
Sign up to save your podcasts
Or


หลังผ่านทั้งภารกิจที่ลงจอดสำเร็จ ลงแบบเอียง ๆ และบางลำไปไม่ถึงพื้นผิว ปี 2026 กำลังจะเป็นอีกปีสำคัญของ Commercial Lunar Payload Services หรือ CLPS เมื่อ NASA วางแผนส่งภารกิจเอกชนอย่างน้อย 4 ชุดไปยังดวงจันทร์ ได้แก่ Blue Moon Mark 1 ของ Blue Origin, Griffin-1 ของ Astrobotic, IM-3 ของ Intuitive Machines และ Blue Ghost Mission 2 ของ Firefly Aerospace โดยแต่ละภารกิจไม่ได้เพียงขนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ แต่จะเริ่มทดสอบระบบขนส่ง การสำรวจ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการกลับไปอาศัยบนดวงจันทร์ในระยะยาว
เพชรอาจขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุที่แข็งที่สุดชนิดหนึ่งในโลก แต่คุณสมบัติที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการเป็นหนึ่งในวัสดุที่นำความร้อนได้ดีที่สุด ตั้งแต่การพัฒนาเพชรสังเคราะห์ในช่วงสงครามเย็น เพื่อใช้กับงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทางทหาร มาจนถึงยุคที่ชิป AI กำลังเผชิญกำแพงเรื่องความร้อน เพชรกำลังกลับมาเป็นวัสดุสำคัญอีกครั้ง ทั้งในฐานะ Heat Spreader, Substrate และส่วนประกอบของ Semiconductor รุ่นใหม่
Starstuff ตอนนี้ พาไปดูว่าเหตุใดเพชรจึงระบายความร้อนได้ดีขนาดนั้น สงครามมีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมเพชรสังเคราะห์อย่างไร และเพราะอะไรอนาคตของ AI อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การสร้างชิปให้เร็วขึ้น แต่รวมถึงการหาวิธีพาความร้อนออกจากชิปให้ทันด้วย
ยานอวกาศอาจเดินทางไปได้ไกลหลายพันล้านกิโลเมตร แต่สุดท้ายทุกภารกิจยังต้องกลับมาแย่งกัน “โทรศัพท์กลับบ้าน” ผ่าน Deep Space Network หรือ DSN เครือข่ายจานรับส่งสัญญาณขนาดยักษ์ของ NASA ที่กระจายอยู่ในสหรัฐฯ สเปน และออสเตรเลีย
ปัญหาคือทุกวันนี้จำนวนภารกิจและปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถของเครือข่าย จนในบางช่วงความต้องการใช้จานสูงกว่าความจุที่มีอยู่ราว 40% การจัดตารางจึงคล้ายสนามบินที่มีเครื่องบินรอลงเต็มฟ้า แต่มีรันเวย์ให้ใช้เพียงไม่กี่เส้น
สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้นเมื่อ DSS-14 จานขนาด 70 เมตรที่ Goldstone ซึ่งเป็นหนึ่งในจานที่ทรงพลังที่สุดของเครือข่าย เกิดหมุนเกินขีดจำกัดระหว่างติดตามภารกิจ Juno เมื่อเดือนกันยายน 2025 จนสายสัญญาณและระบบภายในเสียหาย รวมถึงเกิดน้ำท่วมบริเวณฐานจาน NASA ระบุว่าจานนี้จะต้องหยุดใช้งานเพื่อซ่อมและปรับปรุงยาวไปจนถึงเดือนตุลาคม 2028
Deep Space Network จึงกำลังกลายเป็นคอขวดที่มองไม่เห็นของการสำรวจระบบสุริยะ เพราะต่อให้เราสร้างยานได้มากขึ้น ปล่อยได้บ่อยขึ้น และติดกล้องที่เก็บข้อมูลได้ละเอียดขึ้นเพียงใด ทุกอย่างก็แทบไม่มีความหมาย หากไม่มีเวลาบนจานมากพอจะส่งคำสั่งขึ้นไป และรับข้อมูลเหล่านั้นกลับมายังโลก
เวลาเห็นโรเวอร์ของ NASA หลายคนอาจคิดว่า 6 ล้อคือสูตรมาตรฐานของรถสำรวจดาวเคราะห์ แต่จริง ๆ แล้วจำนวนล้อไม่ใช่กฎตายตัว มันคือผลลัพธ์ของการออกแบบให้เหมาะกับพื้นผิว ภารกิจ น้ำหนัก และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
Starstuff พาไปรู้จักระบบ Rocker-Bogie กลไกช่วงล่างที่ทำให้โรเวอร์ 6 ล้อสามารถปีนผ่านหิน หลุม และพื้นขรุขระได้โดยไม่ต้องใช้สปริงแบบรถยนต์ทั่วไป พร้อมดูว่าเหตุใดโรเวอร์รุ่นใหม่บางแบบจึงเริ่มกลับมาใช้เพียง 4 ล้อ แต่ชดเชยด้วยล้อที่หมุน บังคับทิศ และปรับตัวได้ฉลาดขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว โรเวอร์ไม่ได้ดีเพราะมีล้อเยอะกว่า แต่ดีเพราะมันใช้ทุกล้อที่มีได้คุ้มแค่ไหน
ชวนมองเรื่องนี้ผ่านอีกชั้นหนึ่งของความหมาย ตัวละคร Grace ที่ไม่ได้เป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นภาพแทนของการได้รับโอกาสครั้งที่สอง แต่ชวนตั้งคำถามว่า ทำไมเรื่องเล่าวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสมการ เชื้อรา แสงดาว และภารกิจกู้โลก ถึงกลับพูดเรื่องจิตวิญญาณของมนุษย์ได้ลึกขนาดนี้
