Sign up to save your podcastsEmail addressPasswordRegisterOrContinue with GoogleAlready have an account? Log in here.
เรื่องราวเทคโนโลยี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ทันสมัยในไต้หวัน ติดตามได้ในรายการ ไต้หวัน Hi-Tech มีอะไรทันสมัยยิ่งกว่าแนะนำมาเลย ... more
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.
January 11, 2021ไต้หวันไฮเทค - 2021-01-12ไต้หวันไฮเทค -12 ม.ค. 63- ปลูกกระแสไฟฟ้า รายได้ดีกว่าปลูกสับปะรด 10 เท่าไต้หวันส่งเสริมการติดตั้งโซล่าเซลล์หรือว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กล่าวได้ว่ากระแสการติดตั้งโซล่าเซลล์ บนพื้นที่นาหรือว่าบนพื้นที่การเกษตรได้รับความนิยมมากขึ้น มีตัวอย่างเกษตรกรหลายรายที่ประสบความสำเร็จ เช่น นายเว่ยหรงหัว (魏榮華) ที่กวนเมี่ยว (關廟)นครไถหนัน แต่เดิมให้เช่าที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกสับปะรดหันมาให้เช่าเพื่อติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า เขามีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร เดิมให้เช่า ปลูกสับปะรดมีรายได้ปีละ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่หันมาให้เช่าเพื่อติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ รายได้กลายเป็น 400,000 เหรียญไต้หวันต่อปี เขาจะให้เช่าที่ดินอีก 4 แปลง เพื่อติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ คาดหวังว่าสิ่งนี้ก็จะเป็นมรดกมอบให้แก่ลูกหลานต่อไปแต่ละปีนั้นจะมีรายได้จากการให้เช่าเพื่อติดตั้งแผงโซล่าเซลล์หลายล้านเหรียญไต้หวัน รายได้จากการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ถือว่ามีผลตอบแทนค่อนข้างจะสูงการทำโซล่าร์ฟาร์ม ได้รับความนิยมมากในไต้หวัน มีผู้ที่สรุปสาเหตุใหญ่ 3 ประการประการแรก โซลาร์ฟาร์มเป็นกระแสหลักของโลก บรรดาบริษัทชั้นนำด้านไอทีของโลกไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล หรือว่า Google ต่างก็ประกาศว่าให้การสนับสนุนพลังงานสะอาด บริษัทเหล่านี้พากันให้คำมั่นว่าจะใช้พลังงานสะอาด 100% ในไต้หวันยักษ์ใหญ่ด้านไอที 10 รายได้ออกมาให้คำมั่น รวมบริษัท TSMC หรือว่า Taiwan Semiconductor Manufacturing Corporation เป็นผู้ผลิตเวเฟอร์ชีป ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ป้อนชิ้นส่วนรายสำคัญของ Apple หรือว่า iPhone TSMC ให้คำมั่นว่าจะซื้อไฟฟ้าสีเขียว 20% ของกระแสไฟฟ้าสีเขียวทั้งหมดที่ผลิตในไต้หวัน จากการที่บริษัทชั้นนำพากันให้คำมั่นว่าจะจัดซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ทำให้ผู้ลงทุน Solar Farm มีความมั่นใจและยินดีที่จะทุ่มทุนในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มประการที่ 2 ที่มีผู้ลงทุน Solar Farm ในไต้หวันเป็นจำนวนมากนั่นก็คือ อุตสาหกรรมโซลาร์ฟาร์มมีมูลค่าธุรกิจที่สูงนับล้านล้านเหรียญไต้หวัน จะสามารถสร้างงานได้ประมาณ 1 แสนตำแหน่งรัฐบาลไต้หวันตั้งเป้าหมายว่าเมื่อถึงปี 2025 จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เท่ากับ 20 GW ในทุก 1 GW จะต้องมีการลงทุนคิดเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน จะเห็นได้ว่าเฉพาะการลงทุนเพื่อติดตั้งโซล่าฟาร์มนั้นก็มีมูลค่ามหาศาล การที่จะบอกว่ามูลค่าธุรกิจของอุตสาหกรรมโซล่าร์ฟาร์ม มีมูลค่านับล้านล้านเหรียญไต้หวันจึงไม่เกินความจริง นอกจากการลงทุนแล้ว ยังจะมีการขายกระแสไฟฟ้า มีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแบตเตอรี่ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วยเป็นล้านล้านเหรียญไต้หวันในส่วนของการสร้างงาน จากการประเมินขององค์การพลังงานหมุนเวียนโลกหรือว่า IRENA มีการประเมินว่าในปี 2018 นั้นมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน 11 ล้าน ตำแหน่ง สำหรับในไต้หวัน ในช่วง 6 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีการจ้างงาน 1 แสนตำแหน่งประการที่ 3 อุตสาหกรรมโซลาร์ฟาร์มเป็นที่ดึงดูดให้ผู้คนหันมาลงทุนจำนวนมาก เพราะว่ารัฐบาลไต้หวันมีการประกันราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซล่าฟาร์มซึ่งเป็นราคาระยะยาวประมาณ 20 ปี ผู้ที่ลงทุน Solar Farm จะมีผลตอบแทน 5.0-5.5 %...more15minPlay
