
Sign up to save your podcasts
Or


ฐานสูตรจับคู่สิ่งที่ไม่น่าพอใจหรือน่าพอใจ กับทำแล้วเป็นประโยชน์หรือฉิบหาย บัณฑิตจะทราบว่า 2 ส่วนควรทำหรือไม่ควรทำ ดูที่ประโยชน์หรือโทษเป็นเกณท์ ในขณะที่คนพาลจะมองได้ไม่ขาดทะลุ ตรงนี้อยู่ที่กำลังจิต เปรียบได้เหมือนการเลือกดื่มน้ำมูตร หรือน้ำหวานพิษ หรือประโยชน์ที่จะได้รับในเวลาต่อมา อัปปมาทสูตรเมื่อรู้ 4 ข้อนี้จะไม่เกรงกลัวต่อความตายที่จะมาถึง คือ ละกายวาจาใจทิฏฐิในทางทุจริต และเจริญกายวาจาใจทิฏฐิในทางสุจริต ไม่กลัวเพราะมีการตั้งตนไว้ในความไม่ประมาทในธรรม 4 ข้อนี้นั่นเอง อารักขสูตรเมื่อมีธรรมนี้แล้วจะไม่เป็นผู้หวั่นไหวสะดุ้งสะเทือนไปตามมงคลตื่นข่าว กล่าวคือ ไม่กำหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่หลง ไม่มัวเมาในธรรมที่เป็นเหตุนั้น ๆ เป็นการเบรคจิตด้วยสติได้อย่างน้อยเป็นโสดาบัน สังเวชนียสูตรคนที่มีศรัทธาเมื่อได้ไปสี่สถานที่นี้แล้วควรเกิดความสังเวช สังเวชในการที่จะต้องรีบกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาอย่างเร่งด่วนให้เกดความเปลี่ยนแปลง โดยเร่งทำความเพียรตามมรรคแปด ปฐมภยสูตรภัยภายในเป็นภัยที่ช่วยกันไม่ได้ ทุติภยสูตรภัยภายนอกที่อาจยังช่วยกันได้ จบเกสิวรรค
เริ่มภยวรรคหมวดว่าด้วยภัย อัตตานวาทสูตรภัย 4 ประการที่ถ้าเรามีหิริโอตัปปะแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวภัยเหล่านี้เลย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มุสิกสูตรเปรียบการรู้อริยสัจ 4 กับหนูแล้วก็รู ขุด คือ เล่าเรียนอริยสัจตามตำรา อยู่ คือ รู้อริยสัจปฏิบัติรู้เห็นได้ด้วยตน ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ไม่ขุดแต่อยู่ ไม่เรียนแต่รู้ แสดงให้เห็นว่าในธรรมะนี้การปฏิบัติสำคัญที่สุด ในพลิวัททสูตรเปรียบโคที่ชอบข่มเหง หรือไม่ข่มเหงต่อฝูงของตน หรือฝูงตัวอื่น คือ การทำให้กลุ่มชนหวาดกลัว หรือไม่หวาดกลัวนั่นเอง รุกขสูตรเปรียบคนกับต้นไม้เนื้ออ่อนและแข็ง มีแก่น คือ คนมีศีล ไม่มีแก่น คือ คนกลวงไม่มีศีล เราเป็นคนประเภทไหน และแวดล้อมด้วยไม้ชนิดใด อาสีวิสสูตรเอาประเภทของพิษมาเป็นตัวแบ่ง พิษแล่น คือ ซึมซาบได้เร็วหรือช้า เปรียบดั่งความโกรธง่ายหรือยาก พิษร้าย คือ พิษร้ายมากน้อย เปรียบดั่งความคงอยู่ของความโกรธว่าหายเร็วหรือช้า จบวลาหกวรรค
เริ่มเกสิวรรค เกสิสูตรเปรียบเทียบขั้นตอนของการฝึกม้าจากนายเกสิกับการฝึกสาวกของพระพุทธเจ้ามีขั้นตอนเหมือนกัน ที่น่าสนใจ คือ ม้าหรือบุคคลที่ฝึกไม่ได้มีการฆ่าที่แตกต่างกัน การฆ่าในธรรมวินัยนี้ คือ การไม่บอกสอนหรือเห็นว่าบุคคลนี้ไม่สามารถบอกสอนได้อีกต่อไป ไม่ใช่การหมายเอาชีวิต เพราะการฝึกนี้ไม่ใช้ทั้งอาชญาและศาสตรา ให้ย้อนกลับมาดูว่าเราพัฒนาแก้ปัญหาในกลุ่มคนอย่างไร ใช้ธรรมะล้วน ๆ หรือไม่ และการฆ่าไม่ใช่ไม่บอกสอนตลอดไปแค่พักรอจังหวะ เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงได้ เช่น พระเทวฑัตและพระฉันนะ ให้มีเมตตากรุณาอย่าอุเบกขาอย่างเดียว ชวสูตรคุณสมบัติของม้ากับของภิกษุที่คู่ควร ซื่อตรง คือ ศรัทธา ว่องไว คือ รู้อริยสัจชั้นโสดาบัน อดทนต่อทุกขเวทนา สงบเสงี่ยม คือ มีฌาน 4 ปโตทสูตรม้าดีแต่มีความต่างกันต่อปฏักอยู่ 4 ระดับ คือ เห็นเงา แทงขน แทงผิว แทงกระดูก เปรียบดั่งการได้ยินได้รู้การตายของบุคคลในระดับต่าง ๆ จนถึงการตายของตนเอง นาคสูตรคุณสมบัติช้างที่ดีในหนึ่งตัวมีครบสี่ กับบุคคลที่ถ้ามีครบก็เป็นอริยบุคคล รู้ฟัง: ใครกล่าวธรรมเงี่ยโสตฟัง รู้ประหาร: รู้จักละอกุศล