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ก็คือการที่จิตของเรามีการกระทำออกไป 


    Q: กรรมอะไรที่ให้ผลทันที? 

    A: กรรมจำแนกตามผลได้ 3 ลักษณะ คือ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน กรรมที่ให้ผลในเวลาถัดมา และกรรมที่ให้ผลในเวลาถัดมาและถัดมาอีก


    Q: การทำสมาธิ ต้องนั่งทำเสมอไปหรือไม่?

    A: สามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ ทั้งเดิน ยืน นั่ง นอน


    Q: ชาติก่อน ชาติหน้า มีจริงหรือ?

    A: ที่สำคัญคือปัจจุบันนี้ ตอนนี้เราคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา คิดถึงเรื่องอนาคต เราก็คิดตอนนี้ เรื่องชาติหน้าเอาไว้ก่อน ให้เราแก้ปัญหาตรงความไม่เที่ยงก่อน เริ่มจากตอนนี้ ตั้งสติขึ้น เห็นตามความเป็นจริง ปฏิบัติให้มาก ทำให้เจริญ เมื่อได้ญาณหยั่งรู้ ค่อยจะยังกันและกัน ให้พอใจได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • บาปจากกลลวง [6816-7q]

    Q: สอบถามช่องทางการรับฟัง

    A: สามารถรับฟังวิทยุทางคลื่น AM 819 KHZ


    Q: ถูกหลอกให้ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยจำใจทำ แบบนี้บาปหรือไม่? เมื่อเทียบกับติตติรชาดก

    A: “ติตติรชาดก” เป็นเรื่องเกี่ยวกับนกกระทาที่นายพรานนำมาขังไว้เพื่อที่ว่า เมื่อมันร้องแล้วเพื่อนของมันที่ได้ยินจะออกมา นกกระทาตัวนั้นไม่ได้มีเจตนาเบียดเบียนหรือประทุษร้าย ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เพื่อนตัวเองต้องตาย หากแต่เสียใจเพราะนกด้วยกันตาย บาปเกิดขึ้นอยู่แต่น้อย ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกคนอื่นให้หลงเชื่อ มีเจตนาเบียดเบียนคิดประทุษร้าย ต้องการให้เขาได้ทุกข์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นบาป 


    Q: มีปิติแล้วทำไมจึงปวดขาอยู่?

    A: ปิติจะมี 2 ส่วนคือทางกายและใจ การที่จะมีปิติทั่วทั้งตัวคือทั้งกายใจได้นั้น เราต้องตริตรึกในเรื่องที่เป็นกุศลธรรม เรียกว่า “วิตกวิจาร” ให้ต่อเนื่อง ผลอานิสงส์คือจะได้ความสุขที่อาศัยปิติ เรียกว่า “นิรมิต” เป็นปิติที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องล่อ เกิดขึ้นในภายใน เป็นปิติสัมโพชฌงค์ 


    Q: อะไรคือวิตก อะไรคือวิจาร ?

    A: “วิตก” คือ ตริตรึกน้อมจิตไปคิด, “วิจาร” คือ ตรึกตรองลงรายละเอียดลึกลงไป 


    Q: พุทโธคือวิตกใช่หรือไม่?

    A : ใช่


    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • สมาธิที่เคียงคู่ด้วยสมถะและวิปัสสนา [6815-7q]

    Q: ขณะนั่งสมาธิ รู้สึกเคลิ้ม ๆ ลืมคำภาวนา ลืมลมหายใจ  

    A : ในการภาวนา หากเราเห็นอาการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือมีสติ หากเราไม่เห็น หรือเห็นเกิดแต่ไม่เห็นดับ นั่นคือเผลอสติ


    Q: ขณะกำหนดจิตบริกรรมพุทโธอยู่ ระหว่างนั้นครูบาอาจารย์ท่านก็พูดสอนอยู่ด้วย เราจะเอาสติไปจับอยู่กับอะไร?

    A: สติตั้งไว้ตรงช่องทางที่เสียงจะเข้ามาคือหู และเอาจิตไว้ที่ “โสตวิญญาณ”


    Q: ถ้าปฏิบัติดี มีศีล สมาธิ ปัญญา มั่นคงแล้ว ถึงที่สุดแห่งทุกข์ (หลุดพ้น) ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติอีก ถูกต้องหรือไม่?

    A: ท่านไม่ต้องปฏิบัติเพื่อหวังเอาผล เพราะพ้นได้แล้ว แต่ยังต้องปฏิบัติและรักษาศีล เพื่อดำรงอยู่ เพื่อรักษาสภาวะนี้ เพื่อให้ดำรงอยู่ในมรรค 


    Q: เวลาเข้าฌาน 1 แล้วพิจารณากายนี้ ถือว่าเป็นวิตกวิจารณ์หรือไม่ หรือเป็นวิปัสสนาแล้ว?

    A: ในสมาธิ “วิปัสสนา” อยู่ตรงที่เราเห็นความไม่เที่ยง “วิตกวิจาร” เป็นความคิดที่เป็นภาพ คำพูด การพิจารณากายในลักษณะที่เป็นภาพก็เป็นวิตกวิจาร


    Q: มีวิธีอย่างไร ที่จะต่อสู้กับกิเลส ที่เมื่อตื่นนอนขึ้นมาควรลุกทันที แต่ทำไม่ค่อยได้ 

    A : ก่อนนอนให้ตั้งสติไว้ว่า “รู้สึกตัวเมื่อไหร่ จะลุกขึ้นทันที จะไม่ยินดีในการเคลิ้มหลับ จะไม่ยินดีในการนอน” แล้วน้อมจิตไปเพื่อการนอน ตั้งสติไว้ว่า “บาปอกุศลอย่าตามเราไป ผู้ที่นอนหลับอยู่” ทำเช่นนี้จะเป็นการนอนที่ได้ตั้งสติไว้ 


    Q: ทุกข์ของพระพุทธเจ้าคืออะไร แล้วทุกข์ที่เราเจอใช่ตัวเดียวกันหรือเปล่า?

