"ใจเรามีความทุกข์ เพราะใจเราไปแบก ไปหาม ไปยึด ไปถือ มีภาระขึ้นมา มันก็หนัก กลุ้มอกกลุ้มใจ หนักอกหนักใจ ทำอย่างไรมันจะไม่แบก มันจะไม่เข้าไปแบก ไม่หาม ไม่เข้าไปหาม ถ้ามันมีปัญญาเห็นความจริง พระพุทธเจ้าท่านสอน ถ้าเราเข้าไปยึดถือเราก็จะมีความทุกข์ ถ้าไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ ทำอย่างไรจะไม่ยึดถือ ก็ต้องเห็นว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่น่ายึดถือ ไม่น่ายึดถือ เพราะมันเป็นของไม่เที่ยง เป็นของถูกบีบคั้นให้แตกสลาย ไม่น่ายึดถือ เพราะเราบังคับอะไรมันไม่ได้จริง ทำอย่างไรเราจะเห็นว่าสิ่งทั้งหลายมันไม่น่ายึดถือ เราก็ต้องเห็นความจริงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง คือรูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย ต้องเห็นความจริงของมัน ถึงจะรู้ว่ามันไม่น่ายึดถือ พระพุทธเจ้าก็สอนวิธีให้เราแล้ว ให้เราเจริญสติ ทำสติรู้กาย ทำสติรู้ใจเนืองๆ สติคอยรู้กาย สติรู้ใจ เรียกว่าสติปัฏฐาน เพราะฉะนั้นเราต้องทำสติปัฏฐาน คือการเรียนรู้ แล้วเราจะได้เรียนรู้กายใจของตัวเอง ถ้าเรียนรู้ได้ใจก็จะปล่อยวาง ไม่ยึดถือ เมื่อใจปล่อยวางได้ ไม่ยึดถือได้ ใจก็จะไม่ทุกข์ ใจทุกข์เพราะใจยึด ใจยึดเพราะใจมันวางไม่ได้ มันก็จะไปหยิบฉวยเอาไว้ มันวางไม่ได้ เพราะมันไม่มีปัญญาเห็นความจริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 เมษายน 2569