
Sign up to save your podcasts
Or


ทำไมบางโปรดักส์หรือบริการ ที่เราตั้งใจออกแบบให้ใช้ได้ง่ายแล้ว แต่คนกลับไม่ใช้? หรือบางทีบางโปรดักส์ใช้ยากมาก แต่คนก็ยังทนใช้อยู่?
Ep นี้จะมาคุยถึง concept ของเรื่อง “Rewards vs Effort” หรือ สิ่งที่ users ได้ vs แรงที่ users ต้องเสียไป กว่าได้ rewards นั้นมาครับ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนสร้างโปรดักส์ควรเข้าใจ แลควรต้องพยายามบาลานส์ระหว่าง 2 ด้านนี้ให้ได้ เพราะว่าถ้า rewards เราน้อย ถึงโปรดักส์จะใช้ง่ายแค่ไหน คนก็อาจจะไม่ใช้ หรือในทางกลับกัน บางโปรดักส์มี rewards สูงมาก users ก็อาจจะยอมทนใช้งานได้ ถึงแม้มันจะใช้ยากมากมายก็ตาม
ซึ่งมันก็ไม่ใช่ว่าเราก็ควรจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นต่อไปครับ เพราะสุดท้ายถึง users จะใช้งานกันเยอะ มันก็ไม่ได้แปลว่ามันดีต่อองค์กรเสมอไป
ผักสดพอดแคสต์ครบ 100 ตอน! Ep นี้เลยชวนมิ้นและมีนทีมพรักซุส มาเม้าท์เกี่ยวกับ 4 ปีกับ 100 ตอนที่ผ่านมาครับ และแนะนำ Ep ที่ไม่ควรพลาด สำหรับผู้ฟังผู้ชมที่พึ่งมาติดตามเราไม่นานและไม่แน่ใจว่าควรเริ่มฟังที่ Ep ไหนดีบ้างครับ
และรบกวนคุณผู้ฟังช่วยทำ survey สั้น ๆ (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) เกี่ยวกับผักสดพอดแคสต์ เพื่อให้เราเข้าใจผู้ฟังได้ดียิ่งขึ้น และทำคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ตรงใจมากขึ้นครับ :D .
Link ไป survey: https://forms.gle/x1tD6dTV8nAyqT6z6
.
.
---------- เนื้อหาใน Ep นี้
(Ep นี้ มีเวอร์ชันวีดีโอ สำหรับบน Youtube นะครับ: https://www.youtube.com/watch?v=voM22q9f3nc )
00:00 - Intro
12:29 - Ep สำหรับ UX ที่เป็นมือใหม่เลย
13:57 - ซีรี่ย์เกี่ยวกับ user needs Ep7 Useful and Usable
18:16 - Ep นี่เหมาะกับ UX ที่ทำงานมาแล้วระยะนึง กับสิ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
23:06 - Ep สำหรับสาย Design
27:21 - Ep สำหรับสาย business
33:28 - Ep57 58 59 61 - NPS
36:47 - Ep ที่พี่พิจชอบเองและอยากแนะนำ
39:20 การสมัครงานด้าน UX
--------------------------
แนะนำติชม podcast สอบถาม หรือเสนอไอเดียได้ที่นี่ครับ: https://bit.ly/puxodFeedback
#ผักสดพอดแคสต์ #PuxodPodcast #Puxod #UX
Ep นี้ผมชวนเอก ที่เป็น Junior UX Researcher ที่ทำงานมา 1 ปีที่พรักซุส มาเม้าท์ให้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ของคนที่มาจากสายศิลป์ เรียนจบสายเกี่ยวกับภาษา และทำงานด้านที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ UX มาก่อนเลย แถมไม่เคยมีแบ็คกราวน์ด้าน tech ด้วย แต่ได้เข้ามาทำงานในสาย UX ว่าเป็นยังไงบ้างครับ ตั้งแต่ความสนใจด้านสาย UX เริ่มมาจากไหน, มีการเตรียมตัวก่อนจะย้ายสายมาอย่างไรบ้าง รวมถึงประสบการณ์หลังจากทำงานมา 1 ปีว่าเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่ตรงและไม่ตรงกับที่คาด รวมถึงสิ่งที่เป็น challenge ของคนที่มาจากสายศิลป์แบบเอกว่ามีอะไรที่ยากเมื่อย้ายมาทำงานด้านนี้บ้าง
Ep นี้ชวนน้องมีนทีมพรักซุส มาเม้าท์เกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่คนสมัครงานด้าน UX มักจะทำกันบ่อยครับ ทั้งที่มาจากที่เราเคยเห็นเอง และจากที่ได้ฟังจาก head หรือ lead ux จากองค์กรต่าง ๆ ครับ โดยเราจะคุยเกี่ยวกับลักษณะของคนสาย UX ที่ดีที่เราและองค์กรต่าง ๆ มักจะต้องการ และข้อผิดพลาดทั้ง 6 ข้อที่มักจะเจอกันบ่อย ๆ ครับ (หมายเหตุ Ep นี้ไปอัดกันนอกสถานที่ เสียงรบกวนอาจจะดังพอสมควรครับ ต้องขออภัยไว้ก่อนนะครับ)