    A: ทุกข์ของพระพุทธเจ้า ตอนที่เป็นโพธิสัตว์นั้นเป็นทุกข์เดียวกันกับเรา ตอนที่ท่านเป็นพระพุทธเจ้าแล้วนั้น ท่านทรงพ้นจากทุกข์แล้ว เพราะท่านค้นพบทางพ้นทุกข์ ทุกข์จึงดับไป  


    Q: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เสียชีวิตไปแล้ว คน ๆ นั้นจะไปดีหรือเปล่า?

    A: ผู้ที่จะรู้ข้อนี้ได้ต้องมีจุตูปปาตญาณ


    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    1 hr
  • ความต่างแผ่เมตตากับแผ่บุญ [6814-7q]

    Q : ขอทราบรายละเอียดคอร์สปฏิบัติธรรม

    A : คอร์สหลีกเร้นปฏิบัติ “ใต้ร่มธรรมกุลเชฎโฐ” ณ วัดภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ วันที่ 6-14 ธ.ค. 68 และ คอร์ส “สมาธิกีฬา” ณ มูลนิธิอาศรมมาตา อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา วันที่  3-7 พ.ค. 68 (เหมาะสำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมแล้ว) สามารถสมัครทั้ง 2 คอร์ส ได้ที่แถบเมนู "สมัครปฏิบัติธรรม" https://panya.org


    Q : รับศีลควรรับด้วยคำว่าอะไร?

    A : “สาธุ” แปลว่าดีล่ะ, “สาธุ ๆ” แปลว่าดีแล้ว, หากรับมาปฏิบัติใช้คำว่า “อามะ”


    Q : การเจริญเมตตาจิตทำอย่างไร แตกต่างจากจิตเมตตาหรือไม่?

    A : การที่เราจะเจริญเมตตานั้น เราต้องตั้งจิตไว้กับด้วยเมตตา ท่านให้นึกถึงแม่ที่รักลูก เป็นความรักที่ไม่มีประมาณ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีขอบเขต แล้วจึงค่อยแผ่เมตตาออกไป ซึ่งคำว่าแผ่เมตตาจิตนั้นคือ “การเจริญภาวนา” 


    Q : จะแผ่เมตตาได้ต้องมีสมาธิหรือบุญหรือตั้งจิตก่อนหรือไม่?

    A : ต้องมีสมาธิและตั้งจิตที่ประกอบไว้ด้วยเมตตา ไม่มีประมาณ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีขอบเขต แล้วค่อยแผ่เมตตาออกไป การแผ่เมตตาไม่ใช่แผ่บุญ การแผ่เมตตา คือการที่เรากำหนดจิตที่ประกอบด้วยเมตตาแผ่ไปทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าผัสสะใดเข้ามา จิตเราก็จะเมตตาไป ไม่ไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ


    Q : การไหว้เชงเม้งกับคำสอนทางพุทธขัดกันหรือไม่?

    A : ท่านกล่าวถึง “ทาน” และ “ยันต์” การนำอาหารไปวางไว้หน้าหลุมศพ เป็นการให้โดยไม่มีผู้รับ เรียกว่าบูชายันต์ ซึ่งท่านไม่ได้ติเตียนยันต์ แต่ท่านจะชี้แจงแจกแจงว่า อันไหนตระเตรียมน้อยกว่าได้บุญมากกว่า มีผลอานิสงส์มากกว่า 


    Q : ฤกษ์ยามในความหมายของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร?

    A : ท่านให้เอากุศลธรรมเป็นหลัก ไม่ว่าเมื่อใดเวลาใดก็ตาม ที่ทำแล้วเกิดกุศล เมื่อนั้นคือ “ฤกษ์ดี”

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min

About 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

From the publisher's feed

การพูดคุยปรึกษา คือ สากัจฉาทำให้เกิดความไม่ประมาทและมีปัญญาได้, มีคำถามอยู่ที่ไหน ก็มีคำตอบอยู่ที่นี่, ตอบทุกข้อสงสัย ทั้งในการดำเนินชีวิต, หลักธรรม หรือการภาวนา โดย ร่วมพูดคุยกับคุณเตือนใจ สินธุวณิก…

More shows like 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

1 สมการชีวิต by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

1 สมการชีวิต

3 Listeners

5 นิทานพรรณนา by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

5 นิทานพรรณนา

2 Listeners

2 จิตตวิเวก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

2 จิตตวิเวก

5 Listeners

4 คลังพระสูตร by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

4 คลังพระสูตร

2 Listeners

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

2 Listeners

3 ใต้ร่มโพธิบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

3 ใต้ร่มโพธิบท

2 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

8 Minutes History by THE STANDARD

8 Minutes History

18 Listeners

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส by วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส

1 Listeners

10 Sunday Dhamma Talk by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

10 Sunday Dhamma Talk

0 Listeners

8 PureDhamma by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

8 PureDhamma

0 Listeners

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท

0 Listeners

วันนี้เป็นยังไงบ้าง by เสียงที่ไม่ได้ยิน

วันนี้เป็นยังไงบ้าง

0 Listeners