January 04, 2021ไต้หวันไฮเทค - 2021-01-05ไต้หวันไฮเทค -05 ม.ค. 63- ไต้หวันวิจัยพัฒนาบ้านอัจฉริยะประหยัดพลังงานสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute -Itri) จับมือ 12 องค์กรในและต่างประเทศ รุกเข้าตลาดพลังงานอัจฉริยะมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญไต้หวัน ภายใต้การสนับสนุนของกรมพลังงานกระทรวงเศรษฐการ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม แถลงข่าวในวันที่ 17 ธันวาคม 2563 เกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมมือระหว่างประเทศ การวิจัยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมสีเขียวข้ามเขตภูมิอากาศโลก จัดตั้งบ้านต้นแบบประหยัดพลังงาน ร่วมมือกับ PowerGrid ของบริษัทไฟฟ้าโตเกียวเป็นต้นรวม 12 องค์กรและบริษัททั้งในไต้หวันและต่างประเทศ ร่วมกันรุกเข้าสู่ตลาดประหยัดพลังงานอัจฉริยะ มูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญ ในงานแถลงข่าวยังมีการเปิดตัวศูนย์ทดสอบด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมพลังงานสีเขียวเขตกึ่งร้อน (SPINLab) อย่างเป็นทางการ เป็นความร่วมมือกับองค์กรในสหรัฐฯ และะสิงคโปร์ สร้างสรรค์เทคโนโลยีสถาปัตยกรรมพลังงานสีเขียว ข้ามเขตภูมิอากาศของโลก (เขตร้อน กึ่งร้อน และอบอุ่น)หยิวเจิ้นหยวน (游振偉) อธิบดีกรมพลังงานแถดงว่า ภายใต้นโยบายส่งเสริมพลังงานสีเขียว กระทรวงเศรษฐการได้ทุ่มเท วิจัยพัฒนา เมืองวิทยาศาสตร์พลังงานสีเขียวอัจฉริยะซาหลุน(沙崙) และเขตสาธิตเทคโนโลยีสีเขียว กรมพลังงานและทีมงาน Itri ได้ทุ่มเท นำไปสู่การเปิดตัว บ้านตัวอย่างประหยัดพลังงานและศูนย์ทดสอบด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมพลังงานสีเขียวกึ่งเขตร้อน (SPINLab) บ้านตัวอย่างประหยัดพลังงาน เป็นการจำลองบ้านที่พักอาศัย ซึ่งเป็นรูปแบบที่สร้างกันในภาคใต้ของไต้หวัน ทำการทดสอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมประหยัดพลังงานอัจฉริยะเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด Itri ได้ร่วมมือกับ ม. เฉิงกง ในการสร้างศูนย์ทดสอบ SPINLab ให้บริการทดสอบสิ่งแวดล้อมแสงอาทิตย์ส่งผลกระต่อวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ในบ้านอย่างไรการประยุกต์ใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะที่มีความก้าวหน้าและทางเลือกพลังงานหลากหลาย แตกต่างกับสิ่งก่อสร้างสีเขียวในยุคก่อนแบบดั้งเดิม จะมีการมุ่งเน้นในด้านประสิทธิภาพ ความเป็นอัจฉริยะยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้มนุษย์ ได้รู้สึกได้ว่า ในขณะที่ต้องประหยัดพลังงานลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยังได้รับการดูแลด้านความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย ในอนาคตการร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการและผู้ประกอบการ ด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมสีเขียวกับต่างประเทศ จะทำให้ไต้หวันเป็นต้นแบบในด้านตัวอย่างสถาปัตยกรรมประหยัดพลังงาน ปัจจุบันระบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในศูนย์สาธิตได้มีการสร้างเสร็จ ผู้ประกอบการได้เข้ามาลงทุนเข้าไปจัดตั้งบริษัท ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์สาธิตเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวซึ่งจะกลายเป็นฐานสำคัญของไต้หวันในการยกระดับพลังงาน...more15minPlay
December 28, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-12-29ดาวเทียมวงโคจรต่ำกับการพัฒนาระบบสื่อสาร 6Gในไต้หวันเริ่มเปิดให้บริการ 5G อย่างเป็นทางการเมื่อ กรกฎาคม ปี 2563 ที่ผ่านมาประมาณ 6 เดือนเท่านั้น บริษัทจงหัวเทเลคอม ซึ่งก็เป็นแม่ข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไต้หวันรายหนึ่ง ได้เริ่มการวิจัยพัฒนาระบบ 6G แล้ว กล่าวกันว่า 6G จะเร็วกว่า 5G ประมาณ 50 เท่าขึ้นไป ในตอนนี้การพัฒนาระบบ 6G เริ่มมีผู้เล็งเห็นว่าการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำน่าจะมีความเหมาะสม ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน 6Gในยุค 5G จีนกับสหรัฐอเมริกาขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เมื่อเข้าสู่ยุค 6G เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายนี้ก็คงยังจะสู้กันต่อไปแล้ว ประเทศอื่นๆนั้นก็จะกระโดดเข้ามาเพื่อแข่งขันด้วย บริษัทจงหัว เทเลคอม แถลงว่า