ภาพประกอบจาก Amazon MGM Studios
ทำไมเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมากลางยานอวกาศ ถึงพาเราไปไกลกว่าวิทยาศาสตร์ และแตะคำถามเรื่องศรัทธา ศิลปะ ความหมายของการมีชีวิตอยู่ และการเป็นมนุษย์ได้ขนาดนั้น ใน Starstuff ตอนนี้ เราชวนคุยกันถึง Project Hail Mary ผ่านมุมมองของปรัชญาและศิลปะ ไปจนถึงภาพ เสียง สี และจังหวะการเล่าเรื่องที่ทำให้อวกาศไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของการเอาตัวรอด แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว ความหวัง และคำถามว่า สุดท้ายแล้วเราเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องเพราะเหตุผล เพราะศรัทธา หรือเพราะเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังอยากให้จักรวาลนี้มีใครอีกคนรอดไปด้วยกัน
ภาพประกอบจาก Amazon MGM Studios
ภารกิจ Juno ถูกส่งไปเพื่อสำรวจดาวพฤหัสบดีโดยตรง ตั้งแต่โครงสร้างภายใน สนามแม่เหล็ก ชั้นบรรยากาศ ไปจนถึงแสงออโรรา แต่หลังจากยานทำภารกิจหลักสำเร็จและยังมีสภาพดี NASA จึงต่ออายุภารกิจให้ Juno กลายเป็นนักสำรวจทั้ง “ระบบดาวพฤหัสบดี” มากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวดาวเคราะห์ยักษ์เพียงอย่างเดียว ในช่วง Extended Mission นี้ วงโคจรของ Juno ถูกปรับให้มีโอกาสบินผ่านดวงจันทร์สำคัญอย่าง Ganymede, Europa และ Io ในระยะใกล้ ทำให้ยานได้เก็บข้อมูลของโลกน้ำแข็งและโลกภูเขาไฟเหล่านี้ไปพร้อมกับการศึกษาสภาพแวดล้อมรุนแรงรอบดาวพฤหัสบดี
ความสนุกคือ Juno ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นยานสำรวจดวงจันทร์โดยตรง แต่นักวิทยาศาสตร์เอาเครื่องมือที่มีอยู่เดิม ทั้งกล้อง JunoCam เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก พลาสมา รังสี และอินฟราเรด มาใช้สังเกตพื้นผิว น้ำแข็ง ภูเขาไฟ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงจันทร์กับสนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี
ในอวกาศ การ “สร้าง” อะไรสักอย่างไม่ง่ายเหมือนบนโลก เพราะทุกน็อต ทุกแผ่น ทุกโครงสร้าง ต้องถูกพับ อัด ยัดเข้าไปในจรวด แล้วค่อยกางออกในที่ที่ไม่มีใครเอาประแจขึ้นไปช่วยขันได้ง่าย ๆ แต่ถ้าโครงสร้างในอวกาศ “ประกอบตัวเอง” ได้ล่ะ
ตอนนี้ชวนคุยเรื่อง Self-Assembling Structures หรือโครงสร้างที่สามารถจัดเรียงและประกอบตัวเองในอวกาศ หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ TESSERAE จาก MIT Media Lab ที่ทดลองให้ชิ้นส่วนรูปทรงเรขาคณิตลอยเข้าหากัน และประกอบเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ได้เอง คล้ายการต่อ LEGO ที่ไม่ต้องมีมือคน แต่ใช้ฟิสิกส์ แม่เหล็ก รูปทรง และการออกแบบเป็นคนทำงานแทน
เมื่ออวกาศไม่ได้เป็นแค่เรื่องของมหาอำนาจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจชุดใหม่ของโลก ตั้งแต่ดาวเทียมสื่อสาร การสำรวจโลกจากอวกาศ ระบบนำทาง ไปจนถึงบริการข้อมูลที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเรา เพื่อตอบคำถามว่า “เราจะใช้อวกาศเพื่อสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร”
จังหวะที่บริษัทอวกาศเอกชนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กำลังเปิดสมการใหม่ระหว่างจรวด ดาวเทียม อินเทอร์เน็ต AI อำนาจรัฐ นักลงทุนกำลังซื้ออะไรอยู่กันแน่ ระหว่างบริษัทจรวด บริษัทอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร หรือวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Elon Musk
From the publisher's feed
“บนท้องฟ้ามีอะไร จักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน ทำไมมนุษย์ถึงต้องสำรวจอวกาศ ชีวิตของเราเกิดจากดวงดาวจริงหรือ ชวนคิดไปพร้อมกันกับ Starstuff เรื่องเล่าจากดวงดาว” โดย Spaceth.co
รายการวิทยาศาสตร์ อวกาศ…

38 Listeners

75 Listeners

10 Listeners

17 Listeners

1 Listeners

65 Listeners

14 Listeners

5 Listeners

3 Listeners

17 Listeners

19 Listeners

12 Listeners

17 Listeners

8 Listeners

0 Listeners