
Sign up to save your podcasts
Or


รวมเรื่องสั้นและนิทานสนุก ๆ จากพระนิพนธ์ของพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) ที่ให้ความรู้ความบันเทิงใจหลากหลายรสชาติ ท้ั้งหมด 17 เรื่อง
ฝนเทลงมา เทลงมา ฝนตกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าจะเป็นน้ำใสๆ แต่น้องๆเชื่อไหมว่ามีฝนสีแดงด้วยนะ จริงหรือ! หาคำตอบได้ในพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง
ติดตามประเด็นการร้องเรียนของผู้บริโภคที่เป็นผลกระทบจากการระบาดโควิด-19
ผู้ทำประกันภัยร้องเรียนเคลมประกันโควิด-19 ไม่ได้เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ 5 ข้อของกระทรวงสาธารณสุข
ฟังรายละเอียดข้อเรียกร้องจาก คุณต้น ผู้ร้องเรียน กทม.
ผู้บริโภคร้องเรียนสายการบินไม่คืนเงินค่าตั๋วที่ยกเลิกเพราะโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ฟ้องศาลและศาลพิพากษาให้สายบินชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ฟังรายละเอียดจาก คุณแอม ผู้เสียหาย จ.ปทุมธานี
ช่วงคิดก่อนเชื่อ กับ ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ นักพิษวิทยา ตอน การโฆษณาสินค้าเพื่อสุขภาพ มีจริงหรือ
เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเราจึงมองเห็นภาพตอนกลางวันชัดเจนเป็นภาพสี แต่พอตอนกลางคืนที่ไม่มีแสงไฟเราจึงมองเห็นเป็นภาพใกล้ขาว-ดำ
• ในดวงตาเรามี เรตินาทำหน้าที่เป็นจอรับภาพซึ่งมีเซลล์รับแสง 2 ชนิดคือ เซลล์รูปแท่ง (rod cell) ซึ่งไวต่อการรับแสงสว่าง แต่ไม่สามารถแยกความแตกต่างของสีได้ ส่วนเซลล์อีกประเภทหนึ่งเป็นเซลล์รูปกรวย (cone cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่แยกความแตกต่างของสีได้แต่ต้องการแสงสว่างมากจึงจะบอกสีของวัตถุได้ถูกต้อง ดังนั้นในตอนกลางคืนซึ่งมีแสงธรรมชาติน้อย cone cell จึงทำงานไม่ได้
เซลล์ที่เกี่ยวกับการมองเห็นในลูกตานั้นต้องใช้พลังงานอย่างมากในการทำงานหรือ
• เซลล์รับแสงที่จอประสาทตามีความหนาแน่นของไมโตคอนเดรียมากที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะต้องใช้พลังงานอย่างสูงในการทำงาน และเสื่อมสภาพค่อนข้างเร็ว ซึ่งดูเหมือนอยู่ที่ประมาณอายุ 40 ปี ซึ่ง 30% ของ rod cell จะค่อยๆ ตาย และในขณะที่แม้ cone cell ยังคงอยู่ แต่ความชัดเจนในการมองเห็นก็ลดลง
มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพลูกตาด้วยแสงสีแดงอย่างไรบ้าง
• การส่องแสงความยาวคลื่นยาว (650–900 นาโนเมตร) สู่ตาสัตว์นั้นช่วยปรับปรุงการทำงานของไมโตคอนเดรียซึ่งเป็นการเพิ่มการผลิต ATP และลดการเกิด ROS เช่น
o บทความเรื่อง Recharging mitochondrial batteries in old eyes. Near infra-red increases ATP (การเพิ่มการเก็บพลังงานของไมโตคอนเดรียในสายตาคนแก่ โดยแสงระดับใกล้แสงอินฟราเรดเพิ่มปริมาณ ATP) ในวารสาร Experimental Eye Research ของปี 2014 ได้แสดงให้เห็นว่า แสงที่ความยาวคลื่น 670 นาโนเมตร ช่วยเพิ่มการทำงานของ cytochrome C oxidase ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้าง ATP และลดการเกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ไมโตคอนเดรียเสื่อมสภาพ
และมีงานวิจัยอะไรอีกบ้าง ที่จะช่วยทำให้เราถนอมสายตาให้ดีได้ ติดตามฟังใน คิดก่อนเชื่อ กับ ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ นักพิษวิทยาและนักวิจัย
"ก่อร่างสร้างสื่อ" รายการที่จะทำให้คุณเห็นความเป็นไปด้านต่าง ๆ ของสังคมไทย ซึ่งมีไทยพีบีเอสร่วมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย
ก่อร่างสร้างสื่อวันนี้ ร่วมพูดคุยกับ คุณสรวิชญ์ หงส์พาเวียน และคุณภูริวัฒน์ ใจบุญ สองนักสื่อสารเยาวชนคนรุ่นใหม่จากภาคเหนือ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตเนื้อหาในเพจ “The North องศาเหนือ” ผ่านมุมมองของคนภาคเหนือ ที่นำเสนอวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทั้งในระดับชุมชน และพัฒนาต่อยอดในระดับประเทศต่อไป
รับชมและฟังรายการ "ก่อร่างสร้างสื่อ" ช่องหมายเลข 3 และทางพอดคาสต์ที่เว็บไซต์ https://thaip.bs/nVpt7BL วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 22.15 น.
เรื่องราวของครูโกมล คีมทอง บัณฑิตหนุ่มจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ออกไปเป็นครูในชนบท ที่โรงเรียนเหมืองห้วยในเขา บ้านส้อง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควรจากปัญหาทางการเมืองในยุคนั้น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2514 ผ่านบทสัมภาษณ์ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน เพื่อนของครูโกมล คีมทอง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโกมลคีมทอง ที่สานต่องานด้านอุดมคติของคนหนุ่มสาว และการพิมพ์หนังสือเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ นอกกระแสหลักในปัจจุบัน
หนังสือ Thailand’s Movie Theatres: Relics, Ruins and the Romance of Escape งานเขียนของ Philip Jablon ชาวอเมริกัน ผู้หลงรักโรงหนังเก่าแบบสแตนด์อโลน ออกเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยรวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายภาพโรงหนังเก่าในด้านพื้นที่และสถาปัตยกรรม ขณะเดียวกัน เชื่อมโยงความเป็นพื้นที่ของโรงภาพยนตร์ เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของโรงหนังเก่าในอดีต ว่าสัมพันธ์และมีความสำคัญต่อสังคม ประวัติศาสตร์ ผู้คน วิถีชีวิต ชุมชน และบริบทอื่น ๆ
สำหรับงานเขียนเล่มนี้เป็นภาพสะท้อนว่าโรงหนังเก่าเป็นมากกว่าโรงมหรสพ ถูกใช้เพื่อกิจกรรมอันหลากหลายทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นงานบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับโรงหนังทั่วประเทศไทย เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจด้านภาพยนตร์ศึกษาและผู้สนใจทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
คุณเคยสงสัยไหมว่า คนตาบอดจะเที่ยวอย่างไร ในเมื่อพวกเขามองไม่เห็น?
เพื่อนสนิทตอนนี้ ผึ้งและพลอยชวนคุณผู้ฟังล่องเรือสู่เมืองศิลปะดินเผาแห่งประวัติศาสตร์ ที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เดินทอดน่องชมวิว ชิมขนม ดมสมุนไพร ดื่มด่ำอวลไอน้ำใจไมตรีของชาวเกาะเกร็ด พักใจกับวิถีชุมชนอันสงบเรียบง่าย แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่ว่าจะลืมตา หรือหลับตาก็เห็นความสุขและรอยยิ้มได้ เพียงใจเรามอง
ส่งท้าย "ช่วงปันกัน" กับวิธีนำทางคนตาบอดลงเรืออย่างปลอดภัย ให้คุณสามารถเดินทางไปกับเพื่อนพี่น้องผู้ดวงตาพิการได้อย่างสบายใจ
ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาสายพันธ์หอมหัวใหญ่ไม่มีสารที่ทำให้น้ำตาไหล
มีงานวิจัยที่สนับสนุนการพัฒนาหอมหัวใหญ่ไร้น้ำตา อะไรบ้าง
• บทความเรื่อง Silencing Onion Lachrymatory Factor Synthase Causes a Significant Change in the Sulfur Secondary Metabolite Profile (การหยุดยีนสร้างเอ็นไซม์ที่สร้างสารกระตุ้นการหลั่งน้ำตาล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในรูปแบบของสารประกอบกำมะถันที่เคยเกิด)
มีการพัฒนาหอมหัวใหญ่ไร้น้ำตาที่ไม่ต้องใช้วิธีการทางการดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่
• มีบทความเรื่อง Great News: Tearless Onions Now Exist ซึ่งกล่าวว่า ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการพัฒนาหอมหัวใหญ่ที่เรียกกันว่า Sunion ซึ่งมีรสหวานและกรุบกรอบ และไม่เหมือนหัวหอมทั่วไปที่ทำให้คุณร้องไห้ ที่สำคัญไม่ได้เกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรมเพราะ Sunion ถูกสร้างขึ้นผ่านการผสมข้ามพันธุ์ตามธรรมชาติในโครงการที่ใช้เวลานานกว่า 30 ปี
ถ้าหอมหัวใหญ่ที่พัฒนาสายพันธุ์ไม่มีสารทำให้แสบตา น้ำตาไหลแล้ว รสชาติและคุณค่าทางอาหาร รวมถึงราคาจะเป็นอย่างไร
ติดตามรายละเอียดงานวิจัยใน คิดก่อนเชื่อ
การหั่นหอมทั้งหอมหัวใหญ่และหอมแดง ทำไมแสบตาและน้ำตาไหล
หอมหัวใหญ่มีสารอะไร มีประโยชน์อย่างไร
• หอมหัวใหญ่ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับกระเทียม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum ดังนั้นจึงมีหลายอย่างที่คล้ายกัน ที่สำคัญคือ ในกระเทียมมีเอ็นไซม์ ชื่อ Alliinase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยน Alliin ไปเป็น Allicin ซึ่งในกรณีหอมหัวใหญ่เอ็นไซม์ ที่ Alliinase ทำหน้าที่เปลี่ยน Isoalliin ไปเป็นสารประกอบที่รวมกันทำให้น้ำตาไหล
• หอมหัวใหญ่อุดมไปด้วยสารเคมีสองกลุ่มคือ
- Flavonoids (ฟลาโวนอยด์) ชนิดแอนโธไซยานิน (ในหอมหัวใหญ่ที่มีสีแดงหรือสีม่วงแก่บางชนิด) และ
- Flavonoids (ฟลาโวนอยด์) ชนิดฟลาโวนอล เช่น เควอซิทินและอนุพันธ์ ส่งผลให้หอมหัวใหญ่ส่วนใหญ่มีเปลือกสีเหลืองและสีน้ำตาล
• สารประกอบกำมะถันชนิด alkylated cysteine sulfoxides (ACSOs) เป็นสารตั้งต้น ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยเอ็นไซม์ Alliinase แล้ว จะได้สารที่เมื่อถูกย่อยต่อด้วยเอ็นไซม์ชนิดอื่น ทำให้เกิดสารที่ให้กลิ่นฉุนและรสเฉพาะของหอมหัวใหญ่ (รวมถึง thiosulphinates, thiosulphonates, mono-, di- และ tri-sulphides) ซึ่งเป็นสารทำให้น้ำตาไหล (lachrymatory factor) และเป็นปัจจัยที่ยับยั้งหรือฆ่าศัตรูของหอมหัวใหญ่
ติดตามรายละเอียดใน คิดก่อนเชื่อ
From the publisher's feed

14 Listeners

9 Listeners

39 Listeners

75 Listeners

21 Listeners

67 Listeners

3 Listeners

13 Listeners

3 Listeners

5 Listeners

19 Listeners

22 Listeners

2 Listeners

6 Listeners

6 Listeners