ทางบริษัทพยายามเล็งหาโอกาสธุรกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งเริ่มมองในเรื่องของดาวเทียมวงโคจรต่ำ ที่ผ่านมานั้นการสื่อสารด้วยดาวเทียมที่มีวงโคจรสูงห่างจากพื้นโลกประมาณ 36,000 กิโลเมตรขึ้นไปนั้น การส่งข้อมูลทำได้ในปริมาณน้อย มีความล่าช้า จึงไม่ค่อยเหมาะสมที่จะพัฒนาการใช้งานทางด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคม แต่สำหรับดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ ที่ห่างจากพื้นโลกในระดับหลักร้อยกิโลเมตร น่าจะมีความเหมาะสม บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกไม่ว่า จะเป็น Amazon รุกตลาดดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำพัฒนาดาวเทียมที่มีชื่อว่า Kuiper ทาง เทสลา มีการพัฒนาดาวเทียม Starlink และในส่วนของ Microsoft ลงทุนในโครงการ Kymeta บริษัทโบอิ้งเริ่มหันมารุกตลาดดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ อีกทั้งบริษัทของอเมริกาอย่าง เช่น Aerkomm ร่วมมือกับบริษัทในไต้หวันร่วมจัดตั้งบริษัทบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำในไต้หวัน ได้มีการขออนุญาตใบประกอบการจากคณะกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมของไต้หวัน (NCC) จัดตั้งเป็นบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนในไต้หวันดาวเทียมวงโคจรต่ำนั้นมีจุดเด่นคือ อยู่ห่างจากพื้นโลกในระดับหลักร้อยกิโลเมตร ด้วยระยะที่ไม่ไกลเกินไปนี้ ทำให้การสื่อสารระหว่างดาวเทียมกับพื้นโลกมีความรวดเร็วเหมาะกับการพัฒนาระบบสื่อสารโทรคมนาคม 6G ได้ทั้งนี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำเหมาะที่จะใช้ในการสื่อสารในพื้นที่ที่เป็นเกาะ ทะเล ในภูเขา หรือพื้นที่ชนบทห่างไกลโดยเฉพาะใช้ในเรื่องของการช่วยกู้ภัย ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านนี้ยังจะต้องรอการพัฒนาต่อไป ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งก็คือสภาพดินฟ้าอากาศจะส่งผลกระทบต่อการสื่อสารการสื่อสารด้วยดาวเทียมวงโคจรต่ำจะมีความสุกงอมเมื่อไรเป็นสิ่งที่คาดเดายาก บริษัทจงหัว เทเลคอมแถลงว่า อาจจะไม่ลงทุนในด้านฮาร์ดแวร์ เพราะว่าต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่อาจจะพัฒนาในเรื่องของซอฟต์แวร์มากกว่าสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU-R) วางแผนว่าปี 2021 จะเริ่มการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับ 6G จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การที่จะผ่านยุคจากยุคหนึ่งไปสู่อีกยุคหนึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี จึงมีการคาดการณ์ว่าระบบ 6G จะเริ่มปรากฏโฉมเป็นรูปเป็นร่างราวปี 2028 จะมีการใช้งานควบคู่กับระบบ 5G ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงจะมีการใช้ระบบ 6G ในเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์ประมาณปี 2030ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเริ่มใช้งาน 5G ตอนนี้พูดถึง 6G จะเป็นการเร็วเกินไปหรือไม่ หลายคนน่าจะมีความรู้สึกแบบนี้ แต่ว่าโลกในยุคปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศต่างๆ ไม่ยอมกัน จีนได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี 6G ไปตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะพูดถึง 6G ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกระบบ 5G ที่ผ่านมาเรามีความรู้สึกว่า การสื่อสารเร็วมาก เร็วกว่าระบบ 4G อย่างมากมาย สามารถจะนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องของรถยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีเสมือนจริง AR /VR หรือเรื่องของหุ่นยนต์ผ่าตัด ที่บอกว่าระบบ 5G นั้นสื่อสารได้รวดเร็ว ความหน่วงต่ำ จึงทำให้การสื่อสารนั้นอยู่ในสภาพที่เป็นแบบเรียลไทม์คือเป็นแบบฉับพลันในยุค 6G จะรองรับต่อการทำงานของ AI และ IoT ได้ดีขึ้นถ้าจะเทียบความเร็วของระบบ 4G 5G 6G ให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นอาจจะบอก ยุค 4G นั้นเราใช้เวลาดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่เพื่อดูหนัง เล่นเกมต่างๆ นั้นอาจจะใช้เวลา 10 นาที แต่เมื่อเข้าสู่ยุค 5G ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาที เมื่อเข้าไปสู่ยุค 6G จะใช้เวลาเพียงแค่ 0.001 วินาที คือเรายังไม่ทันนับหนึ่งเลย หนังทั้งเรื่องก็โหลดเข้ามาเรียบร้อยแล้วการพัฒนาการสื่อสารระบบ 