ถ้าเราภาวนา เราคิดว่าถือศีลอย่างนี้มีข้อปฏิบัติอย่างนี้ดี นั่นคือสีลัพพตปรามาส ถือศีลบำเพ็ญพรตแบบลูบๆ คลำๆ ก็ต้องรู้ว่าการรักษาศีลเป็นข้อดีไหม ดี แต่ไม่ใช่รักษาศีลเพื่อจะดี เพื่อจะสุข เพื่อสงบ การมีข้อวัตรปฏิบัติพระก็มี แต่ไม่ได้มีข้อวัตรปฏิบัติเพื่อไว้ข่มคนอื่น แต่เอาไว้เพื่อจะขัดเกลาจิตใจตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งให้การอบรมกับจิตใจ จนกระทั่งวันหนึ่งมันเห็นความจริงของกายของใจ ฉะนั้นเราจะต้องก้าวพัฒนาตัวเองมาสู่ การเห็นไตรลักษณ์ของกายของใจให้ได้ ถ้าเราภาวนาถือศีลบำเพ็ญพรต แต่ไม่ก้าวมาสู่การเห็นไตรลักษณ์ของกายของใจ อันนั้นยังลูบๆ คลำๆ อยู่ ยังไม่ใช่แก่น ยังไม่ได้แก่นของการปฏิบัติ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 กรกฎาคม 2564