ข้อผิดพลาด 6 อย่าง:
1.การเขียนอีเมล
มารยาทเขียนเมลที่ไม่ค่อยดี หรือมาแบบลอย ๆ ไม่มี intro แนะนำอะไรเลย
การก๊อป template อีเมลแปะมา ที่ดีเว่อวังและไม่ธรรมชาติ เห็นปุ๊บรู้เลยว่าก๊อปปี้มา
2.สาดทุกอย่างที่มี
3.wireframe เต็มไปหมด
มาแบบแปะ wireframe ทั้งหมดที่เคยทำ แต่มาแบบเล็กมากจนอ่านไม่ได้ ไม่เห็นดีเทล
4. ความละเอียดละออ, attention to details
5. ขาดการอธิบาย thinking เบื้องหลังของดีไซน์ที่ทำ
สิ่งสำคัญเลย คืออยากรู้ว่า คิดได้โอเคไหม กระบวนการคิด
การเขียนอธิบายสำคัญมาก
6.เน้นความฟู่ฟ่า แต่ไม่ลึก
Ep นี้จะมาคุยต่อจาก Ep ที่แล้ว ในการนำ OKR มาตั้งเป้าด้าน UX ซึ่งก็จะขอโฟกัสไปยังภายในทีม UX ครับ เพราะหลาย ๆ องค์กรในไทยก็ยังไม่ได้มีการมองเรื่อง UX ในระดับทั้งองค์กรกันเท่าไหร่ และทีม UX ก็มักจะเป็นทีมที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการผลักดันเรื่องการมองลูกค้า/users เป็นศูนย์กลาง ดังนั้นทีม UX เหล่านี้อาจจะสามารถตั้ง OKR เรื่อง UX ได้แค่กันเองในทีมครับ ก็อาจจะเริ่มจากสิ่งที่พูดถึงใน Ep นี้ก่อนก็ได้ครับ
และก็จะขอพูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเจอมา ที่การตั้งเป้าของทีม UX ที่กลับไม่ได้ช่วยให้องค์กรสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้จริง แต่กลับให้ผลตรงข้าม และเราควรต้องระวังกันครับ
Ep นี้จะมาคุยถึงการนำ OKR มาตั้งเป้า UX กันครับ โดยจะขอแบ่งเป็นสอง ep โดย ep นี้จะพูดถึงเป้า UX ในแง่ของทั้งองค์กรก่อน ซึ่งการจะตั้ง OKR ด้าน UX ที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มจากการเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการทำ “UX” ก่อนว่าการทำ UX มีเพื่ออะไร เพื่อที่เราจะได้วาง O ที่ถูกต้อง และไม่ได้ตั้งเป้าที่เราคิดว่าเพื่อ UX แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นเป้าด้านธุรกิจอย่างเดียวจนเกินไป จากนั้นเราค่อยหาวิธีวาง KR ที่วัดผลได้ในแง่ UX ต่อไปครับ
Ref:
https://uxcel.com/guides/ux-team-management/okrs#:~:text=to skyrocket outcomes.-,Understanding UX OKRs,progress towards those goals quantitatively.
https://uxplanet.org/okr-and-ux-examples-and-resources-4c4ac8f43d55
https://articles.centercentre.com/how-ux-outcomes-make-a-teams-daily-work-truly-human-centered/
เวลาที่เราพูดถึงคำว่า “ผลลัพท์” หรือเราอยากจะพูดถึงการวัดผลของทีมงาน หลายครั้งที่เราวัดผลไปที่สิ่งที่เรียกว่า “Outputs” มากกว่า “Outcomes” ซึ่งมันทำให้ทีมงานทำงานไปมากมาย แต่สุดท้ายก็วนอยู่กับที่ ไม่สามารถสร้าง impact ที่ต้องการจริง ๆ ได้
ep นี้เลยอยากจะชวนมาคุยถึงความแตกต่างระหว่าง 2 คำนี้ครับ และเราควรดูยังไงว่าสิ่งทีเราทำ มันโฟกัสไปที่ Outcome มากกว่า Outputs จริง ๆ เพราะหลายครั้งเรามองแค่เป้าคือการเกิด “Outputs. อะไรบางอย่าง เช่น สร้างแอปเสร็จ, ทำ 10 features เสร็จ แค่นั้น แต่ไม่ได้มองไปยังปลายทางที่แท้จริง ซึ่งมันเลยทำให้หลายองค์กรเสีย cost มากมายแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกลับมา
โดยเนื้อหาหลัก ๆ จะมาจากหนังสือชื่อ “Outcomes over output” ของคุณ Joshua Seiden ครับ
Ref:
https://medium.com/creating-a-ux-strategy-playbook/shifting-our-team-goals-to-be-ux-outcomes-4ae526975bf3#:~:text=While outputs represent the effort,to outcomes with business outcomes.