6G มีความจำเป็นเพื่อรองรับการทำงานอุปกรณ์จำนวนหลายล้านชิ้นที่เชื่อมต่อกัน ระบบ AI หรือว่าปัญญาประดิษฐ์เชื่อมต่อระบบจะทำงานได้อย่างรวดเร็วแก้ปัญหาให้ผู้ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าปัญหานั้นจะมีความซับซ้อนมากเพียงใดก็ตาม ยกตัวอย่างอย่าง ในเมืองใหญ่ๆ ในแต่ละวันจะมีรถยนต์ประมาณ 3 ล้านคันวิ่งเข้าออกในเมืองตลอดเวลา แม้จะมีจำนวนหลายล้านคัน AI ก็สามารถที่จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบรถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือว่ารถยนต์ไร้คนขับทำงานได้แม่นยำมากขึ้น จะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือว่าเกิดปัญหาเมื่อมีการเดินรถมากๆ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือ IoT (Iinternet of Things) มีความคล่องตัวรวดเร็วทำให้ระบบการวิเคราะห์ต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ วิเคราะห์แก้ปัญหาสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว การพัฒนา AI Deep Learning หรือว่า AI ที่สามารถจะตัดสินใจได้ด้วยตนเองนั้นจะมีประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้น AI จะเลือกวิธีการที่ดีที่สุด ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมหาศาลประเทศต่างๆ ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาไปข้างหน้าก้าวเข้าสู่ยุค 6G บริษัทจงหัว เทเลคอมของไต้หวันเริ่มเล็งหาโอกาสธุรกิจในยุค 6G โดยมองว่าอาจจะเริ่มจากเรื่องของดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ ที่ห่างจากโลกในระดับหลักร้อยกิโลเมตรอาจจะประมาณ 500-600 กิโลเมตร ซึ่งสามารถสื่อสารกับพื้นโลกได้อย่างรวดเร็วน่าจะนำมาพัฒนาใช้งานในระบบ 6G ได้ แต่ว่าดาวเทียมวงโคจรระดับจะเหมาะกับระบบ 6G หรือไม่ ไม่สามารถจะคาดเดาได้ การลงทุนดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงอยู่ ปัจจุบันนั้นระบบไฟเบอร์ออฟติก ระบบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของไต้หวันค่อนข้างที่จะใช้งานได้ดีอยู่แล้วจึงอาจไม่ต้องลงทุนดาวเทียมวงโคจรต่ำก็ได้ทางบริษัทจงหัว เทเลคอมแถลงว่า จะลงทุนดาวเทียมวงโคจรต่ำหรือไม่นั้นคงต้องดูแนวโน้มในอนาคตว่าต้นทุนทางด้านฮาร์ดแวร์จะลดลงมาจนถึงระดับที่แข่งขันได้หรือไม่ การพัฒนาซอฟต์แวร์มีความเสี่ยงต่ำกว่าทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี 6G ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามกันต่อไป...more15minPlay
December 21, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-12-22ไต้หวันไฮเทค -22 ธ.ค. 63- เกาะกระแสโลก ไต้หวันพัฒนาธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตInternet-Only-Bank หรือว่าธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ตพัฒนาอย่างรวดเร็วใน 3 ดินแดนคือไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ขณะนี้สิงคโปร์กำลังไล่หลังอย่างกระชั้นชิด สถิติของการยื่นขอจัดตั้งธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ต ในสิงคโปร์มีการยื่นขอ 14 ราย คาดว่าจะมีการอนุมัติ 4 ราย โดยจะเปิดดำเนินการใน ปี 2022 ส่วนฮ่องกงนั้นมีผู้ยื่นขอ 29 รายและคาดว่าจะได้รับอนุมัติ 8 รายจะเปิดบริการในปี 2020สำหรับในไต้หวันนั้น หลังจากกลางปี 2019 คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการ 3 ราย ประกอบด้วย Next Bank, LINE BANK และ Rakuten จัดตั้งการให้บริการ Internet-only Bank อย่างเป็นทางการแล้ว ในปี 2020 นี้ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารทั้ง 3 รายได้ยื่นขอใบอนุญาตเพื่อการประกอบธุรกิจ ธนาคารแบบดั้งเดิมชักจะหนาวๆร้อนๆ เหมือนกัน เพราะว่าธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตนั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่า สามารถที่จะให้บริการลูกค้าได้หลากหลายมากกว่า ศึกแย่งชิงลูกค้าระหว่างธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ตกับธนาคารแบบมีสาขาหรือว่าธนาคารแบบดั้งเดิมนั้นกำลังจะเปิดฉากอย่างเข้มข้นมากขึ้น มีโอกาสและท้าทายอย่างมากของธนาคารยุคใหม่ในไต้หวันคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินของไต้หวันแถลงเมื่อ 11 ธันวาคม 2020 ได้กำชับผู้ประกอบการธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตว่า ห้ามแข่งขันด้วยการตัดราคา และต้องให้ความสนใจกับเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงทางด้านข้อมูลข่าวสาร การไหลเวียนของเงินทุน การจัดอันดับเครดิตของธนาคาร การปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตในไต้หวันนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เริ่มเปิดทดลองให้บริการแล้ว จากประสบการณ์ในประเทศอื่น ธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ตเป็นธนาคารที่ไม่มีการพบกับลูกค้าโดยตรง ไม่สามารถที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์ให้เกิดความคุ้นเคยหรือว่าสนิทสนมระหว่างกัน เพราะฉะนั้นธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ตจะเปิดฉากการแข่งขันอย่างดุเดือดด้วยการให้ดอกเบี้ยเงินฝากอัตราสูงมาก ดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราต่ำมาก เพื่อที่จะพยายามดึงดูดลูกค้าจากธนาคารในระบบดั้งเดิม เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินของไต้หวันพยายามกำชับธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ตว่าอยาได้มุ่งแต่เรื่องของการแข่งขันตัดราคาเท่านั้น แต่ต้องหาทางดำเนินธุรกิจในระยะยาวอย่างมั่นคง...more15minPlay
December 14, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-12-15ไต้หวันไฮเทค -15 ธ.ค. 63- ไต้หวันพัฒนารถบรรทุกขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไต้หวันมุ่งพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้า โดยกลุ่มฟอร์โมซา ของไต้หวันได้เล็งเห็นแนวโน้มการประหยัดพลังงานและการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นแนวโน้มของทั่วโลกให้ความสนใจ กลุ่มฟอร์โมซา ถือว่าเป็นบริษัทแนวหน้าของไต้หวันเมื่อพูดถึงบริษัทฟอร์โมซา พลาสติก จะรู้จักกันดีในฐานะเป็นบริษัทปิโตรเคมียักษ์ใหญ่ของไต้หวันตอนนี้ทางกลุ่มฟอร์โมซา ได้พัฒนารถ EV แต่เน้นในเรื่องของรถบรรทุก กระแสข่าวชี้ว่า รถบรรทุกขนาด 12 ตันที่ทางได้พัฒนาขึ้นมาคันแรกจะเริ่มการประกอบทดสอบการใช้งานในเดือนมิถุนายน จะผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2022 หวังเหวินเฉา (王文潮) กรรมการบริหารของบริษัท ได้ทดลองขับรถยี่ห้อ DAF ที่พัฒนาเองรัฐบาลไต้หวันกำหนดนโยบายประหยัดพลังงานและทั่วโลกนั้นมีแนวโน้มที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า บริษัทฟอร์โมซาได้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในด้านพลังงานสีเขียว มีการพัฒนาในแนวตั้งดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล สอดรับกับแนวโน้มของทั่วโลกสวนนายเฉินเซิ่งกวง (陳勝光) ซึ่งเป็นประธานของบริษัทรถไฟฟ้าฟอร์โมซา และประธานสมาคมแบตเตอรี่ไต้หวันได้บอกว่า รัฐบาลควรจะทำการจัดตั้งทีมแบตเตอรี่แห่งชาติ เขาเน้นว่าการพัฒนารถไฟฟ้ากุญแจสำคัญก็คือแบตเตอรี่นั่นเอง ในภาวะที่ตลาดของไต้หวันนั้นมีขนาดค่อนข้างเล็ก ปริมาณการใช้แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย จึงทำให้ราคาต้นทุนสูง ดังนั้นต้องรวมกำลังจากหลายฝ่ายเพื่อที่จะช่วยกันในฐานะเป็นทีมแห่งชาติ คือร่วมกันวิจัยพัฒนาผสานผนึกกำลังจะทำให้การผลิตแบตเตอรี่ของไต้หวันนั้นมีต้นทุนที่ต่ำลงได้...more6minPlay
December 07, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-12-08ไต้หวันไฮเทค -08 ธ.ค. 63- ความเร็วคลื่นสื่อสาร 5G ของไต้หวัน อันดับ 4 ของโลกคลื่นสื่อสารระบบ 5G ของไต้หวันมีความเร็วอันดับ 4 ของโลก แม้ไต้หวันเริ่มเปิดให้บริการคลื่นสื่อสารโทรคมนาคมระบบ 5G เริ่มกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเพียงแค่ 4-5 เดือน แม่ข่ายโทรศัพท์ของไต้หวันได้เร่งติดตั้งเครือข่ายระบบ 5G ทำให้ความเร็วคลื่นของ 5G ในไต้หวันนั้น ติดอันดับต้นๆ ของโลก จากการเก็บสถิติในช่วงเดือนกรกฎาคม -กันยายนใน 15 เขตและประเทศทั่วโลกเครือข่าย 5G ของไต้หวันมีความเร็วถึง 211.8 Mbps ซึ่งเป็นความเร็วอันดับ 4 ของโลกเป็นรองจากซาอุดิอาระเบีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย หากเทียบความเร็วของในยุค 5G เทียบกับ 4G ของไต้หวัน เร็วกว่า 6.4 เท่า การจัดอันดับความเร็ว 5G ใน 15 ประเทศ/เขตของทั่วโลก ปรากฏว่าซาอุดิอารเบีย มีความเร็วสูงสุด (377.2 Mbps) แซงประเทศที่ใช้ 5G ประเทศแรกของโลกคือเกาหลีใต้ (336.1 Mbps) อันดับ 3 คือ ออสเตรเลีย (215.8 Mbps) ส่วนสเปน (201.1 Mbps) อยู่อันดับ 5 ตามหลังไต้หวันนักวิเคราะห์ชี้ว่าความเร็วระบบ 5G ของไต้หวันนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึง เพราะไต้หวันเปิดใช้ระบบ 5G ใน เดือนกรกฎาคม 2563 ผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น การทดสอบความเร็วที่ทำโดย Opensignal ในช่วงเดือนกรกฎาคม –กันยายน ติดอันดับ 4 ของโลก แสดงให้เห็นว่าแม่ขายโทรศัพท์ในไต้หวันที่มีอยู่ 5 รายต่างก็พยายามเร่งวางเครือข่าย 5G อย่างเต็มที่โดยเฉพาะแม่ข่าย 3 ยักษ์ใหญ่ในไต้หวันระดมกำลังอย่างเต็มที่ในการติดตั้งเครือข่าย 5Gจงหัวเทเลคอม ประกาศเมื่อเริ่มเปิดบริการ 5G ว่าจะติดตั้งเครือข่าย 2,000 จุด ภายในสิ้นปี 2563 นี้ และต่อมาได้ประกาศปรับตัวเลขเป็น 3,000 จุด และปรับอีกเป็น 4,000 จุด สำหรับปีหน้าตั้งเป้าหมายมีเสาสัญญาน 8,000 จุดไต้หวันโมบาย ตั้งเป้าหมายถึงสิ้นปีติดตั้ง 4,000 จุด ต่อมาปรับเพิ่มเป็น 6,000 จุดส่วนฟาร์อีสโทน ปรับเพิ่มเป้าหมายการติดตั้งปีนี้จาก 3,000 เป็น 4,000 จุด เช่นกัน ในปีหน้าจะบรรลุเป้าหมาย 8,000 จุด...more15minPlay
November 30, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-12-01ไต้หวันไฮเทค -01 ธ.ค. 63- เมืองซินจู๋ดำเนินโครงการเร่งด่วนผลิตน้ำจืดจากทะเลในปีนี้ไต้หวันประสบภัยแล้ง เนื่องจากไต้ฝุ่นไม่ได้พัดเข้าไต้หวันโดยตรง ไม่ได้นำเอาพายุฝนเข้ามา ทำให้ขาดแคลนน้ำ น้ำในเขื่อนเริ่มไม่พอใช้ จนต้องดำเนินมาตรการประหยัดน้ำ หยุดจ่ายน้ำให้กับภาคการเกษตรและคาดว่าคงจะมีการดำเนินมาตรการประหยัดน้ำอีกหลายมาตรการ กรมชลประทานจึงได้วางแผนที่ทุ่มงบประมาณ 700 กว่าล้านเหรียญไต้หวัน สร้างโรงทำน้ำจืดจากทะเลที่เขตหนันเหลียว(南寮) เมืองซินจู่ พื้นที่สาธิตวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีชลประทาน จะมีการสร้างโรงผลิตน้ำจืด ใช้วิธีการประกอบเครื่องผลิตน้ำดื่มแบบตู้คอนเทนเนอร์พื้นที่สาธิตวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีชลประทานเขตหนันเหลียวเมืองซินจู่สำนักงานชลประทานสาขาภาคเหนือจะเร่งเปิดประมูลว่าจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการผลิตน้ำจืดจากทะเล แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะแล้วเสร็จต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 มีกำลังผลิตน้ำจืดวันละ 3,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนระยะที่ 2 การก่อสร้างจะเสร็จสิ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีกำลังผลิตเพิ่มเป็นวันละ 13,000 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มปริมาณน้ำป้อนให้แก่ประชาชนในเมืองซินจู๋ เชื่อว่าเมื่อมีการผลิตน้ำจืดจากทะเลสำเร็จจะทำให้ไม่ต้องดำเนินมาตรการลดแรงดันน้ำ ไล่เจี้ยนซิ่น (賴建信) อธิบดีกรมชลประทาน และ หลินจื้อเจียน (林智堅) ผู้ว่าการเมืองซินจู๋ได้ร่วมกันไปสำรวจดูพื้นที่ โดยนายหลินจื้อเจียนบอกว่าทางเมืองซินจู๋ จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อกรมชลประทานในการเร่งงานเกี่ยวกับการวางท่อส่งน้ำ ส่วนนายไล่เจี้ยนซิ่นอธิบดีกรมชลประทานบอกว่า การเร่งดำเนินโครงการผลิตน้ำจืดจากทะเลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญโครงการเร่งด่วนผลิตน้ำจืดจากทะเลแก้ปัญหาภัยแล้งสำนักงานชลประทานสาขาภาคเหนือให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การตั้งโรงงานทำน้ำจืดที่หนันเหลียว มีพื้นที่ 1 เฮกตาร์ โครงการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ แบ่งเป็น 2 โครงการย่อย โครงการย่อยที่ 1 นั้นมูลค่า 230 ล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 230 ล้านบาท) ระยะแรกนั้นจะสร้างเสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์จะป้อนน้ำได้วันละ 3,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนโครงการย่อยที่ 2 มูลค่าโครงการ 460 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่าจะสร้างเสร็จในปลายเดือนกุมภาพันธ์ จะสามารถป้อนน้ำเพิ่มได้อีกวันละ 10,000 ลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานยังแถลงด้วยว่า การผลิตน้ำดื่มจากทะเล เทคโนโลยีมีความสุกงอม ในปัจจุบันใช้วิธีการกรองในระบบ Reverse Osmosis เมื่อได้น้ำจืดแล้วก็จะส่งเข้าไปที่โรงประปาเพื่อที่จะได้ป้อนให้แก่ประชาชนในเขตเมืองซินจู๋ไล่เจี้ยนซิ่น อธิบดีกรมชลประทาน(ภาพขวา) และ หลินจื้อเจียน(ภาพซ้าย)ผู้ว่าการเมืองซินจู๋ร่วมกันสำรวจดูพื้นที่...more15minPlay
November 23, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-11-24ไต้หวันไฮเทค -24 พ.ย. 63- Internet-only Bank ในไต้หวัน เริ่มเปิดบริการปลายปีนี้ โอกาสและความท้าทายธนาคารยุคใหม่หลังจากกลางปี 2019 คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน (FSC) ได้อนุมัติการให้ผู้ประกอบการ 3 ราย ประกอบด้วย Next Bank, LINE BANK และ Rakuten จัดตั้ง Internet-only Bank ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบการ เมื่อกรกฎาคม ปีนี้ และจะเปิดทดลองบริการปลายปี ศึกแย่งชิงลูกค้าระหว่างธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตกับธนาคารมีสาขากำลังจะเปิดฉากอย่างเข้มข้น โอกาสและความท้าทายธนาคารยุคใหม่ที่น่าจับตามองInternet-only Bank เป็นธนาคารที่ให้บริการลูกค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เหมือนกับธนาคารแบบดั้งเดิม โดยเป็นธนาคารแบบไม่มีสาขา ให้บริการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต มีความยืดหยุนคล่องตัวและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบางประเภทที่ธนาคารดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงหรือเข้าถึงได้ยากไล่เวยเหริน (賴威仁) รองนักวิจัย สำนักวิจัยการเงิน ของ Taiwan Academy of Banking and Finance บอกว่า ธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตมีจุดเด่น 2 ประการ คือประการแรก การจัดตั้งระบบเครือข่ายมีความยืดหยุ่นและกะทัดรัดมากกว่าธนาคารแบบมีสาขา ธนาคารสาขาจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตแบบปิดขนาดใหญ่เชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับสาขานับร้อย แต่ธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตใช้ระบบ Cloud พัฒนา Software สำหรับบริการแต่ละอย่างได้ การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบง่ายกว่าธนาคารแบบดั้งเดิมประการที่ 2 ในด้านการประกอบธุรกิจ ธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตไม่มีภาระค่าใช้จ่ายสาขา มีแต่บริการบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น จึงมีความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการร่วมมือข้ามธุรกิจง่ายกว่าไล่เวยเหริน บอกว่าปัจจุบันการร่วมมือข้ามธุรกิจของธนาคารเฉพาะอินเทอร์เน็ต มี 4 รูปแบบ ได้แก่ แพล็ตฟอร์มสื่อสารแบบเรียลไทม แพล็ตฟอร์มอี-คอมเมิร์ส แม่ข่ายโทรศัพท์ผู้ค้าปลีก และ เซิร์จ เอนจิ่น ยกตัวอย่าง Line Bank มีสมาชิกผู้ใช้งานจำนวนมาก LINE Bank สามารถ ใช้แพล็ตฟอร์มสื่อสารผนวกกับบริการธุรกรรมการเงินไล่เวยเหริน กล่าวด้วยว่า ในระยะแรกการดึงดูดลูกค้าเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ต เขาเห็นว่าหากไม่ต้องการทำสงครามตัดราคากับธนาคารมีสาขา จะต้องพยายามให้บริการลูกค้าบนพื้นฐานเดิมที่ตนเองได้เปรียบ เช่น Rakuten Bank ถือหุ้นโดย ธนาคาร Rakuten ของญี่ปุ่น มีประสบการณ์ช่ำชอง อาจจะเสนอบริการบัตรเครดิตเงินเยนและเงินเหรีญไต้หวัน เพื่อดึงดูดลูกค้านักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นไลเวยเหรินชี้ว่า ในระยะแรกธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตยากที่จะแข่งกับธนาคารดั้งเดิม และธนาคารดั้งเดิมกำลังจับตามองว่าธนาคารเฉพาะอินเตอร์เน็ตจะใช้กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าอย่างไรบ้าง...more15minPlay
November 16, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-11-17ไต้หวันไฮเทค -17 พ.ย. 63- ไต้หวัน-ญี่ปุ่น จับมือรุกตลาดการรักษาโรคด้วยเซลล์ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน มีข่าวคราวเรื่องการร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่น บริษัท Metatech ของไต้หวันจับมือกับ Hitachi ของญี่ปุ่นจัดตั้งบริษัทไบโอเทคโนโลยีเล่อเจีย (樂迦再生科技) บุกเบิกตลาดการรักษาโรคด้วยเซลล์ จะมีการระดมทุนมากถึง 2,500 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยกองทุนเพื่อการพัฒนาแห่งชาติของไต้หวันซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลไต้หวันจะเข้าร่วมถือหุ้นด้วย รวมทั้งพันธมิตรบริษัทไอทีแนวหน้าของไต้หวัน ได้แก่ Largan Pricision Co., Ltd., Acer, Delta เป็นต้น จะเข้าร่วมถือหุ้นด้วย เป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพแบบหมุนเวียนของไต้หวันเพื่อรุกเข้าสู่ตลาดโลก จับตลาดการรักษาโรคด้วยเซลล์ที่มีมูลค่านับล้านล้านเหรียญไต้หวันการรักษาโรคด้วยเซลล์นั้น ได้มีการวิจัยค้นคว้ารวมทั้งมีการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว ร่างกายของคนเรามีจุดกำเนิดมาจากเซลล์เริ่มต้นเพียง 1 เซลล์แล้วก็เจริญเติบโตกลายเป็นเซลล์นับล้านเซลล์ สร้างเป็นอวัยวะต่างๆ เซลล์เหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นรวมทั้งเสื่อมสลายไปได้ และมีการก่อตัวขึ้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ ร่างกายของเราผ่านกาลเวลาไปอายุของคนมากขึ้นเซลล์ต่างๆ จะเริ่มสูญเสียความสามารถในการทำงาน จึงทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ เกิดโรคต่างๆ ตามมาการรักษาโรคในปัจจุบันจะใช้สารเคมี ใช้ยา ใช้รังสี ผ่าตัดเพื่อแก้หรือระงับอาการของโรค อธิบายเป็นขั้นตอนแบบง่ายๆ ก็คือว่าเมื่อรู้ว่ามีโรคเกิดขึ้น ก็จะใช้ยารักษา หรือสารเคมีในการรักษา แต่บางทียาหรือสารที่ใช้ อาจจะหมดฤทธิ์หรือว่าไม่ได้ผล อาการป่วยนั้นก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมหรืออาจจะหนักขึ้น เพราะฉะนั้นการแพทย์ในปัจจุบันนั้นเริ่มมาให้ความสนใจที่ต้นตอ ก็คือการรักษาด้วยเซลล์ เป็นการแพทย์ทางเลือกอีกแบบหนึ่ง เซลล์บำบัดเป็นการฟื้นฟูอวัยวะในส่วนต่างๆ หรือว่าทุกส่วนที่เกี่ยวข้องพร้อมกันเพื่อนำเอาเซลล์เข้าไปทดแทนเสริมสร้างเซลล์ที่บกพร่องหรือแม้แต่นำเซลล์ของร่างกายเราเข้าไปแก้ไขเซลล์ที่บกพร่องให้กลายเป็นเซลล์ที่ปกติ ทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นหรือแม้แต่การช่วยทำให้ดูอ่อนเยาว์หรือว่าอ่อนวัยมากขึ้น...more15minPlay
November 09, 2020ไต้หวันไฮเทค - 2020-11-10ไต้หวันไฮเทค -10 พ.ย. 63- รัฐบาลทุ่มงบ 26,600 ล้านเหรียญไต้หวัน เร่งติดตั้งเครือข่าย 5 Gรัฐบาลไต้หวันเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการแม่ข่ายโทรศัพท์เร่งติดตั้งเครือข่ายส่งสัญญาณคลื่นในระบบ 5G โดยจะทุ่มงบอุดหนุน 26,600 ล้านเหรียญไต้หวัน เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ มกราคม ปี 2021 ถึง สิงหาคมปี 2025 เน้นการให้เงินอุดหนุนติดตั้งเครือข่ายส่งสัญญาณในส่วนที่เกินกว่าที่ผู้ประกอบการได้กำหนดไว้ตามแผนในแต่ละปี หมายความว่าผู้ประกอบการแม่ข่ายโทรศัพท์ที่ได้รับสัมปทานระบบ 5G ต้องมีการเสนอแผนต่อรัฐบาลว่า แต่ละปีจะติดตั้งเสาสัญญาณจำนวนเท่าไร ส่วนที่เกินกว่าแผนงานจะได้รับการอุดหนุน เป็นการแร่งให้ติดตั้งเร็วกว่าแผนงานนั่นเอง ในการอุดหนุนนั้นมีการกำหนดเงื่อนไขไม่เกิน 50% ของค่าใช้จ่ายการติดตั้งเครือข่ายส่งสัญญานในยุค 5G ค่อนข้างจะเชื่องช้ากว่าในยุคของ 4G เพราะว่าตัวส่งสัญญาณในระบบ 5G หรือว่า Cell Site ระบบ 5G จะมีความหนาแน่นกว่า 4G ถึง 3 เท่า การติดตั้งจึงล่าช้า ทางการของไต้หวันพยายามที่จะช่วยเหลือแม่ข่ายโทรศัพท์ในการติดตั้งเครือข่ายสัญญาน 5G ให้เร็วขึ้น โดยจะเน้นในส่วนที่ประชาชนมีความต้องการใช้งานสูง อาทิเช่นในเขตที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคม หรือว่าศูนย์กลางการจราจร อย่างตามสนามบิน ตามท่าเรือหรือ ในเส้นทางรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) หรือว่าบนตัวรถไฟความเร็วสูง รวมถึงในจุดของสถานีรถไฟ MRT สถานีรถบัสระหว่างเมือง ป้ายรถเมล์ ในจุดที่มีการแสดงคอนเสิร์ตหรือว่าการแสดงขนาดใหญ่ สนามกีฬา สนามฟุตบอล เป็นต้น จุดต่างๆ เหล่านี้ก็จะส่งเสริมให้มีการติดตั้งเครือข่าย 5G ในลำดับแรก เพื่อเป็นการเร่งให้ประชาชนมีความนิยมใช้ระบบ 5G เพื่อให้การใช้งาน 5G แพร่หลายยเร็วขึ้นที่ผ่านมานั้น ทางการไต้หวันเปิดประมูลคลื่น 5G นั้นได้วงเงินประมูลสูงถึง 142,191 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งมากกว่าที่ทางคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติของไต้หวัน (NCC) กำหนดราคาเบื้องต้นเอาไว้คือ 44,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เงินที่ได้รับจากการประมูลจัดสรรคลื่น 5G มากกว่าที่ได้ตั้งเป้าไว้ ทางสภาบริหาร (คณะรัฐมนตรี) จึงได้กำหนดทิศทางที่จะใช้เงินดังกล่าวนำมาใช้เพื่อการพัฒนาเครือข่ายเครื่องสัญญาน 5G การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน ลดช่องว่างทางด้านดิจิตอลระหว่างเมืองกับชนบท...more13minPlay
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.