"ขอเล่าต่อ" เป็นมาอย่างไร
หลายปีที่ผ่านมาผมอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตนเองมาหลายเล่ม แต่ไม่ค่อยได้นำมาแชร์หรือแบ่งปันแก่ผู้อื่น ซึ่งโดยส่วนมากแล้วคนที่จะได้ซึมซับมากที่สุดก็มักจะเป็นคนรอบข้าง ไม่ก็ เป็นเพื่อนๆที่ใกล้ชิด
"ขอเล่าต่อ"จะเน้นสรุปคีย์สำคัญของหนังสือที่ถูกผมแกะเอาเนื้อในของหนังสือมาแบ่งปันโดยเชื่อมโยงแนวคิดของผมผ่านการเล่าต่อ
การที่ผู้ฟังหรือผู้อ่านเห็นความสำคัญของความรู้ที่ถูกกักเก็บไว้อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตใครหลายคนได้
ดังนั้น สิ่งง่ายๆที่สุดสำหรับคุณ คือ การนำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและคนรอบข้างได้เลย
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจาก การฟังขอเล่าต่อ
คุณจะได้รับความรู้ที่ถูกกักเก็บไว้ในหนังสือ
คุณจะได้แนวทางในการพัฒนาตนเอง
คุณจะได้เห็นมุมมองความคิดของผู้ที่อื่น
คุณจะได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง
คุณจะได้พบจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต
"ทุกเรื่องราวควรค่าแก่การเรียนรู้และเข้าใจ เราอาจไม่มีเวลาพอที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างแต่เราควรรู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญต่อชีวิตเรา"
"ขอเล่าต่อ" เหมาะกับใคร?
ผู้ที่ต้องการอ่านหนังสือแต่ไม่มีเวลาอ่าน
ผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
ผู้ที่ต้องการเข้าใจชีวิตมากขึ้น
"ขอเล่าต่อ" ไม่เหมาะกับใคร?
ผู้ที่ด่วนสรุปไม่มีเวลาอ่านหรือฟังให้จบ
ผู้ที่ไม่ต้องการเปิดรับชุดความรู้เพิ่มเติม
ขอเล่าต่อ หมายถึง อะไร?
(เหล้าหมดแล้วขอต่ออีกหน่อย!! ไม่ใช่แบบนี้นะ55)
ขอ คือ ขอรับ ความรู้
เล่า คือ บอกเล่า ความรู้
ต่อ คือ ส่งต่อ ความรู้
"ขอเล่าต่อ" เกิดมาทำไม?
เกิดมาเพื่อส่งต่อความรู้ที่ได้จากหนังสือผ่านการเชื่อมโยงความคิดของเราเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
อะไร คือ คุณค่าของการเล่าต่อ?
ก็คือ การนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวคุณและต่อคนรอบข้าง
“ขอเล่าต่อ” มีพันธกิจอะไร?
อ่านให้ถึง1000เล่ม
เรียนรู้ไปด้วยกัน เติบโตขึ้นทุกวัน
.
.
.
ขอบคุณครับ......