https://www.amazon.com/Outcomes-Over-Output-customer-behavior/dp/1091173265
จาก ep ก่อนหน้า เราพูดถึงการวัดผล UX ด้วย metrics ต่าง ๆ ไปแล้ว ep นี้จะมาต่อยอดคุยถึงการ “ตั้งเป้า” ครับ แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงการนำสิ่งที่เราวัดผลด้าน UX ไปโยงกับเป้า อยากจะขอพูดถึงคำ 2 คำที่เกี่ยวข้องกับการตั้งเป้าที่เรามักได้ยินบ่อย ๆ นั่นคือ “KPI” และ “OKR” ว่ามันคืออะไร และแตกต่างกันยังไงบ้าง ก่อนที่จะโยงเข้าสู่การนำไปใช้กับ UX metrics ในตอนต่อไปครับ
Ref:
ทุกเรื่องที่อาจยังไม่เคยรู้ของ OKR จาก ศ.ดร.นภดล: https://www.youtube.com/watch?v=VhJMrWxO9k8
Nopadol Story https://nopadolstory.com/measurement/okrs/
Ep นี้จะมาต่อเรื่องการวัดผล UX ด้วยการชวนคุยเกี่ยวกับคำว่า “วัด” 3 คำที่คล้าย ๆ กันครับ คือ Measures, Metrics และ Analytics ซึ่งจริง ๆ แล้วมีความหมายที่แตกต่างกัน และปัญหาที่มักจะเกิดกับการวัดผล UX ที่ไม่ได้สื่อถึงประสบการณ์ของ users จริง ๆ มันก็เพราะคนยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง 3 คำนี้ดีพอ ก็เลยสับสนและไปวัดในสิ่งที่ไม่ได้สื่อถึง ux จริง ๆ ของโปรดักส์ครับ และบางครั้งการวัดผลผิด ๆ นี้ ทำให้ทีมสร้างโปรดักส์เข้าใจผิด และยิ่งทำให้โปรดักส์แย่ลงไปเรื่อย ๆ อีกครับ
Ref:
https://articles.uie.com/your-necessary-first-step-to-creating-powerful-ux-metrics/
บทความจาก nngroup เรื่อง bounce rate: https://www.nngroup.com/articles/return-visits-not-bounce/
เลือกตั้งปี 2566 พึ่งจะจบไป แต่มีเรื่องนึงที่ยังค้างคาใจ คือเรื่อง design ของบัตรเลือกตั้ง ที่หลาย ๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันทำให้เกิดความสับสนในการเลือกครับ บวกกับมีพรรคเล็ก ๆ อันดับที่ 1-6 ติดกันเลย ที่ได้ปาร์ตี้ลิสต์เข้ามาพรรคละ 1 คนเท่ากับพรรคที่ดังกว่ามาก ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดจากการที่คนกาบัตรผิด เพราะ design ของบัตรมันก่อให้เกิดปัญหาหรือเปล่า?
ep นี้เลยอยากลองชวนมาคิดกันเล่น ๆ ครับ ว่าอย่าง design ของของง่าย ๆ อย่างบัตรเลือกตั้งนี่ เราสามารถทำ “User Test” หรือ “Usability Test” มันได้ไหม และมันจะช่วยลดปัญหาเรื่องบัตรที่ทำให้คนกาผิดได้ยังไงบ้าง และถ้าจะทำ User Test จริง ๆ เราสามารถ test ประมาณไหนได้บ้าง และ test กับ users ซักกี่คนดี?
สัมมนาออนไลน์กับ Thai Gov เรื่องการทำ Usability Testing วันที่ 31 พ.ค. (ถ้าใครมาฟังวันหลังจากนี้ เค้าน่าจะมีโพสต์ทิ้งไว้นะครับ): https://www.facebook.com/pruxusdesign/posts/pfbid02rEtnuLVX2ovt6TGoZYsG5SoTfmM4xWSneHScgFWSD72CQo9jp2yB4XWKisR2XS7El
คลิปวิเคราะห์ช่อง Loy Academy - ซื้อเสียง 2 ล้านใบ เกิดส้มหล่นให้สส.ปัดเศษ 6 พรรค
https://www.youtube.com/watch?v=t5NejEAdWlE
บทวิเคราะห์หากมีการซื้อเสียงจริง จะส่งผลต่อคะแนนpartylistพรรคเล็กอย่างไร:
https://web.facebook.com/unidentified.vacuum.u/posts/pfbid02mcLgVgeJRAEnUszwUzVzupPRy32nrBAQttwurNStBLVJSGJ3HrZEEz25PwmVSKbml
From the publisher's feed