รู้อดทน: อดทนต่อทุกขเวทนา รู้ไป: ไปนิพพาน ทิศที่ไม่เคยไปตลอดกาลอันยาวนาน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ฉวาลาตสูตร ราควินยสูตร ขิปปนิสันติสูตร อัตตหิตสูตร และสิกขาปทสูตรมีหัวข้อเหมือนกัน แต่ต่างกันใน 5 นัยยะ เหมือนกันตรงที่แบ่งบุคคลตามการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่นมาจับคู่กัน ความประณีตไล่ไปตามลำดับ นัยยะที่ 1 ฉวาลาตสูตรเปรียบบุคคลที่ไม่ปฏิบัติเพื่อใครเลย เป็นเหมือนไม้ที่ตรงกลางเปื้อนอุจจาระ ปลายทั้งสองข้างลุกเป็นไฟหาค่าไม่ได้ ในขณะที่บุคคลที่ปฏิบัติเพื่อตนเองและผู้อื่น ดุจดั่งรสที่ได้จากวัวนม จนได้ยอดเนยใสในที่สุด นัยยะที่ 2 ราควินยสูตรมีตัวแปร คือ ราคะ โทสะ โมหะ จะเห็นว่าแม้คนที่มือถือสากปากถือศีล ก็ยังนับว่าเป็นคนดี เพราะอย่างน้อยก็พูดดี แม้จะทำเองยังไม่ได้ก็ตาม เขาสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ นัยยะที่ 3 ขิปปนิสันติสูตร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตรัสรู้นี้เพื่อตัวเอง และบอกสอนนี้เพื่อผู้อื่น เป็นการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม นัยยะที่ 4 อัตตหิตสูตรมีแต่หัวข้อ นัยยะที่ 5 สิกขาปทสูตรเอาศีล 5 มาเป็นตัวแปร ซึ่งจะเป็นคนละมุมกับราควินยสูตร ในโปตลิยสูตรบุคคลที่ติเตียน หรือสรรเสริญตามกาลอันควรจึงจะประเสริฐสุด ไม่ใช่บุคคลที่อุเบกขาไปซะหมด จบอสุรวรรค
เริ่มวลาหกวรรค ปฐมวลาหกสูตรเปรียบเมฆ คือ การพูดฝน คือ ลงมือทำ ทุติยวลาหกสูตรเปรียบเทียบคนที่เรียนอริยสัจ 4 เรียน คือ ฟ้าร้อง ไม่เรียน คือ ไม่ร้อง ฝนตก คือ รู้ชัดในอริยสัจ 4 อย่างน้อย คือโสดาบัน ฝนไม่ตก คือ ไม่รู้ ในกุมภสูตร อุทกรหทสูตร และอัมพสูตร มีหัวข้อต่างกันแต่ไส้ในเหมือนกัน เป็นการรู้อริยสัจ 4 ภายในกับลักษณะภายนอกที่เห็น อาจเป็นดุจหม้อเปล่าหรือเต็ม และเปิดหรือปิดฝา หรือดุจความตื้นลึกของห้วงน้ำเงาที่เห็นกับความจริง และการสุกหรือดิบของมะม่วง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปุตตสูตร สังโยชนสูตร สัมมาทิฏฐิสูตรและขันธสูตร เป็นการแบ่งบุคคล 4 จำพวกที่ปรากฏอยู่ในโลก มีหัวข้อเหมือนกันแต่มี 5 นัยยะต่างกัน ในสังโยชนสูตรแบ่งตามสังโยชน์ที่ละได้ ไล่ไปตามอริยบุคคลแต่ละขั้น ส่วนที่เหลือเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ข้อที่ 2 ต่างกันตรงที่ได้วิโมกข์ 8 หรือไม่ ที่น่าสนใจ คือ สมณะผู้ละเอียดอ่อนกว่าในหมู่สมณะ ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้านั่นเอง ละเอียดอ่อนในด้านปัจจัย 4 มีสุขภาพดี ได้ฌาน 4 และเป็นอรหันต์ จบมจลวรรค
เริ่มอสุรวรรค อสุรสูตรเป็นการจับคู่ระหว่างเจ้านายลูกน้อง ที่มีความเป็นอสูร หรือเทวดา ที่น่าสนใจ คือ ไม่ว่าเราเป็นอะไร เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ในปฐม/ทุติยและตติยสมาธิสูตร คือ การมีหรือไม่มีของสมถะ และวิปัสสนา ประเด็น คือ เอาที่ได้ก่อนแล้วค่อยพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด โดยการเข้าไปหาผู้ที่มีในส่วนนั้น ถ้าขาดปัญญาให้เข้าไปถามคำถาม 3 ข้อ ถ้าขาดสมถะให้ถามคำถาม 4 ข้อ ถ้าขาดทั้งสมถะวิปัสสนา ให้รีบเร่งความเพียรดุจไฟไหม้บนศรีษะ แต่ถ้ามีครบทั้งสองอย่าง ก็ให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมนี้ต่อไป ในลักษณะที่จะกำจัดอาสวะได้ สมถะวิปัสสนาต้องปรับให้เข้ากันเหมือนการสนเข็ม มือหนึ่งนิ่งมือหนึ่งเคลื่อน จึงจะสำเร็จได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners