
Sign up to save your podcasts
Or


รายการ The Minimalist's Diary ในรอบสัปดาห์นี้ เราขอเปลี่ยนแนวเป็นเอาใจสายเปย์ แต่อย่าเข้าใจผิดไปนะคะ เรายังคงความเป็น Minimalist ไว้อย่างเหนียวแน่น แต่เราก็สนับสนุนให้ทุกท่านได้ใช้เงินเหมือนกัน (เอ๊ะ ยังไง) เพราะเราเข้าใจดีว่า ในรอบปีอาจจะต้องมีกันบ้างที่ท่านรู้สึกร้อนมือ แบบโบนัสก็มา เงินใด ๆ มา อยากใช้เงินมาก ๆ ซึ่งตามปกติ (ชีวิตก่อนเป็น Minimalist) เรามักจบด้วยการซื้อของขวัญให้ตัวเองและผู้อื่นที่เรารัก รู้ตัวอีกที รูดไปไม่รู้เท่าไหร่ ของที่ซื้อมา ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะบางทีมัวแต่ไป cf ออนไลน์ ไม่ได้เห็นของจริงก่อน
เอาล่ะ จบอีพีนี้ ท่านจะได้ใช้เงินแน่ ๆ มีทั้งตัวเลือกแบบใช้เงินเพื่อตัวเองและผู้อื่น โปรดเลือกตามความชอบได้เลยค่ะ
ตอนนี้ถือเป็นอีกตอนที่แนะนำมาก ๆ สำหรับคนอยากใช้เงินด่วน
ในรอบสัปดาห์นี้ รายการ The Minimalist's Diary ภูมิใจนำเสนอ เรื่องราวของสารคดี School Town King ว่าด้วยแร็ปเปอร์รุ่นเยาวชนจากพื้นที่คลองเตย ที่รักการแร็ปเป็นชีวิตจิตใจ โดยเราขอแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเราจะพูดถึงชีวิตของแร็ปเปอร์ธนายุทธ ณ อยุธยา และแร็ปเปอร์นนท์ ในอีกครึ่งหลัง เราจะขอพูดถึงสารคดีว่าด้วยเรื่องราวของนิตยสารที่เขียนถึงเรื่องราวเฉพาะของสังคมชนชั้นสูงในอังกฤษอย่าง Tatler ซึ่งบอกตามตรงว่า พอเราดูสารคดีทั้งสองเรื่องในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้เราเริ่มสงสัยในตัวเองว่า เรากำลังอยู่ในโลกแบบไหนกันเนี่ย
พบกับเรื่องราวของการสร้างตัวตน การค้นหาตัวตน เรื่องราวของการรักษาสถานภาพของตนและการนำเสนอถึงเรื่องราวของตนเองให้แก่สาธารณชน เรื่องนี้เราไม่ได้จะมาบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องมาตัดสินในประเด็นใด ๆ เพียงแต่อยากชวนทุกท่านมองในแง่มุมหนึ่ง (หรืออีกหลายมุม) ถึงคำถามทั้งหลายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น อะไรคือแก่นแท้แห่งการดำรงชีวิต อะไรที่ทำให้เรามีความสุข ความสุขคืออะไร มีอยู่จริงไหม หรือเป็นเพียงความเชื่อลวงตาที่ทำให้เราคิดเองเออเองไปว่านี่คือความสุข (ความสุขเทียม) ทำไมเราถึงต้อง (และหรือ) ควรรักษาสถานภาพของตนเองเพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของเราและตระกูล ตอนนี้อาจจะเป็นตอนที่มีเนื้อเรื่องที่แตกต่างออกไปซักนิด แต่ก็อยากจะขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทดลองฟังกันดูค่ะ
หมายเหตุ ใช้รูปภาพจาก Facebook Fan Page: School Town King
รายการ The Minimalist's Diary ในรอบสัปดาห์นี้ จะเชิญชวนทุกท่านเขียนพินัยกรรมของตนเอง เมื่อเราพูดเช่นนี้ หลายคนอาจคิดว่า โอ้ย ยังอีกยาวไกล ยังไม่ต้องรีบ แต่อันที่จริงแล้ว ความแน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอน เราไม่มีทางรู้ได้ว่า เรานั้นจะเดินทางไปสู่สถานที่อื่นเมื่อไหร่ ดังนั้น ให้เรานึกเสียว่า เรากำลังทำสิ่ง ๆ นี้ เพื่อคนที่เรารัก ไม่ใช่ตัวเอง
แล้วเราเองนั่นแหละจะพบว่า โห ชีวิตนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือน ชีวิตและทรัพย์สินของพวกเรามันช่างซับซ้อนยิ่งนัก
ในรอบสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกท่านไปตั้งข้อสังเกตกับเทศกาลแห่งความสุข จริงหรือไม่ที่เราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราได้ซื้อของขวัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส วันปีใหม่ ทั้งของขวัญให้ตัวเองและให้คนที่คุณรัก และที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่า เราจะต้องซื้อของเพื่อเป็นของขวัญให้แก่กัน ให้เพื่อน ให้เพื่อนร่วมงาน เป็นไปเพื่อมารยาททางสังคม ใจเขาใจเรา เอาเข้าจริงแล้ว เราไม่ซื้อได้ไหม อีพีนี้ขอเป็นหนึ่งในอีพีฮาวทู ไม่ต้องซื้อของตามเทศกาล เพื่อเป้าหมายแห่งการเป็น Minimalist ขั้นสุด
ในรอบสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกท่านไปพบกับเศรษฐีใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในยุคโควิด - 19 จะเป็นอย่างไรถ้าเราจะบอกท่านว่า ทุกท่านในที่นี้ต่างก็สามารถเป็นเศรษฐีกันได้ทั้งนั้น แต่ที่พูดมานี่ ไม่ใช่เศรษฐีทางด้านการเงินนะจ๊ะ แต่เป็นเศรษฐีทางด้านเวลา
พบกับเรื่องราวของการทำงานให้น้อย เพื่อประโยชน์สูงสุดแห่งนาฬิกาเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน ทำไมชาวตะวันตกจำนวนหนึ่งถึงเลือกที่จะทำงานน้อยลง (และรับรายได้ที่น้อยลง) เอ หลักการแบบนี้มันน่าจะขัดต่อหลักเศรษฐศาสตร์มิใช่หรือ หรือเอาง่าย ๆ ใคร ๆ ก็อยากได้เงินเดือนขึ้นกันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงมีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่โนสนโนแคร์กับฐานเงินเดือน
อีพีนี้ เราไปอ่านและอ้างอิงงานมาจากบทความเรื่อง Time millionaires: meet the people pursuing the pleasure of leisure โดย Sirin Kale (2021) เขียนลงใน The Guardian ยังไงลองตามไปอ่านกันนะคะ เนื้อหาดีงามมากจริง ๆ
รายการ The Minimalist's Diary ในรอบสัปดาห์นี้ กลับมาพร้อมกับการแนะนำให้ทุกท่าน "ไม่ทำอะไรเลย" เสียบ้าง เพราะเรามีความเชื่อมั่นอยู่ประการหนึ่งว่า การ productive ตลอดเวลานั้น ไม่มีอยู่จริงในธรรมชาติของมนุษย์ เพราะเราทุกคน มีสิทธิอย่างเต็มภาคภูมิที่จะขี้เกียจ ขอบอกว่า เราไม่ใช่คนที่ห่วยเมื่อเราขี้เกียจ และการไม่ทำอะไรเลย ถือเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์
ว่าแต่ เราเอามาโยงกันอีกแล้ว ระหว่าง Niksen และ Minimalist มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ติดตามฟังกันได้ในตอนนี้เลยค่ะ
รายการ The Minimalist's Diary ในรอบสัปดาห์นี้ พบกับเรื่องราวของคนที่อยู่ในระดับขั้นกว่าของความเป็น Minimalist นั่นก็คือบุคคลที่เรียกตนเองว่า Extreme Minimalist ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับนิยาม ความหมาย และพาไปรู้จักคุณ Aki, Content Creator ชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจผันตนเองมาเป็น Extreme Minimalist
อีพีนี้บอกเลยว่าถ้าอยากไปให้สุดกว่านี้ ต้องฟัง :0
ในรอบสัปดาห์นี้ อยากจะพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวแห่งการประหยัด! ในโหมดมนุษย์ทำงาน
ตอนนี้เริ่มเห็นเพจต่าง ๆ เริ่มเอา Planner รายปีมาขาย ตั้งแต่แนวเน้นความสวยงาม เน้นการใช้งาน หรือเน้นความโล่งโปร่งสบาย (เกือบละ เกือบ Minimalist) แต่ อย่าลืมนะว่า เขาเอามาขายทุกปี แปลว่าแต่ละปีผ่านไป ท่านก็จะต้องตกเป็นทาสของการซื้อ Planner ไปตลอด คือเราเชื่อว่าคนใช้ Planner มักจะซื้อใช้ไปตลอด ยกเว้นว่าท่านจะใช้แอปออนไลน์ บันทึกผ่านมือถือ หรืออื่น ๆ ที่ไม่เน้นการเขียน อันนั้นแล้วไปค่ะท่าน
แต่ถ้าท่านเป็นคนแบบผู้จัดรายการ พวกชอบจด ชอบอ่านลายมือตัวเอง เราขอแนะนำตอนนี้ และเราอยากจะทิ้งทวนไว้ซักนิดเพื่อแนะนำตอนว่า อย่า ซื้อ Planner รายปี นะจ๊ะ! มันเปลือง วันนี้จะมาแนะนำ Planner แบบซื้อมา 1 ครั้ง ใช้ได้หลายปี เพื่อความประหยัดและเพื่อพวกเราชาว Minimalist(s)
ในรอบสัปดาห์นี้ รายการ The Minimalist's Diary จะมานำพาเรื่องราวการลด ละ เลิก การเข้าถึง Social Media ผ่านกระบวนการ Digital Detox (สูตร 1) เล่าสู่กันฟังให้กับท่านผู้ฟัง
ถ้าหากว่าท่านติด Social Media ขั้นรุนแรง โดยวัดผลได้จากจำนวนชั่วโมงค่าเฉลี่ยในการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่อวัน ซึ่งตรงนี้ BBC ได้ทำการสำรวจประชาคมออนไลน์ว่าการใช้เวลาบน Social Media ต่อวันมากเกินกี่ชั่วโมงจึงถือว่า มากเกินไป แน่นอนว่าถ้าเอาคำตอบที่เหมาะสมของแต่ละคน เราก็จะได้คำตอบที่หลากหลาย แต่ตอนทำสำรวจ ผลปรากฏว่าราว 40 % มองว่า การอยู่บนโลก Social Media มากกว่า 2 - 3 ชั่วโมงต่อวันนี่ก็ถือว่ามากเกินไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่บอกว่า 2 - 3 ชั่วโมงต่อวันนี่มากเกินไป ทว่า ตอนนี้ ทุกคนก็ใช้เวลาอย่างน้อยใน Social Media ไม่ต่ำกว่า 2 - 3 ชั่วโมงกันเป็นปกติ...มิหนำซ้ำ เยาวชนยังใช้เวลาบนโลกออนไลน์กันไม่ต่ำกว่า 9 ชั่วโมงในแต่ละวัน
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของชีวิตเราในอนาคต ตอนนี้ (เริ่มนาทีที่ 12) จะพาท่านไปสำรวจโลกแห่ง Minimalist - Digital Detox Version กันค่ะ
ในรอบสัปดาห์นี้ รายการ The Minimalist's Diary จะนำเอาเรื่องราว ข้อคิด สิ่งที่ได้จากการที่เรากลายเป็น Minimalist มาราว 1 ทศวรรษ เล่าให้ทุกท่านฟัง ว่าตกลงตั้งแต่เราได้เป็น Minimalist มานั้น ชีวิตเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม
อันที่จริงแล้ว อยากจะให้เห็นภาพว่า สภาวะความเป็น Minimalist พอเราเอาประเด็นแต่ละประเด็นมาแยกออกแล้ว เราอาจจะทำได้ดีในหลายประเด็น และอาจจะเป็น Minimalist ที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จในอีกหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะให้เห็นกันก็คือ ชีวิตคือการเรียนรู้จริง ๆ
วันนี้เราจะชวนทุกท่านมาสำรวจตนเอง ผ่านเรื่องราวของความเป็น Minimalist กันค่ะ
From the publisher's feed

4 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

0 Listeners

0 Listeners